เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 : กลับจากมหามิติ

ตอนที่ 48 : กลับจากมหามิติ

ตอนที่ 48 : กลับจากมหามิติ


ชายผอมแห้งลืมตาด้วยความยากลำบากและมองชายสวมชุดหรูหราที่เพิ่งจะเรียกเขา

“ข้าไม่เป็นไร อู๋ซุน ข้าแค่ได้รับพลังสะท้อนกลับเพราะใช้สัมผัสมากเกินไป”

ชายผอมแห้งกล่าว

บุรุษชุดหรูมิใช่ใครอื่น เขาคือเจ้าเมืองอู๋หลิม อู๋ซุนผู้ที่กำลังมองร่างของชายผอมแห้งด้วยความกระวนกระวาย เขามองบาดแผลใหญ่ที่อยู่บนลำตัวของชายผอมแห้ง แผลนั้นดูเหมือนพยายามจะฟื้นฟูแต่มันก็ถูกสสารสีดำกัดกร่อนไป

“แต่พี่ใหญ่ ทำไมต้องฝืนตัวเองทั้งที่ยังไม่รักษาตัวดีเล่า?”

อู๋ซุนถาม

ดวงตาของชายผอมแห้งมองดูอักษรสลักที่มีอยู่ทั่วถ้ำและมองผ่านอักษรที่ลำเลียงโลหิตอยู่ เขาจ้องมองและใช้ความคิดก่อนจะหรี่ตา

“เจ้าต้องเพิ่มโลหิตสังเวยมากขึ้น เราอาจจะต้องเปลี่ยนบางแผนการของเราในเร็ววันนี้”

ชายผอมแห้งกล่าว

“ย่อมได้พี่ใหญ่ ข้าจ้างทหารรับจ้างไปออกล่าสัตว์อสูรเพิ่มแล้ว แต่ทำไมเราต้องเปลี่ยนแผนในยามนี้เล่า? เราจะช้าลงไปอีกหลายเดือนเลยนะ”

อู๋ซุนถาม

“ทำไมจะไม่มีใครรู้ล่ะ? อย่างน้อยนิกายใหญ่ก็ต้องรู้แล้วว่ามีคนกำลังจะกลายเป็นเซียนหลังจากหลายพันปี”

“ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด มันซ่อนตัวได้อย่างดีมาก หากจะรอดพ้นจากสายตาและหูของนิกายใหญ่ได้ พวกมันต้องวาแผนนี้มานานมาก”

ชายผอมแห้งตอบ

อู๋ซุนลูบคางและคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูด

“ซ่อนตัวนานถึงเพียงนี้ หรือว่าพวกนั้นจะมาจากทวีปต้องห้าม?”

“ข้าสงสัยอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นเราน่าจะรู้ข่าวจากตระกูลและแผนของเราเองก็จะง่ายขึ้นมาก แต่ข้ากลับสงสัยราชอาณาจักรหมิงตะวันออก พวกมันต่อต้านกฎของอาณาจักรโจวมานานและเริ่มเคลื่อนไหวในเงามืดแล้ว”

ชายผอมแห้งตอบ

อู๋ซุนพยักหน้ารับคำและกำลังจะกล่าวลา แต่ก็ถูกพูดขัดมาก่อน

“อู๋ซุน สัตว์อสูรคงไม่เพียงพอแล้วถ้าเราอยากจะเร่งแผนการให้เร็วขึ้น ถ้าจะให้เร็วกว่านี้ ข้าต้องการผู้บ่มเพาะพลัง”

ชายผอมแห้งพูดด้วยเสียงไร้ความรู้สึก

สายตาชั่วร้ายสะท้อนในดวงตาอู๋ซุน

“ข้าจะจัดการให้”

กลับมาที่มหามิติ หลินมู่กำลังฟังแมงมุมถักมิติพูด

“เราจะออกไปจากที่นี่ยังไง?”

หลินมู่ถาม

“ก็เหมือนกับวิธีที่เจ้าเข้ามา”

แมงมุมถักมิติตัวจิ๋วตอบ

หลินมู่ยกมือขวาและกำลังจะเก็บแมงมุมถักมิติในแหวน แต่มันพูดขึ้นอีกครั้ง

“ช้าก่อน ข้าจะเข้าไปในแหวนหลังจากที่เราถึงทางออก จะได้แน่ใจว่าเราจะไปถึงตำแหน่งเดิมที่เจ้ามาและเจ้าก็จะไม่หลงทางด้วย”

หลินมู่พยักหน้ารับคำและเดินกลับไปยังทางเดิมที่เขาจากมาพร้อมกับแมงมุมถักมิติจิ๋วที่ลอยอยู่ข้าง ๆ เขา ขณะที่เดินเขาก็คิดถึงเสาสีขาวยักษ์มากมายและสาเหตุที่ที่นี่ไม่ใช่พื้นดิน

“อืม เสาสีขาวพวกนั้นคืออะไรน่ะ? ถ้าจะตอบข้าน่ะนะ”

หลินมู่ถาม

“มันคือเส้นใยของข้า ตอนนี้พวกเราอยู่ในรังข้า”

แมงมุมถักมิติจิ๋วตอบห้วน ๆ

หลินมู่อึ้งกับขนาดของใยแมงมุม

‘ถ้าพวกนี้เป็นแค่เส้นใย แล้วทั้งใยจะใหญ่แค่ไหนกัน? ข้าคิดไม่ออกเลย’

หลินมู่คิด

หลินมู่มองไปรอบ ๆ พื้นที่พยายามจะสัมผัสที่นี่ เพราะเขาไม่เข้าใจการมีอยู่ของสถานที่เช่นนี้เลย จากนั้นความสนใจของเขาก็มุ่งไปที่ริ้วแสงสีเทาเงินที่พริ้วไหวไปทั่วพื้นที่

“แล้วริ้วแสงพวกนั้นคืออะไรล่ะ? ข้าเคยเห็นมาก่อน แต่ที่นี่มันสว่างกว่าแล้วก็ใหญ่กว่าด้วย”

หลินมู่ถาม

“พวกมันคือเส้นพลังมิติที่ปั่นป่วน ถ้าที่ใดมีพลังมิติอย่างหนาแน่นเพียงพอ มันจะควบแน่นจนกลายเป็นริ้วพลังแบบนั้น เจ้าคงเคยเห็นมันในแหวนมาก่อนสิท่า?”

แมงมุมถักมิติจิ๋วตอบ

“ใช่ แต่ท่านรู้ได้ยังไง”

หลินมู่พูด

“อย่างที่ข้าเคยพูด ข้าสัมผัสพลังมิติบริสุทธิ์ที่ปล่อยออกมาจากแหวนนั่น”

แมงมุมถักมิติจิ๋วตอบ

ไม่นานหลินมู่กับแมงมุมถักมิติจิ๋วก็มาถึงตำแหน่งที่หลินมู่มาครั้งแรก

“เอาล่ะ ถอยไปซะ”

แมงมุมถักมิติจิ๋วสั่ง

หลินมู่ยอมรับคำแต่โดยดีและขยับตัวมาที่ด้านหลังแมงมุม เส้นใยมากมายก่อตัวขึ้นหน้าแมงมุมถักมิติและยึดตำแหน่งด้านหน้าเอาไว้ จากนั้นเส้นใยก็ถูกดึงออกและมิติก็เริ่มขยาย พอถึงขีดจำกัดหนึ่ง พื้นที่ก็ขยายตัวอีกไม่ได้ต่อไปและฉีกกระชากออกมา

รอยแยกสีขาวถูกสร้างขึ้นและขยายตัวจนกลายเป็นทางเปิดใหญ่ แมงมุมถักมิติจิ๋วลอยหน้าหลินมู่และพูด

“เก็บข้าใส่แหวนแล้วเดินผ่านประตูไป แต่ขอเตือนไว้เลย ทางมันขรุขระซักหน่อยนะ”

หลินมู่กลืนน้ำกลายเมื่อได้ฟังคำแมงมุมถักมิติจิ๋วและยกมือเก็บมันใส่แหวน แมงมุมถักมิติจิ๋วลดความสูงลงมาที่ฝ่ามือหลินมู่และหายตัวไปในแหวน แต่พูดออกมาก่อน

“จากนี้ไปเจ้าเรียกข้าว่าชูคงก็ได้”

หลังจากเก็บแมงมุมถักมิติในแหวนแล้ว หลินมู่กัดฟันกระโดดลงไปที่ประตูสีขาว ในตอนนั้นหลินมู่ได้เห็นดวงดาวนับล้านดวง จักรวาล และดาวเคราะห์มากมายที่เปล่งแสงอยู่ข้างกายเขา แต่ไม่นานเขาก็หมดสติไป

