เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 432 หนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สาม PART 1

WS บทที่ 432 หนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สาม PART 1

WS บทที่ 432 หนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สาม PART 1


กำลังโหลดไฟล์

"พวกแกเป็นใคร!? ที่นี่เป็นเขตหวงห้าม พวกแกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ยอดเขาเสียดนภา ออกไปเดี๋ยวนี้!”

แม้เจ้าของเสียงอยู่ห่างไกลแต่เสียงของพวกเขาได้เคลื่อนไปข้างหน้ามาถึงพวกเมอร์ลิน พวกเขาเป็นนักเวทย์จากตระกูลมิลล์ที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเมอร์ลินอย่างดุร้าย

ในเวลานี้ เมอร์ลินและคนอื่น ๆ ได้กระตุ้นการทำงานของวงแหวนเวทย์โดยไม่ได้ตั้งใจ แม้ว่าวงแหวนเวทย์จะถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันโดยตระกูลมิลล์แต่ฝีมือของพวกเขาค่อนข้างต่ำและไม่มีพลังมากนัก

เมอร์ลินจึงไม่คิดจะใช้แก่นแท้แห่งรูนเพื่อถอดรหัสมัน เขาตัดสินใจใช้พลังทำลายวงแหวนเวทย์โดยตรง

“จงแผดเผา!”

เปลวไฟพุ่งออกมาจากนิ้วของเมอร์ลิน ในชั่วพริบตา ไฟขนาดใหญ่ก็โหมกระหน่ำรอบตัวพวกเขา เปลวเพลิงสีขาวซีดขยายอุณหภูมิสูงอย่างน่ากลัว ภายใต้การเผาไหม้ที่รุนแรงของเพลิงแผดเผา วงแหวนเวทย์ที่ส่องสว่างได้สลายหายไป

*หวู่ม*

เมอร์ลินและคนอื่น ๆ ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่เชิงเขา ร่างที่บินเข้าหาพวกเขาจากระยะไกลต่างประหลาดใจเล็กน้อย แน่นอนว่า พวกเขารู้ดีถึงวงเวทย์รูนที่ล้อมรอบยอดเขาทะลุฟ้า การที่พวกเขาปรากฏอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขามั่นว่าพวกเขาสามารถทำลายวงแหวนเวทย์ได้

"พวกแกเป็นใคร? ที่นี่เป็นพื้นที่หวงห้ามของตระกูลมิลล์ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต!”

จากเบื้องล่าง พ่อมดชราบินตรงมาหาพวกเขา เขามองดูเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ด้วยความระมัดระวัง

เมอร์ลินมองนักเวทย์จากตระกูลมิลล์อย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ฉันต้องการขึ้นไปที่ยอดเขาเสียดนภา!”

เมื่อเขาพูดจบ เมอร์ลินก็ละสายตาจากพวกเขาและมุ่งหน้าไปยังยอดเขาเสียดนภา

ทุกเวลาที่เสียไป พลังงานของแม็กซิมกำลังจะหมดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่เต็มใจที่จะเสียเวลากับตระกูลมิลล์

*หวู่ม*

เมื่อเห็นว่าเมอร์ลินและคนอื่น ๆ เพิกเฉยต่อพวกเขาทั้งหมด นักเวทย์จากตระกูลมิลล์ดูโกรธเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาจะพูดอะไรอีก พวกเขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของธาตุที่พ่อมดเออร์นี่และวัตสันปล่อยออกมา

“ระดับเจ็ด!”

ร่องรอยความตกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพ่อมดชรา พวกเขาเหล่านี้เป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด ความผันผวนของธาตุที่ปล่อยออกมาจากร่างกายทั้งสองนั้นเป็นลักษณะเฉพาะของนักเวทย์ระดับเจ็ด

ความจริงที่ว่าผู้ติดตามทั้งสองเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด พร้อมด้วยพฤติกรรมที่เคารพต่อเมอร์ลิน พ่อมดชราอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจเล็กน้อย เขาไม่รู้จะพูดอะไรออกมา เขาทำได้เพียงมองไปที่เมอร์ลินและคนอื่น ๆ บินไปยังยอดเขาเสียดนภา

“ยอดเขาเสียดนภาเป็นรากฐานของตระกูลเรา พวกเราไม่ยอมให้คนนอกเข้าออกโดยง่ายอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดอย่างน้อยสองคน ดังนั้นเราจึงต้องขอให้พ่อมดระดับเจ็ดของเราจัดการพวกเขาแทน”

ตระกูลมิลล์เป็นตระกูลตระกูลนักเวทย์ที่น่าเกรงขาม แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีนักเวทย์ระดับเก้าเช่นเดียวกับดินแดนมนต์ดำ แต่พวกเขาก็มีนักเวทย์ระดับเจ็ดจำนวนหนึ่ง!

นักเวทย์ระดับเจ็ดเหล่านี้มีหน้าที่ปกป้องตระกูลมิลล์ ดังนั้นหากไม่ใช่สถานการณ์ที่เลวร้ายจริง ๆ พวกเขาจะไม่ถูกเรียกตัวออกมา

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เมอร์ลินและคนอื่น ๆ ยืนกรานที่จะเข้าสู่ยอดเขาเสียดนภา เนื่องจากนี่เป็นรากฐานของตระกูลมิลล์ซึ่งที่นั่นมี ‘ความลับ’ ที่พวกเขาไม่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว พ่อมดชราก็รีบบินไปยังตระกูลมิลล์ที่เชิงเขาอย่างรวดเร็ว

...

ในระหว่างบินขึ้นสู่ยอดเขาเสียดนภา พ่อมดเออร์นี่สังเกตการณ์รอบ ๆ ภูเขาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เขาจึงสังเกตเห็นการจากไปของพ่อมดชราได้ทันที

"นายท่าน พ่อมดจากตระกูลได้ถอยไปแล้วแต่ฉันเกรงว่าพวกเขาจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ!" เออร์นี่เตือนเมอร์ลินอย่างระมัดระวัง

"ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา!"

เมอร์ลินกล่าวอย่างเย็นชา เขาไม่สนใจเรื่องของตระกูลมิลล์ แต่หากพวกเขายังไม่หยุดตอแย เขาก็เริ่มที่จะหมดความอดทน ตอนนี้เขาเริ่มชื่นชอบการนองเลือดแล้ว

เขารู้ว่านี่เป็นเพราะอิทธิพลของดวงตาความมืดแต่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้

"หืม? ดูเหมือนจะมีบางอย่างเกิดขึ้น"

เมอร์ลินให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับหนังสือสองเล่มในมือของเขา ตอนที่อยู่ตรงเชิงเขา เขาไม่พบการเปลี่ยนแปลงของพวกมัน อย่างไรก็ตามตอนนี้ พวกมันกำลังเปล่งประกายนุ่มนวล สิ่งนี้ยืนยันว่ายอดเขาเสียดนภามีหนังสือเล่มที่สามของหนังสือแห่งนิรันดร์

เนื่องจากตอนนี้มีเบาะแสที่ชัดเจน เมอร์ลินจึงไม่ลังเลและเร่งความเร็วไปยังยอดของภูเขา อย่างไรก็ตามภูเขานี้เรียกว่ายอดเขาเสียดนภา แม้จะบินเข้าสู่ก้อนเมฆแต่เขาก็ยังไม่ถึงยอดเขา

*หวู่ม...*

ในที่สุด ร่างเงาสองสามร่างลงจอดบนยอดเขา เนื่องจากความสูงที่เหลือเชื่อของยอดเขาเสียดนภาจึงทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นและลมพัดแรงที่พัดบนใบหน้าของพวกเขาเหมือนมีดที่คมกริบซึ่งทำให้เกิดอาการชาบนใบหน้าของพวกเขา

โชคดีที่พวกเขาทั้งหมดมีคาถาป้องกันและร่างกายของเมอร์ลินที่แข็งแกร่ง ดังนั้นจึงไม่มีใครใส่ใจกับสภาพอากาศที่เลวร้ายของที่นี่

เมอร์ลินจ้องมองทั่วบริเวณยอดเขา ที่แห่งนี้มีพื้นดินถูกทิ้งร้าง มีหลุมบ่อกระจัดกระจายคล้ายกับที่แห่งนี้มีการต่อสู้ครั้งใหญ่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามในมุมหนึ่งของยอดเขายังคงมีพื้นที่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยวงแหวนเวทย์ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของที่ตระกูลมิลล์ติดตั้งไว้

ยอดเขาเสียดนภาทั้งหมดถูกครอบครองโดยตระกูลมิลล์มาเป็นเวลาหลายปีดังนั้นพวกเขาจึงต้องค้นพบสิ่งที่ไม่เหมือนใคร เมอร์ลินจึงเป็นกังวลว่าหนังสือเล่มที่สามของหนังสือแห่งนิรันดร์และแม็กซิมจะถูกค้นพบโดยพวกเขาแล้ว

เมื่อเมอร์ลินเข้าไปหาวงแหวนเวทย์ หนังสือสองเล่มของหนังสือแห่งนิรันดร์ในมือของเขาเปล่งประกายยิ่งขึ้นกว่าเดิม นี่แสดงว่าหนังสือเล่มที่สามอาจวางอยู่ในวงแหวนเวทย์เบื้องหน้า ไม่อย่างนั้น หนังสือสองเล่มนี้จะไม่แสดงปฏิกิริยาดังกล่าว

วงแหวนเวทย์เหล่านี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่เชิงเขา ดังนั้นเมอร์ลินจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องพึ่งพาพลังของแก่นแท้แห่งรูน จากนั้นแก่นแท้แห่งรูนปรากฎบนหว่างคิ้วของเขาอย่างแผ่วเบาและเริ่มตรวจสอบวงแหวนเวทย์

*ฮึ่ม*

เมื่อแก่นแท้แห่งรูนถูกเปิดใช้งาน วงแหวนเวทย์เบื้องหน้าเขาถูกถอดรหัสอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงสามารถฝ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย

ในขณะที่เป็นเมอร์ลินกำลังเตรียมที่จะก้าวผ่านวงแหวนเวทย์เข้าไปข้างใน ทันใดนั้นพลังจิตอันมหึมาบางอย่างปรากฏขึ้นทันทีและมุ่งตรงเข้าสู่เมอร์ลินและคนอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว

"หื้ม?"

เมอร์ลินหันไปและจ้องมองไปที่ท้องฟ้าในระยะไกล

พ่อมดเออร์นี่และพ่อมดวัตสันชักสีหน้าที่ไม่ค่อนสู้ดีออกมา เนื่องจากพลังจิตของฝ่ายตรงข้ามกำลังกวาดทั่วยอดเขาเสียดนภาอยู่นั้นมีพลังที่เหนือกว่า บางทีพวกเขาอาจจะมีพลังมากกว่าเออร์นี่และวัตสันก็เป็นได้

"นายท่านมีใครบางคนกำลังจะเข้ามา!"

พ่อมดเออร์นี่และพ่อมดวัตสันตื่นตัวทันที นักเวทย์ที่มาคราวนี้เป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดทั้งสามคน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลมิลล์

*พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ*

ในไม่ช้าทั้งสามร่างก็มาถึงยอดเขา พวกเขาแต่งตัวในเสื้อคลุมสีม่วง พวกเขาจ้องมองมาเบื้องหน้าด้วยสายตาอันเฉียบคม ความผันผวนของธาตุที่แข็งแกร่งในร่างกายของพวกเขาได้เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดที่ทรงพลัง!

"ยอดเขาเสียดนภาเป็นสถานที่สำคัญของตระกูลมิลล์ เราหวังว่าพวกท่านจะเข้าใจเรื่องนี้ดีแต่พวกท่านกลับบุกมาที่นี่โดยข้ามหัวพวกเราไป พวกท่านจะต้องแบกรับผลที่ตามมา! "

เมอร์ลินและคนอื่น ๆ มองกลุ่มผู้มาเยือนใหม่ด้วยสายตาที่ระมัดระวัง

"แบกรับผลที่ตามมา?"

เออร์นี่เยาะเย้ยและก้าวไปข้างหน้า "เห็นที่พวกเราจะทำตามคำขอของพวกท่านไม่ได้ เนื่องจากนายท่านของฉันต้องการของบางอย่างที่ยอดเขาเสียดนภา!"

"นายท่าน?"

กลุ่มนักเวทย์ระดับเจ็ดทั้งสามคนประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนคนที่ถูกเรียกว่า ‘นายท่าน’ จะต้องเป็นบุคคลที่พวกเขาต้องระวังตัวมากที่สุด

ดังนั้นทั้งสามคนจึงจ้องมองไปที่เมอร์ลิน

เมอร์ลินขมวดคิ้ว หนังสือเล่มที่สามของหนังสือแห่งนิรันดร์ถูกค้นพบแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับตระกูลมิลล์อีกต่อไป อารมณ์รุนแรงเริ่มปะทุขึ้นมาในหัวใจของเขา

“นครเกล็ดน้ำแข็ง จงปราบปราม!”

*บูม!*

เมื่อคำสั่งของเมอร์ลินหลุดออกจากริมฝีปากของเขา อากาศโดยรอบในบรรยากาศก็หยุดนิ่งและชั้นของรังสีแสงโปร่งแสงก็ห่อหุ้มนักเวทย์เหล่านี้ไว้

*แคร่ก*

แม้แต่พื้นดินก็เริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง การแสดงออกของนักเวทย์ระดับเจ็ดจากตระกูลมิลล์ก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขารู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาเริ่มแข็งทื่อ

นครเกล็ดน้ำแข็งเป็นพลังปีศาจแพนโดร่าแบบพิเศษที่คิดค้นโดยมหาจอมเวทย์แห่งน้ำแข็ง แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์กับโฮมุนครุสของพ่อมดแบล็กเมิร์ก เนื่องจากร่างกายของมันแข็งแกร่งเกินไปแต่สำหรับนักเวทย์ระดับเจ็ดทั้งสามคน นครเกล็ดน้ำแข็งก็สามารถจัดการพวกเขาได้อย่างสบาย ๆ

พ่อมดระดับเจ็ดทั้งสามนี้ไม่มีพลังปีศาจแพนโดร่า ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่าอ่อนแอที่สุดในบรรดานักเวทย์ระดับเจ็ดทั้งหมด เสื้อคลุมบนร่างกายของพวกเขา ตลอดจนคาถาป้องกันของพวกเขาล้วนไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังเยือกแข็งของนครเกล็ดน้ำแข็ง

"จงแผดเผา!"

เมอร์ลินโบกมือของเขาอย่างไร้ความปราณีและเปลวเพลิงที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็ลุกไหม้ซึ่งทำให้ทุ่งหิมะกลายเป็นทะเลเพลิงในพริบตา

ด้วยพลังการปราบปรามและการผูกมัดของนครเกล็ดน้ำแข็ง แถมยังมีพลังโจมตีอันรุนแรงของเพลิงแผดเผา การรวมกันของสองพลังที่อยู่คนละขั้วนี้ยากต่อการรับมือ แม้แต่พ่อมดระดับเจ็ดที่มีพลังปีศาจแพนร่าแบบหลอมรวมยังยากที่จะรับไหว นับประสาพ่อมดระดับเจ็ดที่อ่อนแอที่สุด

ดังนั้นสามพ่อมดระดับเจ็ดที่กล้าหาญจึงไม่มีโอกาสได้ลงมือทำอะไร พวกเขาได้กลายเป็นขี้เถ้าท่ามกลางเปลวเพลิงในพริบตา

“เออร์นี่ วัตสัน หมายเลขสาม พวกคุณทุกคนรออยู่ที่นี่ หากมีใครขึ้นมาที่ยอดเขาอีก จัดการฆ่าพวกเขาซะ!”

เมอร์ลินสลายเปลวเพลิงของเขาออกไปและนครเกล็ดน้ำแข็งก็ค่อย ๆ หายไป อย่างไรก็ตาม เออร์นี่และวัตสันต่างก็เบิกตากว้าง พวกรู้สึกสั่นกลัวไปถึงสันหลัง

นักเวทย์จากตระกูลมิลล์ พวกเขาล้วนเป็นพ่อมดระดับเจ็ด แม้ว่าพวกเขาจะอ่อนแอและไม่มีพลังปีศาจแพนโดร่าแต่พวกเขายังคงเป็นพ่อมดระดับเจ็ด!

พ่อมดระดับเจ็ดที่ทรงพลังเหล่านี้ถูกเมอร์ลินฆ่าเพียงแค่โบกมือไม่กี่ครั้งและไม่สามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย พลังของเมอร์ลินทำให้เออร์นี่และวัตสันรู้สึกกดดันอีกครั้ง

"ขอรับ นายท่าน!"

แม้ว่าความกลัวของพวกเขาจะสั่นคลอนถึงขั้วหัวใจแต่เออร์นี่และวัตสันก็ไม่กล้าที่จะละเลยหรือไม่เชื่อฟังคำสั่งของเมอร์ลิน

“ฟู่…”

เมอร์ลินถอนหายใจยาว หากปราศจากการยุ่งวุ่นวายจากตระกูลมิลล์ เรื่องมันก็ง่ายขึ้นมาก ดังนั้นตอนนี้เขาจึงสามารถค้นหาหนังสือเล่มที่สามของหนังสือแห่งนิรันดร์ได้โดยไม่มีใครรบกวน

ดังนั้น เมอร์ลินจึงหันกลับมาอย่างรวดเร็วและหรี่ตาของเขาไปที่วงแหวนเวทย์ที่ซับซ้อนบนยอดเขา

จบบทที่ WS บทที่ 432 หนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สาม PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว