เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 375 ป้อมปราการทรายดำ PART 2

WS บทที่ 375 ป้อมปราการทรายดำ PART 2

WS บทที่ 375 ป้อมปราการทรายดำ PART 2


กำลังโหลดไฟล์

เมอร์ลินและคนอื่น ๆ เดินตามนักเวทย์จากป้อมปราการทรายดำ ในขณะที่พวกเขาค่อย ๆ เดินไปข้างใน เมอร์ลินเห็นนักเวทย์จำนวนมากที่มีเครื่องแต่งกายต่างกันและนักเวทย์แต่ละคนก็ปล่อยพลังธาตุอันผันผวนออกมาอย่างมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่านักเวทย์ที่สวมฮู้ดสีทอง พวกเขามีความผันผวนของธาตุที่ทรงพลังอย่างมากที่เปล่งออกมาจากร่างกาย แม้แต่นักเวทย์ระดับแปดที่เมอร์ลินเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ก็ยังมีพลังที่อ่อนแอกว่าพวกเขา

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นนักเวทย์ระดับเก้า ในบรรดาองค์กรนักเวทย์ขนาดเล็ก เช่น ดินแดนมนต์ดำ นักเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดของพวกเขาก็ยังเป็นเพียงนักเวทย์ระดับเก้า

แต่เบื้องหน้ากลับมีนักเวทย์ระดับเก้าอยู่หลายคน เห็นได้ชัดว่านี่คือขุมพลังที่องค์กรนักเวทย์ขนาดเล็กยากที่จะไปถึง แม้แต่องค์กรนักเวทย์ขนาดกลางก็ยังไม่มีพลังที่จะส่งนักเวทย์ระดับเก้าจำนวนดังกล่าวมายังป้อมปราการทรายดำ

เฉพาะองค์กรนักเวทย์ขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะมีความแข็งแกร่งเช่นนี้!

นักเวทย์สองคนที่นำเมอร์ลินและคนอื่น ๆ พวกเขาเห็นกลุ่มนักเวทย์ที่ฮู้ดที่ประดับด้วยทองคำและการแสดงออกของพวกเขาได้เปลี่ยนไป จากท่าทางหยิ่งยโสก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยความกลัว

พวกเขาสามารถกระตุ้นความกลัวของนักเวทย์จากป้อมปราการทรายดำได้ เมอร์ลินคิดว่าฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

“พวกเขาคือนักเวทย์จากหนามแห่งเงา ทุกคนอย่าไปมีเรื่องกับพวกเขาเด็ดขาด!”

พ่อมดฮิวเซียสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของนักเวทย์เหล่านี้และพูดเบา ๆ ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็พาคนอื่น ๆ ให้อยู่ห่างจากกลุ่มของนักเวทย์ที่สวมฮู้ดสีทอง

นอกจากเมอร์ลินแล้ว นักเวทย์คนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทุกคนรู้จักหนามแห่งเงา มีเพียงเมอร์ลินเท่านั้นที่ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับพวกเขา

ขณะที่เมอร์ลินกำลังสงสัย เสียงของพ่อมดลีโอก็ดังขึ้นข้างหูของเมอร์ลิน “หนามแห่งเงาเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แม้ว่าจะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดแต่ก็เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและไร้สามัญสำนึกมากที่สุด นั่นจึงทำให้นักเวทย์จากที่นี่มีนิสัยที่แปลกประหลาดมาก ประกอบกับนักเวทย์หลายคนที่นี่ล้วนแล้วแต่บิดเบี้ยวทางจิตใจอย่างมากจึงทำให้พวกเขาถูกองค์กรนักเวทย์หลายแห่งปฏิเสธที่จะคบค้าสมาคมด้วย”

หลังจากหยุดชั่วคราว พ่อมดลีโอก็พูดต่อ “อย่างไรก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะองค์กรนักเวทย์ขนาดใหญ่บางแห่งกำลังวางแผนที่จะต่อสู้กับออสมู พวกเขาจำเป็นต้องผูกมิตรกับหนามแห่งเงาอีกครั้ง นักเวทย์ส่วนใหญ่จากหนามแห่งเงานั้นโหดเหี้ยมอย่างยิ่งและมีจิตใจที่บิดเบี้ยว ความคิดของคนธรรมดาไม่สามารถคาดเดาได้ เป็นการดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา มิฉะนั้นจะไม่มีใครรู้ว่านักเวทย์จากหนามแห่งเงาจะโต้ตอบกลับมาอย่างไร”

อย่างที่พ่อมดลีโอได้พูดไว้ ชื่อเสียงของหนามแห่งเงานนั้นไปในเชิงลบมาก ไม่เพียงเท่านั้น ตัวนักเวทย์จากองค์กรนี้ยังประกอบไปด้วยนักเวทย์โหดเหี้ยม แม้พวกเขาจะไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุที่จับคนมาทำโฮมุนครุสแต่บางคนมีคาถาหุ่นเชิดร่ายใส่คนโดยตรง

แม้ว่าพื้นฐานของในหมู่นักเวทย์จะไม่มีความแตกต่างระหว่างนักเวทย์ที่ดีหรือชั่วร้ายแต่นักเวทย์ส่วนใหญ่รู้สึกรังเกียจกับพฤติกรรมของนักเวทย์จากหนามแห่งเงา

เมื่อนักเวทย์จากหนามแห่งเงาเดินผ่านเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ทุกคนดูเหมือนจะรู้สึกหนาวยะเยือก พลังไร้รูปลักษณ์พุ่งเข้ากดดันพวกเขาอย่างรุนแรง

“ฟู่...”

หลังจากที่นักเวทย์จากหนามแห่งเงาออกไปแล้ว ในที่สุด นักเวทย์หลายคนก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกและถอนหายใจออกอย่างหนัก

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ เราควรรีบไปที่สถานที่ประชุมสุดยอดที่กำลังจะเริ่มในไม่ช้า!”

นักเวทย์สองคนจากป้อมปราการทรายดำได้ชักสีหน้ากลับมาเย่อหยิ่งตามเดิม เมื่อพวกเขาอยู่เบื้องหน้านักเวทย์จากดินแดนมนต์ดำ

ฮิวเซียสและพ่อมดลีโอทนได้เพราะไม่มีเหตุผลที่จะทะเลาะกับ ‘พวกไร้หัวนอนปลายเท้า’ อย่างสองคนนี้ อย่างไรก็ตาม ในฐานะสมาชิกอย่างเป็นทางการของดินแดนมนต์ดำ อย่างแม่มดซาร่าห์, พ่อมดเอนเวียและคนอื่นๆ ไม่สามารถทนต่อสิ่งนี้ได้อีกต่อไป

“ในฐานะพ่อมดที่ต้อนรับจากป้อมปราการทรายดำ ถึงพวกคุณจะไม่แจ้งให้พวกเราทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในป้อมปราการทรายดำ มันก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อย ๆ พวกคุณก็ให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับองค์กรนักเวทย์ที่เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดนี้แก่เราบ้างไม่ใช่รึไง?” แม่มดซาร่าห์ถามอย่างเย็นชา

หนึ่งในนักเวทย์มนต์จากป้อมปราการทรายดำเหลือบมองแม่มดซาร่าห์และพูดอย่างดูถูกว่า “แล้วไง ถึงพวกดินแดนมนต์ดำจะรู้เรื่องพวกนั้นไป พวกคุณก็คงได้ที่โหล่แบบในการประชุมสุดยอดครั้งก่อนอยู่ดี มันคงไม่มีประโยชน์ที่จะบอกพวกคุณรู้!”

นักเวทย์สองคนรู้ดีถึงสถานการณ์ของดินแดนมนต์ดำมานานแล้ว ทุกครั้งที่ดินแดนมนต์ดำเข้าร่วมในการประชุมสุดยอด พวกเขาจะถูกกำจัดทิ้งในรอบแรกในการแข่งขันตลอด

ดังนั้นนักเวทย์ทั้งสองจึงแสดงท่าทีหยิ่งผยองอย่างไม่แยแสต่อเกียรติภูมิของดินแดนมนต์ดำ

“เฮอะ! แม้ว่าดินแดนมนต์ดำจะเป็นเพียงองค์กรเล็ก ๆ แต่มันก็มากเกินพอที่จะจัดการกับพวกแกได้!”

คนที่พูดคือพ่อมดอิลแมน เขากล่าวพร้อมเสกอักษรรูนลึกลับปรากฏขึ้นข้างหลังเขาอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตา พวกมันก็ก่อตัวเป็นวงกลมล้อมรอบนักเวทย์ทั้งสองแห่งป้อมปราการทรายดำและขังพวกเขาไว้ข้างใน

“ก็แค่วงเวทย์รูนจะทำอะไรพวกเราได้?”

นักเวทย์ทั้งสองแห่งป้อมทรายดำไม่กลัวเลย อันที่จริง พวกเขามีความมั่นใจที่จะแสดงท่าทีอย่างนั้น ในฐานะที่เป็นนักเวทย์จากองค์กรนักเวทย์ขนาดใหญ่ ประสบการณ์และความรู้ที่ส่งต่อไปยังพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่องค์กรขนาดเล็กอย่างดินแดนมนต์ดำจะสามารถเปรียบเทียบได้

ดังนั้นแม้ว่านักเวทย์คนอื่น ๆ อาจถูกจับโดยวงแหวนเวทย์ของพ่อมดอิลแมนแต่นักเวทย์ทั้งสองจากป้อมปราการทรายดำต่างหัวเราะเยาะเย้ยและดึงอักษรรูนลึกลับหลายอันต่อเนื่องกันซึ่งหลอมละลายอย่างรวดเร็วในวงแหวนเวทย์ของอิลแมน

*ฟู่*

พ่อมดอิลแมนเดิมทีต้องการจะสอน ‘บทเรียน’ ให้กับนักเวทย์ทั้งสองคนนี้แต่ตอนนี้ วงเวทย์รูนที่เขาใช้นั้นถูกทำลายโดยง่าย อักษรรูนบางอันก็เปลี่ยนไปและมันก็กลายเป็นวงเวทย์รูนที่ต่างออกไปซึ่งต่อมาก็ระเบิดไปทางพ่อมดอิลแมน

ใบหน้าของพ่อมดอิลแมนซีดลงในทันที เขากัดฟันและร่ายคาถาประเภทป้องกันออกมาจากร่างกายของเขา ขณะที่เขาเตรียมที่จะต่อสู้ เปลวไฟสีขาวก็ลุกขึ้นทันทีและล้อมรอบวงแหวนเวทย์กลางอากาศ

เปลวไฟที่โหมกระหน่ำปราบปรามวงแหวนเวทย์อันลึกลับ ในไม่ช้าอักษรรูนก็ค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่จะสลายไป พวกมันถูกทำลายโดยเปลวเพลิงสีขาว

"นี่มัน…"

นักเวทย์ทั้งสองเห็นเปลวไฟสีขาวและมองไปที่เมอร์ลินทันทีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาที่เฉียบคม เห็นได้ชัดว่าเปลวเพลิงสีขาวนี้ไม่ธรรมดา

แม้ว่าการโต้กลับของพวกเขาจะดูสงบและเงียบแต่ในความเป็นจริง มันมีพลังที่แม้แต่นักเวทย์ระดับสี่ธรรมดาก็ไม่สามารถหยุดได้

อย่างไรก็ตาม พลังที่น่าเกรงขามดังกล่าวได้ถูกกำจัดโดยพลังของเมอร์ลินด้วยการโบกมือธรรมดา ๆ สิ่งนี้ทำให้นักเวทย์สองคนจากป้อมปราการทรายดำหวาดกลัวอย่างมาก

ความผันผวนของพลังธาตุในร่างกายของเมอร์ลินนั้นชัดเจนในระดับสามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันสามารถทะลุผ่านวงเวทย์รูนของนักเวทย์ระดับสี่ได้อย่างง่ายดาย นี่แสดงให้เห็นว่าเมอร์ลินไม่ธรรมดาเลย

ในขณะที่นักเวทย์สองคนจากป้อมปราการทรายดำกำลังเตรียมที่จะใช้คาถาที่รุนแรงกว่า โลกของพวกเขาก็หมุนไปอย่างกะทันหัน และพวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอยู่ในอากาศและทุกที่ที่พวกเขามองเป็นเพียงทะเลทรายที่ไร้ขอบเขต

“ภาพลวงตา?”

นักเวทย์ทั้งสองคนเข้าใจทันทีว่ามันเป็นภาพลวงตา นอกจากนี้ พวกเขายังติดอยู่ในภาพลวงตานี้โดยที่พวกเขาไม่ได้สังเกต มีเพียงพ่อมดลีโอเท่านั้นที่สามารถทำสิ่งนี้ได้

ภาพลวงตาหายไปอย่างรวดเร็วและนักเวทย์ทั้งสองก็สามารถมองเห็นสถานการณ์โดยรอบได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง พ่อมดลีโอดูเหมือนเขาจะไม่ได้เคลื่อนไหวเลยและดูสงบเช่นเคย แต่ภาพลวงตาก่อนหน้านี้ทำให้นักเวทย์ระดับสี่สองคนรู้สึกหมดหนทาง

แม้ว่านักเวทย์จากป้อมปราการทรายดำจะเย่อหยิ่งแต่พวกเขาก็ค่อนข้างกลัวพ่อมดลีโอ ไม่มีใครที่จะไม่ได้ยินตำนานของดวงตาแห่งความมืดของพ่อมดลีโอ

“ข้างหน้าคือสถานที่จัดการประชุมสุดยอด องค์กรนักเวทย์จำนวนหนึ่งได้มารวมตัวกันที่นั่นแล้ว!”

เสียงของนักเวทย์ทั้งสองดังขึ้นอีกครั้งและบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่เดิมก็ค่อย ๆ คลายลงอย่างรวดเร็ว ภาพมายาก่อนหน้านี้เป็นคำเตือนของพ่อมดลีโอว่าหากพวกเขายังคงแสดงท่าทีเย่อหยิ่งต่อไป พวกเขาอาจจะไม่ถูกโยนลงไปในภาพลวงตาเพียงครู่เดียว แต่จะติดอยู่ในนั้นตลอดไป

ทุกคนจากดินแดนมนต์ดำถูกจัดให้อยู่ในมุมที่ห่างไกลซึ่งแทบไม่มีใครสังเกตเห็น รอบ ๆ พวกเขามีองค์กรนักเวทย์ขนาดเล็กที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เช่นเดียวกับตระกูลนักเวทย์ผู้แข็งแกร่ง

ตระกูลนักเวทย์เหล่านี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกับองค์กรนักเวทย์ได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อจัดการกับออสมู ป้อมปราการทรายดำและองค์กรนักเวทย์ขนาดใหญ่อื่น ๆ จึงจำเป็นต้องนำกองกำลังต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา พร้อมเสนอผลประโยชน์ที่น่าสนใจ

ดังนั้นของรางวัลของการประชุมสุดยอดนี้มีค่อนข้างมาก แม้แต่องค์กรนักเวทย์ขนาดเล็กบางแห่งก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสมัน

“ฮ่าฮ่า ฮิวเซียส ดินแดนมนต์ดำของคุณมาถึงช้ามากนะ!”

หลังจากที่ทุกคนจากดินแดนมนต์ดำนั่งลงแล้วก็มีเสียงมาจากอีกด้านหนึ่งดังขึ้นมา เจ้าของเสียงคือนักเวทย์สวมชุดคลุมสีแดงเข้ม

รอบ ๆ พ่อมดที่สวมชุดสีแดงเลือดมีนักเวทย์หลายคนแต่งตัวในลักษณะเดียวกัน เมื่อพวกเขามารวมกัน มันก็เหมือนกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ

พวกเขาคือนักเวทย์แห่งเมืองอัคคี!

พ่อมดฮิวเซียสก็หัวเราะเช่นกัน แม้ว่าจะมีการแข่งขันอย่างลับ ๆ แต่ภายนอกความสัมพันธ์ระกับเมืองแห่งอัคคีและป้อมอเวจีรวมถึงแคว้นแห่งธุลีล้วน ‘รวมกันเป็นหนึ่ง’ อย่างน้อย ในสายตาของคนนอก องค์กรเหล่านี้มีความสัมพันธ์ที่มั่นคงมากและรวมเป็นองค์กรเดียว หากใครต้องการจัดการกับพวกเขา มันคงจะเป็นที่เรื่องยากมาก

จบบทที่ WS บทที่ 375 ป้อมปราการทรายดำ PART 2

คัดลอกลิงก์แล้ว