เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 142 รอบสุดท้าย PART 1

WS บทที่ 142 รอบสุดท้าย PART 1

WS บทที่ 142 รอบสุดท้าย PART 1


เมอร์ลินเงยน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาที่เขาอย่างสนใจ สายตานั่นได้กวาดมองทุกส่วนของร่างกายจนไม่มีสิ่งไหนหลุดรอดไปได้

“นักเวทย์ระดับเจ็ด!!”

เมอร์ลินกำหมัดแน่น เขารู้ว่าเป็นการจ้องมองมาจากนักเวทย์ระดับเจ็ด แม้ว่าจะอยู่ไกลแต่ก็ทำให้เขารู่สึกหนักใจ

ผ่านไปสักพักการจ้องมองก็หายไป เมอร์ลินถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ฉันได้เปิดเผยตัวเองในฐานนะที่เป็นนักเวทย์หกธาตุ บางทีฉันอาจจะถูกจับตามองโดยพวกเขาเหล่านั้น” เมอร์ลินพึมพำกับตัวเอง

ก่อนหน้านี้ที่เขาระดมร่ายคาถาใส่พ่อมดนีลในคราเดียว ที่เขาทำแบบนี้ส่วนหนึ่งก็ทำเพื่อพ่อมดโฮล์มส์แต่จริง ๆ เขาทำเพื่อแสดงทักษะของเขาให้นักเวทย์ระดับเจ็ดบนหอคอยสูงมองเห็นเขา

ทางด้านพ่อมดนีล เขาจ้องมองเมอร์ลินอย่างดุเดือด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น “ฉันไม่มีโอกาสแม้จะร่ายคาถา...เขากล้าดียังไงถึงทำลายแผนของฉันอย่างสมบูรณ์”

นีลไปเป็นพ่อมดใจแคบ ตัวเขาตั้งใจจะแสดงความสามารถของเขาเพื่อให้รับความสนใจจากนักเวทย์ระดับเจ็ด

อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าเมอร์ลินจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เมอร์ลินอาศัยจังหวะทีเผลอระดมโจมตีใส่เขาไม่ให้มีโอกาสแม้แต่จะเคลื่อนไหว

เขาไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไป เขาจะต้องเอาคืน

เมอร์ลินสังเกตเห็นสีหน้าของพ่อมดนีล เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายต้องหาทางแก้แค้นเขาแน่นอน

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาเป้นเพียงพ่อมดสมธาตุที่สร้างคาถาระดับหนึ่งได้เพียงหนึ่งคาถา หากเทียบกับพ่อมดโฮล์มส์ เขามีศักยภาพที่ดีกว่าจึงไม่แปลกเลยที่แม่มดเกรเทลจะให้ความสนับสนุนเขา

หลังจากนั้นเมอร์ลินได้เดินออกมาจากลานประลอง ปฏิกิริยาของเอเลน่าและคนอื่น ๆ เปลี่ยนไป พวกเขามองเมอร์ลินราวกับเป็นสัตว์ประหลาด

“พ่อมดเมอร์ลิน คุณสร้างคาถาหกอันแล้วเหรอ” เอเลน่ได้เปิดปากถามด้วยเสียงเบา

นอกจากพวกเขาแล้วยังมีนักเวทย์จากหอคอยอื่นจ้องมองมาที่เมอร์ลินด้วยเช่นกัน พวกเขาก็สงสัยและอยากรู้เรื่องนี้ด้วย

*หวู่ม*

เมอร์ลินได้ปลดปล่อยพลังเวทย์ทั้งหมดออกมา เขาคิดว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องปิดบัง “ใช่ ฉันสร้างคาถาระดับศูนย์หกคาถาแล้ว”

นักเวทย์หลายคนตกใจที่ได้ยินจากปากเมอร์ลินโดยตรง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเห็นเมอร์ลินร่ายคาถาต่าง ๆ ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

