เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 298 กรงเพลิง

WS บทที่ 298 กรงเพลิง

WS บทที่ 298 กรงเพลิง


เมอร์ลินกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ตามตัวเขามีพลังงานธาตุลมพันตัวเข้าและช่วยให้เขาลอยอยู่ในอากาศ นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเข็มขัดเส้นนี้เป็นอุปกรณ์เวทมนต์แบบบิน

เข็มขัดจะต้องมีพลังลึกลับซึ่งสามารถร่ายเวทย์ธาตุลมได้ โดยคาถาที่ปล่อยมาจะเป็นคาถาระดับสี่

อุปกรณ์เวทมนต์แบบบินมีมูลค่าสูงมาก เป็นที่ทราบกันดีว่าคาถาบินสามารถร่ายได้โดยนักเวทย์ระดับสี่ที่ได้สร้างคาถาธาตุลม

สำหรับนักเวทย์ที่ต่ำกว่าระดับสี่หรือนักเวทย์ระดับสี่ขึ้นไปแต่ไม่ได้สร้างคาถาธาตุลม อุปกรณ์เวทมนต์นี้ช่วยให้นักเวทย์เหล่าเดินได้สะดวกขึ้นแถมยังช่วยในการต่อสู้โดยอ้อมด้วย

เมอร์ลินสำรวจพลังของเข็มขัดเพิ่มเติม ความเร็วในการบินของมันค่อนข้างน่าพอใจ มันมีความเร็วมากกว่าสายลมแห่งอิสระที่เขาใช้มาก มันใกล้เคียงกับความเร็วของคาถาบินระดับสี่ทั่วไป

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเข็มขัดจะต้องเสริมด้วยหินคริสตัลธาตุลมบางชนิด แต่จำนวนนี้ไม่มากสำหรับเมอร์ลินซึ่งตอนนี้มีหินธาตุจำนวนมากจากแหวนที่เขาเก็บมาเมื่อกี้

อุปกรณ์เวทมนต์แบบบินเป็นของที่ดีที่สุดที่เมอร์ลินได้รับจากด่านทดสอบที่สอง แหวนบางวงอาจมีวัสดุล้ำค่าอยู่บ้าง แต่ไม่สามารถเทียบได้กับอุปกรณ์เวทมนต์ชิ้นนี้ได้

นับตั้งแต่ยุคของอาณาจักรมอลต้า ยุคอันรุ่งโรจน์ที่สุดของนักเวทย์ได้ผ่านพ้นไป มรดกของการเล่นแร่แปรธาตุส่วนใหญ่ได้สูญหายไป อุปกรณ์เวทมนต์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นแร่แปรธาตุเช่นกัน และมันก็ค่อนข้างยากที่จะสรรสร้างอุปกรณ์เวทมนต์แบบบินขึ้นมา

เมอร์ลินได้เคยเห็นอุปกรณ์เวทมนต์แบบนี้ในดินแดนมนต์ดำ อาคารสเตอร์ลิ่งและป้อมอูดอนเลย ดังนั้นเข็มขัดนี้จึงถือเป็นสมบัติอันล้ำค่า

หลังจากปล้นแหวนบนโครงกระดูกตรงด่านทดสอบที่สองเสร็จ เมอร์ลินคาดหวังว่าในด่านทดสอบที่สามต้องมีของมีค่ายิ่งกว่านี้แน่นอน เขาจึงรีบไปที่นั่นทันที

เมอร์ลินเคยได้ยินเรื่องที่เปลวไฟเล่าก่อนหน้านี้ว่าในระยะเวลากว่าสามพันปี มีเพียงสามคนเท่านั้นที่เขาไปท้าทายด่านทดสอบที่สามและเมอร์ลินเป็นคนที่สี่ แต่นอกจากเขาแล้ว ยังไม่มีใครเคยที่เอาชนะด่านทดสอบที่สามสำเร็จ

ดังนั้นนักเวทย์ที่ไปด่านที่สามได้จะต้องเป็นนักเวทย์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!

