เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 119 เมืองดอนกลิน PART 2

WS บทที่ 119 เมืองดอนกลิน PART 2

WS บทที่ 119 เมืองดอนกลิน PART 2


ในไม่ช้ากลุ่มนักดาบที่นำโดยพ่อมดปาริโอได้เคลื่อนพลออกจากเมืองดอนกลินไปอย่าเงียบ ๆ

แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่นั้นได้มีร่างเงาทั้งสองปรากฏตัวอยู่ด้านหลังพวกเขา

ทั้งสองเสื้อผ้าทะมัดทะแมงและพกดาบใหญ่ไว้ด้านหลัง ดูเหมือนพวกเขาจะเฝ้ารอจังหวะนี้มานานแล้วแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะเกิดลังเลที่จะดำเนินแผนการนี้

“แคทเธอรีน ก่อนหน้านี้ที่เราหนีออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปค้นหาองค์กรนักเวทย์ ตอนนั้นเราโดนพ่อก็โกรธมากแล้ว ถ้าพ่อเกิดรู้เรื่องนี้อีก พี่กลัวว่าเราจะไม่ได้ออกจากบ้านอีกเลย”

แคทเธอรีนจ้องไปที่พี่ชายของเธอและพูดว่า “คาเปซ ไม่ต้องกังวลไปถึงค้างคาวแวมไพร์จะน่ากลัวแต่คราวนี้มีพ่อมดปาริโอ พ่อมดซิมป์และก็พ่อ แล้วอีกอย่างพวกเขายังพานักดาบน้ำแข็งกว่าสามสิบคนไปอีกด้วย ไม่มีทางที่จะเกิดอันตรายอย่างแน่นอน พี่ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว โอกาสดี ๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก พวกเรารีบตามไปเถอะ เดี๋ยวจะพลาดฉากสำคัญ” แคทเธอรีนกล่าวพลางดึงคาเปซด้วยความตื่นเต้น พวกเขาแอบตามกองกำลังของพ่อมดปาริโอและออกจากเมืองดอนกลินไป

...

นอกเมืองดอนหกลิน กลุ่มคนหนุ่มสาวทั้งสี่คนกำลังเดินทางมาที่เมืองนี้ด้วยความเหนื่อยล้า พวกเขาเดินทางมาไกลมากเรี่ยวแรงของพวกเขาค่อย ๆ น้อยลงไปทุกที

“นั่นเมืองดอนกลินนี่ รีบไปกันเถอะ เราจะไปพบกับมาควิสบารอสซ่าโดยตรง ฉันเชื่อว่าเขาน่าจะข้อมูลเกี่ยวกับค้างคาวแวมไพร์”

โฮล์มส์รับหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มโดยที่เลอแรนก้ากับเมอร์ลินไม่ได้คัดค้านอะไร พวกเขาอยู่เงียบ ๆ และตามทำตามคำสั่งของโฮล์มส์

ผ่านไปพักใหญ่พวกเขาก็เดินทางมาถึงเมืองดอนกลินเรียบร้อยแล้ว

เมืองดอนกลินแห่งนี้มีความรุ่งเรืองยิ่งกว่าเมืองปรากาซอย่างเทียบไม่ติดโดยตำแหน่งขุนนางสูงสุดของที่นี่คือมาควิส เมืองดอนกลินถูกจัดเป็นเมืองระดับกลาง

ภายในเมืองเต็มไปด้วยชาวเมืองที่พลุกพล่าน เมอร์ลินและคนอื่น ๆ ไม่มีเวลามาชมสถาปัตยกรรมของที่นี่ พวกเขามุ่งหน้าไปที่ปราสาทของมาควิสบารอสซ่าเพื่อเริ่มทำภารกิจ

ในระหว่างทางเมอร์ลินได้ศึกษาเรื่องของเมืองนี้มาอย่างคราว ๆ แล้ว เมืองดอนกลินปกครองโดยมาควิสบารอสซ่า เขามีนักดาบธาตุขั้นกลางกว่าร้อยนายและอัศวินชั้นยอดหลายแสนคนภายใต้การบัญชาของเขา นอกจากนี้เขายังมีพ่อมดพเนจรอย่างน้อย 5คนที่ทำงานให้เขา นี่แสดงให้เห็นถึงขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ในมือของเขา

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าโฮล์มส์จะไม่สนใจกองกำลังของมาควิสบารอสซ่าเลย แผนของเขาก็เรียบง่ายแบบทื่อ ๆ เขาจะบุกเข้าไปในปราสาทตรง ๆ เพื่อพบกับมาควิสบารอสซ่าและถามข้อมูลของค้างคาวแวมไพร์โดยตรง

“หยุดอยู่ตรงนั้น! พวกเจ้าเป็นใคร”

โฮล์มส์เดินนำทุกคนเข้าไปในปราสาทและพวกเขาก็ถูกทหารยามขวางไว้ทันที

“กรงวายุ”

โฮล์มส์ขมวดคิ้วและโบกมือเบา ๆ พลังธาตุลมได้ก่อตัวขึ้นมาล้อมรอบทหารยามทันที

“ไปต่อกันเถอะ” โฮล์มส์พูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเดินนำเดินไปในปราสาทโดยไม่แม้แต่จะชายตามองทหารยามพวกนี้

เมอร์ลินหรี่ตามองและพึมพำเบา ๆ “คาถาประเภทควบคุมธาตุลมงั้นเหรอ?”

ตั้งแต่ที่เมอร์ลินเข้าสู่ดินแดนมนต์ดำ เขาได้ศึกษาเรียนรู้คาถาทุกประเภท เขาไม่ใช่พ่อมดมือใหม่อีกต่อไป ด้วยเหตุเขาถึงรู้ว่าคาถาที่โฮล์มส์ร่ายออกไปนั้นคืออะไร

คาถานี้มันสามารถทำการกักขังทหารยามได้หลายคนในการร่ายเพียงครั้งเดียวซึ่งมันน่าจะเป็นคาถากรงวายุ มันต้องใช้แต้มสนับสนุน 5แต้มในการแลกเปลี่ยนจากหอสมุด

เมื่อโฮล์มส์ได้เคลียร์เส้นทางข้างหน้าแล้ว พวกทหารยามไม่มีโอกาสเข้าใกล้พวกเขาด้วยซ้ำ พวกเขาจึงสามารถเข้าไปในปราสาทอย่างง่ายดายราวกับไม่มีใครอยู่หน้าปราสาทเลย

*ตึงตึงตึง*

ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้ามาในห้องโถง กลุ่มนักดาบธาตุจำนวนมากได้หลังไหลเข้ามาข้างในพร้อมพลังธาตุที่อยู่ตัวดาบของพวกเขา

พวกเขาเหล่านี้น่าจะเป็นนักดาบธาตุระดับสามกันทั้งหมด

“พวกเจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงกล้าบุกเข้ามาในปราสาทของท่านมาควิส”

ที่ด้านหลังของกองอัศวินมีชายชราร่างผอมสวมชุดสีน้ำเงินยาวกำลังจ้องมองพวกเมอร์ลินอย่างดุเดือด

“ให้ตายสิ ดูเหมือนว่าฉันต้องฆ่าใครสักคนก่อน” หลังจากกล่าวจบ ตัวอักษรรูนบนเสื้อคลุมของโฮล์มส์เรืองแสงอย่างช้า ๆ พลังจิตของเขาเริ่มผันผวน ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมร่ายเวทย์

พ่อมดโฮล์มส์ ฉันว่าเราไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก” ทันใดนั้นก็มีเสียงอันสงบดังขึ้นข้างหูของโฮล์มส์

“พ่อมดเมอร์ลิน คุณมีวิธีอื่นงั้นหรือ?” โฮล์มส์มองเมอริ์ลนอย่างแปลกใจ

เมอร์ลินไม่ตอบโฮล์มส์โดยตรง เขากลับมองไปที่เหล่านักดาบธาตุที่กำลังกรูเข้ามา

“หมอกรัตติกาล!!”

เมอร์ลินเปิดใช้งานหมอกรัตติกาลทันที ทันใดนั้นหมอกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือห้องโถงอย่างรวดเร็ว พวกมันได้กลืนกินนักดาบธาตุพวกนั้นเข้าไป

หมอกรัตติกาล เป็นคาถาประเภทลวงตา หากผู้ที่มีพลังจิตอ่อนแอ พวกเขาจะถูกหลอกมืดหลอกหลอน ขนาดเมอร์ลินที่มีพลังจิตที่แข็งแกร่งยังตกอยู่ในอำนาจของหมอกรัตติกาลเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาจะไม่รับผลของมันมากขนาดไหน

พวกเขาทั้งหมดต่างสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งหมดและยืนเหม่อลอยพร้อมกับทิ้งอาวุธลงไป

*หวู่ม*

เมอร์ลินร่ายคาถาลมพายุและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเขามาถึงตรงที่ ๆ ชายวัยกลางคนคนนั้นอยู่ เขาได้กล่าวด้วยน้ำเสียงอันสงบว่า

“มาควิสบารอสซ่า พวกเรามาที่นี่เพื่อตรวจสอบเรื่องค้างคาวแวมไพร์ ท่านไม่จำต้องกังวลไป”

มาควิสบารอสซ่าที่มีท่าทีสงบ เขาจ้องมองไปที่เมอร์ลินจากนั้นเขาก็หันไปมองชายชราร่างผอมที่อยู่ข้าง ๆ เขา

สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาได้ถอนหายใจและกล่าวว่า

“ท่านมาควิส พวกเขาน่าจะเป็นนักเวทย์จากดินแดนมนต์ดำ”

ชายชราคนนี้น่าจะเป็นพ่อมดพเนจรที่ทำงานภายในคำสั่งของมาควิสบารอสซ่า จึงไม่แปลกที่เขาจะรับรู้ถึงตัวตนของเมอร์ลินกับพวกเป็นสมาชิกของดินแดนมนต์ดำ เพราะในท้ายที่สุดเมืองดอนกลินก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของดินแดนมนต์ดำ

มาควิสบารอสซ่าได้ยินอย่างนั้น เขาได้รู้สึกผ่อนคลายและยิ้มออดมา “ถ้าอย่างนั้นพวกคุณคือนักเวทย์จากดินแดนมนต์ดำสินะ ก่อนหน้านี้แม่มดนาชาก็เคยมาที่เมืองนี้เหมือนกัน เธอได้พาเด็กสาวผู้มีพรสวรรค์ไปกับเธอ ตอนนี้เด็กหญิงคนนั้นสบายดีมั้ย?”

“พอดีผมเพิ่งเข้าร่วมกับดินแดนมนต์ดำได้ไม่นาน ผมจึงไม่ค่อยรู้เรื่องของแม่มดนาชาเท่าไหร่นัก ผมต้องขออภัยด้วยขอรับ”

เมื่อได้ยินมาควิสบารอสซ่าพูดถึงแม่มดนาชา เมอร์ลินก็รู้ว่าเขาไม่ได้โกหกดังนั้นเขาถึงโบกมือเบา ๆ เพื่อคลายคาถาหมอกรัตติกาลออก

เมื่อนักดาบธาตุหลุดจากมนต์สะกดแล้ว พวกเขาต่างมองไปที่เมอร์ลินด้วยความหวาดกลัว

“นี่เขาร่ายคาถาหมอกรัตติกาลอย่างงั้นเหรอ?”

ไม่เพียงแต่นักดาบธาตุเท่านั้น แม้แต่พ่อมดโฮล์มส์ก็เงยหน้าขึ้นมองเมอร์ลินด้วยแววตาที่ซับซ้อน

จบบทที่ WS บทที่ 119 เมืองดอนกลิน PART 2

คัดลอกลิงก์แล้ว