เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 144 รอบสุดท้าย PART 3

WS บทที่ 144 รอบสุดท้าย PART 3

WS บทที่ 144 รอบสุดท้าย PART 3


“พ่อมดเมอร์ลินเอาชนะพ่อมดโลนได้อย่างไร?”

ผู้ชมหลายคนต่างสงสัยภายหลังจากที่เมอร์ลินลงจากลานประลอง

เนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่มีพลังจิตไม่แข็งแกร่งมากนัก พวกเขาจึงไม่สามารถมองทะลุสิ่งที่อยู่ภายในรัตติกาล มีเพียงนักเวทย์ระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้นที่เห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

แม่มดนาชาขมวดคิ้วและตวัดสายตาไปหาพ่อมดลีโอ “พ่อมดลีโอ คุณพอจะมองออกใช่มั้ย ว่าหมอกรัตติกาลที่ร่ายครั้งสุดท้ายนั้น มันแตกต่างจากปกติเล็กน้อย”

พ่อมดลีโอตอบอย่างนิ่ง ๆ “มันแตกต่างจริง ๆ บางทีเขาอาจจะมีอุปกรณ์เวทมนต์บางอย่างติดตัวแบบเดียวกับดวงตาแห่งความมืดของข้า อย่างไรก็ตามนี่เป็น ‘ความลับ’ ของเขา การที่เขาสามารถสร้างโครงสร้างเวทมนต์ได้ถึงหกคาถา คุณคิดเว่าเขาไม่มีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้างรึไง?”

เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ เธอรู้ว่าเขากำลังปกป้องเมอร์ลิน ไม่ว่าเธอจะอยากรู้มากแค่ไหนก็เก็บคำถามพวกนั้นเอาไว้

ถึงแม้ลูกศิษย์ของเขาจะเป็นพวกไร้พรสวรรค์แต่ตัวของเขาเป็นถึงนักเวทย์ระดับหก ดังนั้นจึงไม่มีนักเวทย์ระดับสี่คนไหนกล้าดูถูกเขา

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้พัฒนาดวงตาแห่งความมืดอย่างต่อเนื่อง ด้วยพลังของดวงตานี้ทำให้เขากลายเป็นนักเวทย์ที่มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับระดับเจ็ด แม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นพ่อมดลีโอแสดงทักษะของเขาออกมาแต่ข่าวลือที่หนาหูก็ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำอะไรให้พ่อมดลีโอขุ่นเคือง

...

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมอร์ลินตื่นขึ้นโดนเอเลน่า

เอเลน่ารีบพูดกับเขาว่า “เมอร์ลิน คู่ต่อสู้รอบชิงของคุณคือ พ่อมดอาบริล”

“พ่อมดอาบริลเหรอ?” เมอร์ลินขมวดคิ้ว เขาคิดว่าเซซิลจะเป็นฝ่ายชนะซะอีก เนื่องจากศักยภาพโดยรวมของเซซิลแข็งแกร่งกว่าอาบริล

ถ้าจะให้พูดในงานชุมนุมครั้งนี้ คู่ต่อสู้ที่เมอร์ลินรู้สึกว่ารับมือยากที่สุดก็คือเซซิลแต่เขาคิดไม่ถึงว่าเซซลิจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

“เซซิลแพ้ได้ยังไง?”

เมอร์ลินรู้สึกเสียใจที่เขาเลือกที่จะพักฟื้นพลังเวทย์แทนที่จะดูการสู้ระหว่างเซซิลกับอาบริล

ทางด้านเอเลน่าชักสีหน้าแปลก ๆ เธอส่ายหัวแล้วตอบ “ที่พ่อมดอาบริลชนะเพราะเขามีอุปกรณ์เวทมนต์มากเกินไป...พ่อมดเซซิลพ่ายแพ้ก็เพราะอุปกรณ์เวทมนต์พวกนั้น”

“เพราะอุปกรณ์เวทมนต์เหรอ?”

เมอร์ลินหวนนึกถึงนักเวทย์ที่เขาเคยพบมาก่อน พวกเขาใช้อุปกรณ์เวทมนต์ อย่างเช่นพวกหนังสือและม้วนคัมภีร์แต่ปกตินักเวทย์จะพกอุปกรณ์เวทมนต์อย่างน้อยหนึ่งชิ้นหรือสองชิ้น ไม่มีใครพกมากกว่านั้นเพราะว่าพวกมันมีราคาสูงซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนั้นนักเวทย์ระดับเริ่มต้นไม่มีทางซื้อพวกมันมาได้แน่นอน

ในขณะที่เอเลน่ากำลังจะเล่ารายละเอียด พ่อมดชุดเทาก็ประกาศชื่อเมอร์ลินขึ้นมาทันที

“การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะเป็นการต่อสู้ระหว่าง พ่อมดเมอร์ลิน กับ พ่อมดอาบริล!!”

เมอร์ลินยกมือขึ้นมาหยุดเอเลน่าไม่ให้พูดต่อ สายตาของเขาจ้องมองไปที่อาบริลอย่างเยือกเย็น “ไม่ต้องพูดอะไรมาก นี่เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ฉันจะรู้ทันทีที่ฉันอยู่บนลานประลอง”

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็เดินขึ้นไปบลานประลองอย่างช้า ๆ นี่เป็นการต่อสู้รอบสุดท้ายทุกสายตาจับจ้องไปที่เขา

เมอร์ลินและอาบริลยืนนิ่งอยู่บนลานประลอง เมอร์ลินได้มองขึ้นไปยังหอคอยที่อยู่ห่างไกล เขารู้สึกว่านักเวทย์ระดับไม่ได้ดูการต่อสู้รอบชิงชนะเลิศนี้

“หรือพวกเขาจะตัดสินเลือกนักเวทย์ได้แล้ว?”

ในใจของเมอร์ลินกำลังสับสน เขาเดาสาเหตุที่นักเวทย์ระดับเจ็ดหยุดการเฝ้าดูการต่อสู้ในรอบนี้ ในขณะเดียวกันพ่อมดอาบริลกำลังเตรียมตัวต่อสู้

วงแหวนเวทย์ได้เริ่มทำงาน แสงสีขาวได้ส่องสว่างรูปร่างคล้ายโดมรอบล้อมลานประลอง ตอนนี้การต่อสู้รอบชิงชนะเลิศกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

“ฉันเมอร์ลิน!!”

“ฉันอาบริล!!”

ทั้งสองโค้งคำนบให้กันและกันเล็กน้อย หลังจากแสดงมารยาทขั้นพื้นฐานเสร็จ สีหน้าองพ่อมดอาบริลได้เปลี่ยนทันที เขาได้ถอยหลังรักษาระยะห่างระหว่างเขากับเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว

เมอร์ลินขมวดคิ้ว พ่อมดอาบริลเป็นนักเวทสี่ธาตุธรรมดา ๆ และพลังจิตของเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก มันเทียบไม่ได้กับพ่อมดโฮล์มส์ด้วยซ้ำแต่ทำไมเขาถึงเอาชนะพ่อมดเซซิลได้

ถึงเขาจะมีคำถามมากมายแต่เมอร์ลินก็ดำเนินการต่อสู้ต่อไป ด้วยพลังจิตที่อยู่ในระดับธรรมดาของอาบริล เมอร์ลินไม่จำเป็นต้องร่ายคาถาหมอกรัตติกาลแบบเสริมพลัง เขาเพียงร่ายหมอกรัตติกาลแบบปกติก็สามารถจัดการเขาได้แล้ว

“หมอกรัตติกาล”

กลุ่มหมอกสีดำได้เข้าไปปกคลุมรอบตัวพ่อมดอาบริลทันที

ทางด้านอาบริล เขาจับตาดูเมอร์ลินระวัง หลังจากที่เห็นเมอร์ลินร่ายคาถาหมอกรัตติกาล เขาก็เรียกม้วนคัมภีร์ขึ้นมาและเปิดใช้งานทันที

*หวูม*

สายลมที่รุนแรงปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหวีดแหลมดังออกมา

“คาถาวายุหมุน?”

เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นี่เป็นคาถาระดับหนึ่งที่ถือว่าไร้ประโยชน์เอามาก ๆ มันเป็นคาถาโจมตีแบบวงกว้างซึ่งมีพลังโจมตีที่เบามาก มันเป็นคาถาที่สร้างสายลมออกมาหมุนวนเพื่อจัดการศัตรู

ด้วยพลังที่เบาเกินไปทำให้ไม่มีใครต้องการคาถาบทนี้

อย่างไรก็ตามพ่อมดอาบริลได้ประยุกต์ใช้คาถานี้อย่างเหมาะสม เขาได้ใช้คาถาวายุหมุนพัดคาถาหมอกรัตตกาลทำให้กลุ่มหมอกไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้เลย

“มีคาถาที่สามารถเอามาต่อกรกับหมอกรัตติกาลได้งั้นเหรอ?”

เมอร์ลินตกใจมาก เขาคิดว่าคาถาหมอกรัตติกาลทันแข็งแกร่งมากแบบที่ไม่มีคาถาระดับศูนย์บทไหนสามารถนำมาเปรียบเทียบได้

แต่ตอนนี้มันถูกกำจัดอย่างง่ายดายด้วยคาถาวายุหมุนที่ไร้ประโยชน์

“ถ้าอย่างนั้น หมอกรัตติกาล”

เมอร์ลินยังคงร่ายคาถาหมอกรัตติกาลอย่างต่อเนื่อง หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง

จนกระทั่งเขาร่ายคาถาไปกว่าสิบกว่าครั้ง ดูเหมือนว่าม้วนคัมภีร์ของอาบริลจะไม่มีวันหมดเลย เขาหยิบมาใช้ได้อย่างเรื่อย ๆ

ในที่สุดเมอร์ลินก็หยุดร่ายและตัดสินใจเปลี่ยนคาถา ความผันผวนพลังธาตุสายฟ้าได้ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา

“ข่ายสายฟ้า!!!”

ตาข่ายขนาดใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้า สีหน้าของพ่อมดอาบริลได้ฉายแววลังเลเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาและเปิดใช้งานทันที

*ตูม*

ทันทีที่เปิดใช้งานม้วนคัมภีร์ ไอโดยรอบปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ความหนาวเย็นนนี้แม้แต่คนที่อยู่โดยรอบก็สามารถสัมผัสได้ได้

“เขตแดนน้ำแข็ง!!!”

ภายในรัศมี 5เมตร รอบตัวอาบริลเกิดพื้นที่สุญญากาศขึ้น มันได้แช่แข็งทุกอย่างโดรอบให้เป็นน้ำแข็งทันที

ทันทีที่ข่ายสายฟ้าเข้าไปในรัศมีของคาถาเขตแดนน้ำแข็ง มันก็ได้สลายหายไปทันที

“ลูกไฟ!!”

เมอร์ลินเหวี่ยงมือไปด้านหน้า ลูกไฟขนาดเท่ากำปั่นมากกว่าสิบลูกได้พุ่งเข้าหาพ่อมดอาบริลทันที อย่างไรก็ตามทันทีที่พวกมันเข้าไปในรัศมีของคาถาเขตแดนน้ำแข็ง พวกมันก็สลายหายไปเช่นกัน

“ฟู่”

เมอร์ลินอดไม่ได้ที่เขาจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกได้ว่านี่เป็นป้องกันที่ทรงพลัง มันไม่น่าจะใช่คาถาระดับหนึ่งหรือระดับสอง

มันน่าจะเป็นคาถาระดับสามหรือสูงกว่านั้น

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็ร่ายลูกไฟยักษ์ ข่ายสายฟ้าแบบเสริมพลังและคาถาอีกมากมายอย่างต่อเนื่องแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำอะไรพ่อมดอาบริลได้เลย ทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมเซซิลถึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

พ่อมดอาบริลมีอุปกรณ์เวทมนต์มากเกินไป แล้วม้วนคัมภีร์ของเขามีพลังมาก ด้วยจำนวนที่เขาใช้งานไป มันไม่คุ้มกับแต้มที่เขาแลกม้วนคัมภีร์พวกนี้มา

“ฉันขอยอมแพ้”

เมอร์ลินไม่อยากเสียพลังเวทย์อีกต่อไป ไม่ว่าเขาจะโจมตียังไง เขาก็ไม่สามาถเอาชนะเขตแดนน้ำแข็งได้ ถึงมีว่าเขาจะมีจี้ห้อยคอ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้อยู่ดี

ทางด้านอาบบริลมีท่าทีผ่อนคลายลงหลังจากได้ยินอย่างนั้น เขาค่อนข้างจะระวังตัวกับเมอร์ลินมาก

“พ่อมดอาบริล หากคุณไม่รังเกียจคุณช่วยบอกผมได้มั้ยว่า ม้วนคัมภีร์เขตแดนน้ำแข็งของคุณ มันเป็นคาถาระดับไหน”

เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องนี้ เขาคิดว่ามันเป็นคาถาที่ยอดเยี่ยมมาก

พ่อมดอาบริลไม่ได้วางตนข่มเมอร์ลิน เขายิ้มน้อย ๆ และพูดว่า “นี่คือม้วนคัมภีร์ระดับสี่ที่ตระกูลของฉันมอบให้เพื่อปกป้องชีวิตของฉัน”

“คาถาระดับสี่...”

เมอร์ลินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าตัวเขาในตอนนี้จะแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง เขาสามารถเอาชนะนักเวทย์ระดับบางคนได้ อย่างไรก็ตมนักเวทย์ระดับสี่มันไกลเกินความสามารถของเขาจะเอื้อมถึง

นี่แสดงให้เห็นว่าตระกูลของพ่อมดอาริลต้องทรงอิทธิพลมากถึงขนาดนี้มอบม้วนคัมภีร์คาถาระดับสี่ให้เขา

“พ่อมดอาบริลยินดีด้วยที่คุณได้รับชัยชนะในการงานชุมนุมนักเวทย์”

หลังจากที่เมรอ์ลินพูดเสร็จ เขาก็ลงจากลานประลองไป จากนั้นเอเลน่ากับนักเวทย์คนอื่น ๆ ในหอคอยลีโอก็มาหาเขาอน่างรวดเร็ว

เอเลน่าแสดงความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย

“โธ่!! คุณควรจะเป็นผู้ชนะในการชุมนุมครั้งนี้ พ่อมดอาบริลเอาแต่พึ่งอุปกรณ์เวทมนต์ เขาแทบจะไม่ร่ายคาถาออกมาซักบทเดียวเลย”

เมอร์ลินยิ้มเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แม้ว่าพ่อมดอาบริลจะเป็นฝ่ายชนะแต่จุดประสงค์หลักของงานชุมนุมก็คือการคัดเลือกนักเวทย์ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่น

ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกเสียดายที่แพ้อาบริลเพราะคาถาทั้งหมดที่เขามีได้แสดงออกไปในรอบก่อนหน้านี้แล้ว

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็จ้องมองขึ้นไปยังหอคอยสูงที่อยู่ไกลออกไป ตอนนี้นักเวทย์ระดับเจ็ดคงจะตัดสินใจเลือกได้แล้วดังนั้นเขาทำได้แค่เพียงเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ

จบบทที่ WS บทที่ 144 รอบสุดท้าย PART 3

คัดลอกลิงก์แล้ว