หากนักเวทย์สามธาตุนั้นเป็นคนทั่วไป นักเวทย์สี่ธาตุเป็นอัจฉริยะ นักเวทย์ห้าธาตุเป็นปรากฏการณ์ที่ยากจะเกิดขึ้น

ในช่วงเวลาหลายร้อยปีมีเพียงนักเวทย์เพียงคนที่ปรากฏขึ้นในดินแดนมนต์ดำก็คือ พ่อมดไคลส์

ส่วนนักเวทย์หกธาตุนั่นหายากพอ ๆ กับฟันของไก่ แม้แต่ในองค์กรขนาดใหญ่แทบจะไม่ปรากฏให้เห็นเลย

ดังนั้นการที่เมอร์ลินปรากฏตัวในฐานนะนักเวทย์หกธาตุสร้างความตื่นตกใจให้กับนักเวทย์ในดินแดนมนต์ดำ แม้แต่นักเวทย์ระดับสี่ขึ้นไปก็ประหลาดใจเช่นกัน

ในเวลานี้นักเวทย์ระดับสี่ต่างออกมาแสดงความยินดีกับพ่อดมลีโอที่ได้นักเรียนดีเด่นเช่นนี้ แม้ว่าเมอร์ลินไม่ได้เป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งแต่ความกล้าหาญที่เขากล้าสร้างคาถาหกคาถาก็สมควรได้รับการยกย่องแล้ว โดยเฉพาะคาถาหมอกรัตติกาลที่มีความยุ่งยากและซับซ้อน

อย่างน้อยตอนนี้ เมอร์ลินก็มีความเป็นเลิศในการสร้างโครงสร่างเวทมนต์

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพ่อมดลีโอ แม้ว่ารอยยิ้มนั่นจะดูน่ากลัวก็ตาม

“พ่อมดลีโอ ทำไมพ่อมดเมอร์ลินถึงกลายเป็นนักเวทย์หกธาตุ คุณไม่ได้เตือนเขาเหรอว่ามันยากแค่ไปที่จะกลายเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่ง”

แม่มดนาชากล่าวออกมา แม้ว่าเธอจะเพิ่งเลื่อนระดับมาถึงระดับสี่และเพิ่งสร้างหอคอยเสร็จไม่นานมานี้แต่เธอก็ยังเอาเวลามาสอนลูกศิษย์ของเธออย่างตั้งใจ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นักเรียนส่วนหนึ่งของเธอกลายเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่ง ดังนั้นแม่มดนาชาเหมาะที่จะเป็นอาจารย์มากกว่าพ่อมดลีโอ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอสามารถตระหนักถึงปัญหาได้ในชั่วพริบตา เธอคิดว่าถ้าเมอร์ลินเป็นนักเวทย์สี่ธาตุ เขาก็จะมีโอกาสเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งได้มากกว่านี้

ส่วนห้าธาตุก็พอมีหวังมากแต่ก็ต้องใช้ระยะเวลามากกว่านักเวทย์สี่ธาตุสักหน่อย

อย่างไรก็ตามสำหรับหกธาตุ ต้องให้ความพยายามหลายต่อหลายเท่าต้องใช้ทั้งโครงสร้างเวทมนต์กับพลังจิตที่มากตามคาถาที่เพิ่มเข้ามา

ในดินแดนมนต์ดำไม่เคยมีนักเวทย์หกธาตุมาก่อน เพราะว่ามันยากเกินว่าจะจินตนาการได้

พ่อมดลีโอรับฟังอย่างเงียบ ๆ สายตาของเขาทอดยาวไปไกลและเพ่งมองเมอร์ลินที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนและเขาพูดด้วยเสียงหนักแน่นว่า

“นี่เป็นทางที่เขาเลือกเอง...แม่มดนาชา คุณไม่คิดเหรอว่าเมอร์ลินเหมือนข้าในสมัยก่อน”

แม่มดนาชามองไปเข้าไปในดวงตาของว่างเปล่าของพ่อมดลีโอและส่านหัวอย่างช่วยไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเสียสละไปมากเพียงใด เพียงเพื่อผสานร่างกายกับดวงตาแห่งความมืด

แม้แต่นักเวทย์ระดับเจ็ดยังไม่คิดว่าพ่อมดลีโอจะประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตามพ่อมดลีโอต้องแบกรับความเจ็บแวดอย่างแสนสาหัสในการทำลายดวงตาของตัวเอง

พฤติกรรมที่สุดจะอันตรายกล้าได้กล้าเสยของเขา มักจะคอยสร้างเรื่องปวดหัวให้กับนักเวทย์ระดับเจ็ดอยู่บ่อยครั้ง

แม้ว่าพ่อมดลีโอจะเชี่ยวชญในด้านอักษรรูนและการแปรธาตุแต่เขาไม่เคยคิดจะสอนลูกศิษย์ของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

จนในที่สุด ทางนักเวทย์ระดับเจ็ดได้ออกคำสั่งในพ่อมดชุดเทาส่งนักเวทย์ที่มีพรสวรรค์เลวร้ายที่สุดไปที่หอคอยพ่อมดลีโอ

“นั่นเป็นเพราะเมอร์ลินเหมือนคุณมากเกินไป จนอาจทำให้นักเวทย์ระดับเจ็ดไม่โปรดปรานเขาแล้วด้วยความยากในการเลื่อนระดับและเขามีเวลาเหลืออีกเพียงสองปีเท่านั้น คงไม่มีใครอยากจะรับเขาอย่างแน่นอน”

แม่มดนาชาส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เธอเหลือบไปมองเมอร์ลินและรู้สึกสงสารเขา ถ้าเมอร์ลินมาที่หอคอยของเธอแทน เธอจะไม่ยอมให้เขาสร้างถึงหกธาตุ อย่างมากสุดให้แค่ห้าธาตุเท่านั้น

อย่างน้อย ๆ เขาก็อาจจะกลายเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่แบบไคลส์

“พอมดเมอร์ลิน ฉันขอให้คุณโชคดี”

แม่มดนาชาหันความสนไปที่หอคอยที่สูงที่สุดในดินแดนมนต์ดำอีกครั้ง พวกเขาเหล่านั้นให้ความสนใจกับการแข่งขัน หากพวกเขาสนใจในนักเวทย์เหล่านี้ มันอาจจะมีผู้โชคดีได้รับเลือกไปที่หอคอยของพวกเขา

...

การชุมนุมนักเวทย์กำลังอยู่ในช่วงทีเข้มข้นที่สุด ตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงสี่คนเท่านั้นและสี่คนนี้จะเป็นที่จับตามองของนักเวทย์ระดับเจ็ด พวกเขาทั้งหมดมีโอกาสที่จะได้รับเลือกเป็นลูกศิษย์ของนักเวทย์ระดับเจ็ดเหล่านั้น

นักเวทย์ทั้งสี่คนกำลังตรวจสอบกันและกัน ทางด้านเมอร์ลินเขาได้ข้อมูลบางส่วนของนักเวทย์ทั้งสามจากเอเลน่า

คนแรกเซซิล เขาสามารถสร้างคาถาระดับหนึ่งได้เพียงหนึ่งอันเท่านั้น เขาเป็นนักเวทย์สี่ธาตุ คาถาระดับศูนย์แต่ละอันทรงพลังมากซึ่งต้อง5แต้มสนับสนุนในการแลกมาจากหอสมุด

ดังนั้นเขาจึงเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก นอกจากนี้อาจารย์ของเขาเป็นนักเวทย์ระดับสี่จึงทำให้นักเวทย์ระดับเจ็ดสนใจและง่ายต่อการดึงตัวเข้ามา

คนที่สองโลน เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ในรอบที่เจ็ดของเมอร์ลิน โลนต้องการคาถาระดับหนึ่งอีกเพียงคาถาเดียวเท่านั้น เขาจะกลายเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่ง เขาเป็นนักเวทย์สามธาตุที่มีธาตุที่แตกต่างกัน แม้ศักยภาพของเขาจะไม่เหมือนเซซิลแต่เขาแข็งแกร่งกว่ามาก

และคนสุดท้ายอาบริล ตัวเขาเป็นนักเวทสี่ธาตุ เขาเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถแต่เขายังไม่ได้สร้างคาถาระดับหนึ่งเลย ดูเหมือนว่าเขาจะอ่อนแอกว่าพ่อมดนีลที่เขาเพิ่งเอาชนะไป

อย่างไรก็ตามอาบริลได้เข้าสู้รอบที่เจ็ดด้วยความช่วยเหลือของอุปกรณ์เวทมนต์มากมาย แม้แต่เมอร์ลินเองก็ไม่มั่นใจว่าหากต้องสู้กับเขาจริง ๆ เมอร์ลินจะสามารถเอาชนะเขาได้มั้ย

“รอบที่เจ็ด พ่อมดอาบริล กับ พ่อมดเซซิล”

“รอบที่เจ็ด พ่อมดเมอร์ลิน กับ พ่อมดโลน”

การต่อสู้ทั้งสองรอบดำเนินไปพร้อม ๆ กัน แต่การต่อสู้ของเมอร์ลินได้รับความสนใจมากกว่าเพราะในท้ายที่สุดแล้ว นักเวทย์หกธาตุไม่เคยปรากฏบนดินแดนมนต์ นี่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพวกเขาอย่างยิ่ง

พวกเขาอยากรู้ว่า เมอร์ลินจะไปได้ไกลแค่ไหน

เมอร์ลินลุกขึ้นอย่างช้า ๆ สายจาของเขาหัวไปมองนักเวทย์อีกคนที่อยู่ไม่ไกล นั่นคือพ่อมดโลน

เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้เมอร์ลิน รอยยิ้มที่เป็นมิตรปรากฏบนใบหน้าอของเขา

จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็เดินขึ้นมาที่ลานประลอง

เมอ์ลินเงยหน้าขึ้นไปด้านบน เขามองเห็นพ่อมดลีโอที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หิน สีหน้าของเขาเรียบเฉย ดวงตาโลหิตเบิกกว้างจ้องมาที่เขา ทางด้านพ่อมดลีโอก็สนใจการแข่งขันนี้เช่นกัน ถึงขนาดตั้งเบิกดวงตาสีแดงนั่นออกมาดู

“พ่อมดมเอร์ลิน ฉันต้องขอชื่นชมในความกล้าหาญของคุณในการสร้างคาถาถึงหกคาถา ฉันเองไม่กล้าพอที่จะสร้างแค่สี่คาถาด้วยซ้ำ” พ่อมดโลนกล่าวอย่างสบาย ๆ ดูเหมือนเขาไม่ค่อยเครียดกับการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้น

“ฉันก็แค่โชคดีแต่สำหรับพ่อมดโลน คุณจะกลายเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งในไม่ช้า นั่นคือเส้นทางของการเป็นพ่อมดที่แท้จริง” เมอร์ลินตอบอย่างใจเย็น

แม้ว่าภายนอกทั้งคู่จะดูสงบอย่างผิดปกติแต่แววตาของพวกเขาแสดงออกถึงความุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ไม่มีใครที่ต้องการจะพ่ายแพ้ในรอบนี้

“เอาล่ะ เริ่มได้”

พ่อมดโลนหันความสนใจของเขาไปที่หอคอยพ่อมดที่อยู่ในระยะไกล แววตาของเขาประกายด้วยความกระตือรือร้น

ในระหว่างนี่นวงแหวนเวทย์ได้ปกคลุมทั่วลานประลองเนื่องจากการต่อสู้หลังจากนี้สามารถดุเดือดได้ทุกเมื่อ!

จบบทที่ WS บทที่ 142 รอบสุดท้าย PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว