เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 20 โครงสร้างเวทมนต์

WS บทที่ 20 โครงสร้างเวทมนต์

WS บทที่ 20 โครงสร้างเวทมนต์


ภายในตำราเวทมนต์มันได้ถูกเขียนในรูปแบบของไดอารี่ที่บันทึกเรื่องราวต่าง  ๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าเมอร์ลินจะอ่านคำศัพท์ภาษามอลต้าได้มากกว่าหนึ่งพันคำแต่การอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาในตำราเวทมนต์นั้นยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขา

หากเป็นคำศัพท์ทั่วไปเขาก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างแต่ถ้าเป็นพวกศัพท์เฉพาะทางที่เกี่ยวกับเวทมนต์เขาไม่สามารถเข้าใจมันได้ทั้งหมด

ในไม่ช้าเมอร์ลินก็พบข้อความอธิบายเกี่ยวกับวิธีการที่จะใช้คาถา

“การที่จะใช้คาถาได้นั้นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ต้องมีคือพลังจิต! เฉพาะผู้ที่มีพลังจิตที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถจำลองรูปแบบคาถาได้และสามารถใช้มันเป็นต้นกำเนิดพลังแห่งเวทย์”

เมอร์ลินทวบประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าการจำลองรูปแบบคาถาคืออะไรแต่เขาก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ข้อความกำลังจะสื่อแล้ว

‘พลังจิตเป็นพื้นฐานในการเป็นพ่อมด’

บางทีชายชราอีธานคงได้เห็นพลังจิตที่ไม่ธรรมดาของเมอร์ลินในตอนนั้น นั่นคงเป็นเหตุผลที่เขาได้มอบแหวนที่ซ่อนตำราเวทมนต์ให้กับเมอร์ลิน

สำหรับเหตุผลที่พลังจิตของเมอร์ลินนั้นแตกต่างจากคนอื่นนั้น คงเพราะเขาเกิดใหม่ในโลกนี้

เมื่อเขารู้ว่าเขามีเงื่อนไขที่จะกลายเป็นพ่อมดได้ เมอร์ลินก็ดีใจมาก ดังนั้นเขาประโยคถัดไปเพื่อค้นหาวิธีที่จะใช้คาถา

ในไม่ช้าเมอร์ลินก็พบข้อความเก่า ๆ ที่เขียนโดยอีธานในหน้าสามของตำราเวทมนต์ “พลังจิตเป็นพื้นฐานของพ่อมด ในขณะเดียวกันการสร้างโครงสร้างเวทมนต์เป็นสิ่งที่กำหนดความแข็งแกร่งของพ่อมด”

เมอร์ลินเจอคำว่า "โครงสร้างเวทมนต์" ปรากฏในตำราเวทมนต์อยู่บ่อยมาก แต่หลังจากที่เขาได้ค้นหามันเป็นเวลานาน เมอร์ลินก็ไม่เห็นว่าจะมีโครงสร้างเวทมนต์ใดๆ ในตำราเลย

ตอนนี้เมอร์ลินรู้ขั้นตอนส่วนใหญ่ที่จำเป็นในการเป็นพ่อมดแล้ว ประการแรกต้องมีพลังจิตที่ไม่ธรรมดา ต่อไปคือการโครงสร้างเวทมนต์และสุดท้ายประทับโครงสร้างเวทมนต์ลงในใจโดยใช้พลังจิต มันเหมือนกับร่ายคาถาในใจแล้วปล่อยออกมา

หากทุกอย่างได้ คน ๆ นั้นก็จะกลายเป็นพ่อมด

ตำราเวทมนต์ของชายชราอีธาน มีหลายส่วนมาก เมอร์ลินได้อ่านไปและพบว่ามันมีเนื้อหาของมันเกี่ยวกับประสบการณ์ของอีธานเมื่อตอนเขาที่เริ่มฝึกฝนคาถา ไม่มีส่วนไหนพูดถึงโครงสร้างเวทมนต์ของคาถาใด ๆ เลย ที่จะช่วยให้เขาเป็นพ่อมด

จากนั้นเมอร์ลินก็พลิกไปที่ส่วนที่สอง ทันทีที่เขาเปิดมันเขาก็เห็นรูปวาดที่ซับซ้อนมาก ภายใต้ภาพวาดมีข้อความอธิบายบางอย่างจากชายชราอีธาน

“คาถาระดับศูนย์ – โครงสร้างเวทมนต์คาถาลูกไฟ  ฉันได้ปรับปรุงโครงสร้างคาถานี้หลายต่อหลายครั้งทำให้เป็นรูปแบบนี้มีความเสถียรมากที่สุด แม้ว่าพลังของมันจะอ่อนแอแต่ทว่าหากเมื่อประทับโครงสร้างเวทมนต์ไปแล้วครั้งหนึ่ง พ่อมดสามารถใช้คาถาลูกไฟต่อได้โดยไม่ต้องร่างโครงสร้างเวทมนต์ใหม่”

เมอร์ลินได้จ้องไปที่ภาพวาดที่อันซับซ้อนของคาถาระดับศูนย์ ลูกไฟ

นอกจากโครงสร้างเวทมนต์คาถาลูกไฟที่เขาเห็นในตอนแรกแล้ว มันยังมีคาถาลูกไฟแบบอื่นด้วยซึ่งพลังของมันแข็งแกร่งกว่าแต่โครงสร้างของมันไม่เสถียรเท่าไหร่ หากพ่อมดฝืนใช้คาถาที่ไม่เสถียรอาจทำให้ตัวพ่อมดบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ดังนั้นแล้วสิ่งสำคัญสำหรับที่สุดของพ่อมดก็คือการสร้างโครงสร้างเวทมนต์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

เมอร์ลินได้พลิกกระดาษไปหน้าต่อไปและพบกับโครงสร้างเวทมนต์คาถาลมกรด

คาถาลมกรดอยู่ในระดับศูนย์เช่นเดียวกับคาถาลูกไฟ

มีคาถาระดับศูนย์ทั้งหมดสองคาถาและเป็นคาถาทั้งหมดที่บันทึกไว้ในตำราเวทมนต์ของชายชราอีธาน เมอร์ลินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงคาถาระดับศูนย์ที่ถือได้ว่าเป็นคาถาขั้นพื้นฐานที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อเมอร์ลินเริ่มศึกษารายละเอียดที่สำคัญเพิ่มเติมเพื่อที่จะกลายเป็นพ่อมด

ยกตัวอย่างเช่น คาถาลูกไฟ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงคาถาระดับศูนย์แต่ความซับซ้อนของโครงสร้างเวทมนต์นั้นลึกล้ำเกินกว่าที่เมอร์ลินจะเข้าใจได้ โดยโครงสร้างเวทมนต์คาถานี้ มันดูคล้ายกับสูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนที่เขาเคยเห็นในโลกเก่าของเขา

ด้วยความซับซ้อนโครงสร้างเวทมนต์ มันจึงยากมากที่จะไม่เกิดข้อผิดพลาด หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมามันจะส่งผลกระทบต่อพลังจิตของผู้ร่าย

จึงไม่น่าแปลกใจที่พ่อมดจำเป็นต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่ง หากพลังจิตของบุคคลนั้นอ่อนแอ เขาจะไม่สามารถจำลองโครงสร้างเวทมนต์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ในใจได้

เมอร์ลินสังเกตเห็นว่าคาถามีอยู่สองแบบคือคาถาที่ไม่รุนแรงแต่โครงสร้างเวทมนต์เสถียรกับคาถาที่รุนแรงแต่โครงสร้างเวทมนต์ไม่เสถียร

เช่นเดียวกับคาถาลูกไฟของชายชราอีธาน ที่เขาได้สร้างโครงสร้างเวทมนต์คาถามากกว่าสิบแบบซึ่งพวกมันดูซับซ้อนมาก เมอร์ลินมองดูเพียงแปปเดียว เขาก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันที

ส่วนเดียวกับคาถาลมกรด มันมีหลายแบบหลายประเภท แค่คาถาเดียวกลับถูกเขียนไปมากกว่าสามสิบหน้า ดูเหมือนในเล่มที่สองนี้จะมีเพียงสองคาถาเขียนอยู่ข้างใน

เมอร์ลินนั่งบนเก้าอี้และปิดตำราเวทมนต์ เขาลูบหน้าผากของเขาเบาๆ เขากำลังคิดเกี่ยวกับคาถาทั้งสองนี้ในหัวของเขา เขากำลังพิจารณาว่าควรใช้โครงสร้างเวทมนต์อันไหนดี

“หากเทียบในเรื่องของพลังแล้วคาถาลูกไฟนั้นแข็งแกร่งกว่าลมกรดเล็กน้อย ยิ่งกว่านั้นมันเป็นคาถาที่อาจารย์อีธานเชี่ยวชาญมากที่สุด ดังนั้นคาถาแรกของฉันควรเป็นลูกไฟ!”

หลังจากเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองคาถาแล้ว เมอร์ลินก็เลือกใช้คาถาระดับศูนย์ ธาตุไฟ - ลูกไฟ

แม้ว่าจะไม่มีการจำกัดจำนวนคาถาระดับศูนย์ แต่พ่อมดทั่วไปจะมีคาถาระดับศูนย์อย่างน้อยสามคาถาเพราะมันจะทำให้พ่อมดใช้คาถาได้อย่างเสถียร ถึงจำนวนจะน้อยแต่ก็สามารถอัพเกรดให้แข็งแกร่งขึ้นได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตามก็มีพ่อมดที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถครอบครองคาถาระดับศูนย์ ได้สี่หรือมากกว่านี้ได้ แต่พ่อมดคนนั้นต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่งพอจะรองรับได้

จากที่กล่าวมาข้างต้น พ่อมดระดับฝึกหัดอย่างเมอร์ลินมีพลังจิตที่สามารถรองรับโครงสร้างเวทมนต์ได้เพียงอันเดียวเท่านั้น

เมื่อเมอร์ลินตัดสินใจเลือกคาถาได้แล้ว เขาก็พลิกหน้ากระดาษไปดูคาถาลูกไฟอีกครั้ง

ด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อนที่หลากหลายรูปแบบจึงทำให้จับต้นชนปลายไม่ถูกเลย

แม้ว่าลูกไฟจะเป็นเพียงคาถาระดับศูนย์ แต่ชายชราอีธาน ได้สร้างโครงสร้างเวทมนต์ที่แตกต่างกันถึงสิบสามแบบ ตามที่ชายชราศึกษามันตลอดหลายปีที่ผ่านมา

บางอันเสถียร บางอันไม่เสถียร โดยแต่ละอันก็มีเอกลักษณ์ตัว

เมอร์ลินได้อ่านตำราอีกครั้ง เขาพบว่าแบบโครงสร้างเวทมนต์พื้นฐานบางอย่าง บางครั้งต้องแก้ไขตามความต้องการส่วนบุคคล

คาถาบางคาถาต้องการมีแบบจำลองคาถาที่เสถียรกว่าเพื่อรองรับการปรับปรุงในอนาคตเพื่อเป็นเปลี่ยนคาถาให้เป็นระดับหนึ่งหรือระดับสอง

โดยชายชราอีธานได้กล่าวไว้ในตำราว่า คาถาทุกคาถาควรปรับปรุงโครงสร้างเพื่อให้มีความเหมาะสมตัวเอง

แต่เมอร์ลินเป็นเพียงผู้เริ่มต้นเท่านั้น เขาจะเอาความสามารถที่ไหนมาแก้ไขโครงสร้างเวทมนต์ที่ถูกทิ้งไว้โดยชายชราอีธาน

มันทำให้ ตอนนี้เขามืดแปดด้านมาก การจะเปลี่ยนโครงสร้างแต่ละจุดนั้นจำเป็นต้องใช้การคำนวณที่หลากหลายซึ่งมันยากมาก เขาไม่รู้จะต้องใช้เวลาศึกษาเรื่องพวกนี้กี่ปีถึงจะทำได้สำเร็จ

“มันจะง่ายกว่านี้ ถ้าฉันมี เดอะเมทริกซ์” เมอร์ลินกล่าพลางถอนหายใจ

‘เดอะเมทริกซ์’ เป็นเครื่องคิดเลขควอนตัมที่สุดแสนจะก้าวล้ำ ในฐานะเครื่องคิดเลขขั้นสูงนั้น มันมีฟังก์ชั่นในการคำนวณ การวาดกราฟและการวิเคราะห์ข้อมูล ที่เชื่อถือได้เป็นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม ยิ่งไปกว่านั้นมันมีชิพอัจฉริยะที่สามารถช่วยในเรื่องสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์หรือฟิสิกส์อันสมบูรณ์ให้กับผู้ใช้ได้

หากเขามี ‘เดอะเมทริกซ์’ เมอร์ลินจะสามารถหาโครงสร้างเวทมนต์ที่เหมาะสมกับโดยไม่ต้องเสียเวลาศึกษาพวกมันทั้งหมด

คุณต้องการเริ่มเดอะเมทริกซ์หรือไม่

เมอร์ลินตกตะลึงครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงการแจ้งเตือนเพื่อเริ่มต้น ‘เดอะเมทริกซ์’

หลังจากผ่านไปสักพักดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมอร์ลินส่ายหัว เขาพูดพึมพำกับตัวเองว่า “ดูเหมือนว่าการอ่านตำราพวกนนี้นานเกินไปจะทำให้ฉันหลอนไปซะแล้ว ฉันจะไปมีเดอะเมทริกซ์ได้อย่างไง?”

เมอร์ลินคิดว่าเสียงก่อนหน้านี้เกิดมาจากความเหนื่อยล้า

เมื่อเมอร์ลินกำลังจะกลับไปศึกษาโครงสร้างเวทมนต์อีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง

คุณต้องการเริ่มเดอะเมทริกซ์หรือไม่

ครั้งนี้เสียงมันดังชัดเจนมาก เมอร์ลินที่ตกตะลึงได้ไม่นาน เขาก็เปลี่ยนเป็นดีใจมาก

“หรือว่า 'เดอะเมทริกซ์' จะข้ามโลกมาพร้อมกับฉันงั้นหรือ”

ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยข้อสงสัย แต่เมอร์ลินพูดขึ้นว่า “เริ่มต้นเดอะเมทริกซ์!”

หลังจากที่เขาพูดไปแล้ว เขาก็รอผลที่จะตามมาด้วยความคาดหวัง

...

ห้องแห่งลับ 'ความลับ' ได้เปิดขึ้นแล้ว หากท่านสนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ Toppu7

จบบทที่ WS บทที่ 20 โครงสร้างเวทมนต์

คัดลอกลิงก์แล้ว