- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 471 ผู้ศรัทธาเทพผู้ชั่วร้าย PART 1
WS บทที่ 471 ผู้ศรัทธาเทพผู้ชั่วร้าย PART 1
WS บทที่ 471 ผู้ศรัทธาเทพผู้ชั่วร้าย PART 1
“ดวงใจแห่งจิตที่มีพลังจิตสุดพิเศษ!”
เมอร์ลินตื่นเต้นมาก ในที่สุดเขาก็ปล่อยให้พลังจิตแปรสภาพและรวมตัวเป็นดวงใจแห่งจิต หลังจากควบแน่นแล้ว ปริมาณพลังจิตที่เขาสะสมได้จะเพิ่มอย่างมาก
โดยทั่วไป พลังจิตที่อยู่ต่ำกว่าระดับเจ็ดนั้นมีความคล้ายคลึงกันทั้งหมด ในฐานะนักเวทย์หกธาตุ พลังจิตของเมอร์ลินจำเป็นต้องมีมากกว่านักเวทย์ธรรมดา ดังนั้นแม้ว่าเขาจะมีพลังจิตระดับหกสูงสุด แต่ก็เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะสร้างคาถาระดับห้าทั้งหมด เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนพลังจิตของเขาเป็นระดับเจ็ด
เมื่อไปถึงระดับเจ็ดและได้รับดวงใจแห่งจิตมา ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไข ดวงใจแห่งจิตในปัจจุบันของเขาคือดวงใจแห่งจิตพิเศษซึ่งสามารถเก็บพลังจิตได้มากกว่าที่นักเวทย์ธรรมดาทำได้ มันจะสะสมพลังจิตอย่างต่อเนื่อง จากการคำนวณของเมอร์ลิน ด้วยการสะสมของดวงใจแห่งจิตระดับเจ็ด พลังจิตของเขาจะสามารถสนับสนุนเมอร์ลินได้อย่างเต็มที่ในการสร้างคาถาระดับหกทั้งหมดหรือมันอาจจะสามารถสร้างคาถาระดับเจ็ดได้เช่นกัน
แน่นอนว่านั่นยังคงขึ้นอยู่กับว่าเมอร์ลินสามารถบีบอัดดวงใจแห่งจิตของเขาได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตได้มากเท่าไหร่
มีข่าวลือว่านักเวทย์ที่มีดวงใจแห่งจิตที่ทรงพลัง พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เวทย์มนตร์อย่างเต็มที่ เพียงแค่ความคิดในความว่างเปล่า พวกเขาสามารถใช้พลังจิตของตนสร้างพายุพลังจิตสุดเกรี้ยวกราดขึ้นมาได้ในทันที
แน่นอนว่านั่นก็เป็นข่าวลือเช่นกัน แม้แต่ในยุคอันรุ่งโรจน์ที่สุดของนักเวทย์ ก็มีนักเวทย์น้อยคนนักที่สามารถบีบอัดดวงใจแห่งจิตได้มากขนาดนั้น
ตอนนี้ที่เมอร์ลินได้ดวงใจแห่งจิตแล้ว เขาสามารถเริ่มสร้างคาถาธาตุน้ำแข็งและสายฟ้าระดับห้าที่เหลือได้ อย่างไรก็ตาม เขายังคงต้องใช้พลังงานของแม็กซิมเพื่อให้ได้คาถาระดับห้าใหม่ทั้งหมดสองอัน
คาถาระดับห้าใหม่ทั้งสองต้องใช้พลังงานจากแม็กซิมค่อนข้างมาก ครั้งสุดท้ายที่เขาได้รับคาถาระดับห้าสี่ เขาเกือบจะใช้พลังงานของแม็กซิมแห่งน้ำแข็งจนหมด
ยิ่งระดับคาถาสูงเท่าไร มันนก็ยิ่งยากขึ้นและใช้พลังงานของแม็กซิมมากเท่านั้น โชคดีที่เมอร์ลินค้นพบแม็กซิมแห่งสายฟ้า ดังนั้นการสร้างคาถาระดับห้าทั้งสองคาถา มันคงจะไม่ยุ่งยากมากนัก
“เปิดใช้งาน เดอะเมทริกซ์!”
เมอร์ลินเปิดใช้งานเดอะเมทริกซ์เพื่อเตรียมสร้างคาถาระดับห้าใหม่ที่เหลืออยู่ ทันใดนั้น มีความผันผวนของธาตุเล็กน้อยจากภายนอกประตู
*ปัง!*
ประตูของเมอร์ลินถูกเปิดออกทันทีและพ่อมดดาร่าก็ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“พ่อมดดาร่า!”
เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นและจ้องเขม็งไปที่พ่อมดดาร่าด้วยท่าทางมืดมน เบื้องหลังพ่อมดดาร่าคือท่านหญิงฟิลลีและดาร์คไนท์ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทั้งสองไม่สามารถหยุดพ่อมดดาร่าได้
“นายท่าน เราหยุดพ่อมดดาร่าไม่ได้…”
ดาร์คไนท์ก้มศีรษะลงและพูดอย่างประหม่า
“พ่อมดดาร่า ฉันเกรงว่ามันคงจะไม่เหมาะที่จะบุกเข้าไปมาในห้องของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต”
รัศมีของเมอร์ลินเย็นลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของพ่อมดดาร่ายังคงสุขุมและไม่แยแสกับทัศนคติของเมอร์ลิน เขากระซิบแทนว่า “เมอร์ลิน เราต้องออกจากเมืองดาร่าทันที โอเรสเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
"อืม? เขาเคลื่อนไหวแล้ว?”
ในที่สุดเมอร์ลินก็เข้าใจว่าทำไมพ่อมดดาร่าจึงรีบเข้ามา เป็นเพราะโอเรสได้ทำการเคลื่อนไหวบางอย่าง พ่อมดดาร่าที่ยังคงเฝ้าดูโอเรสอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นตอนที่โอเรสทำอะไร เขาจะสังเกตเห็นได้ทันที
“ดาร์คไนท์ ท่านหญิงฟิลลี พวกคุณรออยู่ที่นี่ ถ้ามีอะไรไว้แจ้งให้ฉันทราบตอนที่ฉันกลับมา!”
หลังจากที่เมอร์ลินออกคำสั่งง่าย ๆ ให้ดาร์คไนท์และท่านหญิงฟิลลี เขาก็รีบออกจากเมืองดาร่าพร้อมกับพ่อมดดาร่า
...
ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เต็มไปด้วยหญ้าเขียวขจี มันทั้งหนาแน่นและสูงไล่ลม ลูกแกะสีขาวหลายตัวซ่อนตัวอยู่ในหญ้าและเพลิดเพลินกับอาหารอันโอชะของพวกมัน
*หวู่ม...*
เมื่อลมโชยพัดมา ทุ่งหญ้าเขียวขจีทั้งหมดก็ดูเหมือนจะเต้นรำ ทำให้ดูคลื่นน้ำทะเลสีเขียวบนพื้นดิน
*พรึ่บ…พรึ่บ*
ร่างสองร่างบินจากระยะไกลและหยุดอยู่เหนือทุ่งหญ้า หนึ่งในนั้นสวมชุดพ่อมดสีดำตัวยาวที่มีใบหน้าของชายหนุ่ม เขามองไปรอบๆ และกระซิบว่า
"พ่อมดดาร่า โอเรสอยู่ที่ไหน? ฉันจำได้ว่าคุณได้ใส่อะไรบางอย่างลงในผลึกทรงจำ มันทำให้คุณรู้ทุกการเคลื่อนไหวโอเรสไม่ใช่เหรอ?”
ร่างทั้งสองคือพ่อมดเมอร์ลินและดาร่าซึ่งรีบบินออกจากเมืองดาร่า อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของพวกเขาดูมืดมนเล็กน้อยและแสดงความหงุดหงิดออกมา
นั่นเป็นเพราะระหว่างทาง พ่อมดดาร่าตระหนักว่าเขาไม่สามารถติดตามที่อยู่ของโอเรสได้อีกต่อไป สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
“ตอนนี้เราจะทำอย่างไรดี? ถ้าโอเรสพบว่าผลึกความทรงจำของคุณมีบางอย่างไม่ปกติ เขาคงจะทำลายมันไปแล้วแน่นอนเพื่อที่เขาจะไม่ถูกติดตาม”
เมอร์ลินมองไปรอบ ๆ นี่คือทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแต่กลับไร้ผู้คน
พ่อมดดาร่าก็รู้ว่ามีความเป็นไปได้สองอย่าง อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจมากในเทคนิคที่เขาใส่ในผลึกความทรงจำ เขาจึงกล่าวว่า
“โอเรสไม่มีทางสังเกตเห็นว่าผลึกความทรงจำถูกติดตั้งอะไรบางอย่างไว้แน่นอน บางทีเขาอาจจะจดจำข้อมูลเกี่ยวกับผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายจากผลึกความทรงจำได้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงทำลายผลึกความทรงจำทิ้งไป!”
หลังจากหยุดครู่หนึ่ง พ่อมดดาร่ากล่าวต่อว่า “แม้ว่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากเล็กน้อยที่ไม่สามารถติดตามที่อยู่ของโอเรสได้ แต่ถ้าเรารีบไปยังที่ที่ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายรวมตัวกัน เราอาจจะสามารถพบโอเรสได้ เรายังสามารถติดตามเขาจากข้างหลังได้
นั่นเป็นทางเลือกเดียวของพวกเขาในตอนนี้ ดังนั้นเมอร์ลินจึงพยักหน้า พ่อมดดาร่าเป็นเจ้าของผลึกความทรงจำที่แท้จริง ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายอยู่ที่ไหน
“แล้วผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายอยู่ที่ไหน? ในทุ่งหญ้าแผ่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาที่นี่ ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายจะซ่อนตัวได้อย่างไร?”
เมอร์ลินค้นหาอย่างระมัดระวังด้วยพลังจิตอีกครั้ง ตอนนี้พลังจิตของเขาใหญ่มากอย่างไม่น่าเชื่อ พลังจิตพิเศษที่ควบแน่นก็ถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าขนาดจะลดลงแต่ปริมาณพลังจิตของเขาก็ไม่เล็กตาม
หลังจากค้นหาด้วยพลังจิต เมอร์ลินสามารถ ‘เห็น’ แมลงตัวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งหญ้า แต่เขาไม่พบผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเลย
*ครืน*
ทันใดนั้น ท้องฟ้าทั้งหมดก็แปรปรวนและอุณหภูมิก็ดูเหมือนจะลดลงในทันทีเช่นกัน ใบหน้าของเมอร์ลินเปลี่ยนไปเมื่อเขารู้สึกถึงความผันผวนของธาตุ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโดยธรรมชาติแต่เป็นเพราะนักเวทย์ที่ร่ายคาถาที่รุนแรงมาก
“มันเป็นของโอเรส!”
พ่อมดดาร่าตะโกนออกมาอย่างมั่นใจ แต่นั่นทำให้เมอร์ลินรู้สึกงงงวยมากขึ้นไปอีก นั่นเป็นเพราะเขาไม่สามารถตรวจจับตำแหน่งเฉพาะของโอเรสได้เลย เขาไม่แน่ใจว่ามีใครอยู่รอบ ๆ ด้วยซ้ำ
พ่อมดดาร่ายิ้มอย่างแผ่วเบาราวกับสัมผัสความสงสัยของเมอร์ลินได้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้คำอธิบายใด ๆ และเพียงแค่กระซิบว่า
“พ่อมดเมอร์ลิน แค่ตามฉันมา แล้วคุณก็จะได้เห็นด้วยตาตัวเอง”
เมื่อพูดอย่างนั้น พ่อมดดาร่าบินไปที่ทุ่งหญ้าอย่างรวดเร็ว เขามองไปรอบ ๆ และชี้เบา ๆ กลางอากาศ
*ฮึ่ม*
นิ้วของเมอร์ลินทำให้บริเวณโดยรอบสั่นสะเทือนราวกับเป็นน้ำ ระลอกคลื่นเริ่มกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง
ขณะที่ระลอกคลื่นกระจายออกไป เมอร์ลินก็ประหลาดใจเช่นกันที่พบว่าบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ว่างเปล่า เผยพื้นที่ว่างที่ไม่มีหญ้าค่อย ๆ ปรากฏขึ้นซึ่งมีรูปปั้นสูงและใหญ่โตมหึมาตั้งอยู่ที่นั่น
รูปปั้นที่สูงตระหง่านนี้เป็นรูปปั้นของเทพเจ้า งูสีดำขนาดใหญ่พันรอบแขนของมนุษย์และบิดตัวไปรอบ ๆ ตัวของมันโดยยกหัวขึ้นสูงเหนือศีรษะของมนุษย์ ทำให้ผู้คนรู้สึกกลัวเมื่อเห็นมัน
“นี่คือเทพผู้ชั่วร้าย! ฮ่าฮ่า ผู้ศรัทธาเหล่านั้นใช้พลังของเทพผู้ชั่วร้ายเพื่อสร้างภาพลวงตาเช่นนี้ ถ้าครั้งที่แล้วฉันไม่ได้บังเอิญเข้ามาที่นี่ ฉันเกรงว่ามันอาจจะหลอกฉันเหมือนกัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเหล่านี้สามารถซ่อนตัวได้นานขนาดนี้”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อมดดาร่ามาที่นี่ เขาเคยบุกเข้าไปในสถานที่แห่งนี้มาก่อนแล้ว แต่เนื่องจากเขาไม่สามารถจัดการกับผู้ศรัทธาเหล่านั้นเพียงลำพังได้ เขาจึงเริ่มคิดแผนการที่แยบยลนี้ขึ้น
“เทพผู้ชั่วร้ายถูกจอมเวทย์โมแกนฆ่าไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ผู้ศรัทธาเหล่านั้นจะยังได้รับพลังจากเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายได้อย่างไร”
เมอร์ลินเข้าใจประเด็นสำคัญในทันที ดูเหมือนว่าผู้ศรัทธาเหล่านี้จะไม่ง่ายที่จะรับมือ พวกเขาสามารถได้รับพลังดังกล่าวจากความศรัทธาในเทพเจ้าที่ชั่วร้ายและสามารถสร้างภาพลวงตาอันยอดเยี่ยมที่หลอกแม้กระทั่งเมอร์ลิน เมอร์ลินไม่สามารถหาตำแหน่งที่แน่นอนได้ แม้ว่าจะมีคนอยู่ข้างในที่กำลังร่ายเวทมนตร์อยู่ก็ตาม
“เทพเจ้าผู้ชั่วร้ายถูกจอมเวทย์โมแกนสังหารจริง ๆ แต่พลังของเทพเจ้าที่ชั่วร้ายนั้นมาจากความศรัทธา ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีคนที่ศรัทธาในเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ต่อให้ตายไปนานแล้วก็ยังสามารถเกิดใหม่ได้ ‘ความลับ’ นี้ไม่ใช่สิ่งที่มีเพียงนักเวทย์ระดับแปดอย่างฉันเท่านั้นที่รู้ บางทีนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ในปราสาทเจิดจรัสก็รู้ ‘ความลับ’ นี้อยู่แล้ว”
ความจริงที่ว่าพ่อมดดาร่ารู้ว่าพลังของเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายนั้นมาจากความศรัทธานั้นช่างน่าอัศจรรย์ทีเดียว ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาโดยปราสาทเจิดจรัส
แม้ว่าพ่อมดดาร่าจะไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนแต่เขาให้คำใบ้แก่เมอร์ลิน เมื่อเขาอยู่ที่ดินแดนอันรุ่งโรจน์ เมอร์ลินได้รับร่องรอยของความเป็นเทพเจ้า ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่าความเป็นเทพเจ้าเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเทพเจ้า
ตราบใดที่ความเป็นเทพเจ้าของพวกเขาไม่ถูกทำลาย เทพเจ้าก็จะไม่ตาย แม้แต่ตำนานอันสูงส่งอันทรงพลังก็ทำได้แค่ผนึกเทพเจ้าที่มีความศักดิ์สิทธิ์และค่อย ๆ ขจัดความเป็นเทพเจ้าของพวกเขาไปอย่างช้า ๆ เป็นเวลานาน ดังนั้นจึงจะเรียกว่าเป็นการสังหารเหล่าทวยเทพโดยสมบูรณ์
เทพเจ้าถูกเปลี่ยนโดยพระเจ้าจากพลังแห่งความศรัทธาที่ไม่มีที่สิ้นสุด คำพูดของพ่อมดดาร่าทำให้เมอร์ลินคิดถึงความเป็นเทพเจ้าในทันที ผู้ศรัทธาในเทพผู้ชั่วร้ายนี้อาจกำลังทำให้เทพเจ้าจุติใหม่ขึ้นอีกครั้ง”
หากเป็นอย่างนั้น สำหรับเมอร์ลิน มันคือโอกาสที่พบเจอได้แต่ไม่มีใครต้องการ ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับรางวัลจากปราสาทเจิดจรัสเท่านั้น แต่เขาอาจมีโอกาสได้รับความเป็นเทพเจ้าอีกด้วย
*แคร่ก*
มีความผันผวนของธาตุน้ำแข็งอีกคลื่นรุนแรงและมีชั้นผลึกน้ำแข็งบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่พื้นอย่างจาง ๆ เมอร์ลินและดาร่ามองหน้ากันและใบหน้าของพวกเขาสดใสขึ้น คนเดียวที่สามารถร่ายคาถาที่นี่ซึ่งเป็นที่ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายรวมตัวกันมีเพียงโอเรสเท่านั้น
“โอเรสเริ่มเปิดฉากโจมตีแล้ว ฮิฮิ เราจะตามหลังและรอจนกว่าเขาจะเพลี่ยงพล้ำโดยสมบูรณ์ จากนั้นเราจะกำจัดผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายทั้งหมดในคราวเดียว!”
การแสดงออกถึงความคาดหวังปรากฏบนใบหน้าของพ่อมดดาร่า จากนั้น พวกเขาแอบเข้ามาด้านหน้าซึ่งมีความผันผวนของพลังธาตุที่แข็งแกร่งที่สุด