เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 : ความขัดแย้ง

ตอนที่ 8 : ความขัดแย้ง

ตอนที่ 8 : ความขัดแย้ง


หยวนตู้เจ็บปวดมาสามวันเต็มตั้งแต่ที่เขาถูกเฆี่ยนทำโทษเพราะแอปเปิ้ลจิตที่หลินมู่ทำช้ำ ไม่เพียงแค่เขาจะเจ็บกาย แต่ค่าจ้างของคนงานทั้งเดือนยังถูกตัดไปชดเชยค่าเสียหายด้วย เขาถูกมองด้วยสายตาเกลียดชังจากคนงานมากมายเพราะเรื่องนี้

“อย่างน้อยข้าก็ไม่ต้องจ่ายด้วยเงินเก็บตัวเอง หรือต้องใช้บ้านไปจ่ายชดใช้ โชคดีที่มีแต่หลินมู่ที่ถูกยึดบ้านไป และตอนนี้คนงานทุกคนก็เกลียดหลินมู่ด้วย”

ช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสำคัญของแอปเปิ้ลจิตนั้นคือรายได้หลักของคนงานในรอบปี ในช่วงเวลานี้คนงานแทบทั้งหมดและแม้แต่ลูกของพวกเขาจะช่วยทำงานนี้เพื่อหารายได้เพิ่มให้ครอบครัว เจ้าเมืองอนุญาตให้ใครก็ได้ถูกจ้างในการเก็บเกี่ยว และต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนจากแต่ละครอบครัวที่ต้องมาทำงานในสวนแอปเปิ้ลในช่วงเวลานี้ของปี

แม้ว่าแอปเปิ้ลจิตจะออกผลตลอดปี ผลของพวกมันจะสมบูรณ์ที่สุดในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้าหนาวและเริ่มก่อนจบหน้าร้อน มันคือหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของเมืองอู๋หลิมและสร้างรายได้มหาศาลกับเจ้าเมืองในแต่ละปี แต่ในตอนนี้มีคนงานน้อยลงเพราะโรคระบาดปีที่แล้วจนทำให้การเก็บเกี่ยวช้าลง

หัวหน้าคนงานถูกกดดันจากเจ้าเมืองให้เร่งการเก็บเกี่ยวให้เสร็จก่อนที่หน้าหนาวจะมาถึงเพื่อที่จะได้ส่งออกแอปเปิ้ลจิตออกไปในเมืองทางใต้ หัวหน้าคนงานหลี่เผิงได้ส่งต่อแรงกดดันนั้นต่อมายังคนงานให้เร่งความเร็วในการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องในสามวันก่อน เขาไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีกแล้ว

หยวนตู้กำลังทำงานในสวนแอปเปิ้ลกับกลุ่มของเขาในตอนเช้า พวกเขาถูกมอบหมายให้ทำงานในสวนในสุดที่ติดกับถนนขนส่ง เขากำลังทำงานอยู่ในตอนที่เห็นรถม้าและกลุ่มคนติดอาวุธมากมายออกมาจากป่า เขาไม่คุ้นรถม้าหรือคนที่เข้ามาในป่าเลย เหตุผลเดียวที่พวกเขามาจากส่วนนี้ของป่าก็คือการเปลี่ยนเส้นทาง ซึ่งจะต้องผ่านด้านตะวันตกของป่า

เส้นทางตะวันตกนั้นอันตราย และที่นั่นเต็มไปด้วยสัตว์ชั้นกลาง แม้แต่นายพรานก็ไม่เสี่ยงถ้าอยากจะใช้เส้นทางที่ปลอดภัยจากเมืองเหนือ หยวนตู้มองและพยายามจะหาคนที่เขาคุ้นหน้า ในตอนนั้นเองก็ได้เห็นเด็กหนุ่มเดินอยู่ด้านหลังรถม้า เมื่อได้เห็นหน้าช้า ๆ แววตาก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง นั่นคือเด็กหนุ่มคนเดียวกับที่ทำให้เขาถูกลงโทษและเจ็บปวดเช่นนี้

หลินมู่เข้ามาใกล้สวนแอปเปิ้ลและได้ยินเสียงชายที่จ้องเขาตะโกนใส่

“หลินมู่ กล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาที่นี่! หลังจากสิ่งที่เจ้าทำลงไป!”

ก่อนหลินมู่จะได้ตอบ เขาก็พูดอีกครั้ง

“หัวหน้ายึดทรัพย์เจ้าไปหมดแล้ว เจ้าจะเสนอหน้ามาทำไมอีก! ไม่มีใครต้อนรับเจ้าอีกแล้ว”

ในตอนนี้ คนงานอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ได้ยินเสียงหยวนตู้ตะโกนแล้ว มีคนเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น หลินมู่ยิ่งตระหนกเมื่อคนออกมารวมตัวกัน เขามองใบหน้าแต่ละคนที่มองหน้าเขาอย่างคุกคาม หลินมู่รวบรวมความกล้าตอบ

“ลุงหยวนตู้ ข้าไม่ได้มาที่นี่หรอก ข้าแค่มาขายของในเมืองกับซื้อของเท่านั้น”

หยวนตู้ตอบอย่างไม่ชอบใจ

“โดนริบทุกอย่างไปแล้วยังจะมีอะไรให้ขายอีกเรอะ? และถ้าเจ้ามีเงิน เจ้าก็ต้องเอามาชดใช้ให้พวกข้า”

คนงานคนอื่นต่างเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกัน

“ใช่! ถ้าเจ้ามีของมาขาย เจ้าก็ต้องจ่ายให้พวกข้าก่อน!”

หลินมู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องตอบอย่างไรเพราะเขาไม่มีทางจะจ่ายให้ได้อยู่แล้ว เหล่าคนงานส่งเสียงดังต่อไปเมื่อเห็นหลินมู่เงียบ พวกเขารู้ดีว่าไม่มีโอกาสที่หลินมู่จะชดใช้ให้พวกเขา พวกเขาเพียงแค่ระบายโทสะออกมาเท่านั้น

หลินมู่คิดจะเดินหนีเพราะเขาไม่อยากจะฟังอีกแล้ว และเขาไม่มีธุระอะไรกับคนเหล่านี้ หลินมู่ถอยกลับไปแต่ก็มีคนคว้าไหล่เขาเอาไว้

“เจ้าคิดจะไปไหน? วันนี้เราจะมาสะสางกัน”

หยวนตู้จับไหล่เขาอย่างแรง ถ้าหลินมู่ไม่มีร่างกายขั้นสี่กระดูกไหล่เขาคงจะหักไปแล้ว หยวนตู้นั้นเองก็มีร่างกายขั้นสี่เช่นกัน เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลินมู่ไม่บาดเจ็บเลย หลินมู่พลิกตัวปัดมือหยวนตู้ออกไป

“ปล่อยข้าเถอะหยวนตู้ ข้าชดใช้ด้วยบ้านที่โดนริบไปแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์หยุดข้า”

หยวนตู้ระเบิดโทสะ เขาพุ่งมาจับตัวหลินมู่อีกครั้งขณะตะโกน

“จับเด็กนั่นไว้! มันจะต้องชดใช้เราด้วยเลือด!”

คนงานอื่นที่ยืนอยู่เองก็พยายามจะจับตัวหลินมู่ เขาถูกล้อมสามด้านโดยคนงาน หลินมู่เริ่มวิ่งหนีขณะที่คนงานวิ่งไล่

ในตอนนี้ ทหารในเมืองเห็นความวุ่นวายและเข้าไปรายงานหลี่เผิง

เสียงเหล่าคนงานเอะอะโวยวายและหยุดทำงานแม้ว่างานจะยังไม่รุดหน้านั้นทำให้หลี่เผิงหน้าแรงด้วยความโกรธ เขาวิ่งไปทางที่ทหารบอก ทหารเองก็ตามหลี่เผิงมาแต่ก็วิ่งตามเขาไม่ทัน

หลี่เผิงมีร่างกายขั้นแปด ถ้าเขาเรียนวิชาบ่มเพาะปราณได้เขาก็จะกลายเป็นผู้บ่มเพาะปราณเพราะระดับต่ำสุดในการเป็นผู้บ่มเพาะก็คือร่างกายขั้นแปดนั่นเอง มีเพียงผู้ที่มีร่างกายขั้นแปดเท่านั้นที่จะทนต่อปราณจิตได้

ถ้ามีผู้ใดพยายามใช้วิชาบ่มเพาะปราณก่อนขั้นแปด อย่างดีที่สุดพวกเขาก็จะทำให้ตัวเองพิการ หรืออาจจะตายก็ได้

หลินมู่กับเหล่าคนงานที่กำลังไล่ล่าได้ยินเสียงตะโกนดังราวสายฟ้าจากด้านหลัง

“หยุดเดี๋ยวนี้! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?! ทำไมพวกไร้ประโยชน์อย่างเจ้าถึงหยุดทำงาน!?”

เสียงตะโกนดังลั่นทำให้หลินมู่กับคนงานตกใจ พวกเขายึดนิ่งราวศพและหันกลับไปมองเห็นหลี่เผิงวิ่งมาทางพวกเขาตามด้วยเหล่าทหาร ไม่กี่วินาทีหลี่เผิงก็มาถึงหน้าพวกเขาแล้ว

“อธิบายข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าทำไมพวกเจ้าถึงไม่ทำงานก่อนที่ข้าจะสั่งเฆี่ยนทุกคน!”

เหล่าคนงานแน่นิ่งด้วยความกลัวและพูดไม่ออก หยวนตู้กัดฟันเพราะเขาเป็นคนเดียวที่อยากจะแก้แค้นหลินมู่ที่สุด แต่ตอนนี้หลี่เผิงปรากฏตัวออกมาแล้ว เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรต่อไป

หลี่เผิงมองคนงานที่เงียบด้วยใบหน้าหมอง

“พวกเจ้ารออะไรอยู่!? พูดออกมา!!!!

ก่อนที่จะมีคนงานได้พูด หลินมู่ก็ตะโกนร้อง

“คนงานพวกนี้ทำร้ายข้าตอนที่ข้าเดินผ่านสวน ข้าไม่ได้ยั่วพวกเขาก่อนนะ”

หลี่เผิงมองเด็กหนุ่มที่คุ้นหน้าและจำได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มคนเดียวกับที่ทำให้เสียเรื่องเมื่อสามวันก่อน

เมื่อรู้ว่าเขาปล่อยให้หลินมู่พูดต่อไม่ได้อีกแล้ว หยวนตู้จึงพูดออกมาบ้าง

“มันโกหกนะท่าน มันมาเพราะคิดร้าย มันไม่มีเหตุผลต้องอยู่ที่นี่แต่มันก็ยังมา”

หลินมู่ตะโกนด้วยความตกใจ

“นั่นไม่จริงนะใต้เท้า ข้าเพียงแค่มาซื้อขายของในเมืองเท่านั้นเอง ข้าไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับคนพวกนี้เลย หยวนตู้เป็นคนตะโกนและทำร้ายข้าก่อน”

“โกหก!!!!”

หยวนตู้ตะโกน

“หุบปาก!”

หลี่เผิงตะโกนและมองพวกเขาด้วยความหงุดหงิด

หลี่เผิงรู้สึกถึงความผิดปกติในข้อกล่าวอ้าง ต้องมีคนโกหกอยู่แน่ เมื่อคิดถึงสถานการณ์ของเด็กหนุ่ม เขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะกล้าพอที่จะมายั่วยุเหล่าคนงาน เขาจึงละสายตาไปมองตาหยวนตู้และเห็นว่าหยวนตู้จ้องหลินมู่ด้วยสายตาอาฆาต

หยวนตู้รู้สึกว่าถูกมอง เขาจึงละสายตาจากหลินมู่

“ไอ้เด็กนี่มันโกหกนะใต้เท้า มันบอกจะมาซื้อของขายของจากเมือง แต่ถ้าไม่เห็นว่ามันเอาอะไรมาขายเลย แล้วข้าก็ไม่คิดว่ามันเหลือเงินหลังจากโดนลงโทษด้วย”

หยวนตู้พูดต่อด้วยแววสายชั่วร้าย

“ท่านใต้เท้า ข้าสงสัยว่ามันมาที่นี่เพื่อแก้แค้นโดยการขโมยแอปเปิ้ลจิตในสวน ข้าแค่พยายามจะหยุดก่อนที่มันจะลงมือทำอะไร”

ในตอนนี้ หยวนตู้ลองพูดทุกอย่างที่จะทำให้หลินมู่มีความผิด หลี่เผิงมองเด็กชายหัวจรดเท้าและก็เห็นว่าหลินมู่ไม่ได้นำอะไรมาขายจริง ความกลัวในหลินมู่เพิ่มขึ้นทุกวินาที สิ่งเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้คือท่องพระสูตรสงบใจในใจ

ความหวาดกลัวในตัวหลินมู่ถูกชะล้างไปด้วยคลื่นความสงบ ในใจของเขาสงบนิ่งไร้ความคิดอื่นใดผุดขึ้นมา ในใจหลินมู่ เวลาอาจผ่านไปหลายนาทีแล้ว แต่สำหรับคนอื่นนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที เมื่อจิตใจเป็นอิสระจากความกลัว หลินมู่จึงคิดหาทางแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ด้วยความเร็วปานสายฟ้า เขาคิดวิธีที่จะเอาตัวรอด

หลินมู่ยื่นมือไปที่กระเป๋าเงินเล็กที่ว่างเปล่าที่ผูกเอว จากนั้นจึงเรียกเขาของกระต่ายเขาดำออกมาจากแหวน เขาดึงมือออกมาจากกระเป๋าและแสดงเขากระต่ายในมือให้หลี่เผิงดู

“ใต้เท้า ข้าจะขายเขากระต่ายในเมือง อย่างน้อยจะได้ซื้อเมล็ดพืชหรือข้าวมารับประทานบ้าง”

หยวนตู้ตกใจเมื่อเห็นเขากระต่ายในมือหลินมู่ เพราะเขามั่นใจเหลือเกินกว่าเด็กหนุ่มไม่ได้พกอะไรมาในกระเป๋าเลย ในระหว่างที่วิ่งไล่เขาก็จ้องมองกระเป๋าเงินที่คาดเอวหลินมู่และเห็นว่ามันไม่มีอะไรเลย เหตุผลที่หยวนตู้มั่นใจก็เพราะว่าเขาต้องมองเพื่อหาเหตุผลยืนยันว่าเด็กหนุ่มไม่ได้มีอะไรมาขายจริง นี่ทำให้หยวนตู้ตกที่นั่งลำบาก

หลี่เผิงเงียบขณะมองเขากระต่ายในมือหลินมู่ จากนั้นจึงกล่าว…

จบบทที่ ตอนที่ 8 : ความขัดแย้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว