เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 : การล่าและฝึกตน

ตอนที่ 21 : การล่าและฝึกตน

ตอนที่ 21 : การล่าและฝึกตน


หลินมู่กินเนื้อย่างเป็นอาหารเช้าและรู้สึกมีพละกำลังพร้อมจะใช้แรงในวันนี้ เขาออกจากกระท่อมไปดูกับดักตามปกติ แต่เขาก็จับอะไรไม่ได้ในกับดักเลย และกับดักก็ไม่ทำงานเลยซักชุด

‘ดูเหมือนว่าสัตว์ในชายป่าจะเริ่มลดลงแล้ว แสดงว่าหน้าหนาวกำลังใกล้เข้ามา ข้าต้องไปล่าสัตว์เพิ่มแล้วเก็บเงินต่อไป’

หลินมู่คิด

เหล่าพ่อค้าจะมาถึงเมืองในวันมะรืน หลินมู่จึงอยากที่จะสะสมหนังสัตว์ให้ได้มากที่สุดจนถึงตอนนั้น หลินมู่เข้าไปยังป่าส่วนที่ลึกกว่าเดิมหลังจากเดินมาได้หนึ่งชั่วโมง

เขาค้นหาสัตว์โดยที่ไม่ละสายตาจากอันตราย เหยื่อตัวแรกที่หลินมู่เจอคือกิ้งก่าไม้สองหางที่กำลังอาบแดดอยู่บนก้อนหิน หลินมู่สังหารมันได้ไม่ยากเพราะมันเป็นสัตว์ชั้นต่ำและช้ากว่าหลินมู่มาก

กิ้งก่าสองหางนั้นมีสีเขียวเข้มและมีสองหาง แม้ว่ามันจะช้า แต่เกราะป้องกันของมันก็ดีเพราะเกล็ดที่แข็ง แต่หลินมู่ทะลวงเกล็ดของมันได้อย่างไม่มีปัญหาเพราะความยอดเยี่ยมของดาบสั้น หลินมู่แทงที่ด้านหลังคอของมันและมันก็ตายในไม่กี่วินาที

หลินมู่เก็บกิ้งก่าที่ตายแล้วไว้ในแหวนและล่าต่อไป ไม่นานเขาก็เจอหนูหางหนามที่เกือบจะหางเกี่ยวเขา เขาฆ่ามันและเก็บไว้ในแหวน

เขาต้องใช้เวลาอีกหนึ่งเชื่อโมงกว่าจะเจอเหยื่อตัวถัดไป ครั้งนี้เป็นนกกระสามงกุฎแดง แต่สุดท้ายฝูงของมันก็แตกตื่นหนีไปจากเสียงร้องของสัตว์ที่มาจากลึกในป่า เสียงร้องถึงกับทำให้หลินมู่เองตกใจเพราะเขาไม่เคยได้ยินเสียงร้องดังขนาดนี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่ามีสัตว์อสูรแบบใดที่ร้องเช่นนั้นได้

เสียงร้องนั้นมีผลกระทบต่อสัตว์อื่นมากกว่าที่เขาคิด เขาหาสัตว์เพื่อล่าไม่เจออีกเลยเพราะพวกมันต่างได้หนีไปซ่อนที่ไกลออกไปแล้วเนื่องจากหวาดกลัวเสียงร้องนั้น เมื่อเห็นว่าการล่าครั้งนี้จะไม่ได้อะไรติดมือกลับ หลินมู่จึงเดินทางกลับกระท่อม ระหว่างทางกลับเขาได้ยินเสียงร้องอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเสียงที่เบาลงแต่ก็มีผลเช่นเดิมไม่ต่างกัน เขาเห็นเหล่านกบินหนีไป

‘ขอให้เสียงร้องนั่นเลิกทำให้สัตว์อื่นกลัวทีเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าคงล่าอะไรไม่ได้เลย’

หลินมู่คิด

หลินมู่ไปที่ลำธารเพื่อชำแหละสัตว์และเตรียมเนื้อของมัน เขาเก็บขนนกกระสามงกุฎแดงและหนังกิ้งก่าไม้สองหางเอาไว้ มันยากเล็กน้องที่จะถลกหนังกิ้งก่าไม้สองหางเพราะเกล็ดแข็งของมัน แต่สุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ

เมื่อจบงานแล้ว หลินมู่เตรียมฝึกฝนต่อ เขาทำตามสิ่งที่เคยทำในทุกวันจากนั้นจึงนั่งท่องบทสงบใจ เขารู้สึกถึงพลังชีวิตที่ยังคงถูกกักเก็บเอาไว้ในร่างกายถูกย่อยสลาย หลินมู่รู้สึกว่าผิวหนังของเขาเจ็บแปลบขณะที่คลื่นพลังแพร่กระจาย

หลังจากพลังทั้งหมดถูกย่อย หลินมู่เงยหน้ามองพระอาทิตย์ประมาณเวลาได้ราวบ่าย 2 เขาเรียกกิ้งก่าไม้สองหางออกมาย่างในเตาใหญ่นอกกระท่อม จากนั้นจึงไปหุงข้าวที่เตาในกระท่อม

ขณะที่กำลังเตรียมอาหารกลางวัน หลินมู่เรียกตำราออกมาจากแหวนและจดจำมันต่อไป หลินมู่อยากจะจำวิธีการฝึกร่างกายของวิชาหมัดทลายศิลาก่อนที่เขาจะฝึกวันนี้ เขาจดจำท่ายืนและการฝึกหมัดได้ในตอนที่อาหารกลางวันสุกพอดี

หลินมู่กินอาหารกลางวันด้วยความหิวโหยขณะที่นึกถึงเนื้อหาของตำราในใจ หลังจากกินเสร็จ หลินมู่ลุกขึ้นฝึกวิธีฝึกร่างกายของวิชาหมัดทลายศิลา

วิถีฝึกนั้นมีหลากหลายท่าทางที่ต้องทำเป็นประจำวัน หลินมู่ฝึกจนกระทั่งฟ้ามืด เหงื่อไหลออกมาเต็มกายพร้อมกับความเหนื่อยล้า เขาไปยังลำธารเพื่ออาบน้ำและซักผ้าที่ใส่อยู่

น้ำในลำธารนั้นเยือกเย็นแต่ก็ทำให้กล้ามเนื้อที่เจ็บปวดของหลินมู่รู้สึกสบายขึ้น หลังจากอาบน้ำแล้ว เขาเปลี่ยนชุดใหม่และกลับไปยังกระท่อมเพื่อเตรียมมื้อค่ำ เขาเรียกเอาหมูป่าจมูกแดงออกมาหั่นขา จากนั้นจึงย่างมันที่เตาใหญ่นอกกระท่อม

เขาอ่านตำราและพยายามจดจำต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขณะที่กำลังอ่านอยู่นั้นเอง หลินมู่ได้ยินเสียงพุ่มไม้จากพุ่มไม้ใกล้ ๆ เขาหันไปมองและเห็นเงาขนาดเล็กหนีออกมาจากป่าทันทีที่เขายืนขึ้น แต่เขาก็มองอะไรไม่เห็น เขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่สัตว์เล็ก

ไม่นานเนื้อหมูป่าจมูกแดงก็สุก เขาฉีกเนื้อนุ่มจิ้มซอสถั่วเหลืองก่อนนำเข้าปาก หลินมู่ไม่เคยจินตนาการเลยด้วยซ้ำไปว่าเขาจะกินขาหมูป่าทั้งขาได้ด้วยตัวคนเดียวในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในตอนนี้ความหิวโหยของเขามันสูงกว่าปกติมาก

หลินมู่เอนกายบนเตียงและอ่านตำราต่อไป ตอนนี้เขาจำวิถีฝึกร่างกายได้แล้วและเหลือเพียงการจำวิชาปราณอีกครึ่งที่เหลือ

ในเวลาที่เขาใกล้หลับ หลินมู่ก็จำเนื้อหาของตำราทั้งเล่มได้แล้ว ในที่มืดตอนหลับนั้นหลินมู่นึกถึงวิชาต่อสู้และทำความเข้าใจกับมันให้มากกว่าเดิม เมื่อหลินมู่ตื่นในยามเช้า เขาก็จดจำและเข้าใจวิชาได้ขึ้นใจ

“ตอนนี้ข้าไม่ต้องใช้ตำราแล้ว ข้าจะได้เริ่มเรียนรู้มันเสียที”

หลินมู่พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

หลินมู่เรียกนกกระสามงกุฎแดงออกมาจากแหวนและหั่นมันเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อนำไปต้ม เขาใส่ชิ้นเนื้อในหม้อและใส่เครื่องเทศกับเครื่องปรุงรสลงไป หลินมู่จะลองวิชาที่ได้จากตำราในระหว่างที่รอมันสุก

หลินมู่เริ่มใช้วิชาปราณจนกระทั่งเข้าใจจังหวะของมัน จากนั้นจึงตั้งท่าตามตำรา เขาเริ่มปล่อยหมัดตามที่จดจำ เขาทำพลาดหลายครั้งขณะที่ฝึกวิชาหมัดทลายศิลา เขามักจะพลาดจังหวะของรูปแบบปราณและวิชาหมัดขณะที่เปลี่ยนท่า

เขารู้สึกได้ว่าพลังชีวิตในร่างกำลังพุ่งพล่านแต่ก็มิอาจหาช่องทางในการไหลเวียนที่เหมาะสม มันติดขัดในทุกครั้งที่เขาใช้วิชาพลาด จนสุดท้ายเขาก็เริ่มทำพลาดน้อยลงไปเรื่อย ๆ

เป็นเวลาสองชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่หลินมู่เริ่มฝึกวิชานี้ เขาฝึกจนลืมเวลาและง่วนอยู่กับการฝึกตน เขาหยุดฝึกในตอนที่ได้กลิ่นหอมรัญจวนใจมาจากหม้อต้มนกกระสามงกุฎแดง จากนั้นเขาจึงนั่งกินนกต้ม เนื้อนั้นนิ่มอย่างถึงที่สุดและร่อนออกจากกระดูกอย่างง่ายดาย หยดไขมันเป็นประกายปกคลุมชิ้นเนื้อขณะที่เขากินและซดน้ำซุป

ความอบอุ่นกระจายออกมาจากท้องทำให้หลินมู่รู้สึกสบาย หลังจากกินแล้วเขานั่งสมาธิและท่องบทสงบใจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฝึกฝน เขารู้สึกว่าผลของบทสงบใจนั้นแพร่กระจายและในเวลาที่พลังชีวิตทั้งหมดถูกดูดซับ หลินมู่ก็รู้สึกราวกับว่าเขาจะทะลวงพลังอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าการฝึกวิชาหมัดทลายศิลาจะได้ผลที่ดียิ่งกว่าวิธีการที่เขาเคยทำมา หลินมู่คิดที่จะใช้วิชานี้ในการฝึกต่อไปนับจากวันนี้ และสิ่งที่เขาต้องทำต่อไปคือการล่าสัตว์

หลินมู่ไม่ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์เลยตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เขาน่าจะล่าได้อย่างไม่มีปัญหา เขาเลือกเส้นทางอื่นในครั้งนี้และมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของป่า หลังจากเดินได้สองชั่วโมงเขาก็มาถึงที่โล่งเล็ก ๆ ที่เขาได้ยินเสียงร้องของสัตว์สองตัวต่างชนิดกัน

เขาเข้าใกล้อย่างเงียบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสัตว์ใดรู้ตัว เขาปีนต้นไม้ซ่อนบนยอดต้นเพื่อแอบมองพวกมัน เมื่อขึ้นถึงยอดต้นไม้แล้วเขาก็ได้เห็นภาพสัตว์ทั้งสองอย่างชัดเจน

‘พวกมันจ้องขู่กันอยู่รึ?’

หลินมู่คิดเหมือนเห็นพฤติกรรมของสัตว์ทั้งสอง

สัตว์ตัวแรกเป็นเสือดำที่มีกระจุกขนสีเหลืองเหนือศีรษะ ส่วนอีกตัวเป็นลิงตัวใหญ่ที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนและแขนที่ยาวอย่างผิดปกติถ้าเทียบกับขนาดตัว

หลินมู่ไม่รู้จักชื่อของสัตว์ทั้งสองเลย แต่พวกมันน่าจะเป็นสัตว์ชั้นกลางที่แข็งแกร่งมาก เขาไม่รู้ว่าเหตุใด แทนที่เขาจะหนี ความสงสัยของหลินมู่บอกให้เขาสังเกตพวกมันต่อ เขาอยากจะรู้ว่าเหตุใดพวกมันถึงขัดแย้งกันทั้งที่ไม่น่าจะหวงอาณาเขต

แต่เมื่อลิงตัวใหญ่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย หลินมู่ก็ได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังมัน เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่หลังลิงหลินมู่ก็เบิกตากว้าง

จบบทที่ ตอนที่ 21 : การล่าและฝึกตน

คัดลอกลิงก์แล้ว