เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 : ตามหาโรงเตี๊ยม

ตอนที่ 25 : ตามหาโรงเตี๊ยม

ตอนที่ 25 : ตามหาโรงเตี๊ยม


หลินมู่กำลังยืนอยู่หน้าร้านจิงเหว่ย เขายืนมองหน้าร้าน

ก่อนที่จะเข้าไป เขาเรียกของทั้งหมดที่จะขายออกมาเช่นเดียวกับเรียกเอาาเงินจำนวนพอดีที่จะเก็บไว้ในกระเป๋าเงิน

ตอนนี้เขามีวัตถุดิบสี่อย่างที่อยากจะขาย พวกมันเป็นหนังและเขี้ยวของหมูป่าจมูกแดง หนังกิ้งก่าไม้สองหาง และขนหงส์ปีกตะขอ

เงินที่ได้จากการขายวัตถุดิบเหล่านี้มิอาจเทียบกับจำนวนเงินที่เขาได้จากการซื้อขายในวันนี้เลย แต่มันก็น่าจะให้เขาได้เหรียญเงินมาบ้าง เพราะสำหรับหลินมู่แล้วเงินทุกเหรียญย่อมมีค่า

เมื่อหลินมู่แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อม เขาหายใจเข้าลึกและดันประตูร้านเข้าไป ประตูยังคงฝืดที่จะผลักและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่นเมื่อเปิดออก

ร้านยังคงเหมือนเดิมจากที่เขาจากไปครั้งก่อน เว้นเสียแต่ว่าโต๊ะขายนั้นสะอาดไร้ฝุ่นเพราะนางต๋วนเค่อที่รออยู่ในโต๊ะขายาแล้ว

ต๋วนเค่อนั่งที่โต๊ะขายขณะอ่านตำรา นางสวมชุดสีเขียวอ่อนยาวและเส้นผมมัดเป็นซาลาเปาปักด้วยปิ่นหรูหราในรูปใบไม้

ต๋วนเค่อละสายตาจากตำราและมองมาทางหลินมู่ที่เพิ่งจะเดินเข้ามา แต่เมื่อนางมองเขาใกล้ ๆ ก็รู้สึกว่าเขาดูต่างจากแต่ก่อน จนกระทั่งเขาเดินมาถึงหน้านางจึงได้รู้ว่าเหตุผลคือสิ่งใด

‘ทะลวงพลังจนมีร่างกายขั้น 6 แล้วรึ? ยังไม่ถึงสัปดาห์เดียวด้วยซ้ำที่เขามีร่างกายขั้น 4’

ต๋วนเค่อคิดด้วยใบหน้าตกใจเล็กน้อย

หลินมู่กำลังคิดว่าเขาจะพูดอะไรกับนางต๋วนเค่อจึงไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าตกใจเล็กน้อยของนาง เขายืนอยู่หน้านางและพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“ข้าเอาของมาขายน่ะ”

“เอาออกมาให้ข้าดูสิ”

ต๋วนเค่อพูดสั้น ๆ

หลินมู่เปิดถุงและหยิบวัตถุดิบออกมาทีละชิ้น ทีแรกเขาหยิบเอามัดขนหงส์ปีกตะขอมาวางก่อน ตามด้วยเขี้ยวหมูป่าจมูกแดง จากนั้นจึงนำม้วนหนังหมูป่าจมูกแดงและกิ้งก่าไม้สองหางออกมา

ต๋วนเค่อคลี่หนังสัตว์ออกมาตรวจดู เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดบกพร่องจึงวางลงและดูเขี้ยวหมูป่าหารอยแตก จากนั้นจึงนับจำนวนขนนก

หลังจากตรวจดูวัตถุดิบทั้งหมดแล้ว ต๋วนเค่อหันมามองหลินมู่

“ข้าให้ 1 เงินค่าหนังกิ้งก่าไม้สองหาง 5 เงินค่าหนังหมูป่าจมูกแดง 2 เงิน 50 ทองแดงค่าขนหงส์ปีกตะขอ 2 เงินค่าเขี้ยวหมูป่าจมูกแดง”

“ย่อมได้ ข้าขาย”

หลินมู่พูด

“เจ้าอยากจะซื้ออะไรหรือไม่?”

ต๋วนเค่อถามด้วยเสียงสูงราวกับว่าไม่พอใจที่หลินมู่เอาแต่มาขายของและไม่ซื้ออะไรเลย

“ตอนนี้ข้ายังไม่ซื้อ”

หลินมู่ด้วยน้ำเสียงเดียวกับนาง

เมื่อเห็นว่าหลินมู่ไม่ได้คิดจะซื้ออะไร ต๋วนเค่อหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากโต๊ะขายและนับ 10 เงิน 50 ทองแดงก่อนจะส่งให้หลินมู่

หลินมู่กำลังจะหันกลับ แต่ต๋วนเค่อก็พูดออกมาก่อน

“การใช้ดาบของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

หลินมู่หยุดเมื่อได้ยิน เขาพูด

“ดาบมันยอดเยี่ยมแล้วก็ช่วยข้าได้มากเลย มันไม่เคยทื่อเลยซักครั้งแม้ว่าข้าจะเอามันไปตัดต้นไม้ก็ตาม”

หลินมู่พูดด้วยความประทับใจ

มุมปากต๋วนเค่อกระตุกเมื่อได้ยินว่าหลินมู่ใช้ดาบสั้นไปตัดไม้

‘ถ้าท่านปู่อยู่ที่นี่จะต้องสั่งสอนไอ้เด็กนี่แน่ ใช้ดาบของท่านปู่ตัดไม้งั้นเรอะ ดูถูกกันนัก’

ต๋วนเค่อคิด

“เจ้าก็ซื้อขวานไปตัดไม้สิ ใช้ดาบแบบนั้นมันไม่ถูกนะ”

ต๋วนเค่อแนะนำ

“แล้วก็ถ้าจะถลกหนังสัตว์ เจ้าต้องหามีดที่ใช้งานโดยเฉพาะ เจ้าจะทำงานง่ายขึ้นอีกเยอะ”

ต๋วนเค่อพูดต่อเมื่อเห็นว่าหลินมู่ครุ่นคิดจากคำแนะนำของนาง

หลินมู่คิดว่าคำแนะนำของต๋วนเค่อนั้นดี และเขาควรจะมีขวานตัดไม้และมีดถลกหนัง ถึงไม่คิดจะใช้มันเป็นเครื่องมือ มันก็ยังเป็นอาวุธสำรองในยามคับขันได้

“จริงด้วย ข้าอยากได้ทั้งสองอย่างเลย ขอข้าเลือกได้ไหม?”

หลินมู่ถาม

ต๋วนเค่อพยักหน้าและออกมาจากหลังโต๊ะขายและเดินไปที่ชั้นวางของด้านขวา นางมองด้านบนชั้นและหยิบมีดสั้นที่เก็บในฝักหนังออกมา มีดนั้นยาว 10 เซนติเมตรและมีใบมีดโค้ง

หลังจากหยิบมีดออกมาแล้วนางก็ดูอีกมุมหนึ่งของชั้นและหยิบเอาขวานที่แขวนอยู่ด้านข้างออกมา ขวานนี้ดูธรรมดามาก

นางนำของทั้งสองชิ้นมาวางบนโต๊ะขายให้หลินมู่ที่กำลังมองพวกมันดู เมื่อเห็นว่าของดูใช้ได้ เขาก็พูด

“ราคาล่ะ?”

“ทั้งหมด 5 เงิน ขวาน 2 เงิน มีด 3 เงิน”

ต๋วนเค่อตอบ

หลินมู่ตกใจเล็กน้อยที่ราคามีดนั้นแพงกว่าขวาน แต่จากนั้นก็เข้าใจว่ามีดนั้นมีคุณภาพที่เหนือกว่าขวานมาก

หลินมู่นำ 5 เงินออกมาจากกระเป๋ายื่นให้ต๋วนเค่อที่เก็บเหรียญเข้าโต๊ะขาย หลินมู่รับเครื่องมือสองชิ้นและเก็บไว้ในถุงเปล่า

เมื่อเดินออกจากร้าน เขาเดินไปที่ถนนสายหลัก

เมื่อหลินมู่ออกไปแล้ว ต๋วนเค่อยังคงมองประตูอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งประตูด้านหลังนางเปิดพร้อมกับชายชราจิงเหว่ยที่เดินออกมา

“เด็กคนนั้นรึ?”

จิงเหว่ยถามต๋วนเค่อ

“ใช่ เจ้าเด็กหลินมู่คนนั้น เขามาขายของอีกแล้ว”

ต๋วนเค่อตอบ

จิงเหว่ยมองดูสีหน้าหลานสาวอย่างละเอียดและถาม

“เด็กคนนั้นต่างไปจากเดิมรึ?”

“ตอนนั้นท่านปู่พูดถูกแล้ว”

ต๋วนเค่อพูด

จิงเหว่ยเลิกคิ้วสงสัย

“เด็กคนนั้นมีร่างกายขั้น 6 แล้ว”

ต๋วนเค่ออธิบายต่อเมื่อเห็นใบหน้าสงสัยของปู่

จิงเหว่ยเองก็ตกใจเล็กน้อย เหมือนกับต๋วนเค่อที่เพิ่งรู้เรื่องนี้

“เด็กคนนี้จะต้องมีความลับไม่ผิดแน่ ไม่มีทางใดเลยที่จะเป็นขั้น 6 ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ข้าถึงกับคิดว่ามีคนคอยช่วยเหลือเขาอยู่”

จิงเหว่ยพูดหลังจากคิดไม่นาน

“ท่านปู่ ถ้ามีคนช่วยเหลือเขาและยังปกปิดตัวเองจากท่านได้ เขาก็ต้องเป็นคนที่มีพลังบ่มเพาะสูงมาก เราต้องหาและยืนยันให้ได้ ไม่อย่างนั้นเรามีปัญหาแน่”

ต๋วนเค่อกล่าว

“ไม่ รออีกหน่อยเถอะ เราซ่อนตัวที่นี่มานานหลายปีแล้ว ถ้าเราเผยตัวไปเสียก่อน แผนทั้งหมดของเราจะเสียเปล่า”

จิงเหว่ยพูดด้วยความหนักแน่น

ต๋วนเค่อผงะเล็กน้อยจากคำตอบของปู่แต่ก็ไม่ถามต่อ

ย้อนมาที่ถนนสายหลัก หลินมู่กำลังมองหาโรงเตี๊ยม เขาอยากจะหาห้องสักห้องในโรงเตี๊ยมในเมือง เขารู้ว่ามันจะยากสักหน่อยเพราะนายพรานคนอื่นที่ไม่มีบ้านในเมืองจะต้องจองโรงเตี๊ยมล่วงหน้ารับหน้าหนาวแล้ว

เขาไปที่โรงเตี๊ยมแรกและเดินผ่านประตูเข้าไป มีอยู่หลายคนที่ยืนอยู่รอบจุดรับรอง พวกเขาส่วนใหญ่ดูเหมือนพ่อค้ากับนายพรานและคนทั่วไปปะปนกัน

หลิอมู่เดินไปยังคนที่นั่งอยู่โต๊ะหน้าและถาม

“ที่นี่มีห้องว่างหรือไม่?”

“ไม่เหลือห้องเลย พวกเราโดนจองทุกห้องเป็นเวลาสามวัน ถ้าเจ้าจะมาหาที่อยู่ช่วงหน้าหนาว เจ้าค่อยกลับมาดูในอีกสามวันนะ”

คนที่นั่งโต๊ะหน้าพูดตามมารยาทราวกับว่าเขาพูดประโยคนี้ซ้ำมาหลายครั้งมากแล้ว

เมื่อได้ฟังคำตอบ หลินมู่เดินออกจากโรงเตี๊ยมและไปดูโรงเตี๊ยมอื่นตามถนน

สุดท้ายเขาก็ได้ไปดูทุกโรงเตี๊ยมและก็ได้รับคำตอบที่คล้ายกัน คนเหล่านั้นบอกให้เขากลับมาในอีกสามวันเพราะเวลานี้พวกพ่อค้าจองโรงเตี๊ยมเต็มหมดแล้ว หรือไม่ก็มีคนจองเผื่อหน้าหนาวไว้เต็มแล้ว

‘อีกสามวันข้าต้องกลับมาใหม่สินะ อย่างเลวที่สุดคือข้าหาห้องไม่ได้และต้องไปเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ แทน อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็มีเงินเหลือเฟือแล้ว’

หลินมู่คิด

เมื่อล้มเหลวในการหาโรงเตี๊ยม หลินมู่กลับไปที่กลางเมืองที่มีเหล่าพ่อค้าตั้งร้านค้าเปิดของขาย เขาทิ้งเลื่อนที่ทำไว้กับพ่อค้าที่ซื้อซากสัตว์สองตัวจากเขาไป

เขาไม่อยากจะลากเลื่อนไปรอบเมือง เขาจึงคิดว่าจะมาเก็บมันคืนทีหลังถ้าเขาหาห้องไม่ได้ในวันนี้ เขามาถึงกลางเมืองใน 10 นาทีและคุยกับชายหนุ่มที่รับซากสัตว์ของเขาไป

ชายหนุ่มชี้ไปทางกรง ที่ข้างกรงมีเลื่อนทำมือของหลินมู่เก็บไว้อยู่ หลินมู่ขอบคุณชายหนุ่มและเริ่มลากเลื่อนออกจากเมือง เมื่อไร้น้ำหนักบนเลื่อน มันก็ง่ายกว่าเดิมมากที่หลินมู่จะลากมัน

เขาออกจากเมืองหลังจาก 15 นาทีโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีชายสองคนตามเขามาโดยตลอด พวกมันอยู่ห่างจากหลินมู่จนหลินมู่ไม่ทันสังเกตเห็นเลย

เขาเดินทางมาถึงครึ่งทางก่อนถึงกระท่อมก่อนจะเก็บเลื่อนไว้ในแหวนได้ เพราะนักเดินทางและนายทรานที่เข้าเมืองในตอนนี้นั้นมีจำนวนมากกว่าตอนเช้า

เมื่อเขามาถึงที่ที่ร้างผู้คนมากพอ เขาเก็บเลื่อนไว้ในแหวน แต่ครั้งนี้มีชายสองคนซ่อนอยู่หลังเนินดิน ทั้งคู่ได้เห็นเลื่อนหายไป

ชายทั้งสองตกใจแต่ก็นึกถึงเรื่องที่เจอมาก่อนในตอนเช้าและเข้าใจว่าหลินมู่มีสมบัติเก็บของเช่นกัน

ความโลภในดวงตาพวกเขาเพิ่มมากขึ้น พวกเขาคิดไปไกลแล้วว่าพวกเขาจะร่ำรวยเพียงใดหลังจากฆ่าหลินมู่และชิงของทั้งหมดมา

ชายทั้งสองเตรียมอาวุธของตัวเองไว้ในมือก่อนจะเข้าใกล้หลินมู่

“หยุดเดี๋ยวนี้”

ชายคนหนึ่งพูด

“ให้ตายเถอะ อีกแล้วเรอะ”

นี่คือความคิดเดียวของหลินมู่เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลัง

จบบทที่ ตอนที่ 25 : ตามหาโรงเตี๊ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว