- หน้าแรก
- ช่วยด้วยขอรับ จักรพรรดินีจะจับข้าทำเมีย
- บทที่ 85 ใช้ชื่อไทเฮาโฆษณาสินค้าซะเลย
บทที่ 85 ใช้ชื่อไทเฮาโฆษณาสินค้าซะเลย
บทที่ 85 ใช้ชื่อไทเฮาโฆษณาสินค้าซะเลย
การที่ไทเฮาเสด็จมาไม่ใช่การขออนุญาต แต่เป็นการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
เพราะในวังนี้ ไม่มีใครกล้าขัดพระประสงค์ของไทเฮา
เมื่อรู้ข่าว ทุกคนในตำหนักหลิงฉี่ต่างหน้าเครียด
โดยเฉพาะพวกซุนเซี่ยที่แม้จะทำความสะอาดเรือนจนเงาวับแล้ว ก็ยังกุลีกุจอเช็ดถูใหม่รอบสองรอบสามด้วยความกังวล
ซูฉางอันไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสะอาดเท่าไหร่ แต่สงสัยมากกว่าว่าไทเฮามาเพื่ออะไร
จะมาอาละวาดหรือ?
เรื่องราวในราชสำนักช่วงนี้ ซูฉางอันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่จากคำบอกเล่าของจักรพรรดินีที่หลุดออกมาบ้าง ทำให้พอเดาได้ว่าไทเฮากำลังเพลี่ยงพล้ำ และคงจะหงุดหงิดน่าดู
แล้วทีนี้... จะมาลงที่เขาหรือ?
เยี่ยนหรูอวี้ถามด้วยความเป็นห่วง “ให้ข้าไปทูลฝ่าบาทดีหรือไม่เจ้าคะ? หาข้ออ้างให้ท่านหลบหน้าไปก่อน”
ซูฉางอันส่ายหน้า “ถ้าแค่นางเรียกข้าไปหา ข้าอ้างว่าป่วยได้ แต่ถ้านางบุกมาถึงที่เช่นนี้... หลบอย่างไรก็ไม่พ้นหรอก”
เยี่ยนหรูอวี้ขมวดคิ้ว
ซูฉางอันยิ้มปลอบ “ช่างเถิด มาก็มา บางทีนางอาจจะแค่มาเยี่ยมเฉยๆ ก็ได้”
เยี่ยนหรูอวี้ยังคงกังวลใจ
นางรู้ดีว่าสถานการณ์ในราชสำนักตอนนี้ดุเดือดแค่ไหน การที่หลี่จิ่วหลางวางตัวเป็นกลาง ทำให้แผนการตั้งจ้าวเสี่ยวเจียเป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาเมืองของไทเฮาสะดุด ขุนนางฝ่ายไทเฮาต่างสับสนทำตัวไม่ถูก
เปิดช่องให้ฝ่ายไท่ฟู่รุกไล่อย่างหนัก
ดังนั้น...
ไทเฮาต้องโกรธแน่นอน!
แต่การที่นางมาที่นี่ในเวลาเช่นนี้...
นี่แหละสิ่งที่เยี่ยนหรูอวี้กังวล
บรรยากาศในตำหนักหลิงฉี่อึมครึม
ยกเว้นซูฉางอันที่แอบเซ็งนิดหน่อยเพราะอดคัดลายมือ คนอื่นต่างกระวนกระวาย
โดยเฉพาะพวกซุนเซี่ยที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่มุมห้อง
ไม่ใช่ว่าพวกนางขวัญอ่อน แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา วีรกรรมของไทเฮาเป็นที่เลื่องลือ ใครทำให้นางไม่พอใจ ถ้าไม่ถูกส่งไปใช้แรงงานหนักที่กองงานซักล้างก็อาจจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วไปโผล่ที่สุสานนอกวังในสภาพไร้วิญญาณ
แม้พวกนางจะเป็นคนของจักรพรรดินี แต่ความกลัวที่ฝังรากลึกก็ยังคงอยู่
ไม่ได้เคารพ... แต่กลัวจับใจ
...
ไทเฮาเสด็จมาอย่างเรียบง่าย
มีเพียงเซียงหงและนางกำนัลติดตามมาไม่กี่คน
เมื่อเข้ามาในตำหนักหลิงฉี่ ไทเฮาปฏิบัติกับซูฉางอันราวกับคนคุ้นเคย บอกไม่ต้องมากพิธี แล้วจับมือซูฉางอันขึ้นมา “เจ้าเข้าวังมาหลายวันแล้ว ข้ายังไม่ได้ส่งของขวัญมาให้ พอดีนึกขึ้นได้เลยแวะมาเยี่ยม”
นางมองซูฉางอัน “อื้ม... ดูสวยขึ้นกว่าคราวก่อนนะ”
ซูฉางอันยิ้ม “ไทเฮาตรัสชมเกินไปแล้ว หม่อมฉันก็เหมือนเดิมแหละเพคะ ช่วงนี้กินเยอะไปหน่อย อาจจะอ้วนขึ้นบ้าง”
ไทเฮายิ้ม หันไปมองเซียงหง
เซียงหงรีบนำกล่องไม้สีแดงเข้ามาถวาย
ไทเฮาเปิดกล่องออก ภายในบรรจุหนังสือเก่าแก่ “ตอนแรกจะส่งข้าวของเครื่องใช้มาให้ แต่ได้ยินว่าของที่ข้าส่งมาคราวก่อน เจ้าเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของหมด วันนี้เลยเอาหนังสือหายากมาฝาก เป็นผลงานของปราชญ์ในอดีต บางเล่มพี่ชายข้าขอร้องแทบตาย ข้ายังไม่ยอมให้เลยนะ”
เซียงหงยื่นกล่องให้ซูฉางอัน
ซูฉางอันมองแวบหนึ่ง แล้วคารวะ “ขอบพระทัยไทเฮาเพคะ”
ไทเฮายิ้มบางๆ
เยี่ยนหรูอวี้เข้ามารับกล่องจากเซียงหง แล้วถอยไปยืนข้างๆ
ไทเฮามองเยี่ยนหรูอวี้ “รองผู้บัญชาการเยี่ยนดูสดใสขึ้นนะ แต่ก็ไม่เห็นจะอ้วนขึ้นเลยนี่”
พูดจบ ไม่รอให้เยี่ยนหรูอวี้ตอบ นางหันกลับมาหาซูฉางอัน “ข้าขอเดินดูรอบๆ หน่อยนะ อยากรู้ว่าเจ้าจัดตำหนักหลิงฉี่เป็นอย่างไรบ้าง”
นางกวาดตามองรอบๆ มองไปที่เรือนกลาง แล้วพยักหน้า “ดูร่มรื่นดี”
ซูฉางอันตอบ “ต้องขอบพระทัยไทเฮาที่ช่วยทำความสะอาดไว้ล่วงหน้าเพคะ”
ไทเฮายกยิ้ม สายตามองไปที่ห้องหนังสือที่เปิดประตูทิ้งไว้ “ข้าขอเข้าไปดูห้องหนังสือหน่อยได้หรือไม่? ได้ยินว่าตอนนี้ลายพู่กันของเจ้าที่ทิ้งขว้างมีค่าถึงพันตำลึงข้างนอกนั่น โดยเฉพาะสำนักพิมพ์ของสำนักศึกษาหลวง พอบทกวีเจ้าหมด คนก็เลิกซื้อวารสารกันหมด”
ซูฉางอันยิ้ม “ข่าวลือทั้งนั้นเพคะ อย่าทรงใส่พระทัย ไทเฮาอยากชมห้องหนังสือ เชิญเสด็จเพคะ”
ไทเฮายิ้ม “คราวก่อนก็บอกว่าข่าวลือ ตอนนี้ชื่อเสียงเจ้าโด่งดังถึงเพียงนี้ แม้แต่ในวังยังมีคนชื่นชมเจ้ามากมาย ยังจะถ่อมตัวว่าเป็นข่าวลืออีกหรือ”
นางหันไปพยักหน้าให้เซียงหง แล้วเดินนำเข้าห้องหนังสือ
เซียงหงถอยหลังออกไปรอข้างนอกตามมารยาท
เยี่ยนหรูอวี้รู้หน้าที่ หันมามองซูฉางอัน
ซูฉางอันพยักหน้า เยี่ยนหรูอวี้จึงพาพวกซุนเซี่ยและโจวเชียนหงออกไปรอที่ลานด้านนอก
ภายในห้องหนังสือ ไทเฮากวาดตามองรอบๆ สุดท้ายสายตาหยุดอยู่ที่ตะกร้าไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยกระดาษใช้แล้ว นางยิ้ม “ของพวกนี้ถ้าเอาออกไปขายคงมีคนแย่งกันหัวแตก คราวก่อนก็มีพวกกระดาษที่เจ้าเขียนทิ้ง ถูกเซี่ยจือสวี่ซื้อไปในราคาหลายพันตำลึงไม่ใช่หรือ?”
ซูฉางอันยิ้ม ไม่ตอบอะไร
จริงๆ แล้วที่เห็นนี่ถือว่าน้อย เพราะเมาเมาเอาไปห่อยาซะเยอะ
พวกซุนเซี่ยไม่กล้าทิ้ง เลยเก็บรวบรวมไว้ในตะกร้า
ไทเฮามองไปที่โต๊ะ เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ เป็นผลงานคัดลายมือชิ้นสุดท้ายเมื่อวาน
นางอ่านข้อความบนกระดาษเบาๆ “ข้าอยากกลายเป็นต้นไม้ ดีใจก็ผลิดอกในฤดูใบไม้ร่วง เสียใจก็ทิ้งใบในฤดูใบไม้ผลิ”
อ่านจบ นางมองซูฉางอันด้วยความสงสัย
ซูฉางอันรีบอธิบาย “เขียนเล่นๆ เพคะ”
ไทเฮายิ้ม ไม่ซักไซ้ แต่เปลี่ยนเรื่อง “นวดไหล่ให้ข้าหน่อยสิ คราวก่อนเจ้านวดให้ ข้าหลับสบายไปหลายวัน ช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับอีกแล้ว”
พูดจบ นางก็เดินไปนั่งบนเบาะรองนั่งข้างเตาผิงในห้องโถงอย่างถือวิสาสะ
ซูฉางอันตอบปฏิเสธ “ไทเฮาเพคะ ไม่ใช่หม่อมฉันไม่อยากนวดให้ แต่ช่วงนี้มือหม่อมฉันเจ็บ ควบคุมแรงไม่ค่อยได้ เกรงว่าจะทำให้ระคายเคืองเพคะ”
ไทเฮายิ้ม “กลัวจะทำข้าเจ็บ หรือกลัวจะเผลอบีบคอข้าตาย?”
ซูฉางอันรีบแก้ “ไทเฮาตรัสเล่นแล้ว หม่อมฉันแค่กลัวว่าจะนวดไม่ดีเหมือนคราวก่อนต่างหากเพคะ”
ไทเฮาดูไม่ถือสา มองไปรอบๆ แล้วเอ่ย “เช่นนั้นก็ช่างเถิด... ว่าแต่เครื่องประทินโฉมของเจ้าไปถึงไหนแล้ว? ได้ยินว่าพวกคุณหนูชั้นสูงในเมืองหลวงตั้งตารอกันใหญ่ เสียดายที่ยังไม่เริ่มขาย ไม่เช่นนั้นข้าคงสั่งซื้อมาตุนไว้เยอะๆ”
ซูฉางอันไม่แปลกใจที่ไทเฮารู้เรื่องนี้
ขนาดจักรพรรดินียังเอายี่ห้อ ‘กิจการหลวง’ ไปแปะให้ซูลี่เหิง ถ้าไทเฮายังไม่รู้สิแปลก
แต่...
ประโยคสุดท้ายของไทเฮาทำให้ซูฉางอันสะดุดใจ “ไทเฮา... ทรงซื้อได้แล้วหรือเพคะ?”
ไทเฮายิ้ม “ยิ่งดูเจ้าก็ยิ่งฉลาด ข้าหามาได้สองตลับ ตลับหนึ่งสีขาวจันทร์อีกตลับสีแดง สีสันนุ่มนวลกว่าของทั่วไป กลิ่นก็หอมกว่า ใช้ดีทีเดียว”
นางมองซูฉางอันด้วยความชื่นชม “เจ้าช่างมีฝีมือจริงๆ ไม่นึกว่าจะทำเครื่องประทินโฉมเป็นด้วย เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไปคงเป็นที่ฮือฮากันทั้งเมืองแน่”
ซูฉางอันยิ้ม “ไทเฮาชมเกินไปแล้ว ก็แค่ทำเล่นแก้เบื่อเพคะ”
ไทเฮาขยับแขนเสื้อ “อืม... ทำเล่นๆ อีกแล้ว ดูท่าต่อไปข้าคงต้องจับตาดูเจ้าให้ดี ไม่ให้เจ้าทำเล่นๆ จนเกิดเรื่องอีก”
แล้วนางก็ถาม “วันนี้ข้าแค่แวะมาดูความเป็นอยู่ของเจ้าเฉยๆ ไม่มีเจตนาอื่น แต่เห็นหมึกในห้องหนังสือยังไม่แห้ง ข้าคงมารบกวนเวลาฝึกคัดลายมือของเจ้าสินะ?”
ซูฉางอันไม่ตอบ ถือว่ายอมรับโดยดุษณี
ในใจภาวนาให้ไทเฮารีบกลับไปซะที
ไทเฮาหรี่ตายิ้ม ลุกขึ้นยืน
นางมองซูฉางอัน “เช่นนั้นเจ้าก็ฝึกต่อเถิด แต่ข้ามีคำเตือนจะบอกเจ้า... ของบางอย่างได้มายาก ต้องรักษาไว้ให้ดี อย่าเล่นซนจนเกินขอบเขตจนสุดท้ายต้องเดือดร้อน”
นางมองรอบๆ อีกครั้ง “เรือนนี้เจ้าจัดได้น่าอยู่ดี ไปล่ะ วันหลังข้าจะมาเยี่ยมใหม่”
ซูฉางอันประสานมือ “ไทเฮาตรัสเล่นแล้ว หม่อมฉันซนจนเป็นนิสัย บางทีคนอื่นอาจขัดหูขัดตาบ้างก็ช่วยไม่ได้ คนเราจะใช้ชีวิตตามใจคนอื่นไปเสียทุกเรื่องได้อย่างไรเพคะ”
ไทเฮามองซูฉางอัน “บางครั้ง... ก็จำเป็นต้องดูสีหน้าคนอื่นเพื่อความอยู่รอด แต่... เจ้าจงจำคำพูดของข้าไว้ และคำพูดของเจ้า ข้าก็จะจำไว้เช่นกัน”
ซูฉางอันประสานมือ “น้อมส่งไทเฮา”
ไทเฮายิ้ม เดินไปที่ประตู แล้วหันกลับมา “ถ้ามือหายดีเมื่อไหร่ บอกข้าด้วยนะ เจ้านวดสบายจริงๆ”
ซูฉางอันประสานมือเงียบๆ
ไทเฮาเดินจากไปโดยมีเซียงหงประคอง
ก่อนไป นางปรายตามองเยี่ยนหรูอวี้ “อย่าทำตัวดุเหมือนแม่เจ้า มันไม่น่ารัก”
พูดจบก็เดินจากไป
ไทเฮามาเร็ว เคลมเร็วและไปเร็ว
แต่ทิ้งไว้ซึ่งบรรยากาศตึงเครียด
เมื่อไทเฮาลับสายตา ทุกคนในตำหนักหลิงฉี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ซูฉางอันสั่งเยี่ยนหรูอวี้ “เอากล่องนั่นวางไว้ที่พื้น รอให้เมาเมามาตรวจสอบก่อน แล้วค่อยเอาไปไว้ในห้องหนังสือข้า”
เยี่ยนหรูอวี้พยักหน้า จริงๆ นางก็เก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่เห็นซูฉางอันยืนเหม่อมองทางที่ไทเฮาเดินจากไป นางจึงถามด้วยความเป็นห่วง “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ”
ซูฉางอันชะงัก แล้วยิ้ม “ไม่เป็นไร ข้าแค่กำลังคิดคำโฆษณาอยู่”
เยี่ยนหรูอวี้งง “คำโฆษณา?”
ซูฉางอันยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไทเฮาทรงโปรดปรานเครื่องประทินโฉมของข้า... นี่ไม่ใช่คำโฆษณาที่ดีที่สุดหรอกหรือ?”
............................................................................