เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 133 บริวาร PART 2

WS บทที่ 133 บริวาร PART 2

WS บทที่ 133 บริวาร PART 2


*แอ๊ด*

เมอร์ลินแง้มประตูออกมา เขาเห็นแม่มดเลอแรนก้าอยู่อีกฟากของประตู

เขาพบว่าเธอแต่งตัวดูจัดเต็มกว่าปกติ ใบหน้าของแต่งแต้มเติมสีบางอ่อนและสวมเสื้อเชิ้ตเนื้อบางนั่นทำให้เขาสามารถมองเห็นยอดถันของเธอได้อย่างชัดเจน ท่อนล่างสวมกระโปรงสีขาวที่เผยให้เห็นเรียวขาของเธอ ด้วยรูปลักษณ์ของเลอแรนก้าในวันนี้ ทำให้เมอร์ลินมองเธอด้วยแววตาที่เปล่งประกาย

“เออ...พ่อมดเมอร์ลิน” เธอเผยรอยยิ้มออกมาเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง เธอได้มองรอบ ๆ อยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองเมอร์ลินด้วยแววตาที่อยากจะเข้าใจ

เมอร์ลินขมวดคิ้วและนึกอะไรบางอย่างออก “จริงสิ แม่มดเลอแรนก้า ก่อนหน้านี้ฉันได้ขอยืมแต้มสนับสนุนของคุณไป 5แต้ม และยังไม่ได้คืนคุณเลย”

เธอส่ายหัวเบา ๆ และพูดว่า “แค่ 5แต้มเอง คุณไม่ต้องคิดมากเหรอนะ”

“จริงสิ การสร้างคาถาเพลิงพิโรธของคุณเป็นอย่างไรบ้าง” เมอร์ลินจำได้ว่า ก่อนหน้านี้เธอได้บอกว่าจะไปทำการสร้างคาถาระดับหนึ่งขึ้นมา

เมื่อได้ยินคำพูดของเมอร์ลิน สีหน้าของเลอแรนก้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอส่ายหัวและถอนหายใจ “ฉันทำไม่สำเร็จ”

“ไม่สำเร็จเหรอ?” เมอร์ลินตกใจมา โดยปกติแล้วหากนักเวทย์สร้างคาถาล้มเหลว พวกเขาจะได้รับบาดเจ็บ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด มันจะทำให้คาถาก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบไปด้วย

แต่จากมุมมองในสายตาของเขาพบว่า เธอไม่เป็นอะไรมาก

“อันที่จริงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ฉันพอจะคาดการณ์ได้อยู่แล้ว ฉันไม่ยอมแพ้แต่สุดท้ายมันก็ล้มเหลว”

เมอร์ลินไม่รู้จะปลอบเธอยังไง เขาได้แต่ฟังเธออย่างเงียบ ๆ บางทีการปล่อยให้เธอระบายความรู้สึกออกมา มันอาจจะช่วยลดความเศร้าโศกได้

ทันใดนั้นเลอแรนก้าช้อนสายตาขึ้นมามองดวงตาสีฟ้าของเมอร์ลินและถามอย่างจริงจังว่า

“พ่อมดเมอร์ลิน คุณมีเงื่อนไขเกี่ยวกับบริวารของคุณในดินแดนมนต์ดำหรือไม่?”

เมื่อเธอเห็นแววตาที่แสดงความสงสัยของเขา เธอจึงอธิบายเพิ่มเติมไปว่า

“เหล่าบริวารจะทำสัญญาว่าจะจงรักภักดีต่อนักเวทย์ในดินแดนมนต์ดำ โดยนักเวทย์ที่จะทำสัญญานั้นจะต้องเป็นระดับหนึ่งขึ้นไป โดยระดับหนึ่งขึ้นไปมีได้หนึ่งคน ระดับสี่ขึ้นไปมีได้สองคนและระดับเจ็ดขึ้นไปมีได้สี่คน

แม้บริวารเหล่านี้จะไม่ใช่สมาชิกของดินแดนมนต์ดำแต่พวกเขาก็สามารถได้รับสิทธิ์พิเศษเช่นเดียวกับนักเวทย์ทางการ”

เลอแรนก้าสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดว่า “ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจแล้วว่า เมื่อคุณเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นบริวารของคุณ”

เมอร์ลินมองเธออย่างไม่เข้าใจ การเป็นบริวารต้องเสียเสรีภาพมากมายเพียงเพื่อสิทธิ์ต่าง ๆ ในดินแดนมนต์ดำ เห็นได้ชัดว่าทรัพยกรต่าง ๆ ของดินแดนมนต์ต่างที่เป็นที่หมายปองของพวกนักเวทย์ แม้ว่าขนาดของที่นี่จะไม่ใหญ่นักแต่ใช้ว่าจะเข้าไปง่าย ๆ

เมอร์ลินได้เงียบไปพักใหญ่ เขาได้รอมยิ้มเจ้าเลห์และกระซิบเบา ๆ ว่า “แม่มดเลอแรนก้า คุณจำไม่ได้งั้นหรือว่าผมเป็นนักเวทย์หกธาตุและคุณก็น่าจะรู้ว่ามันยากแค่ไหน่ถึงจะก้าวไปสู่นักเวทย์ระดับหนึ่ง”

เลอแรนก้าส่ายหัวและตอบว่า “ใช่ ฉันรู้ ฉันได้ลองคิดเรื่องนี้มานานแล้วและนี่เป็นการตัดสินใจของฉัน จริงอยู่ที่ฉันไม่คิดว่าคุณจะประสบความสำเร็จแต่แววตาของคุณไม่เคยแสดงความย่อท้อเลยแม้แต่ครั้งเดียวและยังเปล่งประกายด้วยความมั่นใจอยู่เสมอ

ถึงฉันจะไม่รู้ว่าคุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหนแต่ในใจลึก ๆ ของฉันบอกว่า คุณมีโอกาสที่จะทำสำเร็จ...คุณคงไม่รู้ว่านักเวทย์ที่ถูกขับไล่อย่างฉัน ครอบครัวก็ไม่สนใจใยดีและปล่อยฉันไปตามยัดถากรรม นี่จึงเป็นทางออกเดียวที่ฉันคิดได้”

หลังจากกล่าวจบเธอก็ทิ้งหน้าอกอันใหญ่โตซบไปที่เมอร์ลินอย่างอ่อนโยน เธอได้เผยนอยยิ้มอันเย้ายวนและพูดว่า “ฉันจะมอบแต้มสนับสนุนทั้งหมดให้กับคุณ ฉันมีแต้มทั้งงหมด 70แต้ม นอกจากนี้ฉันยังมีเหรียญทองที่ได้จากครอบครัว 500,000เหรียญ ฉันจะมอบให้ทุกอย่างให้คุณก่อนที่ฉันจะจากที่นี่ไป”

เมอร์ลินมองเลอแรนก้าอย่างลึกซึ้ง ด้วยเหรียญทอง 500,000เหรียญ มันสามารถแลกเป็นแต้มได้ถึง 50แต้ม หากรวมกับ 70แต้ม เขาก็จะมีแต้มทั้งหมด 120แต้ม

เมื่อรวมกับของที่เขามี 30แต้ม เขาก็จะมี 150แต้ม

ด้วยจำนวนแต้มที่มากขนาดนี้ เขาสามารถเอาไปแลกเสื้อคลุมคลุมรูนแบบเดียวกับที่โฮล์มส์มาใส่ได้

เลอแรนก้าสังเกตเห็นว่าเมอร์ลินยังลังเลอยู่ เธอจึงสูดหายใจลึก ๆ และสวมกอดเขา

“แม้แต่ร่างกายฉันก็ยินดีมอบให้คุณ” ริมฝีปากสีแดงสดจรดปลายหูของเมอร์ลินและกระซิบอย่างแผ่วเบา

*ควับ*

เมอร์ลินหันมาโอบรอบเอวของเลอแรนก้าและมองเธอด้วยแววตาที่เปล่งประกาย ริมฝีปากของเขาเผยรอมยิ้มแสนขี้เล่นออกมา เขาเปิดปากถามเธอด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

“แม่มดเลอแรนก้า คุณกำลังเล่นกับไฟ...หากฉันไม่สามารถเป็นนักเวทย์ระกับหนึ่ง คุณจะสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งตัวคุณเอง”

“ในบางครั้ง คุณอยู่ในสถานการณ์ที่บังคับให้เลือก คุณต้องเลือกมันไม่ว่าทางที่คุณเลือกจะถูกหรือผิดก็ตาม” เลอแรนก้ายิ้มอย่างเชิญชวน แขนอันอ่อนนุ่มได้โอบแผ่นหลังกว้างของเมอร์ลิน

จากนั้นหัวสมองของเมอริ์ลนก็ว่างเปล่า เขาประกบริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่มในขณะที่เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขน จมูกของเขาสูดกลิ่นกายอันหอม มันยิ่งกระตุ้นให้ความอยากของเขาให้พวยพุ่งขึ้นมา

...

รุ่งเช้า

เมอร์ลินลืมตาและลุกขึ้นนั่ง เขาเกาศีรษะและยิ้มอย่างขมขื่น เมื่อเห็นสภาพห้องที่เละเทะ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ นึกถึงคืนค่ำที่ร้อนแรงออก เขาหันไปมองด้านข้างและพบว่าเลอแรนก้าไม่อยู่แล้ว เธอต้องไปจัดการทำเรื่องออกจากดินแดนมนต์ดำ เธอออกไปโดยทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายอันเย้ายวนเอาไว้

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกของเธอแต่เขากลับรู้สึกว่าเธอให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากเชอรีสกับแอวริล ภรรยาทั้งสองของเขาจะเป็นฝ่ายให้เขาเดินเกมส์ ส่วนเลอแรนก้าเธอเป็นฝ่ายเริ่มเกมก่อนจนตัวเขาเกือบตามเธอไม่ทัน

เมอร์ลินได้หวนนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขโดยไม่รู้ตัวแต่อย่างไรก็ตาม เขาก็รีบกลับมาเป็นปกติอย่งรวดเร็ว เนื่องจากมีงานมากมายที่เขาต้องทำ

เขาต้องการปรุงยาห้ามเลือดต่อจากเมื่อวาน โดยก่อนหน้านี้มันถูกขัดโดยเลอแรนก้า ทำให้เขาต้องเริ่มกระบวนใหม่ตั้งแต่หนึ่ง

“เดอะเมทริกซ์ เริ่มต้นกระบวนการสร้างน้ำยาห้ามเลือดใหม่”

เขาเปิดการทำงานของเดอะเมทริกซ์ทันที จากนั้นเสียงหุ่นยนต์ผู้หญิงได้กังขึ้นมาในหัวของเขา

กระบวนการทำน้ำยาห้ามเลือดได้เริ่มต้น โปรดเตรียมส่วนผสมดังต่อไปนี้ หญ้าประกายฟ้า, ดอกไม้ห้วงเวลา, น้ำหมึกแกรไฟต์,...

เมอร์ลินนำส่วนผสมเหล่านั้นออกมาจากแหวน เขานำพวกมันไปผสมทีละอย่างตามคำแนะนำของเดอะเมทริกซ์

เขาได้จำจดทุกขั้นตอนไว้ล่วงหน้า มันจึงทำให้อัตราสำเร็จมีเพิ่มมากขึ้น

“เริ่มจากบดหญ้าประกายฟ้าและดอกห้วงเวลาเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทลงไปในหลอดแก้ว”

เมอร์ลินทำตามขั้นตอนที่เมทริกซ์บอกไว้อย่างเคร่งครัด เขาต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอนและพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้พลาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้และต้องควบคุมปริมาณส่วนผสมอย่างเคร่งครัด เขามั่นใจในปริมาณที่เดอะเมทริกซ์คำนวนออกมา

หลังจากใช้เวลาไป 2ชั่วโมง ไปกับการเตรียมส่วนผสม มันเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากที่สุด ขั้นตอนต่อไปเป็นการผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

“เติมน้ำหมึกแกรไฟต์และตั้งไฟไว้ครึ่งชั่วโมงและรอ”

ในขั้นตอนสุดท้าย เขาต้องเติมน้ำหมึกกราไฟต์และตั้งไฟให้ร้อน เมื่อเขาเติมน้ำหมึกตามที่เดอะเมทริกซ์ระบุไว้ ของเหลวในแก้วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขุ่นมัว

ภายหลังจากจากจุดไฟไม่กี่วินาทีได้เกิดเสียงแหลมเล็กและกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา ดูเหมือนว่ามันจะให้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เมอร์ลินก็ดับไปและรอให้ตัวยาเย็นลง

ในระหว่างรอเขาได้ตรวจสอบบันทึกของเดอะเมททริกซ์อีกครั้ง เขาพบว่าได้ทำตามทุกขั้นตอนที่ได้ระบุไว้อย่างเคร่งครัด ยิ่งไปกว่านั้นมีเป็นสูตรที่ทำได้ง่าย ๆ ทุกอย่างจึงอยู่ในการควบคุม

2ชั่วโมงขั้นมา ตัวยาได้เย็นลงอย่างสมบูรณ์ เมอร์ลินก้มลงไปตรวจสอบตัวยาอย่างใกล้ชิด

จบบทที่ WS บทที่ 133 บริวาร PART 2

คัดลอกลิงก์แล้ว