- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 502 เทพแห่งนภา PART 2
WS บทที่ 502 เทพแห่งนภา PART 2
WS บทที่ 502 เทพแห่งนภา PART 2
มีเพียงความเงียบในถ้ำ ดวงตาของแดมซีเบิกกว้างและกลมโต หน้าอกของเธอสั่นไม่หยุด เธอยังไม่ฟื้นคืนสติจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
พ่อมดฟิวรี่และพ่อมดจีอาโด้จ้องที่เมอร์ลินด้วยความตกใจสุดขีด พวกเขาเพิ่งได้เห็นเวทมนต์ของเมอร์ลินครั้งแรก มันเป็นพลังที่มืดมนและน่ากลัว มันทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถควบคุมพลังธาตุได้ สิ่งนี้ทำให้พวกเขาสั่นสะท้านด้วยความกลัว
ปรากฎว่าคนที่พวกเขาคิดว่าเป็น ‘ภาระ’ เสมอคือพ่อมดที่ทรงพลังอย่างแท้จริงซึ่งสามารถฆ่านักเวทย์ระดับแปดสองคนได้อย่างง่ายดาย การที่จะทำเช่นนั้นได้ อย่างน้อย ๆ เขาต้องเทียบเท่านักเวทย์ระดับเก้า
แดมซีสูดหายใจเข้าลึก ๆ เนื่องจากแดมซีไม่ได้ละทิ้งเมอร์ลินและปกป้องเขาแทน เธอจึงรู้ว่าเมอร์ลินคงต้องมองเธอในแง่ดีไม่มากก็น้อย
ถึงกระนั้น เธอรู้สึกโชคดีมากที่เธอไม่ได้ล่วงเกินเมอร์ลินก่อนหน้านี้ หากเธอทำอะไรเขาในตอนที่เมอร์ลินเลือกปกปิดพลังของเขาเอาไว้ เธอก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเธอหลังจากนี้
“พ่อมดเมอร์ลิน เราต้องขอขอบคุณสำหรับเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะตายไปแล้ว!”
แดมซียิ้มให้เมอร์ลินและโค้งแสดงความขอบคุณ
เมอร์ลินส่ายหัวเบา ๆ และยิ้มขณะที่เขาพูด “เราเป็นทีมเดียวกันและมันก็เป็นความพยายามเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ พวกคุณได้ช่วยฉันสองสามครั้งก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ?”
ฟิวรี่และจีอาโด้รีบไปขอบคุณเมอร์ลินด้วย พวกเขาไม่ใช่คนเลวโดยธรรมชาติและได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเมอร์ลินท่ามกลางพวกเขาเมื่อเข้าไปในถ้ำ อย่างน้อยที่สุด เขาก็เป็นสมาชิกทีมที่มีคุณสมบัติสำหรับพวกเขา
เมื่อมองเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ แดมซีก็ขมวดคิ้ว “ไม่ควรมีใครอยู่ในถ้ำนี้ ทำไมจู่ ๆ เอทรูและโอเมียร์ถึงปรากฏตัวขึ้น?”
“ใช่แล้ว ทั้งคู่หายตัวไปเมื่อหลายปีก่อนโดยไม่ทิ้งข้อความใด ๆ เลยแต่พวกเขาก็กลับปรากฏตัวที่นี่ มันแปลกมากจริง ๆ เราควรออกไปก่อนและบอกจอมเวทย์ออสไซเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วเราค่อยตัดสินใจว่าจะไปต่อดีหรือไม่?”
พ่อมดจีอาโด้กำลังคิดที่จะถอยกลับพร้อมที่จะออกจากถ้ำแทนที่จะไปต่อ
อย่างไรก็ตาม แดมซี, ฟิวรี่และแม้แต่เมอร์ลินต่างก็คัดค้านข้อเสนอแนะนี้ ไม่ว่าจะเป็นแดมซีหรือเมอร์ลิน พวกเขาก็ต้องการไปต่อและทำภารกิจของจอมเวทย์ออสไซให้สำเร็จ
“จีอาโด้ ถ้าคุณอยากจะยอมแพ้ เราจะไม่หยุดคุณ อย่างไรก็ตาม หากบังเอิญว่าทั้งหมดนี้ถูกจัดขึ้นโดยจอมเวทย์ออสไซและเราล่าถอยไปเช่นนั้น เราจะไม่สูญเสียโอกาสที่จะเป็นศิษย์ของจอมเวทย์ออสไซตลอดไปงั้นหรือ?”
แดมซีนึกไปถึงความเป็นไปได้ที่เอทรูและโอเมียร์ถูกส่งมาจากจอมเวทย์ออสไซ อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ดูเหมือนค่อนข้างน่าสงสัย ไม่ว่าจอมเวทย์ออสไซจะเข้มงวดมากแค่ไหน เขาจะต้องพิจารณาถึงภูมิหลังที่สนับสนุนพ่อมดฟิวรี่และคนที่เหลือ เขาคงไม่มีทางส่งพวกเขาไปสู่ความตายเยี่ยงนี้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความสงสัยเท่านั้น ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าเอทรูและโอเมียร์ไม่ได้ถูกส่งมาจากจอมเวทย์ออสไซหรือไม่ฦ?
“ถ้า… ถ้าพวกคุณทั้งหมดตัดสินใจเข้าไป ฉันก็จะตามไปด้วย!”
หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง พ่อมดจีอาโด้เลือกที่จะไปต่อ
เมอร์ลินเริ่มไตร่ตรองเรื่องนี้เช่นกัน เขามองเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำอย่างระมัดระวัง จู่ ๆ ก็มีนักเวทย์ระดับแปดก็ปรากฏตัวขึ้นและวิญญาณซึ่งควรจะอยู่ตรงนั้นก็หายไปทั้งหมด ทั้งหมดนี้เผยให้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างแต่เขาก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
อย่างไรก็ตาม ยิ่งผิดปกติมากเท่าไหร่ เมอร์ลินก็ยิ่งต้องการตรวจสอบปัญหานี้มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น หากพวกเขาไปต่อ พวกเขาควรจะไปถึงระดับที่ลึกที่สุดของถ้ำ เมื่อถึงจุดนั้น พวกเขาจะผ่านการทดสอบของจอมเวทย์ออสไซ
เมื่อคำนึงถึงสิ่งนี้ เมอร์ลินกล่าวว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชั้นสุดท้ายของถ้ำควรจะอยู่ตรงหน้าเรา แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่เราจะต้องลองดู”
“ถูกต้อง เราควรลองดู!”
แดมซีและเมอร์ลินตกลงที่จะเข้าไปในถ้ำและอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย หลังจากนั้น กลุ่มนักเวทย์ทั้งสี่ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปยังส่วนลึกของถ้ำ อย่างไรก็ตาม คราวนี้เป็นเมอร์ลินที่เป็นผู้นำ
…
ในเงามืดของห้องลับใต้ดิน ใบหน้าของชายชราชุดดำซีดเผือด ด้วยวิธีการพิเศษบางอย่าง เขายืนยันได้ว่าเอทรูและโอเมียร์ตายแล้ว
“บ้าเอ้ย ฉันคิดว่าโอเมียร์และเอทรูจะสามารถฆ่านักเวทย์เหล่านั้นได้ แต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าคนโง่เหล่านั้นจะไร้ประโยชน์มาก ไม่สามารถฆ่านักเวทย์ที่อ่อนแอเหล่านั้นได้
สำหรับเทพแห่งนภา คงทำได้แค่ยับยั้งไว้ก่อน! ฉันหวังว่าครั้งนี้จะเหมือนกับครั้งสุดท้ายที่พวกเขาไม่ได้ค้นพบห้องลับ…”
ชายชราชุดดำได้แต่ภาวนาในใจอย่างเงียบ ๆ สถานศักดิ์สิทธิ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง พวกเขาใช้วิญญาณมากมายเพื่อปกปิดพลังของเทพแห่งนภาโดยหลบเลี่ยงความสนใจของจอมเวทย์ยาโต้
ถึงกระนั้นสถานศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ใต้ถ้ำ หากค้นพบเส้นทางลับก็จะมีปัญหาและเขากลัวว่ามันอาจจะเป็นอันตรายต่อการตื่นขึ้นของเทพแห่งนภา
ดังนั้น พวกเขาทำได้เพียงอดทนไว้เท่านั้น!
“ถ้าเทพแห่มนภาตื่นขึ้นเมื่อไหร่ ฮึ่ม! เราจะขับไล่แม้แต่จอมเวทย์ยาโต้ก็ยังได้และโลกทั้งใบเป็นของเทพแห่งนภา…”
ชายชราชุดดำจ้องไปที่ผนังมันวาวตรงหน้าเขา ใบหน้าของเขาร้อนรุ่มด้วยความศรัทธา
…
เมื่อเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ได้ก้าวเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำและเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา ใบหน้าของพวกเขาก็แสดงออกถึงความยินดี
“ไม่อยากจะเชื่อ ฉันไม่คิดว่าจะมีวิญญาณมากมายขนาดนี้!”
“ครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นวิญญาณที่อยู่ตรงจุดก่อนหน้านี้ ถ้าเราฆ่าวิญญาณเหล่านี้ทั้งหมด พลังจิตของเราจะเพิ่มถึงขั้นไหน?”
“ฉันได้ยินมาว่ายังมีวิญญาณอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับแปด ก่อนหน้านี้ เราค่อนข้างกังวลว่าจะไม่สามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้แต่สำหรับพ่อมดเมอร์ลิน มันไม่น่าจะยากขนาดนั้น”
ไม่ใช่แค่แดมซีและคนอื่น ๆ ที่มีความสุข เพราะแม้แต่เมอร์ลินก็ยังมีความสุข ด้วยวิญญาณมากมาย ดวงใจแห่งจิตของเขาอาจถึงจุดสูงสุด
ดวงใจแห่งจิตของเมอร์ลินนั้นแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว ถ้ามันมาถึงจุดสูงสุดและเข้าสู่ระดับแปด มันจะกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากขึ้น แน่นอน
แต่คนที่มีความสุขที่สุดคือเจ้าแมวดำ ไดอามอส มันลืมตาขึ้นแล้ว สายตาที่เปล่งประกายของมันจับจ้องไปที่วิญญาณเหล่านี้
ไดอามอสเป็นเหมือนหลุมลึก ไม่ว่ามันจะกลืนวิญญาณไปกี่ตัว มันก็ไม่มีวี่แววว่าจะเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ถ้ามันต้องการที่จะพัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิต มันต้องได้รับวิญญาณมากกว่านี้ วิญญาณจำนวนนี้สามารถพบได้โดยโชคเท่านั้นและยากที่จะได้มา
“เรารออะไรอยู่? โจมตีพวกมันเลย!”
หลังจากที่แดมซีได้ออกคำสั่ง พายุพลังจิตก็ถูกปลดปล่อยออกมาทันที วิญญาณเหล่านี้ถูกพายุพลังจิตบดขยี้จนตายโดยไม่มีการต่อต้านใด ๆ
พลังจิตสามารถยับยั้งวิญญาณเหล่านี้ได้บ้าง
เมื่อเมอร์ลินได้เปิดเผยความสามารถของเขาแล้ว เขาก็เคลื่อนไหวเช่นกัน เขาใช้เพลิงล้างผลาญ เปลวไฟรุนแรงทำให้ทั้งถ้ำกลายเป็นทะเลเพลิง
ไดอามอสก็เคลื่อนไหวเช่นกัน มันกลืนวิญญาณทันทีและทุกครั้งที่มันกลืนกินเข้าไป มันจะรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พลังชีวิตรอบตัวมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
“โฮก…”
จู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามอึกทึกดังขึ้น จากส่วนลึกของถ้ำ วิญญาณกลุ่มใหญ่เดินออกมาอย่างช้า ๆ วิญญาณนี้แตกต่างจากที่อื่นเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่ามาก
“พวกมันเป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด พ่อมดเมอร์ลิน เราจะโจมตีพร้อมกันอย่างรวดเร็ว พวกเราจะฆ่ามันได้อย่างแน่นอน!”
ใบหน้าของแดมซีเคร่งขรึม พลังของวิญญาณพวกนี้ยิ่งใหญ่ราวกับขุมนรกที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันเหนือกว่านักเวทย์ระดับแปดทั่วไปและเทียบได้กับนักเวทย์ระดับเก้า
ดังนั้น แดมซีจึงไม่ลดการเฝ้าระวังของเธอและพร้อมที่จะต่อสู้กับพวกมันด้วยทุกสิ่งที่พวกเขามี
เมอร์ลินพยักหน้าเช่นกันและเปลวไฟและประกายไฟฟ้าก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา ทางเขาพร้อมแล้ว เขาสามารถปลดปล่อยการผสานคาถาธาตุไฟฟ้าและไฟได้ทุกเมื่อ
…
ในห้องใต้ดินที่มืดสลัว ชายชราชุดดำมองดูเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ฆ่าวิญญาณในถ้ำโดยไม่หยุดหย่อน วิญญาณเหล่านั้นไม่สามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของชายชราชุดดำดูมืดมนราวกับแอ่งน้ำลึก ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ทันใดนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น พูดด้วยท่าทีเคารพต่อกำแพงที่มันเงาราวกับกระจกว่า
“ข้าแต่เทพแห่งนภา นักบวชที่ต่ำต้อยที่สุดของท่าน เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราจำเป็นต้องปลุกท่านเทพผู้สูงศักดิ์ ตอนนี้มีกลุ่มนักเวทย์ที่มีพลังมหาศาลกำลังบุกเข้ามาในถ้ำ นักบวชผู้ที่ต่ำต้อยที่สุดของท่านไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ เมื่อวิญญาณทั้งหมดถูกฆ่า พลังของเทพผู้สูงศักดิ์จะถูกเปิดเผยและดึงความสนใจจากจอมเวทย์ยาโต้ที่น่ารังเกียจ ท่านเทพผู้สูงศักดิ์ได้โปรดรีบตัดสินใจ!”
ขณะที่ชายชราชุดดำพูด ร่องรอยของแสงสีขาวเริ่มลามออกจากร่างกายของเขา จมลงสู่ผนังตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็วซึ่งเรียบราวกับกระจก
*ครืน ครืน ครืน*
ไม่นาน ผนังที่เรียบราวกับกระจกก็เริ่มเปิดออกทีละน้อยเหมือนระลอกน้ำ เทพเจ้าที่มีขนาดเท่ายักษ์ตัวเล็กปรากฏตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
ดวงตาของเทพเจ้านั้นไร้ขอบเขตราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนและพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขานั้นยิ่งใหญ่กว่า สิ่งนี้ทำให้ผู้ศรัทธาชุดดำเบื้องล่างคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความยินดีและสวดอ้อนวอนอย่างไม่หยุดหย่อน
“ไม่มีทางปิดบังได้อีกแล้วหรือ?”
เทพผู้สูงศักดิ์องค์นี้เป็นเทพแห่งนภาที่ชายชราชุดดำบูชา เทพเจ้าองค์นี้เคยถูกจอมเวทย์ยาโต้เนรเทศไปแล้ว ถึงเขาจะถูกเนรเทศไปแต่ตอนนั้นอ่อนแอมาก เขาจึงสามารถแอบโผล่เข้ามาในมิติอีกครั้ง ฟื้นพลังส่วนหนึ่งของเขาและในที่สุดก็กลายเป็นสิ่งที่น่าเกรงขาม
ที่สำคัญกว่านั้น พลังของเทพแห่งนภายังไม่ถูกเปิดเผย จอมเวทย์ยาโต้ยังคงไม่สังเกตว่าเทพแห่งนภาซ่อนตัวอยู่ในมิติยาโต้และฟื้นพลังของเขาอย่างเงียบ ๆ
“ท่านเทพผู้สูงศักดิ์ เราควรทำอย่างไรดีขอรับ?”
ในฐานะนักบวช ชายชราชุดดำอุทิศตนเพื่อเทพแห่งนภาอย่างแท้จริง เขาเข้าใจสถานการณ์ของเทพแห่งนภาดี หากเทพแห่งนภาถูกเปิดเผยเร็วเกินไป มันคงไม่ใช่เรื่องดี
เทพแห่มนภาค่อย ๆ ยืนขึ้น ข้างหลังเขา มีแสงดาวนับล้านอยู่ราวกับท้องฟ้าที่มีแสงดาวอยู่ใต้การควบคุมของเขา พลังของเทพเจ้านั้นไร้ขอบเขตจนพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดดูหมิ่นเขา
“หากไม่อาจซ่อนได้อีกต่อไป เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอีกต่อไปแล้ว พลังของข้าได้รับการฟื้นฟูเป็นส่วนใหญ่แล้ว นอกเหนือจากความเป็นเทพเจ้าที่เราสะสมมาอย่างลับ ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันถึงเวลาแล้วที่ข้าจะยึดมิตินี้กลับคืนมา”
เสียงของเทพแห่งนภาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ท่านเทพผู้สูงศักดิ์ของผู้ต่ำต้อยต้องการยึดมิติกลับคืนมา?”
ใบหน้าของชายชราที่สวมชุดดำดูมีความตื่นเต้น เมื่อเทพแห่งนภาเลือกที่จะไม่ซ่อนตัวอีกต่อไปและเข้าต่อสู้เพื่อครอบครองมิติอย่างเปิดเผย ในฐานะนักบวช เขาสามารถเผยแพร่ความเชื่อออกไปในวงกว้าง หลังจากทำสิ่งนี้สำเร็จ เขาจะกลายเป็นร่างจุติของเทพแห่งนภาท่ามกลางมนุษย์และมีอำนาจสูงสุด
“โลกของเราถูกยาโต้ครอบครองมาเป็นเวลานานแล้ว มันถึงเวลาที่ข้าจะต้องเอาคืนแล้ว!”
ทันใดนั้น เทพแห่งนภาขยับเล็กน้อย ทันใดนั้น ระลอกคลื่นลึกลับก็เริ่มแผ่ออกไปทุกทิศทุกทาง นี่คืออานุภาพแห่งเทพเจ้า ความสามารถโดยธรรมชาติของเหล่าทวยเทพ ทำให้เกิดความเคารพในจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิต
พร้อมกันนั้นมิติยาโต้ทั้งหมดก็เริ่มตกอยู่ในความโกลาหล จากการที่เทพแห่งนภาตื่นขึ้นมา!
…
“นี่มัน พลังของเทพแห่งนภา เขากลับเข้ามาในมิติตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ในวังที่อยู่ไกลออกไป ใบหน้าของจอมเวทย์ยาโต้เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่แน่นอนในระยะไกล ร่างกายของเขาส่งพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
“เทพแห่งนภา?”
จอมเวทย์โมแกนยังคงจ้องมองไปที่ภาพของเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ในขณะนั้น ดูเหมือนเขาจะรับรู้อะไรบางอย่างและสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกระสับกระส่าย เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“มันมาจากตรงที่เมอร์ลินและคนอื่น ๆ อยู่! วิญญาณเหล่านั้นต้องถูกใช้เพื่อปกปิดพลังของเทพแห่งนภา ไม่นะ เมอร์ลินกำลังตกอยู่ในอันตราย!”
จอมเวทย์โมแกนและจอมเวทย์ยาโต้ต่างชำเลืองมองและช่องว่างมิติได้แยกออกจากกันโดยทันที พวกเขาเข้าไปในห้วงมิติและเดินทางผ่านเข้าไป