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด รอยแยกมิติขนาดใหญ่ได้ปรากฏใกล้กับกระท่อมและบ้วนหลินมู่ออกมา เขาร้องครวญครางเพราะตื่นขึ้นด้วยความเจ็บปวดที่ตกพื้น หลินมู่ลืมตาแต่ก็หลับตาอย่างรวดเร็วเพราะแสงสว่างของดวงอาทิตย์

เขาหรี่ตาและค่อย ๆ ลืมตาหลังจากชินกับแสงสว่าง หลินมู่ลุกขึ้นมองรอบ ๆ เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อได้เห็นกระท่อม

หลินมู่นั้นยังสงสัยว่าเขาจะได้กลับมาถึงบ้านหรือไม่จนถึงวินาทีสุดท้าย แต่เมื่อมาถึงหน้ากระท่อมแล้วเขาก็รู้สึกราวกับว่าได้ยกภูเขาออกจากอก

“อืม ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดเลย”

ชูคงพูดข้างในหัวหลินมู่

หลินมู่ตกใจอยู่ไม่นานแต่ก็จำเสียงได้

“ท่านชูคงหมายความว่ายังไงรึ?”

หลินมู่ถาม

“นี่มันโลกชั้นต่ำ เจ้าเจอแหวนวงนี้ในที่ล้าหลังแบบนี้น่ะเรอะ?”

ชูคงตอบด้วยเสียงสับสน

“โลกชั้นต่ำ? หมายความว่ามีโลกมากกว่าโลกนี้น่ะสิ?”

หลินมู่ถามกลับด้วยความสงสัย

“แน่นอน มีโลกอีกมากมายนับไม่ถ้วนและมีดินแดนมากมายในห้วงอวกาศนี้”

ชูคงตอบ

“แต่ที่พูดว่าโลกชั้นต่ำน่ะหมายความว่ายังไงรึ?”

หลินมู่ถามต่อ

“ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ อย่างเช่นความหนาแน่นของปราณ ความก้าวหน้าของผู้บ่มเพาะพลัง กฎสวรรค์ และมหาวิถี โลกจึงแบ่งได้หลายระดับ”

ชูคงอธิบาย

เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากชูคง คำถามมากมายหลายร้อยก็ผุดขึ้นมาในใจหลินมู่ แต่ก่อนที่จะได้ถามก็ราวกับว่าถูกรู้ทัน ชูคงจึงพูดขัดหลินมู่ขึ้นมาก่อน

“ข้าบอกเจ้าไม่ได้ว่าความต่างชั้นของโลกหรือกฎสวรรค์คืออะไร โลกใบนี้จำกัดเอาไว้ไม่ให้เจ้าเข้าใจมัน”

ชูคงพูด

“เป็นไปได้ยังไง?‘

หลินมู่เอียงคอถาม

“ข้าจะลองให้เจ้าดู”

ชูคงตอบ

ทันใดนั้นเองหลินมู่ก็ได้ยินคำพูดในหัว เขามิอาจได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจนแต่ก็รู้ได้ว่าเขามิอาจเข้าใจหรือมิอาจจดจำสิ่งที่ได้ยินเลยหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ชูคงพูดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ว่าในใจหลินมู่เต็มไปด้วยความสับสน

“นี่คือสิ่งที่ข้าบอก ขีดจำกัดของโลกนี้เพียงแค่ไม่ให้คำพูดเหล่านี้มีตัวตนอยู่ จากเสียจากว่าเจ้าจะมีพลังบ่มเพาะที่มากพอที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกนี้ไป”

“แล้วข้าต้องแข็งแกร่งเพียงใดถึงจะทำเช่นนั้นได้รึ?”

หลินมู่ถาม

“อาจจะเป็นพลังบ่มเพาะในขอบเขตสูงสุดของโลกใบนี้ จากที่ข้าเดา เจ้าน่าจะต้องขึ้นเป็นเซียนหรืออย่างน้อยขอบเขตย่างวิถีก่อนที่เจ้าจะคิดถึงเรื่องนั้น”

ชูคงตอบ

ความสับสนอันท่วมท้นปรากฏบนใบหน้าหลินมู่ เขาถาม

“เอ่อ สองขอบเขตนั่นคืออะไรรึ?”

หลินมู่ได้ยินเสียงถอนหายใจที่ดังกว่าปกติ ชูคงพูดด้วยความสิ้นหวัง

“เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก”

จบบทที่ ตอนที่ 48 : กลับจากมหามิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว