เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 : บทสรุป

ตอนที่ 10 : บทสรุป

ตอนที่ 10 : บทสรุป


หยวนตู้มีความคิดมากมายถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ แต่เขาไม่คิดว่าจะถูกขังเลย แต่เมื่อมองดูทิศทางที่วันนี้พาไปแล้ว ดูเหมือนการถูกจับขังจะเป็นจริงในอีกไม่นาน

หยวนตู้กลั้นหายใจด้วยความกลัวในคำตัดสินที่กำลังจะมา

หลี่เผิงประกาศ

“หยวนตู้ ใส่ร้ายว่าหลินมู่เป็นโจร และทำร้ายเขาพร้อมกับคนงานคนอื่นที่ถูกกระตุ้นจากเจ้า เจ้ามีโอกาสพูดแก้ตัวครั้งเดียวเท่านั้น”

“ขะ…ขะ…ข้าบริสุทธิ์นะใต้เท้า ข้าแค่พยายามปกป้องเงินของท่านเจ้าเมืองและไม่ให้เด็กนี่มาขโมยแอปเปิ้ลจิตก็เท่านั้น”

“ข้าตะโกนใส่เพราะว่ามันกลับมาที่เมืองตอนที่ใต้เท้าเนรเทศมันออกไป ข้าทำร้ายมันให้มันหลาบจำและไม่กลับมาอีก”

หลี่เผิงเลิกคิ้ว

“ข้าไม่เคยพูดว่าเนรเทศเขาไม่ใช่รึ? ข้าให้ทหารพามันไปทิ้งนอกเมือง แต่มิใช่เนรเทศ บทลงโทษคือการให้ถูกยึดทรัพย์และโยนทิ้งนอกเมือง มิใช่เนรเทศ”

“แต่…แต่ใต้เท้า ข้าคิดว่าท่านหมายถึงเนรเทศในตอนที่ท่านพูดว่าโยนมันทิ้งนอกเมือง…ข้าแค่คิดไปเอง”

หลี่เผิงพูดพลางจะหัวเราะ

“หืม? คนงานอย่างเจ้ามีหน้าที่คิดไปเองกับคำตัดสินของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เมื่อใดกัน? ฮื่มม เจ้าลืมว่าเจ้าไปใครไปแล้วรึ?”

หยวนตู้เหงื่อแตกเต็มหลังอีกครั้ง หยวนตู้พูดไม่ออกเมื่อได้ฟังคำพูดหลี่เผิง เหมือนมีก้อนหินติดคอของเขา

หลี่เผิงพูดต่อขณะที่มองใบหน้าเย็นเฉียบราวน้ำแข็งของหยวนตู้

“จบเรื่องแล้ว ฟังบทลงโทษเจ้าซะ”

“หยวนตู้มีความผิดฐานใส่ร้ายว่าหลินมู่เป็นโจร ชี้นำผู้คนให้ทำร้ายหลินมู่ และทำให้การเก็บเกี่ยวข้าลง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

“ข้าสั่งเฆี่ยนหยวนตู้ยี่สิบหนและจองจำหนึ่งเดือน”

“ทหาร เอามันไป”

เมื่อได้ฟังคำสั่งของหลี่เผิง ทหารได้เข้าจับกุมหยวนตู้ที่ทำหน้าตกตะลึงและลากตัวเขาไปรับโทษ

หลินมู่ตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำตัดสินของหลี่เผิง เขาตั้งใจเพียงแค่จะช่วยตัวเองจากการถูกใส่ร้าย เขาไม่คิดเลยว่าหยวนตู้จะเป็นฝ่ายถูกลงโทษเสียเอง เขาหันไปหาทหารรับจ้างทั้งสามโดยที่ไม่รู้เลยว่าเหตุใดพวกเขาจึงเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็วเมื่อได้เห็นแผ่นเหล็กที่หลี่เผิงแสดงออกมา แต่ถึงอย่างนั้นหลินมู่ก็ดีใจที่พวกเขาเป็นพยานและบอกความจริงให้

เมื่อตัดสินโทษแล้ว หลี่เผิงมองไปทางคนงานที่ยังคงยืนอยู่ เขารวบรวมเสียงตะโกน

“พวกเจ้ามายืนหาสิ่งใดกัน!? กลับไปทำงานได้แล้วถ้าไม่อยากถูกลงโทษ!”

เหล่าคนงานรีบกลับไปทำงานด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่คิดจะรังแกหลินมู่อีกแล้ว

“บอกหัวหน้าหมู่บ้านให้รีบตรวจทหารรับจ้างแล้วให้เขาผ่านทาง อย่างให้พวกเขามารบกวนการทำงานเรา”

หลี่เผิงพูดกับทหารที่รีบวิ่งไปที่เมืองและส่งต่อคำสั่งไปที่หัวหน้าหมู่บ้าน

หัวหน้าทหารรับจ้างพยักหน้าและขอบคุณ เขาเดินไปที่คณะทหารรับจ้างและคิดในหัวว่าอย่างน้อยพวกเขาน่าจะได้อะไรตอบแทนบ้างจากการมาเป็นพยาน

เมื่อทุกคนไปแล้ว หลี่เผิงมองเด็กหนุ่มที่สวมชุดป่านสีน้ำตาลที่มีรอยปะเต็มตัว แสดงถึงอายุของชุด เขามีร่างกายผอมบาง ดูอาจจะเป็นเพราะการขาดสารอาหาร ผมสั้นของเขายุ่งไปหมด

“ไปได้แล้ว เจ้าอยู่ก็รังแต่จะให้คนงานทำงานช้าลง”

หลี่เผิงพูดอย่างร้อนใจ เมื่อได้ยินหลี่เผิงแล้ว หลินมู่ที่กำลังมองทหารรับจ้างหันกลับมาประสานมือ เขาคำนับและพูด

“ขอบคุณใต้เท้า ความยุติธรรมของท่านทำให้ข้ารอดจากการใส่ร้าย”

หลี่เผิงพยักหน้าตอบและกลับไปทำงาน เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีก เมื่อเห็นผลี่เผิงเดินไป หลินมู่ขอบคุณดวงดาราของตนที่ทำให้เขารอดเคราะห์ร้าย เขาคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปทางทหารรับจ้างทั้งสาม

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามา ทหารรับจ้างสีหน้างุนงง หลินมู่มองทหารรับจ้างทั้งสามที่ยืนข้างรถม้าที่มีซากหมาป่าหลังเหล็กอยู่ข้างใน

“ขอบคุณที่พวกท่านช่วยข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พวกท่านมีน้ำใจยิ่งนัก”

เมื่อเด็กหนุ่มพูด สีหน้างุนงงของทั้งสามก็จางหายไป คนที่เคยคุยกับหลินมู่พูด

“พวกข้าทำตามคำขอเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ”

เขาโบกมือตั้งใจบอกให้หลินมู่เดินไปเสีย หลินมู่มองและเข้าใจ เขาพยักหน้าเดินต่อ เขาไม่อยากจะเสียเวลามากไปกว่านี้ในการขายหนังสัตว์และเขากระต่าย แล้วเขาต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับโอสถด้วย

หลี่เผิงมาถึงที่ทำงานและนั่งบนเก้าอี้ไม้ เขาอ่านบัญชีแยกประเภทที่วางไว้บนโต๊ะ เขาถอนหายใจทางปากและปิดมันไป เขาเอื้อมมือหยิบกาน้ำชาที่อยู่ข้างโต๊ะและรินน้ำชาลงถ้วย เขากระดกชาในรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าชาเย็นชืด เขาจึงนึกได้ว่ากาน้ำชาถูกทิ้งไว้ตั้งแต่เขาออกไปแก้ปัญหาที่สวนแอปเปิ้ล

เขานวดหน้าผากด้วยมือเพราะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานและถอนหายใจจากปากอีกครั้ง การคิดถึงเรื่องการเก็บเกี่ยวให้เสร็จทันเวลานั้นทำให้เขาปวดหัว

‘หรือว่าข้าควรจะไปขอให้คนจากเมืองอื่นและหมู่บ้านอื่นมาช่วยเก็บเกี่ยวกันนะ ต่อให้เพิ่มชั่วโมงทำงาน มันก็ทำได้แค่พอดีเส้นตายและได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก’

เขาคิดถึงเรื่องที่เกิดจากเด็กหนุ่มนามหลินมู่และยิ่งทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม ความสูญเสียนั้นมากเกินกว่าที่เขาประเมินไว้ เมื่อเขาได้ใบสรุปว่าสูญเสียแอปเปิ้ลจิตไปเท่าใด มันยิ่งทำให้เขาหมดอารมณ์ เขาอยากจะปรับคนงานหนักกว่านี้ แต่เขารู้ว่าเขาปรับอีกไม่ได้เพราะคนงานอาจจะไม่มีเงินมากพอรอดฤดูหนาว

เมืองมิอาจสูญเสียประชากรได้อีก โรคระบาดปีที่แล้วทำให้พวกเขาเสียคนไปเยอะมาก พวกเขาสูญเสียคนไปราวหนึ่งในห้าส่วนของคนทั้งหมด ถ้าหากมีคนตายไปมากกว่านี้ การเก็บเกี่ยวปีหน้าจะต้องย่ำแย่ยิ่งกว่าปีนี้ เพราะไม่มีคนงานเก็บเกี่ยวที่มากพอ

หลี่เผิงปรบมือเรียกข้ารับใช้ ประตูเปิดเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ข้ารับใช้เดินเข้ามาประสานมือ

“ต้องการสิ่งใดหรือท่านใต้เท้า?”

“การเก็บเกี่ยวเป็นเช่นใดบ้าง?”

“คนงานกำลังขยันทำงาน งานในวันนี้เสร็จทันแน่นอน และอาจจะทำเกินได้เล็กน้อยด้วย”

หลี่เผิงส่งเสียงในคอตอบก่อนจะพูด

“บอกให้ข้ารับใช้คนอื่นจุดคบเพลิงในสวน เราจะขยายเวลาทำงานอีกสามชั่วโมงในวันนี้เพื่อเร่งความเร็วการเก็บเกี่ยว”

“ข้าจะทำตามท่านบอก ท่านต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่?”

“เจ้าหยวนตู้ล่ะ?”

“ข้าไม่รู้เลยใต้เท้า ข้าจะเรียกทหารมา พวกนั้นรู้ดีกว่าแน่”

“เรียกมา”

หลี่เผิงหลับตาตอบ เขาจะพักสายตาสักหน่อย

ข้ารับใช้เดินออกไปและกลับมาหลังจากสิบนาทีพร้อมกับทหารที่พาตัวหยวนตู้ไป ทหารสองคนคารวะหลี่เผิงและรอฟัง

“หยวนตู้ถูกลงโทษแล้วหรือยัง?”

“ขอรับใต้เท้า”

ทหารตอบพร้อมกัน

“หยวนตู้ถูกเฆี่ยนยี่สิบครั้งตามท่านสั่งและให้จำคุกในใต้ดินค่ายทหาร พรุ่งนี้เขาจะถูกส่งไปที่คุกเมืองใต้พร้อมกับผู้ร้ายคนอื่นเพื่อรับโทษ”

“เท่านี้สินะ”

หลี่เผิงไล่ทหารกลับไปทั้งที่ยังหลับตาอยู่

ทหารคารวะหลี่เผิงและหันเดินกลับ แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เดินพ้นประตู หลี่เผิงก็ลืมตาพูดอีกครั้ง

“เด็กที่ชื่อหลินมู่คนนั้น พวกเจ้ารู้พลังของเขาหรือไม่?”

ทหารหยุดเดินและหันกลับไปตอบเมื่อได้ยินหลี่เผิง

“เมื่อสามวันก่อน เขามีร่างกายในขั้นสองขอรับใต้เท้า”

“แล้วหยวนตู้ล่ะ?”

“น่าจะมีร่างกายขั้นสี่ขอรับใต้เท้า”

ทหารตอบ

หลี่เผิงอึ้งเมื่อได้ฟังเรื่อง เด็กที่มีร่างกายขั้นสองนั้นต่อต้านการทำร้ายจากชายที่มีร่างกายขั้นสี่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญ และยังมีเรื่องที่เขาวิ่งหนีจากคนงานทั้งกลุ่มที่วิ่งไล่ ถ้าหากเป็นคนอื่นที่มีระดับพลังเท่านี้ก็คงจะพิกลพิการจากหมู่คนไปแล้ว หากไม่ตาย

เมื่อเห็นสายตาสนใจของผลี่เผิง ทหารถามด้วยความลังเล

“พวกเราควรจับตามองเด็กหลินมู่คนนี้รึไม่ ใต้เท้า?”

“ไม่ ไม่จำเป็นหรอก เอาล่ะ พวกเจ้าไปได้”

หลี่เผิงตอบเมื่อทหารถาม

ประตูห้องทำงานปิดเมื่อทหารและข้ารับใช้เดินออกไป เหลือไว้เพียงหลี่เผิงที่มือลูบคางเคาะโต๊ะด้วยมืออีกข้าง เขาจมอยู่ในความคิด

หลินมู่เพิ่งจะเข้ามาที่เมืองเหนือโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง และเขาก็ไม่รู้เลยว่าทำให้หลี่เผิงเริ่มสนใจเข้าให้แล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 10 : บทสรุป

คัดลอกลิงก์แล้ว