*หวู่ม!*

ร่างของเมอร์ลินปรากฎขึ้นตรงหน้าด่านทดสอบที่สาม เขากวาดสายตาไปบนพื้น แต่ขมวดคิ้วเพราะเขาไม่เห็นกระดูกหรือวงแหวนใด ๆ ในบริเวณนี้

เมอร์ลินจำได้ว่านอกจากเมอร์ลินแล้ว ยังมีอีกสามคนที่มาที่ด่านที่สาม

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามไม่สามารถผ่านด่านทดสอบได้สำเร็จ

เมอร์ลินนึกถึงสิ่งที่เปลวไฟพูดอย่างละเอียด มันกล่าวว่าเป็นมีนักเวทย์คนหนึ่งที่มีพลังปีศาจแพนโดร่าห้าธาตุ แต่เขาใช้โอกาสทั้งสามหมดไปแล้วและถูกโยนเข้าไปในกรงเพลิง

ขณะที่เขาคิดเรื่องนี้ ดวงตาของเมอร์ลินก็ส่องประกาย และเขาก็พึมพำด้วยเสียงต่ำ

“ใช่แล้ว กรงเพลิงไงล่ะ ที่นั่นจะต้องมีนักเวทย์จำนวนมากที่ถูกโยนไปในนั้นเนื่องจากไม่สามารถผ่านด่านทดสอบทั้งสามได้ แม้แต่นักเวทย์ระดับเจ็ดก็ยังถูกโยนไปที่นั่น พวกแหวนน่าจะอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน”

กรงเพลิง เป็นสถานที่ที่เปลวไฟพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากนี้ ตามการคาดเดาของเมอร์ลิน กรงเพลิงนี้อยู่บนเรือของนิโคล่าอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินอาจควบคุมเรือของนิโคล่าได้อย่างสมบูรณ์ในตอนนี้ แต่เขาไม่ได้ค้นพบกรงเพลิงเช่นกัน

“กรงเพลิงน่าจะเป็น 'คุก' ที่จอมเวทย์ในตำนาน นิโคล่า สร้างขึ้น  เนื่องจากเป็น 'คุก' จึงต้องซ่อนไว้อย่างดีและแข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนหลบหนีได้ง่าย”

ความคิดนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในหัวของเมอร์ลิน จากนั้นเขาก็ค้นหาทุกมุมของเรือนิโคล่าอีกครั้ง ยิ่งกว่านั้นเขามองออกไปโดยเฉพาะจุดที่มีธาตุไฟหนาแน่น

อย่างไรก็ตาม หลังจากค้นหามาระยะหนึ่ง เขาก็ยังไม่พบตำแหน่งกรงเพลิงเลย

ถึงอย่างนั้น เมอร์ลินไม่ยอมแพ้แต่เปลี่ยนวิธีคิดแบบอื่น เขาค้นหาสถานที่ที่มีธาตุไฟความเข้มข้นสูงสุดบนเรือของนิโคล่าแทน

“สถานที่ที่ธาตุไฟมีความเข้มข้นมากที่สุดคือที่ที่มีเสาเพลิงตั้งอยู่!”

สิ่งแรกที่เมอร์ลินนึกถึงคือเสาเพลิงซึ่งสร้างโดยธาตุไฟที่ควบแน่น มันเป็นสถานที่ที่มีธาตุไฟเข้มข้นสูงสุดบนเรือของนิโคล่า กรงเพลิงจะต้องอยู่ในเสาเพลิงอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินไม่เคยคิดจะไปไปบริเวณนั้น แต่เพื่อที่จะค้นหากรงเพลิง เมอร์ลินจึงตัดสินใจไปยังที่ตั้งของเสาเพลิง

“อย่างที่ฉันคาดไว้เลย ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอณูธาตุไฟเข้มข้นมาก!”

เมอร์ลินปรากฏตัวในห้องที่มีสีแดงเพลิง เขามองไปรอบ ๆ สถานที่นั้นเต็มไปด้วยเสาเพลิงขนาดมหึมาซึ่งเปล่งความร้อนแผดเผาอย่างน่าประหลาดใจ

เมอร์ลินเดินไปรอบ ๆ และค้นพบประตูโลหะโดยบังเอิญ ในห้องเต็มไปด้วยเปลวไฟ

ถ้าเมอร์ลินไม่ได้มาที่นี่ด้วยตัวเขาเอง เขาก็คงไม่มีทางค้นพบประตูเหล็กนี้

แม้ว่าเมอร์ลินจะควบคุมเรือของนิโคล่า แต่เขามองเห็นเพียงเสาเพลิงจำนวนมากจากการมองคร่าว ๆ โดยไม่เข้าใจรายละเอียดของเสาเพลิงเหล่านี้อย่างชัดเจน

“ห้องที่อยู่เบื้องหลังประตูบานใหญ่นี้? น่าจะเป็นกรงเพลิงที่เปลวไฟพูดถึง”

เมอร์ลินเดินเข้าไปใกล้ประตูเหล็กบานใหญ่และมองไปรอบ ๆ เพื่อหากลไกหรืออะไรทำนองนั้นในการเปิดมันแต่เขาไม่เห็นอะไรอย่างนั้น

เขาได้ครุ่นคิด ตอนนี้เขาเป็นผู้ครอบครองแม็กซิมแห่งไฟและยังครอบครองเรือของนิโคล่าด้วย ดังนั้นเขาสามารถเข้าไปที่ใดก็ได้บนเรือลำนี้อย่างสมบูรณ์

ขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ เมอร์ลินก็ได้เปิดใช้งานแม็กซิมห่งไฟในจิตใต้สำนึกของเขาและปล่อยพลังออกมา

จากนั้นเมอร์ลินเปิดปากพูดด้วยเสียงที่แหบว่า

"จงเปิด!"

*ครืน!!!*

หลังจากที่พลังของม็กซิมแห่งไฟถูกปล่อยออกมารอบ ๆ ตัวเมอร์ลิน ประตูเหล็กหนาทึบก็เริ่มเปิดออกทีละน้อย

ประตูเหล็กเปิดออก และในชั่วพริบตา เมอร์ลินก็ก้าวเข้ามาข้างใน

มันเป็นห้องโถงที่กว้างขวางและว่างเปล่า ตรงกลางห้องโถง มีพื้นที่วงกลมล้อมรอบไปด้วยเสาขนาดใหญ่สิบหกต้น เส้นรูนหนาทึบปกคลุมเสา

มีแม้กระทั่งร่องรอยของพลังของแม็กซิมแห่งไฟที่เมอร์ลินคุ้นเคย

เสาขนาดมหึมาทั้งสิบหกเสาสร้างวงเวทย์รูนขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งล้อมรอบพื้นที่วงกลม ภายในบริเวณนั้นมีเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง

“กรงเพลิง ที่นี่ต้องเป็นกรงเพลิงอย่างแน่นอน!”

เมอร์ลินรู้สึกยินดี เปลวไฟภายในพื้นที่วงกลมที่ล้อมรอบด้วยเสารูนสิบหกต้น ทำให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคยในเมอร์ลิน พลังนี้คล้ายกับของแม็กซิมแห่งไฟ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเปลวไฟภายในพื้นที่นั้นน่ากลัวเพียงใด ทันทีที่ก้าวเข้ามา คนหนึ่งจะกลายเป็นเถ้าถ่าน

เหตุใดจึงไม่รู้สึกถึงความร้อนที่แห้งแล้งนี้ในห้องโถง เป็นไปได้มากว่าต้องขอบคุณอักษรรูนลึกลับเหล่านี้ที่กักเปลวไฟไว้แน่นในวงกลม สิ่งนี้ทำให้เกิดกรงเพลิงที่น่าสะพรึงกลัว นักเวทย์คนใดที่ไม่สามารถผ่านด่านทดสอบทั้งสามและไม่ถูกฆ่าโดยปฏิมากรอัคนี พวกเขาก็จะถูกโยนเข้าไปในกรงไฟ

“กรงเพลิง มันเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก ฉันเกรงว่าจะไม่มีใครสามารถต้านทานพวกมันได้ หากนักเวทย์สามคนที่ไปถึงด่านทดสอบที่สามและถูกโยนเข้าไปในกรงเพลิงแล้วล่ะก็ พวกเขาจะต้องตายไปนานแล้ว คำถามคือแหวนเหล่านั้นยังอยู่หรือไม่?”

เมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงของกรงเพลิงนั้นน่ากลัวเพียงใด เมอร์ลินจึงรู้สึกไม่มั่นใจนัก แม้ว่าวงแหวนจะไม่เสียหายง่าย ๆ แต่เมื่อเผชิญกับเปลวไฟที่มีพลังคล้ายกับแม็กซิมแห่งไฟและถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทย์ในตำนาน นิโคล่า มันก็มีความเป็นไปได้ว่าแหวนพวกนี้อาจจะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วก็ได้

อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินคิดว่าเขาน่าจะลองดูก่อน เขาจึงมุ่งหน้าไปยังกรงไฟเพื่อตรวจสอบให้ละเอียด

ทันทีที่เขาเข้าใกล้กรงเพลิง อักษรรูนบนเสาสิบหกต้นก็กลายเป็นตาข่ายรูนขนาดใหญ่ที่ขวางทางของเมอร์ลิน จากความแข็งแกร่งของอักษรรูนเหล่านี้ เมอร์ลินเดาว่าแม้แต่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังยากที่จะฝ่าฟันไปได้

อย่างไรก็ตามเขามีแม็กซิมแห่งไฟที่สามารถควบคุมเรือทั้งหมด เมื่อเขาปลดปล่อยพลังของแม็กซิมออกมา  อักษรรูนที่ขวางเขาก็สลายหายไป

*หวู่ม!*

เปลวเพลิงในกรงเพลิงช่างน่ากลัวยิ่งนัก เมอร์ลินไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย เขาได้เปิดใช้งานแม็กซิมแห่งไฟอย่างต่อเนื่อง เขาค้นพบว่าเพียงพลังเพียงเล็กน้อยจากแม็กซิมก็สามารถระงับเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นเพราะเหตุนี้เองที่เมอร์ลินจึงกล้าที่จะก้าวเข้าไปในกรงเพลิง

“มีคนถูกโยนเข้ามาในกรงเพลิงอีกแล้วงั้นเหรอ?”

ทันใดนั้น เสียงที่ฟังดูชราและแหบแห้งดังมาจากกลางกรงเพลิง ฝีเท้าของเมอร์ลินหยุดชะงักตามสัญชาตญาณ และพลังจิตของเขาก็พุ่งขึ้น

“ยังมีคนรอดชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?”

เมอร์ลินเริ่มระมัดระวังในทันทีและเริ่มมุ่งหน้าไปยังเสียงนั้น ในที่สุด ที่ด้านล่างของเสาที่สิบสาม เมอร์ลินเห็นนักเวทย์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้เสา ร่างกายของเขาขดตัวเป็นลูกบอล เปลวเพลิงของกรงเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่บนร่างกายของเขาแต่พวกมันกลับถูกชั้นของเปลวไฟที่คล้ายคลึงกันขวางกั้นไว้

เมอร์ลินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาคาดเดาว่าเขาต้องเป็นหนึ่งในนักเวทย์ที่ถูกโยนเข้าไปในกรงเพลิง สำหรับชั้นไฟบาง ๆ พวกมันเคลื่อนไหวด้วยความผันผวนของธาตุที่เห็นได้ชัด สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเขากำลังร่ายคาถาเพื่อต่อต้านเปลวไฟของกรงเพลิงตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ทำให้เมอร์ลินประหลาดใจ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะต่อสู้กับเปลวไฟของกรงเพลิงอย่างต่อเนื่องและเอาชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ แม้แต่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถมีพลังเวทย์มนตร์จำนวนมหาศาลที่จะรักษาสิ่งนี้ไว้ได้

ขณะที่เมอร์ลินกำลังมองนักเวทย์ผู้ลึกลับคนนี้ ฝ่ายตรงข้ามก็เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นเคราที่รุงรังและใบหน้าที่แก่ชรา

เมื่อเขาเห็นว่าเปลวเพลิงรอบ ๆ เมอร์ลินดูเหมือนจะถูกระงับ การแสดงออกของนักเวทย์ชราภาพก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“เจ้าต้องไม่ใช่นักเวทย์ที่ถูกโยนเข้าไปในกรงเพลิงสินะ เจ้าเป็นใครกันแน่?”

ดวงตาของนักเวทย์ชราเริ่มอ่อนล้า แต่แววตาของเขากลับแหลมขึ้นในทันทีและจับจ้องไปที่เมอร์ลินอย่างไม่วางตา

จบบทที่ WS บทที่ 298 กรงเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว