เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 5 ศิลปวัตถุ PART 1

WS บทที่ 5 ศิลปวัตถุ PART 1

WS บทที่ 5 ศิลปวัตถุ PART 1


พริบตาเดียวช่วงเช้าก็ได้ผ่านพ้นไป ในการฝึกที่ผ่านมานี้ นักดาบเปโรได้มุ่งเน้นความสนใจไปที่ผู้ที่ปฏิสัมพันธ์พลังธาตุเท่านั้น ในทางกลับกันเขาได้ปล่อยให้คนอย่างเมอร์ลินและแอนสันที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์พลังธาตุได้ทำการฝึกฝนกันเองโดยที่เขาไม่สนใจใด ๆ

*แปะๆ*

นักดาบเปโรปรบมือเพื่อประกาศการสิ้นสุดของการฝึกดาบในตอนเช้า จากนั้นผู้คนได้ทยอยออกไป

เมซี่ส์ได้เดินมาหาเมอรลินกับแอนสัน เธอดูตื่นเต้นมาก ดูเหมือนว่าการฝึกของเธอจะก้าวหน้าขึ้นมาก จากการแนะนำของนักดาบเปโร

เธอได้สบตากับแอนสัน เขาได้หันควับไปทางอื่นเพื่อหลบตาสายตาของเธอ จากนั้นเขาก็ได้ทักทายเธอ

“สวัสดี คุณหนูเมซี่ส์”

“ฮึ!”

เมซี่ทำท่าไม่สนใจแอนสันและหันไปทางอื่น ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่

“พวกเรารีบกลับกันเถอะ”

เมซี่ส์คว้าแขนของเมอร์ลินและพาออกจากลานฝึกอย่างรวดเร็ว

“เมอร์ลินเจอกันตอนบ่ายนะ!”

เมอร์ลินหันไปมองเห็นว่าแอนสันทำหน้าแปลก ๆ จากนั้นเขาก็ขึ้นไปรถม้ากับเมซี่ส์

ภายในรถม้าเมซี่จ้องมองเมอร์ลินอย่างดุเดือดและเปิดปากพูดอย่างหงุดหงิด

“พี่เมอร์ลิน หนูได้บอกกับพี่ตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่าออกไปเที่ยวเล่นกับแอนสันอีกแต่พี่ก็ไม่ฟัง เขาเป็นคนกะล่อนปลิ้นปล่อนเชื่อถือไม่ได้”

ดูเหมือนว่าเมซี่ส์จะไม่ชอบแอนสันจริง ๆ และมองว่าแอนสันทำให้เขาเสียคน

เขาลองมานึก ๆ ดู เขาสังเกตเห็นว่าแอนสันดูกลัว ๆ เมซี่ส์อย่างเห็นๆด้ชัด

“...ทำไมแอนสันถึงต้องกลัวเธอล่ะ?” เมอร์ลินถาม

“แอนสันไม่ได้บอกพี่เหรอ?”

เมซี่มองดูที่เมอร์ลินอย่างสงสัยแต่ในไม่ช้าเธอก็ดูเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว มันคงน่าอายเกินกว่าที่แอนสันจะพูดเอง”

เมซี่ส์ได้ยกกำปั้นขึ้นมาด้วยความโกรธ

“ฉันรู้มาว่าแอนสันได้พาพี่ไปเที่ยวกับผู้หญิง ดังนั้นฉันจึงจะสอนบทเรียนที่แสนเจ็บปวดให้เขาอย่างลับๆ

เมอร์ลินฟังอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนน้องสาวของเขาจะเป็นพวกหัวรุนแรงนิดหน่อยเพราะอย่างนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่แอนสันจะกลัวเธอและยิ่งเธอมีพลังกล้าแกร่งด้วยยิ่งทำให้เขากลัวเธอมากขึ้นไปอีก

ในขณะที่รถม้าวิ่งไปตามถนน เมอร์ลินได้ถามเมซี่ส์อย่างลังเลว่า

“เมซี่ส์ เวลาที่เธอใช้พลังงานธาตุ มันเป็นยังไงเหรอ?”

เมซี่ส์หันมามองเมอร์ลินอย่างความประหลาดใจ เธอเข้าใจว่าพี่ชายถามเธออย่างจริงจัง เธอได้กระซิบตอบว่า “จะบอกยังไงดี ตอนที่ฉันหลับตา ฉันก็สัมผัสถึงมันได้เลย แม้ว่าฉันจะยังไม่สามารถสร้างไฟขึ้นมาแต่ฉันก็รู้สึกถึงมันได้ ในตอนที่มันเคลื่อนผ่านร่างกายของฉัน หากฉันสามารถควบคุมมันได้ มันจะกลายพลังให้ฉัน”

เมอร์ลินพยักหน้าเล็กน้อย เขาหลับตาลงอย่างเงียบ ๆ และจับความรู้สึกตามที่เมซี่ส์อธิบายแต่เขากลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย บางทีผู้ที่ไม่สามารถปฏิสัมพันธ์กับพลังธาตุได้แบบเขา คงไม่สามารถทำอย่างที่เมซี่ส์บอกมาได้

ในเมื่อเป็นแบบนี้ทำให้แผนการในการเป็นนักดาบธาตุของเมอร์ลินล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้นไม่นานรถม้าก็มาถึงปราสาทวิลสัน พ่อบ้านเตรียมอาหารกลางวันแสนอร่อยไว้แล้ว มีเนื้อแกะที่ถูกย่างจนเหลืองหอม

อย่างไรก็ตามเมอร์ลินกลับไม่รู้สึกอยากอาหารเลย

ส่วนเมซี่ส์นั้นตรงกันข้าม เธอทานด้วยความเอร็ดอร่อย ในที่สุดลูกแกะทั้งตัวก็ถูกเธอกินทั้งหมด เธอได้เอนหลังและตบท้องอย่างอิ่มเอิบ เธอจ้องมองไปที่เมอร์ลินก่อนพูดด้วยน้ำเสียงกังวล “นี่ท่านพี่เมอร์ลิน ฉันตั้งใจจะโดดเรียนการเรียนมารยาทในบ่ายนี้ เพื่อไปฝึกดาบต่อที่โบสถ์ ท่านพี่จะไปขี่ม้ากับมอสส์ก็ได้นะแต่พี่ห้ามไปเที่ยวกับแอนสันแบบเมื่อคืนอีก ไม่อย่างนั้นพี่ได้เจอดีแน่ ท่านพ่อบอกให้ฉันคอยจับตาพี่ตลอดเวลา”

เมอร์ลินพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าเมอร์ลินคนก่อนจะเป็นคนเสเพล ไม่เอาอ่าว

หลังจากนั้น เมซี่ส์ได้ออกจากปราสาทไป เมอร์ลินรู้สึกว่าสภาพอากาศโดยรอบเริ่มเย็นลง ดังนั้นเขาจึงขึ้นไปชั้นบนเพื่อดึงเสื้อโค้ทหนามาสวม ก่อนจะลงมาขึ้นรถม้าและออกไปข้างนอกพร้อมกับมอสส์

ในรถม้า เมอร์ลินรู้สึกเครียดมาก เขาจำไม่ได้เลยว่าตัวเองมีเรียนมารยาทในตอนบ่ายด้วย นี่แสดงให้เห็นเขาแทบจะจำอะไรไม่ได้เลย

ยังดีที่มอสส์เป็นคนเงียบ ๆ เขาไม่ได้ชวนคุยอะไรเลยตลอดทาง เขาทำหน้าที่เพียงแค่ไปส่งเมอร์ลินเท่านั้น

ผ่านไปพักใหญ่ เมอร์ลินก็ถึงที่หมาย เขาได้มองไปที่นอกหน้าต่าง ที่เบื้องหน้าของเขาเป็นอาคารสามชั้นที่ดูขลัง มีรั้วเหล็กเป็นสนิมที่ทางเข้า มียามนอนหลับขดตัวอยู่ในมุมที่อับในป้อมยาม ดูเหมือนยามจะรู้สึกถึงผู้มาเยือน เขาได้ลุกขึ้นมาเปิดประตูรั้วเหล็กอย่างง่วง ๆ

“สวัสดี คุณชายเมอร์ลิน ดูเหมือนว่าวันนี้คุณชายจะมาไวกว่าปกติ”

ชายชราผู้เป็นยามเฝ้าประตู เขาสวมเสื้อโค้ทหนา หน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเจอกับอากาศที่หนาวเหน็บ เขาทักทายเมอร์ลินอย่างคุ้นเคย

เนื่องจากการสูญเสียความจำของเมอร์ลินเขาจึงไม่สามารถจำชื่อชายชราได้ เขาจึงได้แค่พยักหน้าและยิ้มเท่านั้น

จากนั้นเมอร์ลินจึงมุ่งหน้าไปยังอาคาร เสียงกระดานไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดตามฝีก้าวที่เขาเดิน

เขาหันไปมองภาพวาดที่เต็มไปด้วยสีสันที่แขวนอยู่บนผนัง จากนั้นเขาก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย เขาเห็นห้อง ๆ หนึ่งที่มีเครื่องดนตรีมากมาย ดูเหมือนห้องนั้นจะเป็นห้องเรียนดนตรี

“เฮ้! เมอร์ลินนายมัวทำอะไรอยู่น่ะ วันนี้เรามีเรียนวิชาประวัติศาสตร์นะ ไม่ใช่วิชาดนตรี”

เมอร์ลินหันไปมองต้นเสียงที่คุ้นเคย เจ้าของเสียงนั่นคือแอนสันนั่นเอง

แอนสันเดินเข้ามาลากเมอร์ลินพาเขาขึ้นไปที่ชั้นสาม เขาได้หันมาขยิบตาให้เมอร์ลิน “รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะพลาดที่นั่งดี ๆ นายรู้มั้ย ฉันได้ยินมาว่า อาจารย์สอนประวัติศาสตร์คนใหม่ที่จะมาสอนวันนี้น่ะ เป็นผู้หญิงและที่สำคัญเธอสวยมาก ฉันล่ะจะเห็นด้วยตาตัวเองนะว่ามันจริงมั้ย”

เมอร์ลินไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปไหน เขาจึงต้องตามแอนสันไปอย่างไม่มีทางเลือก

ในที่สุดเขาก็มาถึง ห้องโถงกว้างบนชั้นสาม ที่นั่นมีชายหญิงราว 12คน ที่แต่งตัวด้วยชุดหรูหรา นั่งอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในห้อง พวกเขาต่างกำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่

เมื่อชายร่างอ้วนที่นั่งอยู่แถวหน้าได้สังเกตเห็นเมอร์ลินกับแอนสัน เขาได้โบกมือไปมาอย่างรวดเร็ว

“เยี่ยมมากกัตต์เพราะนายเลยทำให้เราได้ที่นั่งที่ดีที่สุด ทีนี้เราจะมองอาจารย์คนสวยอย่างเต็มตา!!”

แอนสันได้หันไปโบกมือและยิ้มทักทายชายร่างอ้วน

จบบทที่ WS บทที่ 5 ศิลปวัตถุ PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว