เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 200 สัญลักษณ์ปริศนา

WS บทที่ 200 สัญลักษณ์ปริศนา

WS บทที่ 200 สัญลักษณ์ปริศนา


สายตาของเมอร์ลินหันไปทางที่พ่อมดเกล็นและคนอื่นๆ อยู่ แม้ว่าสายตาของเขาจะดูสงบแต่พ่อมดเกล็นและคนอื่นๆ รู้สึกหนาวในกระดูกของพวกเขาและไม่กล้าขยับกล้ามเนื้อแม้แต่นิดเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อมดเคน ซึ่งเคยเยาะเย้ยเมอร์ลินมาก่อนหน้านี้ เขารู้สึกวิตกเมื่อได้เห็นแววตาของเมอร์ลิน

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้า เมอร์ลินก็ถอนสายตาและหันหลังไป พ่อมดเกล็นและคนอื่นๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เกล็น เราควรทำยังไงดี”

พ่อมดเคนที่แทบจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ เขาอยากจะออกไปจากที่นี่ทันที  ท้ายที่สุด มันเป็นสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่พวกเขาต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นพ่อมดแซมเมียร์และคนอื่นๆ หรือแม้แต่เมอร์ลิน ถ้าพวกเขาไม่ถอยออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น พวกเขาก็คงจบลงแบบเดียกวับฮอดจ์ดอนและบาสโลว์

พ่อมดเกล็นจ้องไปที่เมอร์ลิน พ่อมดแซมเมียร์ และคนอื่นๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เราอย่าเข้าใกล้พวกเขามากเกินไป สิ่งที่เราทำได้คือรอให้พวกเขาเข้าไปในโบราณสถานก่อนและถ้าพวกเราเข้าไปเจอพวกเขาอีกครั้ง เราจะหันหลังกลับทันที ส่วนพ่อมดเมอร์ลิน เขาไม่น่าจะสร้างปัญหาให้กับพวกเรา”

หลังจากที่เขาพูด พ่อมดเกล็นเหลือบมองที่เอเลน่าซึ่งยืนอยู่ข้างเขา แม้ว่าเมอร์ลินจะจ้องมองพวกเขาเพียงครู่หนึ่งแต่การรับรู้ที่เฉียบแหลมของพ่อมดเกล็นก็บอกเขาว่า สายตาที่เมอร์ลินมองมานั้นจับจ้องมาที่เอเลน่าที่อยู่กับพวกเขา

ตราบใดที่เอเลน่าอยู่ที่นี่ เขาเชื่อว่าแม้ว่าพวกเขาจะเจอกับเมอร์ลินและคนอื่นๆ พวกเขาก็ไม่เป็นไร นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมพ่อมดเกล็นถึงจึงตัดสินใจเข้าไปในโบราณสถาน

หลังจากนั้น พ่อมดเกล็นและคนอื่นๆ ก็ยืนเงียบๆ อยู่ห่างๆ อย่างระมัดระวัง สังเกตทุกความเคลื่อนไหวของเมอร์ลิน พ่อมดแซมเมียร์และคนอื่นๆ อย่างระมัดระวัง

“พ่อมดเมอร์ลิน ข้าเชื่อว่าหลังจากวันนี้ ชื่อของท่านจะเปล่งประกายยิ่งกว่าพวกเราผู้ต่ำต้อย”

พ่อมดแซมเมียร์ยิ้มขณะพูด การกำจัดพ่อมดพเนจรกว่าห้าสิบหกสิบคนในระยะเวลาอันสั้นนั้นเป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ แม้แต่กับเขาเองหรือคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่านอกจากพลังปีศาจแพนดอร่าแล้ว เมอร์ลินยังมีคาถาที่น่าประทับใจเช่นนี้

“เอาล่ะ พวกปลาซิวปลาสร้อยถูกกำจัดแล้วและมีคนเข้าไปในโบราณสถานแล้ว เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ”

พ่อมดเบรนมองตรงไปยังทางเข้าโบราณสถานและอดใจรอที่จะเข้าไปข้างในไม่ได้

"ดี ไปกันเลย!"

เมอร์ลินพยักหน้า เขาเหลือบมองชายชราฮอดจ์ดอนและบาสโลว์ซึ่งถูกทุบให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนพื้นและรู้สึกว่าเศกน้ำแข็งพวกนี้กำลังละลายอย่างช้าๆ

แม้ว่าพลังของดัชนีเยือกแข็งจะน่าเกรงขามแต่เมื่อร่ายไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของเป้าหมายรวมทั้งแหวนที่ฮอดจ์ดอนและคนอื่น ๆ สวมใส่ก็ถูกแช่แข็งและแตกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นกัน

ฮอดจ์ดอนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหลบหนีและมีวิธีเอาตัวรอดและยังมีอุปกรณ์เวทมนต์ติดตัว อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์และเมอร์ลินไม่สามารถนำมาเป็นของตัวเองได้

แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายแต่เมอร์ลินก็ไม่ได้แสดงความเสียใจมากนัก เขาไปข้างหน้าพร้อมกับกลุ่มของพ่อมดแซมเมียร์ พวกเขาทั้งสี่ได้กระโดดลงไปในรูขนาดใหญ่เบื้องหน้าโบราณสถานอย่างรวดเร็วและเริ่มเดินเข้าไปในหอคอยลึกลับแห่งนี้

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง กลุ่มนักเวทย์ก็ปรากฏตัวขึ้นในระยะไกล พวกเขาคือนักเวทย์ที่ไม่พอใจและยังต้องการเข้าไปในโบราณสถาน เมื่อเห็นว่าเมอร์ลินผู้ชั่วร้าย พ่อมดแซมเมียร์และคนอื่นๆ ได้เข้าไปในโบราณแล้ว พวกเขาก็เริ่มแผนการของพวกเขาอีกครั้ง

“เอาล่ะ เข้าไปกันเถอะ!”

พ่อมดเกล็นพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ หลังจากนั้น เขานำพ่อมดเคนและเอเลน่าไปข้างหน้าและทั้งสามก็หายเข้าไปในอนุสาวรีย์อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ในอนุสาวรีย์โบราณนั้นมืดสนิทและชื้นเล็กน้อย

เมอร์ลินค่อยๆ ลูบกำแพงหินที่ค่อนข้างชื้น ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย เขาก็สามารถดึงก้อนหินแตกชิ้นใหญ่ออกมาได้

ตรงบริเวณที่พวกอยู่ในตอนนี้ พวกเขายังมิได้อยู่กลางโบราณสถาน มันมีโครงสร้างนี้เป็นหอคอยที่มีเก้าชั้นซึ่งสี่ชั้นเท่านั้นที่ยู่เหนือพื้นดิน สี่ชั้นนี้มีการสำรวจมานับครั้งไม่ถ้วน

ส่วนอีกห้าชั้นตั้งอยู่ใต้ดิน ชั้นเหล่านี้เป็นเป้าหมายหลักของการสำรวจ

ไม่นานหลังจากผ่านทางเดินลึกสีดำสนิท โครงร่างจางๆ ของทางเข้าอุโมงค์ก็ปรากฏขึ้นด้านล่าง นอกประตูทางเข้ามีรอยเท้าที่ยุ่งเหยิงซึ่งบ่งบอกว่ามีผู้คนเคยผ่านไปมาก่อน

ทางเข้าอุโมงค์นี้เป็นทางเข้าที่แท้จริงของโบราณสถาน โดยเข้าไปทางนี้เท่านั้นจึงจะถึงกลางหอคอยโบราณได้

*ฟึ่บ!*

พ่อมดเบรนสั่งการให้โฮมุนครุสของเขาเคลียร์เส้นทางก่อน ในขณะที่โฮมุนครุสเคลื่อนไปข้างหน้า พวกมันจะตรวจจับและยับยั้งอันตรายใด ๆ ที่อยู่ข้างหน้า

โฮมุนครุสทำลายประตูไม้ที่ผุพังที่อยู่ใต้เท้าของมันขณะที่มันนำทางเข้าไปในหอคอย เมอร์ลินและคนอื่นๆ ตามไปข้างหลัง

ในขณะที่พวกเขาเข้าไปในหอคอย เมอร์ลินก็ได้กลิ่นฝุ่นหนาทึบ หอคอยโบราณถูกฝังไว้ใต้ดินแต่ภายในยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีเพียงเวลาหลายปีที่สะสมฝุ่นอยู่ทุกหนทุกแห่ง บดบังการประดับตกแต่งในหอคอย

*ครึ่ก!*

ทันใดนั้นเอง เมอร์ลินเสกคาถาแช่แข็งและผลึกน้ำแข็งจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนผนังหอคอยอย่างรวดเร็ว แมงมุมที่ถูกปกคลุมไปด้วยลวดลายสีสันสดใสขนาดประมาณฝ่ามือของเด็กวัยหัดเดินทั้งหมดถูกแช่แข็ง

“ระวังให้ดี อาจมีอันตรายแฝงตัวอยู่รอบ ๆ โบราณสถาน”

พ่อมดแซมเมียร์เหลือบมองแมงมุมที่ถูกแช่แข็งและตื่นตัวขึ้นมาทันที เนื่องจากแมงมุมพวกนี้มันเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรง ด้วยร่างกายของนักเวทย์ไม่ได้ดีไปกว่าคนธรรมดาเท่าไหร่นัก หากพวกเขาโดนแมงมุมเหล่านี้กัด มันจะทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง

ด้วยเหตุนี้ เมอร์ลินจึงรักษาความผันผวนของธาตุดินเหนือร่างกายของเขา เขากำลังร่ายคาถาโล่ปฐพีแบบต่อเนื่อง แม้ว่าสิ่งนี้จะเพิ่มการใช้พลังเวทย์แต่เขาได้สะสมมันมากมายในช่วงก่อนหน้านี้ มันน่าจะสามารถแสดงได้นานสองสามชั่วโมง

ด้วยการปกป้องจากโล่ปฐพีอันตรายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่มีทางเกิดกับเมอร์ลินแต่อย่างใด สำหรับพ่อมดเบรน พ่อมดรีเซนหรือแม้แต่พ่อมดแซมเมียร์ พวกเขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์ป้องกันเลยแต่พวกเขากำลังสวมเสื้อคลุมและด้วยการปกป้องของเสื้อคลุมเหล่านี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำให้พลังเวทย์มนตร์หมดลงเพื่อร่ายคาถาป้องกัน

เมอร์ลินรู้สึกสนใจเสื้อคลุมที่พวกเขาสวมอยู่ ด้วยเสื้อคลุมเหล่านั้นสามารถหลีกเลี่ยงปัญหามากมายได้ โชคดีที่เขาแค่ต้องสร้างคาถาเขตแดนแสงดำเท่านั้น เท่านี้เขาก็จะได้เป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งเพื่อกลับไปเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของดินแดนมนต์ดำและไปรับเสื้อคลุมฟรีจากองค์กรได้โดยอัตโนมัติ

เมื่อโฮมุนครุสเป็นผู้นำทาง กลุ่มของพวกเขาเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้า พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของหอคอยโบราณ อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกเขาเดินผ่านไป แมงมุมที่มีลวดลายซึ่งในตอนแรก พวกมันถูกแช่แข็งตกลงบนพื้น อยู่ พวกมันก็เริ่มส่องแสงสีเขียวทีละน้อยและร่างกายของพวกมันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

*ตูม!*

ผลึกน้ำแข็งแตกในทันทีและพวกแมงมุมในตอนนี้มีขนาดใหญ่โตเท่ากับอ่างล้างหน้า เขี้ยวสีดำสองอันยื่นออกมาใต้ปากของมัน ทำให้มันดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น

หลังจากที่รอดจากแช่แข็งของเมอร์ลินแล้ว แมงมุมที่มีลวดลายก็จ้องมองไปยังรอยเท้าของเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ หลังจากนั้น มันกระตุกศีรษะเบาๆ จากนั้นมันเดินรอยเท้าไปข้างหน้าและหายวับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวก่อน มีกลิ่นเลือด!”

ทันใดนั้น เมอร์ลินก็ขมวดคิ้วและตะโกนอย่างเร่งรีบ ตัวเขาที่ฝึกฝนกระบวนท่าลึกลับมาโดยตลอด ทำให้ลักษณะทางกายภาพของเขาก็ดีขึ้นอย่างมากและประสาทสัมผัสของเขาเฉียบแหลมกว่าคนทั่วไป ดังนั้นเขาจึงสามารถจับกลิ่นเลือดจาง ๆ ได้

พ่อมดแซมเมียร์และคนอื่นๆ ก็หยุดเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้กลิ่นเลือดแต่เพื่อความระมัดระวัง พวกเขาก็ยังเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว

"ที่รัก ไปดูสิ่งที่อยู่ข้างหน้า"

พ่อมดเบรนโฮมุนครุสตัวหนึ่งด้วยเสียงต่ำ หลังจากนั้นโฮมุนครุสที่มีร่างกายที่ได้รับการพัฒนาอย่างดีก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

พ่อมดเบรนมีสัตว์เล่นแร่แปรธาตุสองตัว นี่เป็นเทคนิคการเล่นแร่แปรธาตุที่มีเฉพาะตัวเขา เช่นเดียวกับเทคนิคการเล่นแร่แปรธาตุมิธริลของพ่อมดแซมเมียร์ นี่เป็นเทคนิคลับเฉพาะของพวกเขาซึ่งพวกเขาจะไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นทราบโดยง่าย

พ่อมดเบรนซึ่งมีโฮมุนครุสสองตัวกำลังสอดแนมเส้นทางข้างหน้า แม้ว่าจะมีอันตรายที่ทำให้สัตว์เล่นแร่แปรธาตุตัวหนึ่งของเขาตาย เขายังคงมีสัตว์เล่นแร่แปรธาตุหนึ่งตัวที่จะปกป้องเขา

ขณะที่พวกเขากำลังรอให้โฮมุนครุสตรวจสอบสถานการณ์ข้างหน้า เมอร์ลินก็เริ่มเดินสำรวจรอบ ๆ

แสงสลัวจากไฟส่องสว่างในห้องที่เมอร์ลินอยู่ ทุกที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นและเขาไม่สามารถแยกแยะลักษณะดั้งเดิมของหอคอยโบราณได้ เมอร์ลินค่อยๆ เข้าใกล้กำแพงและเอื้อมมือออกไปและเช็ดฝุ่นบนผนังอย่างสบายๆ

จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์ลึกลับบนพื้นผิวที่เขาเช็ดฝุ่นออกไป

ใจของเมอร์ลินเต้นแรงและเขาหันไปพูดกับพ่อมดเบรนว่า "พ่อมดเบรน ฉันขอรบกวนคุณให้ใช้คาถาธาตุลมกำจัดฝุ่นในพื้นที่นี้ได้ไหม?"

“พ่อมดเมอร์ลิน ท่านค้นพบอะไรหรือเปล่า?”

ถึงปากของพ่อมดเบรนจะถามแต่มือของเขาก็ร่ายเวทมนต์อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น ลมกระโชกแรงพัดผ่าน พัดฝุ่นที่เกาะบนกำแพงออกไป

เมื่อลมพัดผ่านกำแพง สัญลักษณ์ที่บิดเบี้ยวและไม่สม่ำเสมอก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น นี่ไม่ใช่ภาษามอลตาและเมอร์ลินไม่เข้าใจว่าสัญลักษณ์เหล่านี้หมายถึงอะไร

อย่างไรก็ตาม พ่อมดแซมเมียร์กลับมองต่างออกไป เขาพูดด้วยเสียงที่ตื่นเต้นว่า "นี่เป็นการคำนวณที่ลึกลับสำหรับการปรุงยา ข้าเคยเข้าไปในโบราณสถานสองสามแห่งมาก่อนและพบสัญลักษณ์ลึกลับเหล่านี้มากมาย พวกมันคือสูตรสำหรับการปรุงยาที่ใช้โดยนักเวทย์โบราณ เนื่องจากสัญลักษณ์เหล่านี้ปรากฏขึ้นที่นี่ หมายความว่าห้องสำหรับปรุงยาอาจอยู่ข้างหน้า บางทียาที่ข้าต้องการจะอยู่ที่นั่น!”

พ่อมดแซมเมียร์ดูตื่นเต้นอย่างมาก นักเวทย์ที่เข้ามายังโบราณสถานล้วนมีความต้องการเป็นของตัวและจุดประสงค์ของพ่อมดแซมเมียร์คือการหายาที่จะทำให้โครงสร้างเวทมนต์ของเขาเสถียรในจิตใต้สำนึกของเขา

เมื่อเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับสูตรปรากฏขึ้น จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะรู้สึกตื่นเต้น

“สัญลักษณ์เหล่านี้…”

เมอร์ลินขมวดคิ้ว อันที่จริงแล้วสัญลักษณ์เหล่านี้ถูกทิ้งไว้โดยนักเวทย์โบราณ ในขณะที่พวกเขาปรุงยาไว้เมื่อสามพันหกร้อยปีก่อน เมอร์ลินมีสัญชาตญาณว่าสัญลักษณ์ลึกลับเหล่านี้อาจเป็นตัวแทนของวิธีปรุงยาของนักเวทย์ที่อยู่ในยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุด

นักเวทย์สมัยใหม่มีอัตราความสำเร็จในการผลิตยาที่ต่ำมากแต่ถึงกระนั้นก็มีการกล่าวถึงในหนังสือโบราณเมื่อสามพันหกร้อยปีก่อน น้ำยา การเล่นแร่แปรธาตุ คาถา และอักษรรูนล้วนอยู่ที่จุดสูงสุดในสมัยนั้น

บางทีพวกเขาอาจได้รับความรู้จากสัญลักษณ์ลึกลับเกี่ยวกับการทำยา

เมื่อเขานึกถึงสิ่งนี้ เมอร์ลินก็บันทึกสัญลักษณ์เหล่านี้ไว้ในเดอะเมทริกซ์ทันที ไว้เขาจะค่อย ๆ วิเคราะห์พวกมันเมื่อเขามีเวลาในอนาคต

*พึ่บ!*

ทันใดนั้น โฮมุนครุสที่พ่อมดเบรนส่งไปเป็นหน่วยสอดแนมได้กลับมา นอกจากนี้ มือของมันยังถือศพซึ่งมีกลิ่นเหม็นของเลือดกลับมาพร้อมกับมันด้วย

จบบทที่ WS บทที่ 200 สัญลักษณ์ปริศนา

คัดลอกลิงก์แล้ว