เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 83 ไร้ซึ่งทางหนี

WS บทที่ 83 ไร้ซึ่งทางหนี

WS บทที่ 83 ไร้ซึ่งทางหนี


ในฤดูหนาวอันหนาวเย็นเช่น เวลากลางคืนนั้นจะมาเร็วเป็นพิเศษ เพียงแค่แปปเดียวท้องฟ้าก็ได้มืดมิดแล้ว

เคานต์เซลินรีบจุดเทียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยสายลมที่พัดมาจึงทำให้เปลวไฟบนเทียนได้สั่นไหวตามแรงลม

ตอนนี้ทุกคนอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียดเนื่องจากการหายตัวไปของพ่อมดทั้งสอง

เมอร์ลินมองไปข้างหน้า เขารู้สึกถึงเสียงต่อสู้ที่อยู่ในความืดได้ นอกจากนี้เขายังรู้สึกถึงความผันผวนที่แผ่ออกมาจากตัวของเมอแรงค์ มันให้ความรู้สึกราวกับห้วงอากาศที่บิดเบี้ยว

นี่คือความผันผวนของธาตุมืด

*หวู่ม!!*

จู่ ๆ เงาทั้งสองร่างก็ปรากฏขึ้นมาในอากาศราวกับภูต สภาพของทั้งสองดูเหนื่อยหอบแต่อาการของพ่อมดฮิลล์จะหนักกว่า ใบหน้าของเปลี่ยนเป็นสีแดงและร่างกายของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

“แค่ก แค่ก”

พ่อมดฮิลล์ออย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับเลือดจะไหลออกมาจากใต้ผิวหนัง

“นี่คือคาถาธาตุมืดสินะ ช่างน่าประทับใจจริง ๆ” เขากล่าวออกมา ภายหลังจากที่หยุดไอ เสียงของเขาสั่นจนสามารถได้ยินอย่างชัดเจน

เมอร์ลินรู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ของชายชรากำลังปั่นป่วนแต่เขาก็ใช้พลังจิตควบคุมกระแสพลังที่ปั่นป่วยให้กลับมาคงที่อย่างรวดเร็ว

“ทำได้ไม่เลวนะที่รอดมาได้แต่คุณรู้อะไรมั้ยก่อนหน้านี้ฉันได้ฆ่าพ่อมดพเนจรมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งมันก็เลยยากนิดหน่อยที่จะจัดการเขา ฉันเลยไม่คิดว่าคุณจะมีพลังต่อสู้ที่พอ ๆ กับนักเวทย์ระดับหนึ่งด้วย แต่ก็ไม่แปลกนะเพราะคุณรอดมากจาก ‘โรงเชือด’ มาได้แต่ช่างน่าเสียดายที่โครงสร้างเวทมนต์ของคุณไม่เสถียร คุณจะปกป้องเซลินได้ยังไง หากคุณยังปกป้องตัวเองไม่ได้แบบนี้?”

แม้ว่าสีหน้าของเมอแรงค์จะซีดแต่พลังโดยรวมของเขายังปกติ นั่นหมายความว่าพ่อมดฮิลล์ถูกโจมตีเพียงแค่ฝ่ายเดียว

ทั้งพ่อมดฮิลล์และคูกในตอนนี้ เสียพลังการต่อสู้ไปแล้วครึ่งหนึ่งแล้วดังนั้นคงไม่สามารถต่อกรเมอแรงค์ได้อีกต่อไป

เมอแรงค์ได้เปลี่ยนความสนใจไปที่เคานต์เซลินริมฝีปากของเขาได้โค้งงอ เขาได้เผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างช้า ๆ

ช่วงระหว่างที่เมอแรงค์กำลังเข้ามา เชลลี่ที่ปกติร่าเริงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตอนนี้เธอกำลังสั่นกลัวและหลบอยู่ข้างหลังเคานต์เซลิน

แม้ว่าเคานต์เซลินจะมีอัศวินและนักดาบธาตุจำนวนมากมายแต่ก็ไม่มีใครสามารถปกป้องเขาจากเมอแรงค์ได้เลย

เคานต์เซลินได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาได้ชักดาบออกมาและติดสินผลักเชลลี่ไปทางเมอร์ลิน

“พ่อมดเมอร์ลินพาเชลลี่หนีไปจากที่นี่ เธอไม่ควรต้องมาตายที่นี่” เขากล่าวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

เคานต์เซลินมองไปที่เชลลี่ด้วยความรัก จากนั้นเขาก็หันไปมองเมอแรงค์และตะโกนเสียงดัง

“เข้ามาเลยเมอแรงค์!! ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ปกครองเมืองปรากาซ ไม่มีสิ่งใดขัดขวางสิ่งที่ข้าต้องการได้ พ่อของเจ้าได้ทำการต่อต้านข้าและทรยศต่อปรากาซ นั่นคือเหตุผลที่เขาสมควรตาย เขาได้คุกเข้าต่อหน้าข้าเหมือนคนขี้ขลาดในขณะที่เขาอ้อนวอนขอร้องให้ข้าอภัย...

แต่มันไม่ใช่กับข้า เซลิน คาโรห์ ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาดเหมือนพ่อของเจ้า!”

ใบห้าของเขาสีแดงก่ ในขณะเดียวกันดาบของเขาเปล่งประกายสีเหลือง จากนั้นแสงสีเหลืองก็ได้ปกคลุมร่างกายของเขา

เคานต์เซลินนั้นเป็นนักดาบปฐพีระดับสาม

“พ่อของฉันไม่ใช่คนขี้ขลาด! คนที่ขี้ขลาดคือแกต่างหากล่ะเซลิน ฮ่า ๆ ดูเหมือนแกอยากจะให้ลูกสาวของแกหนีไปสินะ ได้ฉันจะฆ่าเธอก่อน!!” เมอแรงค์กล่าวออกมาด้วยใบหน้าอันชั่วร้าย เขาเปลี่ยนความสนใจไปที่เชลลี่

“พ่อมดเมอร์ลินช่วยพาเธอออกไปจากที่นี่ด้วย นี่เป็นคำขอสุดท้ายของข้า” เคานต์เซลินกล่าว

ส่วนเมอร์ลินนั้นตอนนี้ยังไม่ขยับไปไหน เขาสูดหายใจลึกและพูดด้วยน้ำเสียงอันสงบขณะมองเมอแรงค์ที่กำลังค่อย ๆ เดินมาทางพวกเขา

“ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับที่ผมไม่สามารถทำตามคำขอสุดท้ายของท่านเคานต์ได้ ผมได้เดินทางออกมาจากอาณาจักรแห่งแสงอย่างยากลำบากเพื่อมายังที่เมืองปรากาซ ดังนั้นผมจึงไม่อยากหนีอีกต่อไปแล้ว!!”

เมอร์ลินได้ลูบจี้ห้อยคอที่อยู่ตรงอกของเขาเบา ๆ โดยที่ไม่สนใจท่าทีของเคานต์เซลิน เขาในตอนนี้ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะยอมสู้ตาย

“ดูเหมือนว่าแกจะไม่ค่อยจะฉลาดเท่าไหร่นะ” เมอแรงค์มองไปที่เมอร์ลินแล้วยิ้มเยาะ “หายไปซะ”

*หวู่ม!!*

เมอแรงค์สะบัดนิ้วออกมา กลุ่มลูกไฟได้พุ่งไปหาเมอร์ลินและระเบิดออกมาทันที

แม้ว่าคาถาของเมอแรงค์จะเป็นคาถาลูกไฟระดับศูนย์เช่นเดียวกับเมอร์ลินแต่ของเมอแรงค์มุ่งเน้นไปที่การสังหารเป้นวงกว้าง

ตอนนี้มีทะเลเพลิงปกคลุมเป็นวงกว้างไม่มีทางที่เมอร์ลินจะหลบหนีได้

“แช่แข็ง!!!”

ถึงจะหนีไม่ได้แต่ใช่ว่าจะไร้ความหวัง

เมอร์ลินที่เคยต่อสู้กับพ่อมดเจสันมาก่อนทำให้เขารู้สึกว่าพ่อมดเจสันนั้นดูแตกต่างจากเขา เมอแรงค์หรือนักเวทย์คนอื่น ๆ จากอาณาจักรแบล็กมูนทั้งหมด

เขาไม่รู้ว่ามันต่างยังไง มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

ส่วนเมอแรงค์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็นนักเวทย์ที่แท้จริงและยังสมาชิกขององค์กรนักเวทย์ ตัวเขาสามารถร่ายเวทย์ไอย่างอิสระแล้วยังมีเวทมนต์ที่หลากหลาย

เมอร์ลินไม่ได้กลัวที่จะต่อสู้กับผู้แข็งแกร่ง ตรงกันข้ามเขาโหยหาโอกาสเช่นนี้มาตลอด โอกาสที่จะได้สู้กับพ่อมดตัวจริง!!

*ครึ่ก!!*

เมอร์ลินหรี่ตาและโยนผลึกน้ำแข็งลงไปที่ทะเลเพลิง ทันใดนั้นความหนาวเย็นได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ทะเลเพลิงถูกแทนที่ด้วยผลึกน้ำแข็งหนา

ด้วยการเปลี่ยนแปลงอันฉับพลันนี้ ทำให้เมอแรงค์ที่กำลังมุ่งหน้าไปหาเชลลี่ได้หยุดฝีเท้าลงและเปลี่ยนความสนใจไปที่เมอร์ลิน เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นการปรากฏตัวของพ่อมดอีกคนในที่แห่งนี้

แต่ถึงเขาจะรู้อย่างนั้น ท่าทางของเขาก็ไม่เปลี่ยนไป

‘ก็แค่พ่อมดพเนจรอีกคน แค่กำจัดมันให้พ้นทางซะแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว’

จบบทที่ WS บทที่ 83 ไร้ซึ่งทางหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว