เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 : นิกายกฎนภากำลังแตกตื่น

ตอนที่ 30 : นิกายกฎนภากำลังแตกตื่น

ตอนที่ 30 : นิกายกฎนภากำลังแตกตื่น


ณ นิกายกฎนภา ตำหนักใหญ่

เจ้านิกายกฎนภานั่งอยู่บนบัลลังก์ภายในโถงขนาดใหญ่ บุรุษสตรีหลาบสิบคนอยู่อยู่ที่โถงแห่งนี้ บ้างก็นั่งด้านหน้าด้วยเก้าอี้สง่างาม บ้างก็นั่งข้างหลังด้วยเบาะเรียบง่าย ส่วนที่เหลือทั้งหมดนั้นต่างยืนแผ่นหลังชนกำแพงข้างหลังผู้เฒ่าของพวกเขาแต่ละคน

นี่คือโถงใหญ่แห่งนิกายกฎนภา เป็นสถานที่ที่การตัดสินใจที่ทำให้โลกสั่นคลอนเกิดขึ้นในทุกวัน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่มีอำนาจที่จะสั่นคลอนภูผาและเคลื่อนวารีสมุทร

มีทั้งคนชราและหนุ่มสาวอายุน้อยในที่แห่งนี้ บางคนที่นั่งหน้านั้นดูยังหนุ่มขณะที่บางคนแก่เฒ่า ทำให้เกิดคำถามว่าผู้ใดคือคนที่อายุมากกว่ากันแน่

เจ้านิกายสวมชุดขาวไร้ที่ติดูธรรมดา เขามัดผมด้วยปิ่นไม้ธรรมดาและกำลังฟังผู้เฒ่าชุดดำพูด แม้ว่าเจ้านิกายจะนั่งอย่างสบายบนบัลลังก์ แต่ก็ไม่มีใครตัังคำถามในเกียรติยศของเขา

ผู้เฒ่าชุดดำที่พูดนี้คือหัวหน้าผู้เฒ่าแห่งหอสรรพาวุธ

“พวกเราสร้างโล่สลักลึกล้ำและจะแจกจ่ายในสัปดาห์ที่จะมาถึง”

หัวหน้าผู้เฒ่าหอสรรพาวุธกล่าว

“เยี่ยมมาก รายงานต่อไป”

เจ้านิกายกล่าวโดยไม่พูดสิ่ที่ไม่จำเป็น

ผู้เฒ่าชุดดำอีกคนลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินมาที่หน้าเจ้านิกายก่อนจะประสานมือคารวะ เขามิใช่ใครนอกจากหัวหน้าผู้เฒ่าฮั่น

“คารวะใต้เท้า การเตรียมการทุกอย่างสำหรับบททดสอบต่อไปเสร็จแล้ว และตำแหน่งจะถูกจัดการอย่างเคย ด้วยการแข่งแบบคัดออก”

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นตอบ

“อืม ลองดูว่าจะเพิ่มจำนวนอีกซักหน่อยได้ไหมในรอบนี้”

เจ้านิกายบอก

“เพิ่มจำนวนรึ? ข้าจะลองดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ แต่ข้าไม่รู้ว่าสถานที่ทดสอบจะจุคนได้มากพอหรือไม่”

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นตอบ

“ผู้เฒ่าใหญ่สองบอกข้าว่าค่ายกลของลานทดสอบพร้อมที่จะจุคนได้มากกว่าเดิมแล้วในปีนี้”

เจ้านิกายพูด

คนส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ในโถงนั้นแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านิกายยกเว้นแต่คนไม่กี่คน ผู้เฒ่าใหญ่สองนั้นทำหน้าที่เรื่องลานทดสอบทั้งหมดและลานที่ได้รับสืบทอดของนิกาย เขาคือหนึ่งในสามยอดฝีมือขอบเขตย่างวิถีของนิกาย ผู้เฒ่าใหญ่สองนั้นเป็นคนสันโดษที่นับว่าทุกคำพูดคือทองคำ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาออกมาสื่อสารในรอบสิบปี

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นโค้งคำนับรับคำเจ้านิกาย

“หากผู้เฒ่าใหญ่สองกล่าวเช่นนั้นก็ย่อมได้ ใต้เท้า”

หลังจากหัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นพูดจบและกำลังจะหันกลับไปนั่งนั้นเอง เจ้านิกายพูดขึ้นอีก

“การสืบเรื่องมิติปั่นป่วนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วรึ?”

เจ้านิกายถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นหยุดเดินและยืนตรงก่อนจะพูด

“ศิษย์และผู้เฒ่าของเราที่ได้รับภารกิจเดินทางออกจากนิกายไปแล้ว ส่วนผู้เฒ่าที่อยู่ภายนอกในพื้นที่นั้นก็ได้รับแจ้งเรื่องแล้วเช่นกัน”

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นกล่าว

“เกิดมิติปั่นป่วนเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่?”

เจ้านิกายถาม

“ใช่แล้วใต้เท้า มิติปั่นป่วนเกิดขึ้นในทุกวันตั้งแต่ที่ครั้งแรกเกิดขึ้น ศิษย์ยอดจับดาราพยายามอย่างมากที่จะหาต้นตอ แต่มันก็คงอยู่เป็นเวลาน้อยเกินไปที่จะหาต้นตอได้”

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นตอบ

เจ้านิกายลูบคางพูด

“เจ้าบอกว่าร่องรอยซับซ้อนเกินไปงั้นรึ?”

“ใช่แล้วใต้เท้า ทีแรกศิษญ์ของเราแทบจะหาตำแหน่งคร่าว ๆ ของมิติปั่นป่วนไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ต่อมาก็ระบุตำแหน่งที่เกิดไม่ได้  จากนั้นเลยหาทางอื่นในการยืนยันโดยการวิเคราะห์จุดเด่นของมัน”

ผู้เฒ่าฮั่นพูดก่อนจะหยุดพัก

“แต่พวกเขาก็ยืนยันแม้แต่แหล่งเดียวไม่ได้ว่ามันคล้ายกับสิ่งใด”

ผู้เฒ่าฮั่นกล่าว

คนที่เหลือทำหน้างุนงงเว้นเสียแต่บางคนที่รู้ว่าคำพูดหัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นหมายถึงสิ่งใด

“เจ้าจะบอกว่ามันคือ ‘ไอ้นั่น’ สินะ”

เจ้านิกายพูดอย่างคลุมเครือ

“ใช่แล้วใต้เท้า มันเหนือกว่าที่ข้อมูลจับดาราที่มีจะระบุตัวตนได้ มัน…ราวกับว่ามาจากโลกที่เหนือกว่า”

หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นตอบด้วยความหวาดผวาเล็กน้อยในน้ำเสียง

ความประหลาดใจเกิดขึ้นในสายตาของทุกคนที่อยู่ ณ โถงแห่งนี้พร้อมกันเว้นเสียแต่เจ้านิกายและหัวหน้าผู้เฒ่าฮั่น คนส่วนใหญ่เพิ่งจะรู้เรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่พวกเขาไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงถึงเพียงนี้

เจ้านิกายหลับตาราวกับกำลังคิดหนัก เขาไม่ได้พูดอะไรเลยจนกระทั่งหนึ่งชั่วโมงต่อมา ระหว่างนั้นไม่มีผู้ใดกล้าพูด แม้แต่หัวหน้าผู้เฒ่าฮั่นก็ไม่เดินออกไปจากตำแหน่งเดิม

“เพิ่มจำนวนศิษย์ที่ออกไปสืบเรื่องแล้วบอกให้ผู้เฒ่าสูงสุดกับผู้เฒ่าใหญ่หนึ่งด้วย”

เจ้านิกายประกาศด้วยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง

กลับมายังชายป่าเมืองเหนือ หลินมู่กำลังหลับอยู่ในกระท่อมโดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ต่อเนื่องมากมายได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ที่เขาได้แหวนลึกลับมาครอง

พระอาทิตย์เร้นกายในหุบเขา อากาศเย็นยะเยือก เสียงร้องยามเช้าของวิหคปลุกป่าจากการหลับใหล หลินมู่ตื่นจากห้วงแห่งการนอนและเตรียมเนื้อทำอาหารเช้า

ขณะที่เนื้อยังไม่สุก หลินมู่ละสายตามาฝึกประจำวันของวันนี้ เขาเก่งขึ้นและเชี่ยวชาญขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่เขาจบการฝึกครั้งแรกของวัน หลินมู่ก็กินอาหารเช้าและนั่งลงท่องบทสงบใจ

เขาเรียนรู้จากเมื่อวานแล้วและเตรียมอาหารที่น้อยกว่เาดิม มันเป็นปริมาณที่มากพอและดูดซึมได้ทั้งหมด จากนั้นหลินมู่จึงเตรียมตัวสำหรับการออกล่าในวันนี้ เขาอยากจะล่าสัตว์ป่าให้ได้เพื่อที่จะขายวัตถุดิบในวันพรุ่งนี้ที่ไปเมืองเหนือเพื่อถามเรื่องห้องโรงเตี๊ยม

หลินมู่สวมชุดเกราะหนังที่ชิงมาจากศพโจรที่เขาสังหารและรัดให้แน่นจนรู้สึกอึดอัด เขาเช็ดดาบสั้นให้สะอาดและนำกลับเข้าฝัก

หลินมู่เรียนรู้จากการต่อสู้ครั้งแรกมาแล้ว และมันทำให้เขาอยากได้อาวุธมากขึ้น หลังจากวิเคราะห์การต่อสู้หลายครั้ง เขาได้ข้อสรุปว่าหนึ่งในเหตุผลที่เขาชนะก็คือเขามีเครื่องมือสองชิ้นที่ใช้เป็นอาวุธได้นอกจากดาบ เขารู้ว่าถ้าเขาไม่มีขวานกับมีดถลกหนัก เขาคงจะแพ้หรือไม่ก็ตายไปแล้ว

มันทำให้เขาแน่ใจว่าเขาจะต้องซื้ออาวุธเพิ่มในครั้งต่อไปที่เข้าเมืองซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ หลินมู่คิดว่าเขาควรจะไปดูกับดักที่เขาวางไว้เพื่อหาเหยื่อล่อที่จะนำมาใช้งาน

เขาอยากจะใช้ทุกโอกาสที่จะได้ในวันนี้ เพราะเป็นไปได้ที่เขาได้ห้องสำหรับหน้าหนาวในวันพรุ่งนี้แล้วเขาอาจจะไม่ได้กลับกระท่อมไปอีกนาน

จบบทที่ ตอนที่ 30 : นิกายกฎนภากำลังแตกตื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว