เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 139 สามรอบติด

WS บทที่ 139 สามรอบติด

WS บทที่ 139 สามรอบติด


“รอบที่สามงั้นเหรอ?”

เมอร์ลินเหลือบมองผู้คนที่อยู่รายล้อมเขา พวกเขาคือนักเวทย์ทั้งเก้าที่ถูกส่งตัวมาที่หอคอยพ่อมดลีโอ พวกเขาในตอนแรกก็เหมือนนักเวทย์ทั่วไปที่มั่นใจว่าตัวเองสามารถจะกลายเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งได้แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาพบกับอุปสรรคมากมายประจวบกับความเฉยเมยของพ่อมดลีโอ ทำให้พวกเขารู้สึกท้อแท้สิ้นหวังมาก

แต่ด้วยการมาของเมอร์ลิน มันได้จุดไฟแห่งความหวังในตัวพวกเขานักเวทย์จากหอคอยที่ด้อยกว่าหอคอยอื่น ๆ กลับสามารถเอาชนะทั้งสองรอบได้อย่างง่ายดายและผ่านเข้าสู้รอบที่สาม

ดังนั้นพวกจึงคาดหวังและเอาใจช่วยให้เมอร์ลินสามารถเข้าสู่รอยลึก ๆ

“รอบที่สาม พ่อมดเมอร์ลิน กับ พ่อมดกลีแมน”

ในที่สุด พ่อมดชุดเทาก็เรียกเมอร์ลินเพื่อเริ่มการแข่งขันในรอบที่สาม

เมื่อเขาลุกขึ้น เขารู้สึกได้ถึงสายตานับไม่ถ้วนจ้องมองมาที่เขา มันผิดกับรอบแรกกับรอบที่สองอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากความโดดเด่นของเมอ์ลินเมื่อก่อนหน้านี้ทำให้คนดูเริ่มสนใจในตัวเอง

“คู่ที่น่าสนใจในรอบที่สามกำลังจะเริ่มแล้ว”

เนื่องด้วยในช่วงแรก ๆ เต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเนื่องจากแต่ละหอคอยส่งคนมาเข้าร่วมงานกหอคอยละสิบคน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ก่อนหน้านี้พวกเขาจะมองข้ามเมอร์ลิน

แต่พอเข้าสู่การแข่งในรอบที่สองเป็นต้นไป ความสนุกจะค่อย ๆ เริ่มขึ้น

แล้วพวกมาถึงรอบที่สามจะเป็นการแข่งขันที่รวบรวมนักเวทย์ที่เก่งกาจ ดังนั้นการแข่งนของจริงมันได้เริ่มขึ้นแล้ว

เมอร์ลินขึ้นไปที่ลานประลองอย่างรวดเร็ว เขาพบกับคู่ต่อสู้ของเขาเป็นชายผมยาวสีน้ำตาลลสวมชุดคลุมสีดำ ทั้งสองตรอจฝ่ายกำลังดั่งเชิงอย่างเงียบ ๆ

“ฉันเมอร์ลิน!”

“ฉันกลีแมน”

หลังจากนั้นวงแหวนเวทย์ได้ทำงาน แสงสว่างของบาเรียได้ปกคลุมทั่วทั้งลานประลอง

*ตูม!!*

พ่อมดกลีกลีพุ่งเข้ามาหาเมอร์ลินทันทีที่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เขาง้างมือและซัดคาถาธาตุไฟไปเบื้องหน้า เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำได้แผดเผาลานประลองไปกว่าครึ่ง

ดูเหมือนกลีแมนจะศึกษารูปแบบกาต่อสู้ของเมอร์ลินมาเป็นอย่างดี เขาคิดว่าเมอร์ลินจะต้องร่ายคาถาหมอกรัตติกาลขึ้นมาก่อนและจะแช่แข็งฝ่ายตรงข้ามให้ยอมแพ้ไป

ดังนั้นกลีแมนจึงไม่ปล่อยให้เมอร์ลินมีโอกาสทำเช่นนั้น เขาได้ซัดคาถาธาตุไฟไปในวงกว้างจึงทำให้มอร์ลินไม่สามารถร่ายคาถาหมอกรัตติกาลได้

“ตอนนี้คุณไม่สามารถร่ายคาถาหมอกรัตติกาลได้แล้ว ยอมแพ้ซะก่อนที่จะถูกไฟเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน”

กลีแมนกล่าวอย่างสงบ แม้ว่าคาถาของเขาจะไม่รุนแรงมากแต่มันก็มากพอที่จะจัดการนักเวทย์ที่มีร่างกายดังเช่นสามัญชน

หนึ่งในกฎของการแข่งขัน พวกเขาสามารถดำเนินการต่อสู้ต่อไปได้เรื่อย ๆ และไม่มีการหยุดจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมจำนนหรือเสียชีวิตไปในที่สุด

ตัดภาพมาที่เมอร์ลิน สีหน้าของเขาดูผิดหวังมาก เขาคาดหวังว่าจะพบเจอคาถาที่ทรงพลังในรอบที่สามแต่กลีแมนทำให้เขาผิดหวังมาก

“ลมพายุ”

เมอร์ลินร่ายคาถาลมพายุทันที ร่างกายของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะโผล่มาที่ด้านหลังของกลีแมน เขาได้ชี้นิ้วไปที่ด้านหลังศรีษะของกลีแมนและกำลังจะร่ายคาถาหมอกรัตติกาลออกมา

“ฉันขอยอมแพ้”

กลีแมนที่เห็นเมอร์ลินใช้คาถาลมพายุ เขาก็รู้ตัวเลยว่าตัวเองแพ้แน่นอน ดังนั้นก่อนที่จะถูกครอบงำด้วยหมอกรัตติกาล เขาชิงยอมแพ้ไปก่อนดีกว่า

“คุณแข็งแกร่งมาก ไม่แปลกใจเลยที่ฉันจะพ่ายแพ้ด้วยมือของคุณ” กลีแมนมองเมอร์ลินอย่างลึกซึ้งก่อนที่จะลงจะเวทีไป

ตอนนี้เมอร์ลินเข้าสู่รอบที่สามแล้ว!

เมื่อเมอร์ลินลงมาที่พัก เอเลน่าก็เข้ามาแสดงความยินดีด้วยความตื่นเต้น “เมอร์ลินคุณเก่งมาก คุณเขาสู่รอบที่สามแล้ว มันเท่ากับสถิติที่ทางพ่อมดเซารอนทำไว้เลย”

พ่อมดเซารอนซึ่งเคยผ่านเข้าสู่รอบสาม เมื่อ 12 ปีก่อน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากครั้งนั้นก็ไม่มีนักเวทย์คนไหนที่สามารถทำเช่นนั้นได้เลย แม้แต่รอบแรกพวกเขาก็ไม่ผ่าน

เมอร์ลินยิ้มเบา ๆ และไม่พูดอะไร เขามองดูเอเลน่าที่ดีใจกับความสำเร็จของเขา แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนสวยแต่เธอน่ารักเหมือนสาวข้างบ้าน ด้วยภาพลักษณ์ของเธอ ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเป็นแม่มด

ทางด้านม้านั่งหินหน้าเวทีซึ่งเป็นที่นั่งของนักเวทย์ระดับสี่ขึ้นไป เนื่องจากตอนนี้เป็นเพียงแค่รอบที่สาม พวกเขาจึงไม่สนใจการแข่งขันเท่าไหร่นัก

แต่อย่างไรก็ตามก็มีนักเวทย์บางคนสังเกตการต่อสู้ของเมอร์ลินกับกลีแมน เป็นแม่มดนาชาที่เพี่งจะเป็นนักเวทย์ระดับสี่ เธอหันมายิ้มในพ่อมดลีโอ หลังจากที่เมอร์ลินสามารถผ่านเข้าสู่รอบถัดอย่างง่ายดายได้อีกครั้ง

“พ่อมดลีโอ พวกพ่อมดชุดเทาคงจะมอบของขวัญล้ำค่าให้กับท่าน ฉันจำชายหนุ่มคนนั้นได้ เขาคือเมอร์ลินที่เพิ่งเข้าสู่ดินแดนมนต์ดำได้ไม่ถึงปี เพียงแค่เวลาสั้น ๆ เขาสามารถสร้างคาถาหมอกรัตติกาลได้ที่ซับซ้อนได้ ช่างน่าสนใจจริง ๆ บางทีเขาอาจจะเป็นอย่างพ่อมดเซารอนก็ได้”

ดูเหมือนว่าแม่มดนาชาจะมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับพ่อมดลีโอ

พ่อมดลีโอส่ายหัวเล็กน้อยและตอบว่าด้วยน้ำเสียงอันสงบว่า

“เป็นอย่างเซารอนงั้นเหรอ? ไม่มีทาง”

“อืม คุณคิดว่า เมอร์ลินจะเอาชนะในรอบที่สี่ได้มั้ย?” เธอถาม

ในการแข่งขันรอบที่สี่นั้นจะมีความแตกต่างจากรอบที่สามอย่างมากมันจะเป็นการพบกันระหว่างนักเวทย์จากหอคอยระดับสูง โดยเมอร์ลินจะพบกับพ่อมดวาราดี

พ่อมดวาราดีนั้นถนัดการจู่โจมด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งที่เทียบเท่ากับนักเวทย์ระดับสอง

การที่มีพลังจิตระดับนั้นมันก็หมายความว่า คาถาหมอกรัตติกาลของเมอริ์ลนจะไม่สามารถวาราดีตกอยู่ในภาพลวงตาได้ นอกจากนี้เขายังมีม้วนคัมภีร์คาถาแองกันระดับหนึ่งอีกหลายม้วน เขาเป็นตัวเก็งที่จะเข้าสู้รอบรองชนะเลิศได้

นั่นทำให้แม่มดนาชาไม่เชื่อว่า เมอร์ลินจะมีโอกาสเอาชนะวาราดี

พ่อมดลีโอไม่พูดอะไร เขาได้เพียงรอยยิ้มน่าสยอสยองออกมาและพูดอย่างแผ่วเบาว่า “รอบที่สี่กำลังจะเริ่มแล้ว”

แม่มดนาชารู้สึกสับสน เธอได้ยินน้ำเสียงที่บ่งบอดความมั่นใจของเขา ‘หรือว่าพ่อมดเมอร์ลินจะมีม้วนคัมภีร์ด้วย’

“รอบที่สี่ พ่อมดเมอร์ลิน กับ พ่อมดวาราดี!”

ทันทีที่เสียงประกาศสิ้นสุด พวกผู้ชมก็เงียบไปในทันที ในที่สุดรอบที่สี่ก็เริ่มต้นขึ้น แม้แต่แม่มดนาชาก็มองไปที่ลานประลองอย่างตั้งใจ

“พ่อมดเมอร์ลน ถ้าสู้ไม่ไหวก็รีบยอมแพ้เลยนะ” เอเลน่าพูดเบา ๆ เธอได้เห็นการต่อสู้ของพ่อมดวาราดี ตัวเขานั้นแข็งแกร่งอย่างผิดปกติ เธอไม่คิดว่าเมอริ์ลนจะสามารถเอาชนะได้

“ยอมแพ้เหรอ?” เมอร์ลินหันไปมองพ่อมดวาราดีที่ยืนอยู่บนลานประลองแล้ว เขาได้ยกมุมปากขึ้นและกระซิบว่า “มันไม่ใช่ง่าย ๆที่จะได้พบคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ฉันอยากจะรู้ว่าพวกอัจฉริยะของดินแดนมนต์ดำจะแข็งแกร่งสักแค่ไหนกันเชียว”เขากล่าวพร้อมกับความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม

จากนั้นเขาก็รีบขึ้นมาบนลายประลอง เขาลอบสังเกตพ่อมดวาราดีที่อยู่เบื้องหน้า

เขามีผิวสีเข้มเล็กน้อย เขาสวมเสื้อแขนสั้นและสวมตุ้มูห่วงใหญ๋ทั้งสองข้าง ชุดแตงกายของเขาดูแปลกจะนักเวทย์ทั่วไปสักหน่อย

“ฉันเมอร์ลิน”

“ฉันสาราดี”

จากนั้นวงแหวนเวทย์ได้ทำงาน ตอนนี้การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว

“หมอกรัตติกาล”

เมอร์ลินร่ายคาถาหมอกรัตติกาลใส่วาราดีทันที นับตั้งแต่ที่เขาใช้มันเขารู้สึกว่ามันมีประโยชน์มาก นักเวทย์ทั่วไปไม่สามารถเอาชนะได้เลย

บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เมอแรงค์กล้าที่จะมาแก้แค้นเคานต์เซลินในปราสาทเพียงลำพัง

“แช่แข็ง!!”

เมื่อหมอกสีดำห่อหุ้มร่างของวาราดี เขาก็ไม่ลังเลที่จะร่ายคาถาชาแข็งทันที

“หมอกรัตติกาลเป็นคาถาที่ทรงพลังมากแต่มันไม่เพียงพอที่จะหลอกล่อฉันให้ตกอยู่ในภาพลวงตา”

เสียงอันเย็นชาดังออกมาจากในหมอกสีดำ เมือร์ลินรู้สึกได้ถึงความผันผวนของพลังจิต เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของพลังจิตที่ใกล้เคียงกับเขา

ดังนั้นหมอกรัตติกาลจึงไม่มีผลกับคนที่มีพลังจิตในระดับนี้

เมอร์ลินใช้พลังจิตตรวจสอบโดยรอบ นอกจากวาราดีจะไม่ตกอยู่ในภาพลวงตาแล้ว เขายังร่ายคาถาลมพายุ ทำให้หลบคาถาแช่แข็งอย่างง่ายดาย

*หวู่ม*

ในระหว่างที่วาราดีจะออกจากคาถาหมอกรัตติกาล เขาได้หัวเราะออกมาและร่ายคาถาธาตุดินออกมา

“หลุมดิน!!”

นี่คือคาถาควบคุมธาตุดิน วาราดีรู้ว่าเมอร์ลินมีคาถาลมพายุแบบเดียวกับเขา ดังนั้นเขาจึงร่ายคาถาควบคุมเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว

เมอร์ลินถูกตรึงไว้บนพื้นโดยมีหนวดสีน้ำตาลโผล่ขึ้นมามัดขาของเขาไว้

จากนั้นวาราดีชูมือขึ้นในอากาศ จากนั้นก็มีแสงสว่างแสงขึ้นมาบนเหนือศีรษะของเขา

เมอร์ลินรู้สึกถึงภัยคุกคามทันที มันคือคาถาโจมตีธาตุสายฟ้า มันมีพลังทำลายและความเร็วสูงมาก มันได้พุ่งเข้าหาเมอร์ลินเพียงชั่วพริบตา

“มันจบแล้ว!!”

รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของวาราดี ในช่วงเวลาเช่นนี้เมอร์ลินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน มิฉะนั้นคาถาสายฟ้านี้จะส่งให้เมอร์ลินและจะนำพาเขาไปสู่ความตาย

จบบทที่ WS บทที่ 139 สามรอบติด

คัดลอกลิงก์แล้ว