เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 : บาดเจ็บ

ตอนที่ 43 : บาดเจ็บ

ตอนที่ 43 : บาดเจ็บ


ผ่านไปไม่ถึงนาทีก่อนที่เสียงกรีดร้องของหลินมู่จะดังออกมา ในตอนนี้เสียงก้องกังวาลของการระเบิดได้จางหายไปแล้วและป่าก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง เสียงระเบิดนั้นทำให้สัตว์ป่าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีใครได้ยินเสียงเหล่าสัตว์ในป่าอีกเลย

หลินมู่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่เขายังคงใช้ความคิดได้อยู่ มือซ้ายของเขาบาดเจ็บอย่างรุนแรง กระดูกนิ้วหักและกระดูกแขนก็แทงทะลุออกมาจากศอก โลหิตหยดไหลออกมาจากเนื้อที่ฉีก

พลังที่เกิดจากการหลอมรวมระหว่างพลังชีวิตและพลังปราณนั้นมากเกินไปที่ร่างกายของเขาจะแบกรับไหว ซึ่งทำให้เกิดความคับขันในตอนนี้ขึ้น

หลินมู่พยายามฝืนตั้งสติและเรียกขวดที่มีโอสถฟื้นฟูสี่สายโลหิตออกมาตามสัญชาตญาณ จากนั้นจึงใช้ปากกัดจุกขวดให้โอสถหนึ่งเม็ดเข้าปาก

ทันทีที่โอสถฟื้นฟูสี่สายโลหิตแตะลิ้นหลินมู่ มันก็หลอมละลายและถูกเขากลืนลงไป เมื่อโอสถที่กลายเป็นของเหลวไหลลงกระเพาะ ความรู้สึกเย็นก็กระจายไปทั่วร่างกายและผ่อนคลายเขาจากความทุกข์ระทม

ความเจ็บปวดจางหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เนื้อมือซ้ายของหลินมู่เริ่มกระดิกและคันเล็กน้อย กระดูกที่แทงทะลุออกมาจากศอกค่อย ๆ ถูกดันกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง

นิ้วมือที่หักละเอียดของหลินมู่เองก็ถูกผสานเข้าด้วยกัน เนื้อที่ขาดค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเองกลับมา จากนั้นสิบนาทีมือของหลินมู่ก็ถูกรักษาจนเหมือนใหม่

“โอ้สวรรค์! ข้าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ข้าไม่อยากจะเจ็บแบบนั้นอีกแล้ว”

หลินมู่พูดเสียงดัง

ถ้าหากมีผู้ใดได้เห็นหลินมู่ในตอนนี้พวกเขาจะเห็นหลินมู่ในสภาพที่เหงื่อไหลจนชุ่มตัวและหายใจหอบ

‘ฤทธิ์ของโอสถฟื้นฟูสี่สายโลหิตมันสุดยอดยิ่งกว่าที่ข้าเดาไว้ซะอีก’

หลินมู่คิด

ทันใดนั้นเองหลินมู่ก็รู้สึกแสบร้อนไปทั้งเส้นเลือดและเส้นปราณ

“อ๊ากกก! อะไรกันเนี่ย? ทำไมถึงยังไม่หายเจ็บล่ะ?”

หลินมู่ตะโกน

หลินมู่รู้สึกราวกับเส้นเลือดและเส้นปราณถูกมีดโกนหั่นและกระชากออกจากกัน ความเจ็บแสบร้อนคงอยู่ไม่กี่นาที จากนั้นก็แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ทำให้รู้สึกสบายกาย

หลินมู่รู้สึกถึงพลังปราณที่ไหลผ่านเส้นปราณ เขานั่งลงท่องบทพรากดวงใจเพื่อที่เขาจะได้รับรู้สภาพร่างกายได้อย่างชัดเจน หลินมู่มองดูตันเถียนและพบว่าพลังปราณที่หมดไปถูกฟื้นฟูกลับมาและยังเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

หลินมู่มองดูพลังปราณตัวเองและประเมินว่ามีพลังอยู่ 500 เสี้ยวปราณ

‘พลังปราณข้าเพิ่มขึ้นมหาศาลเช่นนี้เลยรึ? นี่จะต้องเป็นฤทธิ์ของโอสถฟื้นฟูสี่สายโลหิตแน่’

หลินมู่คิด

‘แต่ชายที่ร้านอาหารไม่เคยพูดว่าโอสถมีฤทธิ์เพิ่มพลังบ่มเพาะนี่’

หลินมู่สงสัย

เขาผลักความคิดที่ไม่ต้องการกลับเข้าไปในใจ หลินมู่เลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะได้รับ จากนั้นเขาเดินกลับกระท่อมเพราะเขาใช้พลังชีวิตในกายหมดไปแล้ว

หลินมู่มาถึงกระท่อมหลังจากสิบนาทีและเรียกเนื้อสัตว์จำนวนมากออกมา เขาตั้งเตาเตรียมทำอาหาร เขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากและไม่แม้แต่ปรุงเนื้อด้วยเครื่องเทศ

หลังจากเนื้อสุก หลินมู่กินมันอย่างช้า ๆ ในทีแรกจากนั้นจึงเพิ่มความเร็วในการกินเมื่อพลังชีวิตเริ่มกลับมาแล้ว เนื้อทั้งหมดถูกหลินมู่กินในเวลาไม่นานและถูกร่างกายของเขาย่อย

หลินมู่นั่งลงท่องบทสงบใจเพื่อที่เขาจะได้ฟื้นฟูพลังชีวิตคกลับมา ขณะที่ดูดซึมพลังอยู่นั้นในที่สุดหลินมู่ก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเส้นเลือดของเขาเอง เส้นเลือดของเขาได้ขยายใหญ่และดูแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

‘นี่ข้าทะลวงพลังเป็นขั้น 10 ด้วยเรอะ?’

หลินมู่อึ้งกับตัวเอง

หลังจากที่หลินมู่ดูดซับพลังชีวิตทั้งหมดจากเนื้อสัตว์เสร็จ เขาก็เริ่มยืนยันได้ว่าเขามีร่างกายขั้น 10 แล้ว

“ไม่เพียงแต่โอสถฟื้นฟูสี่สายโลหิตจะเพิ่มพลังปราณของข้า แต่มันยังผลักดันให้ข้ากลายเป็นขั้น 10 ด้วย”

หลินมู่พึมพำ

และเมื่อตอนนี้หลินมู่กลับมามีร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมเต็มที่แล้ว หรือจะบอกว่าดีกว่าเดิมก็ย่อมได้ เขาถึงได้ครุ่นคิดถึงความโชคร้ายก่อนหน้านี้

หลินมู่เข้าใจว่าเขาได้รับประโยชน์ผ่านความเจ็บปวดและเขาเองก็โชคดีอย่างมากที่มีโอสถฟื้นฟูสี่สายโลหิตกับตัว ถ้าหากเขาไม่ได้โอสถจากรอยแยกมิติในวันนั้น วันนี้เขาอาจจะไม่มีชีวิตรอดไปแล้วก็ได้

“ข้าใช้การผสานพลังชีวิตกับพลังปราณไม่ได้อีกแล้ว อย่างน้อยก็จนกว่าจะหาทางแก้ไขได้”

หลินมู่สรุป

‘ต่อให้แค่หมัดทลายศิลาตามปกติก็แข็งแกร่งพอที่ข้าจะใช้ได้กับหลายสถานการณ์แล้ว’

หลินมู่คิด

หลังจากหลินมู่จัดระเบียบความคิดแล้ว ความสนใจของเขาก็ถูกดึงไปหาจุดดำที่ลอยอยู่รอบ ๆ

‘ตอนนี้ข้ามีพลังปราณมากพอแล้ว ถึงเวลาเปิดดูรอยแยกมิติพวกนั้นแล้วสินะ’

หลินมู่คิด

หลินมู่จึงลุกขึ้นเดินไปหาจุดดำที่อยู่ไกลจากเขาเพียงไม่กี่ศอก เขายื่นมือขวาเข้าไป จุดดำขยายเป็นรอยแยกมิติ เขาล่วงมือเข้าไปในรอยแยกและพยายามหาของข้างใน

ความพยายามครั้งแรกของหลินมู่ล้มเหลวเพราะเขาไม่พบอะไรข้างในรอยแยกมิติเลย แต่เขาไม่สูญเสียความหวังและไปต่อที่รอยแยกมิติถัดไป ครั้งนี้เขาเจอของข้างในรอยแยกมิติ

หลินมู่เรียกของสิ่งนั้นออกมาจากแหวนและพบว่าเป็นชิ้นเหล็กเล็ก ๆ ที่หัก ดูเหมือนว่ามันจะเป็นชิ้นส่วนของบางอย่างที่ใหญ่กว่า แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร

หลินมู่ไปดูจุดดำทั้งหมดรอบตัวและหยุดเมื่อหาจุดดำไม่เจออีก เขาเปิดรอยแยกมิติไปทั้งหมด 17 ครั้งและใช้พลังปราณไปราวร้อยเสี้ยว

หลินมู่พบว่าบางรอยแยกมิตินั้นใช้พลังปราณมากกว่า 5 เสี้ยวในการเปิด หลังจากดูรอยแยกมิติทั้งหมดเขาก็ได้ของมาแปดชิ้น แม้ว่าทุกชิ้นจะเป็นของไร้ประโยชน์สำหรับหลินมู่ แต่ก็มีบางอย่างที่ดูน่าสนใจสำหรับเขา

ของที่แปลกประหลาดที่สุดที่เขาเจอในรอยแยกมิตินั้นก็คือหมอนข้างที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี

จบบทที่ ตอนที่ 43 : บาดเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว