เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 176: Quickening Period (2)

Chapter 176: Quickening Period (2)

Chapter 176: Quickening Period (2)


Chapter 176: Quickening Period (2)


ดันเจี้ยนเปลี้ยนรูปลักษณ์ของมัน.ดันเจี้ยนจากภูเขาปูซานได้เปลี่ยนเป็น ‘ปราสาท’ ขนาดใหญ่มาก

การเปลี่ยนแปลงมันเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มันยืดออกไปหลายกิโลเมตร ความสูง...มันเป็นไปไม่ได้ มันสูงขึ้นไปบนฟ้า

"การสำรวจดันเจี้ยนจะถูกห้ามจนกว่าจะมีการหาสาเหตุที่ชัดเจน.”

กิรินประกาศ.

เธอยืนอยู่บนแท่นและมีบรรยายกาศโดดเด่นรอบๆตัวเธอ.

"มีเพียงแกนขนาดเล็กเท่านั้นที่อยู่ในคลัง เราจะหยุดสำรวจดันเจี้ยนทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน.”

ยองวูไม่เห็นด้วย กิรินและอเวคไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้ากิลด์ขนาดใหญ่อยู่ที่นี่.

มีหัวหน้ากลิด์เจ็ดคน กิริน และสองดาร์กเอลฟ์เท่านั้นที่อยู่ในห้องโถงขนาดเล็ก

พวกเขาถูกรวมไว้อยู่ในที่เดียวเพื่อหามาตรการรับมือต่างๆ.

"อเวคหลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับการสำรวจดันเจี้ยน หากมันระเบิดแล้วมันจะมีความเสียหายที่ใหญ่มาก.”

เอรินหัวหน้ากิลด์แดมบิ ได้ย้อนบรรยายกาศการพูดคุย.

แต่กิรินก็ไม่ธรรมดา รอยที่ถือดาบอยู่ข้างเธอกล่าว

"ผมสามารถแก้ปัญหาแก่นจากดันเจี้ยนได้.”

"เธอจะบอกว่าสามารถหาแก่นได้โดยไม่เข้าไปสำรวจ?”

รอบพยักหน้าให้กับยองวูที่ถามขึ้น.

"เจ้านายของฉันได้ส่งแก่นมาให้ผมมาก.”

"ผู้ช่วยชีวิต...?”

"เขาส่งอาวุธมาให้ผม เพื่อขจัดปัญหาที่จะเกิด.”

แปะ!

รอยตบมือ จากนั้นเพดานก็พังลงมา มันร้ายกาจมาก

"หืม!"

หัวหน้ากิลด์รู้สึกประหลาดใจเพราะว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของมัน.

ความสูงของมันสูงสุดแค่ไหล่ของเขา เป็นชายที่ราวกับถูกปั้นออกมาร่างกายเปลื่อยเปล่าและไม่มีผม ดวงตาที่ดำสนิทและลิ้นที่ห้อยยาวอย่างน่าปะรหลาด.

“โฮมุนครูส นี่เป็นความล้มเหลว แต่....มันก็เพียงพอที่จะกวาดล้างพวกเขา.”

โอมุนครูส สิ่งมีชีวิตประดิษ!

เหล่าหัวหน้ากิลด์ทั้ง7ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ พวกเขารู้สึกกลัวตามสัญชาตญาณ.

การเป็นหัวหน้ากิลด์ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งที่สุด แม่แต่ในกิลด์ก็มีหลายคนที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขา แต่พวกเขาถูกเลือกจากคนของกิลด์และพวกเขาก็มีประสบการณ์สำรวจดันเจี้ยนมาก่อน.

มันเป็นธรรมชาตืที่พวกเขาจะรู้ความแข็งแกร่งของผ่านตรงข้ามได้ คนแข็งแกร่งที่สุดมีชื่อว่าผู้ช่วยชีวิตรองลงมาก็กิรินแต่โอมุนครูสเป็นรายต่อไป โกเลมเทียมที่ถูกใช้โดยดาร์กเอลฟ์ทั้งสองก็แข้งแกร่งแต่ไม่มีแรงกดดันมากขนาดนี้.

“ฮี๊ๆๆ....”

โอมุนครูสคำรามและจ้องมองไปที่กิลด์มาสเตอร์ทั้ง7 เขาเข้ามาใกล้และเอาลิ้นเลียแด้มของพวกเขา.

อึก!

บางคนกลืนน้ำลายบางคนยกมือขึ้นวางลงบนดาบของพวกเขา.

รอยสังเกตและพูด.

"เด็กคนนี้สายตาไม่ดี แต่เขามีการสัมผัสและรับกลิ่นที่ยอดเยี่ยม ตอนนี้เขาตระหนักถึงคนที่เป็นมิตร ไม่ต้องกังวล.”

"นะ-นั่นคือเหตุผลที่เขาเลียแก้มของพวกเรา?”

ยองวูหลับตาลง เขาค่อนข้างมั่นใจ แต่เมื่อลิ้นของโอมุนครูสเลียแก้มของเขาแล้วเขาคิดว่า ‘นี่คือจุดจบ’

“ใช่.มีคนรักษษการณ์บางส่วนที่ได้รับมอบหมายเหมือนกับเด็นคนนี้ การรวมตัวเป็นปราตี้กับพวกอเวคและอณุญาติให้เขารู้จักพวกเขา มาสเตอร์บอกว่าเขาเป็นคนค่อนข้างรุนแรงดังนั้นเขาอาจจะโจมตีพันธมิตรหาไม่ได้เตรียมมาตรการรับมือ”

"คุณรอยไม่ควรอยู่กับเขาหรอ?”

รอยส่ายหัว.

"ผมจะปลูก‘เมล็ด’ พร้อมกับโรสและทำพิธี ผมไม่สามารถไปได้.”

“เมล็ด?”

ยองวูกระพริบตาปริบๆเมื่อรอยยื่นเมล็ดทั้งสองออกมา.

เมล็ดมันไม่ได้เหมือนกันแบบปกติมันมีสีแดงและฟ้าตัดกัน

"ต้นไม้แห่งชีวิตและความตาย พวกเขามาจากต้นไม้ดั้งเดิม พวกเขาจะเป็นตัวช่วยเราหากการปลูกสำเร็จ อย่าไรก็ตามสิ่งมีชีวิตอาจจะเคลื่อนไหวในขณะที่เรากำลังปลูกมัน.”

รอยพูดอย่างเคร่งขรึม ความสงบของเขาแตกต่างจากตัวตนที่ขี้ขนาดของเขาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามรอยพูดเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้.

กิด์มาสเตอร์ไม่เข้าใจ

เอรินจากกิลด์แดมบิถามในนามของพวกเขา

“...มันกำลังจะมีคลื่นมอนเตอร์งั้นหรอ?”

“มาสเตอร์ของผมได้จัดการกับสิ่งมีชีวิตหลายอย่างในเกาหลีใต้ มีความเป็นไปได้ที่มีสิ่งมีชีวิตใกล้เคียงจะเข้ามา.”

สิ่งมีชีวิตมากมายที่ไม่ได้พบกับมาสเตอร์ พวกเขาใช้สัญชาตญาณในการทำล้ายผู้คนในเกาหลีใต้.

ขณะที่ต้นไม้แห่งชีวิตและความตายเติบโตขึ้น มันจะปล่อยกลิ่นเน่าเหม็นและชั่วร้ายไปสู่สิ่งมีชีวิตเฉพาะเจาะจง พวกเขาจะใช้สัญชาตญาณของพวกเขาในการมาหาต้นไม้เพื่อทำลายมันอย่างเฉพาะเจาะจง.

เอลินถามอย่างใจเย็น

"แล้วทำไมเราถึงต้องเสี่ยง?"

"พวกเขามีความเสี่ยงเมื่อเติยโต แต่พวกเขาจะขยี้สิ่งมีชีวิตเมื่อเติบโตแล้ว.”

"แล้วเราต้องปลูกพืชเหล่านี้อีกหรอ? มันไม่สายเกินไปหลังจากที่ทุกอย่าเสถีรยภาพมากขึ่นแล้ว.”

“ไม่ ตอนนี้เป็นเวลาที่พร้อมที่สุด ถ้าเราไม่ปลูกพืชใน3วันนี้ เราจะต้องรออีก12ปีข้างหน้า.”

รอยมองขึ้นไปที่เพดาน เขาดูเหมือนจะมองอะไรเกินกว่าที่เพดานจะกั้นอยู่.

เอลินมองไปที่หัวหน้ากิลด์อีก6คน เธอถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของพวกเขา ทุกคนไม่แน่ใจ แต่ทุกคนคิดว่ามันคุ้มค่ากับความเสี่ยง.

เอลินพูดอีกครั้งหลังจากได้รับข้อเสนอแล้ว

“เร็วที่สุกเท่าที่จะเป็นไปได้...เราจะเครียร์มันเอง.”

กองทัพของรัฐบาลเก่า ผู้ก่อการร้าย.

สงครามของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดโดยเร็ว ระยะเวลา3วัน เป็นการดีที่สุดที่พวกเขาจะเสร็จตอนนั้น.

พวกเขาไม่สามารถรับการโจมตีของสิ่งมีชีวิตและรัฐบาล2ด้านพร้อมกันได้.

คีย์หลักอยู่ที่โฮมุรครูสตอนนี้รัฐบาลไม่ได้มีกำลังมากนัก อัตตราส่วนตอนนี้อยู่ที่ 6.5:3.5 แต่ต้องใช้กลยุทธ์แบบกองโจรที่น่ารำคาญ.

มันเป็นช่วงเวลานั้น

รอบและโรสลุกขึ้นมอง

เขาจ้องไปที่เงาแล้วพูด

“ฮืม? ตะ-ตอนนี้แล้วพิธี?”

"ถูกต้อง รอยไม่น่าเชื่อถือ พวกเราสองคนกำลังทำพิธี...”

หูของโรสกำลังกระดิก ดูเหมือนว่าเธอกำลังฟังอะไรบางอย่าง หัวหน้ากิลด์ต่างงงวย.

“คุณทำได้ไหม? คะ-คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ตอนนี้แค่ให้คำแนะนำของคุณ เยี่ยม เราทำมันได้.”

"ไม่ โรสดีกว่า ราชินีสบายใจได้.”

ราชินี?

นั่นหมายความว่าเป็นผู้ช่วยชีวิต.

นอกจากนี้ดาร์กเอลฟ์ทั้งสองก็ได้ติดตามหลังจากที่เขาปรากฎตัว

10 วินาที.มันก็เงียบ รอยและโรสก็โค้งคำนับ.

“...เข้าใจ”

“...ฉันจะพยายามทำมัน.”

ไม่นานนักจากที่ทั้งสองบอก ก็ปรากฎเห็นภาพบางคนจากเงามืด.

เงาร่างค่อยๆชัดเจน.

กิลด์มาสเตอร์แทบจะหยุดหายใจของพวกเขาขณะยืนยันการปรากฎตัวของมัน.

คนๆนั้นเป็นผู้หญิงและสวมใส่ชุดไหมผิวและหูของเธอได้แสดงว่าเป็นดาร์กเอลฟ์เหมือนกับรอยและโรส ใบหน้าของเธอถูกปกคลุมด้วยผ้าปิดปากแต่มันก็ไม่หลุดออกมา.

มีบรรยากาศที่ไม่สามารถแตะต้องได้รอบๆตัวเธอ แม้ตาจะมองไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ แต่ก็สามารถบอกได้เลยว่าเธอสวยงามเป็นอย่างมาก ผู้ชายระงับความอยากที่จะยืดมืออกไป พวกเขาต้องการจะฉีกผ้าปิดปากของเธอนั่น.

“ยินดีที่ได้พบ.”

“อ๊าาาห์....”

ยองวูและชายหัวหน้ากิลด์คนอื่นๆก็ร้องอุทานออกมา ผู้หญิงทุกคนไม่แม้แต่เอรินก็ประหลาดใจด้วย เสียงของเธอช่างมีเสน่ห์!

สาวดาร์กเอลฟ์ยังคงพูดต่อ

"นี่เป็นภารกิจ ฉันจะทำพร้อมกันด้วย”

มีเวลาจำกัดแค่สามวัน.

พูดตามตรง พวกเขาต้องจับศัตรูที่กระจัดกระจาย ไม่ว่าพลังของเธอจะมีมายเท่าไร.

...พวกเขาคิดอย่างนั้น นั่นคือสามัญสำนึก.

แต่สามัญสำนึกที่ทำลาย ราวกับจานที่พลิกคว่ำ

โฮมุนครูสยอดเยี่ยมมากในการค้นหาศัตรู ความรู้สึกและการสัมผัสกลิ่นได้อย่างแม่นยำมุ่งตรงไปยังสถานที่พวกเขาใช้หลบซ่อนแม้ว่าเขาจะมีทักษะที่ชำนาญ

ทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น?

ในด้านของความเร็วไม่มีใครเทียบได้ ความเร็วที่สามารถอยู่ยงคงกระพันอย่างแท้จริง! พลังทำลายของเขาอ่อนแรงกว่าความเร็วเล็กน้อย แต่มันก็ยังเป็นกำแพงที่ผ่านไปไม่ได้ของมนุษย์อยู่ดี.

อย่างไรก็ตามทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความแข็งแกร่ง กิรินบอกว่าจะไม่สู้กับมนุษย์ แต่โรสและโกเลมของเธอก็แกข็งแกร่งมาก

ปัญหาคือจำนวนของศัตรู พวกเขาอ่อนแอ แต่มีหลายร้อยหลายพันคน ในความเป็นจริงแล้วหากโกเลมของโรสวิ่งเข้าไปในกับดักของกองกำลังรัฐบาลเดี่ยวๆแล้วหล่ะก็เธอจะถูกทำเป็นเป้าซ้อมสกิลของคนกว่าสองพันคน.

เงื่อนไขหลายอย่างทับภมกัน แต่มันก็ไม่อาจจะละเลยได้.

อย่างไรก็ตาม...ไม่ได้มีคนที่แข็งแกร่งเพียงคนเดียว แต่เป็นสอง

หนึ่งนั้นแข็งแกร่งมากพวกเขาไม่สามารถเปรียบเทียบใดๆได้เลย

เรื่องรางแตกต่างออกไป.

ผัวะ!

ผลัก!

สาวดาร์กเอลฟ์

เธอก้าวข้างหน้าไปแม้ว่าจะมีจำนวนมากมายล้มตามรายทาง

อยู่ท่ามกลางศัตรู เธออ่านแฟนการกับดักของศัตรูทั้งหมดและจับความเคลือนไหวและฆ่าพวกมันอย่างรวดเร็ว การเคลือนไหวที่แพรวพราว ไม่มีส่วนเกินแม้แต่น้อย มันเรียบร้อย และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป

อ๊ากก! เสียงกรัดร้องได้ยินจากอีกด้านหนึ่ง

วันที่สาม พวกเขาสำเร็จในการโจมตีกองทัพของรัฐบาล.

แน่นอนว่าดาร์กเอลฟ์และโอมุนครูสไม่ได้เป็นพวกเดียวที่เกี่ยวข้องกับสงคราม.

อเวคหลายพันคนล้อมรอบอยู่ที่สำนักงานใหญ่ตรงภูเขา ทั้งหัวหน้ากิลด์ทั้ง7และสมาชิกของกิลด์ทั้งหมด.

"อย่าปล่อยให้พวกเขาหนีไป!”

"เรามีเทพธิดาแห่งชัยชนะ!”

ขวัญกำลังใจของพันธมิตรเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ในทางตรงกันข้ามของศัตรู พวกเขามีกำลังใจที่ต่ำมาก.

ไม่มีผู้ชนะที่แน่นอนของทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตามสถานการณ์กลับตรงกันข้ามเมื่อทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวดาร์กเอลฟ์ที่มีผิวสีดำนั่นที่ถูกเรียกว่า ‘เทพธิดาแห่งชัยชนะ’ มีบทบาทมากขึ้น.

แนวโน้มมาหาพวกเขาอย่างเต็มเปี่ยมดังนั้นมันจึงแทบจะเป็นกำหนดชัยชนะที่สมบูรณ์

ต้นไม้แห่งชีวิตและความตาย

พวกมันเป็นผลผลิตที่ไม่ได้ดั้งใจของตั้นไม้ดั้งเดิมตอนเพิ่มระดับ

ยิฮิไม่ได้รายงานเรื่องนี้ให้ผม แต่สปิริตไฟได้เห็นมันเนื่องจากสีที่แปลกตา

ไฟ1-3ได้เบื่อกับการปกครองที่เผด็จการของยิฮิและได้แอบบอกเรอิกับเซร่า.(มีหักหลังหัวหน้าด้วย555)

สุดท้ายยิฮิก็ถูกบังคับให้ส่งเมล็ดให้กับผม

ไม่ว่าเธอจะดีแค่ไหนแต่.....ยิฮิก็ยังเป็นยิฮิดูเหมือนสิ่งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง.

ไม่ว่าทางไหน.

‘มันยากที่จะปลูกมันในดันเจี้ยน.’

ต้นไม้แห่งชีวิตและความตายจะดึงดูสิ่งมีชีวิตในขณะที่มันกำลังเติบโต มันจะขยายตัวอย่างบ้าคลั่งโดยมัน พวกเขาจะพึ่งสัญชาตญาณของพวกเขาและไม่ฟังคำสั่งผม.

กังนั้นมันจึงไม่เหมาะที่จะปลูกในดันเจี้ยน.

‘มันเหมาะอย่างยิ่งในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพวกมนุษย์.’

ผมนั้งอยู่ด้านหน้าของแกนดันเจี้ยน.

เงื่อนไขที่จะปลูกต้นไม้ทั้งสอง.

ต้นไม้แห่งชีวิตจะเติบโตทุกครั้งที่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาและต้นไม้แห่งความตายจะเติบโตเมื่อมีสิ่งมีชีวิตตายลง.

และเมื่อต้นไม้ทั้งสองเติบโตขึ้นพวกเขาก็จะถูก ‘อเวค’ ขึ้นโดยรอบๆ ตังอย่างของมนุษย์จะมีโอกาศสูงที่จะมีอเวคเกิดขึ้น

มันจะเกิดอะไรขึ้นหากสิ่งนี้จะถูกนำมาใช้กับสิ่งมีชีวิต? มันเป็นไปได้ แต่...

‘มนุษย์ต่างจากสิ่งมีชีวิต.’

สิ่งมีชีวิตไม่ได้มีความแตกต่างจากอเวค.ในทางตรงกันข้ามมนุษย์ ‘มีความเป็นไปได้’ มากกว่านี่คือความแตกต่างขนาดใหญ่.

นอกจากนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าดันเจี้ยนจะมีความเป็นระเบียบหากมีต้นไม้ทั้งสองอยู่ภายใน.

มันเป็นการการันต์ตีว่าต้นไม้จะส่งเสริมความสามารถของมนุษย์.

‘จะมีประโยชน์มากถ้ามีอัตราส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ.’

ก่อนอื่นมนุษย์ในเกาหลีนั้นต้องเติบโตอย่างรวดเร็ว

'เร่งความเร็วยิ่งขึ้น ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง.’

ผมสามารถจัดการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดถ้ามีคนอื่นเข้ามาร่วม มนุษย์จะกลายเป็นประโยชน์ในเวลานั้น.

ควรเป็นประโยชน์.

นั้นเป็นเหตุผลที่ผมได้ทำสิ่งนี้

‘มนุษย์ อย่าทำให้ฉันผิดหวัง.’

จบบทที่ Chapter 176: Quickening Period (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว