เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 236 ปณิธาน PART 5

WS บทที่ 236 ปณิธาน PART 5

WS บทที่ 236 ปณิธาน PART 5


ภายในคฤหาสน์ตระกูลเดลแมนนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้าออกอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่คฤหาสน์ของตระกูลนั้นใหญ่พอที่มีที่ว่างมากมายที่กันไว้เพื่อให้สมาชิกของตระกูลที่ถูกเรียกตัวมามีที่พัก

ในวันปกติ ดูเหมือนว่าคฤหาสน์ตระกูลเดลแมนจะมีสมาชิกไม่มากนักแต่หลังจากที่พ่อมดแมทธิวออกคำสั่งให้เรียกสมาชิกทุกคนกลับมา ฝูงชนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน

“เมอร์ลิน รออยู่ในห้องก่อนนะ ฉันจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น”

เอเลน่าขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ใครๆ ก็เห็นว่าเธอค่อนข้างกังวลเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตระกูลของเธอ

เมอร์ลินพยักหน้าและตอบว่า “ได้เลย แม่มดเอเลน่า”

หลังจากนั้น เอเลน่าก็ออกจากห้องไปเพื่อค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นใน ขณะเดียวกันเมอร์ลินตรวจสอบพลังจิตของเขาอย่างเงียบ ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับนักเวทย์ระดับสาม

ส่วนโครงสร้างเวทมนต์ทั้งหกในการรับรู้ของเขา ภายใต้การควบคุมของพลังจิตอันมหาศาลของเขา พวกมันอยู่ในสถานะปกติและพร้อมใช้งานทุกเมื่อ อีกทั้งมันยังดูดซับพลังธาตุและเปลี่ยนเป็นพลังเวทย์ตามปกติไม่มีปัญหาอะไร

แม้แต่ในช่วงเวลาว่างๆ เช่นนี้ เมอร์ลินก็ไม่ได้หยุดการฝึกฝนของเขา เขากำลังนั่งทำสมาธิ แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ยุ่งมากแต่เขาจะฝึกฝนเทคนิคการทำสมาธิขั้นสูงในทุกครั้งที่มีโอกาส ด้วยการทำเช่นนี้ เขาจะเพิ่มพลังจิตอย่างต่อเนื่องแต่เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณของพลังจิตที่เมอร์ลินต้องการ พลังจิตที่เพิ่มขึ้นนั้นดูเหมือนจะเล็กน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม เทคนิคการทำสมาธิขั้นสูงยังคงทำหน้าที่ตามจุดประสงค์ของเมอร์ลิน บางทีเมื่อพลังจิตของเขาทะลวงผ่านจากระดับสามและไปถึงระดับที่สี่ เทคนิคการทำสมาธิขั้นสูงคงจะไม่มีประโยชน์อะไรกับเมอร์ลินอีกต่อไป

“เมอร์ลิน ฉันมีข่าวเกี่ยวกับรีเซน!”

ขณะที่เมอร์ลินกำลังทำสมาธิอยู่นั้น เอเลน่าก็บุกเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ

"หืม? คุณพบรีเซนงั้นหรือ?"

เมอร์ลินลืมตาขึ้นและพลังที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเขาซึ่งสงบนิ่งกลับกลายเป็นความน่ากลัวและน่าสะพรึงกลัวในพริบตา ทำให้รอยยิ้มอันเปี่ยมสุขของเอเลน่าหยุดนิ่งบนใบหน้าของเธอ

นี่เป็นเพราะเมอร์ลินได้ฝึกฝนดวงใจแห่งความมืดและพลังที่เขาปล่อยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นเต็มไปด้วยความมืดที่แข็งแกร่งและทรงพลัง

เมอร์ลินที่เพิ่งรู้ตัว เขารีบดึงพลังรอบ ๆ ตัวของเขากลับทันที ด้วยเหตุนี้ เอเลน่าจึงฟื้นคืนสติและพูดด้วยเสียงต่ำว่า

“ตอนแรก ฉันไปถามว่าทำไมตระกูลถึงเรียกตัวสมาชิกตระกูลกลับมาและฉันก็รู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับรีเซ่นจากในนั้น

ดูเหมือนว่ารีเซนยังคงซ่อนตัวอยู่ในเมืองโฟลตติ้ง เขาเป็นสมาชิกสมทบของออสมูและเขารู้วิธีซ่อนตัวอย่างดี อย่างไรก็ตาม ตัวตนที่แท้จริงของเขาไม่ใช่ความลับใหญ่สำหรับตระกูลเดลแมนและตระกูลนักเวทย์อื่น ๆ"

ดวงตาของเมอร์ลินฉายแววคมกริบและเขาถามเสียงต่ำ "แล้วตอนนี้รีเซนอยู่ที่ไหน"

เอเลน่าสามารถสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าของเมอร์ลินที่มีต่อพ่อมดรีเซ่นอย่างชัดเจนแต่เธอยังคงแนะนำเขาอย่างแผ่วเบา "พ่อมดเมอร์ลิน เรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก หากคุณวางแผนจะฆ่ารีเซน ตอนนี้เขาอยู่เคียงข้างพ่อมดไวส์ นักเวทย์ผู้มีพรสวรรค์ระดับสามจากออสมู"

“ไวส์?” เมอร์ลินหรี่ตาลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

“พ่อมดไวส์เป็นนักเวทย์ระดับสามจากออสมูที่มาจากองค์กรนักเวทย์ขนาดกลางในธูเล่ เขาได้หักหลังที่นั่นและเข้าร่วมกับออสมู จากนั้นพลังของเขาต้องเพิ่มขึ้นหลายครั้งจากการฝึกฝนในออสมู ตอนนี้เขาทำหน้าที่ภายใต้คำสั่งของออสมูและมาที่เมืองโฟลตติ้งเพื่อมาเอาตัวพ่อมดเชนแห่งตระกูลไรท์”

เมอร์ลินเข้าใจสถานการณ์ทันที พ่อมดเชนแสดงพรสวรรค์ที่เหลือเชื่อและวิธีการทำงานของออซมูก็คือการกำหนดเป้าหมายนักเวทย์ที่มีพรสวรรค์อย่างเขา ออสมูกล้าที่จะขโมยนักเวทย์ที่มีพรสวรรค์ขององค์กรนักเวทย์ขนาดใหญ่มาโดยตลอดดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่พวกเขามาที่ตระกูลไรท์

อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินไม่ได้กังวลเกี่ยวกับออซมู ใครก็ตามที่พวกเขาวางแผนที่จะขโมยนั้นไม่ใช่เรื่องของเมอร์ลิน เขาสนใจแต่ริเซนเท่านั้น

“แล้วไวส์กับรีเซนล่ะอยู่ที่ไหน” เมอร์ลินถามอย่างลึกซึ้ง

เอเลน่าลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ในที่สุดก็ตอบ “ไวส์จะตรงไปยังตระกูลไรท์ในวันพรุ่งนี้ ในฐานะสมาชิกของออซมู รีเซนจะต้องติดตามเขาไปอย่างแน่นอน”

“ตระกูลไรท์!” เมอร์ลินก้มศีรษะลงและพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ก็ได้ พรุ่งนี้เราไปที่ตระกูลไรท์กัน แล้วรอให้รีเซนปรากฏตัวออกมา!”

เอเลน่าเปิดปากของเธอและดูเหมือนว่าเธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ในที่สุดเธอก็ไม่พูดอะไรและออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ …

เช้าตรู่ของวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้น ก่อนที่หมอกในเมืองโฟลตติ้งจะสลายไป ตระกูลไรท์เต็มไปด้วยเสียงดังและการเคลื่อนไหว เหล่านักเวทย์มารวมตัวกันเป็นกลุ่มอย่างต่อเนื่องและจ้องมองไปที่ทางเข้าประตู

นักเวทย์ของตระกูลไรท์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือนักเวทย์ระดับสี่ โมยี เขาจ้องมองอย่างเคร่งขรึมที่ทางเข้าประตูที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนา นอกจากพ่อมดโมยีแล้ว ยังมีนักวเทย์อื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาเหล่านี้เป็นนักเวทย์ระดับสามของตระกูลไรท์

พวกเขารวมตัวกันที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเขาพร้อมต่อสู้มาก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับไวส์แล้วและไม่กล้าที่จะละเลยการรักษาความปลอดภัยของพวกเขา

*ตุบ ตุบ*

ทันใดนั้น เงาสองเงาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในหมอก ลมกระโชกแรงพัดพาหมอกออกไปและนักเวทย์ตะโกนว่า "นั่นไวส์ พวกมันมาแล้ว ออซมูส่งไวส์มาจริงๆ!"

หมอกสลายไปและไวส์ก็พารีเซนไปที่ประตูตระกูลไรท์ เมื่อเห็นว่าทางเข้าเต็มไปด้วยเฟล่านักเวทย์ พ่อมดไวส์ไม่แสดงอาการกลัวออกมาแม้แต่น้อย เขากลับพูดออกมาได้อย่างสบาย ๆ

"โมยีเอาตัวเชนมาให้ฉัน ในตอนนี้ครึ่งหนึ่งเขาเป้นคนของออสมูแล้ว ดังนั้นถ้าคุณไม่ปล่อยเขามา ฉันเกรงว่าวันนี้ตระกูลไรท์จะหายไปตลอดกาล…”

“พ่อมดไวส์ เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”

พ่อมดโมยีซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นอย่างสบาย ๆ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีริ้วรอยแต่ดวงตาของเขาก็ยังเร่าร้อนด้วยจิตวิญญาณที่พุ่งพล่าน

"ฆ่ามัน!"

ใบหน้าของพ่อมดโมยีเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันและเขาก็คำรามเสียงแหบ ทันใดนั้น เหล่านักเวทย์ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมอกก็ร่ายคาถาของตนด้วยเสียงดัง กระแสพลังเวทย์ได้พุ่งเข้าหาพ่อมดไวส์ในพริบตา

เมื่อพ่อมดรีเซนมองดูท้องฟ้าแห่งเวทมนตร์ ใบหน้าของเขาก็ซีดลงทันที เขาถอยกลับตามสัญชาตญาณ แค่เวทมนต์ของนักเวทย์เพียงคนเดียว เขาก็คงไม่กลัวแต่เวทมนต์พวกนี้ถูกร่ายด้วยนักเวทย์จำนวนมาก พลังของมันน่าสะพรึงกลัว แม้แต่นักเวทย์ระดับสี่ก็ยังไม่สามารถต้านทานสิ่งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของพ่อมดไวส์ไม่ได้เปลี่ยน เขามองขึ้นไปที่กระแสเวทมนต์เบื้องหน้าและรอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างดูถูกเหยียดหยามที่ริมฝีปากของเขา

“วายุเอ๋ย จงตื่นลุกมา!”

พ่อมดไวส์พึมพำเบา ๆ และทันใดนั้นสายลมคลั่งก็บิดตัวเป็นกระแสน้ำวนขนาดยักษ์ที่เริ่มแผ่ออกไปในแนวนอน

พลังอันยิ่งใหญ่ได้กวาดล้างเวทย์มนตร์และบดขยี้ให้เป็นฝุ่น

แม้แต่พ่อมดโมยีก็ตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างในขณะที่เขาจ้องไปที่พายุ เขารู้ว่านี่ไม่ใช่พลังของคาถาระดับสามหรือคาถาระดับใด ๆ

“พลังปีศาจแพนดอร่า!” พ่อมดโมยีพึมพำด้วยเสียงต่ำ

“นั่นคือพลังปีศาจของแพนดอร่า ว่ากันว่าพ่อมดไวส์ได้ทรยศองค์กรของเขาและเข้าร่วมกับออซมูเพราะว่าพวกเขาได้เสนอพลังปีศาจแพนดอร่าที่เหมาะกับเขามาก พอทีมันน่าจะเป็นพลังปีศาจแพนดอร่าธตุลมอันนี้”

นักเวทย์ที่ทรงพลังสองสามคนยังคงซ่อนตัวอยู่ใต้หมอกหนาทึบ พลังจิตของพวกเขาสามารถแยกแยะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในหมอกได้อย่างง่ายดาย

นักเวทย์เหล่านี้อย่างน้อยก็อยู่ในระดับสามและเห็นได้ชัดว่าเป็นพ่อมดจากตระกูลนักเวทย์ของเมืองโฟลตติ้ง พวกเขาเคยเจอพลังปีศาจแพนโดร่ามาก่อนและคาถาที่ไวส์เพิ่งปลดปล่อยออกมานั้นแตกต่างจากคาถาธาตุลมเพราะมันมีพลังที่เหลือเชื่อ มันอยู่ไกลเกินขอบเขตของคาถาระดับสามที่จะสามารถทำลายการโจมตีของคาถาที่ปกคลุมท้องฟ้าให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้

มีเพียงพลังปีศาจแพนโดร่าเท่านั้นที่สามารถทำได้จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พ่อมดไวส์มีความมั่นใจมากและไม่กลัวพลังของตระกูลไรท์แม่แต่น้อย

“ดูเหมือนว่าพ่อมดโมยีจะตกอยู่ในอันตรายในครั้งนี้และตระกูลไรท์อาจต้องถึงจุดจบ พลังของออสมูนั้นช่างน่ากลัวและยิ่งใหญ่จริงๆ แม้แต่นักเวทย์ระดับสามที่พวกออสมูส่งมาก็ยังเชี่ยวชาญในพลังและมีพลังปีศาจแพนดอร่าอันแสนลึกลับ!”

หลังจากที่ได้เห็นพ่อมดวส์ใช้พลังปีศาจแพนโดร่าของเขาแล้ว นักเวทย์ระดับสามของตระกูลอื่น ๆ ต่างพอกันหวาดกลัวในใจพวกเขาทันที หากพวกเขาตัดสินใจที่จะช่วยเหลือตระกูลไรท์จริง ๆ ตระกูลของพวกเขาก็คงตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นกัน

แม้แต่นักเวทย์ระดับสี่ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะจากไวส์ผู้ครอบครองพลังปีศาจแพนดอร่า

การครอบครองพลังปีศาจของไวส์นั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุด ไม่ใช่สำหรับคนอื่นแต่สำหรับรีเซนที่อยู่เบื้องหลัง

รีเซนต้องทนทุกข์ทรมานและทำงานหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งปีศาจแพนดอร่าและตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถฝึกฝนมันได้ ในทางกลับกัน เมื่อไวส์ที่เข้าร่วมกับออสมู เขากับได้รับพลังปีศาจแพนโดร่ามาทันที ภายหลังจากที่เขาทรยศต่อองค์กรของเขา

ตอนนี้ไวส์ได้ฝึกฝนพลังปีศาจแพนโดร่าสำเร็จแล้ว ความแข็งแกร่งของเขานั้นมากกว่านักเวทย์ระดับสี่ทั่วไปมาก นี่เป็นพื้นฐานที่แท้จริงสำหรับความมั่นใจของเขา ไวส์มีสิทธิ์ที่จะดูถูกตระกูลไรท์อย่างแท้จริง

“ตายซะเถอะ ไอ้แก่!”

แววตาของไวส์ฉายแววดุเดือดออกมาและความผันผวนของพลังธาตุลมอันรุนแรงก็เพิ่มขึ้นรอบตัวเขา ทันใดนั้น พายุทอร์นาโดที่โหมกระหน่ำก็ปรากฏขึ้น พลังของมันแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา ทำให้พ่อมดโมยีโกรธจัด

พ่อมดโมยีเข้าใจว่าเขาไม่สามารถต้านทานพลังปีศาจแพนโดร่าของไวส์ได้ อันที่จริงพวกออสมูส่วนใหญ่ก็สามารถจัดการนักเวทย์ที่มีระดับเหนือกว่าตัวเองทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาเป็นถึงผู้อาวุโสของตระกูลไรท์ ด้วยหน้าที่ของเขาทำให้เขาไม่สามารถหันหลังหนีได้

“ไคลส์ ฉันจะแสดงให้แกและพวกระดับสูงของออซมูได้เห็นว่าการเลือกแกไปเป็นสมาชิกเป็นทางการตัดสินใจที่โง่เขลา!”

ใบหน้าของพ่อมดไวส์บิดเบี้ยวละกลายเป็นน่ากลัว ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำลายล้างตระกูลไรท์เพราะเขาไม่พอใจกับสิ่งที่สมาชิกระดับสูงทำก่อนหน้านี้ เขาจึงต้องการระบายมันออกมากับตระกูลไรท์

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เรียกว่า ‘นักเวทย์ที่มีพรสวรรค์ เชน’ มันไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญในจิตใจของพ่อมดไวส์อีกต่อไป

จบบทที่ WS บทที่ 236 ปณิธาน PART 5

คัดลอกลิงก์แล้ว