เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 จอมยุทธ์ขอบเขตไร้ที่สิ้นสุดมาเยือน

บทที่ 60 จอมยุทธ์ขอบเขตไร้ที่สิ้นสุดมาเยือน

บทที่ 60 จอมยุทธ์ขอบเขตไร้ที่สิ้นสุดมาเยือน


ในเมื่อวัตถุดิบที่ต้องการล้วนหาซื้อได้ทั่วไป

ดังนั้นเพียงครู่เดียว ซูจื่อเฟิงก็นำของที่ซูฉางอันสั่งมาให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นซอสงา น้ำมันงา เนื้อสัตว์หั่นชิ้นและอื่นๆ

รวมถึง...

หม้อทองแดงสำหรับทำหม้อไฟด้วย

เดิมทีซูฉางอันตั้งใจจะเชิญสวินค่วงและเยี่ยนซูอยู่ทานด้วยกันอยู่แล้ว เพราะไหนๆ ก็มาถึงเรือน จะไล่กลับไปเฉยๆ ก็ดูจะแล้งน้ำใจ

เยี่ยนซูมีท่าทีเขินอายและเกรงใจอยู่บ้าง

เขารู้สึกว่าการมารบกวนขอต้นฉบับในวันนี้ก็เกรงใจมากพอแล้ว

นี่ยังจะอยู่กินข้าวต่อ แถมฟังชื่อวัตถุดิบแล้วมีแต่ของแพงๆ ทั้งนั้น

แต่สวินค่วงผู้หน้าหนาใจกว้าง ไม่รอช้า รีบกุลีกุจอชวนเยี่ยนซูมาช่วยกันยกโต๊ะไปตั้งที่ลานเรือนตามคำสั่งซูฉางอัน

และจัดวางหม้อทองแดงจนเสร็จสรรพ

แน่นอนว่าซูฉางอันไม่ลืมที่จะไปตามซูหว่านเอ๋อร์และซูจ้าวซินมาร่วมวงด้วย

ตอนแรกกะว่าจะเชิญซูหลิวซื่อมาด้วย แต่ซูจื่อเฟิงบอกว่าคืนนี้ปล่อยให้พวกหนุ่มๆ สาวๆ สังสรรค์กันตามสบายเถิด

ซูฉางอันจึงแบ่งน้ำซุปหม้อไฟทั้งแบบน้ำมันวัวและแบบซุปเห็ดแยกไว้ต่างหาก

กำชับซูจื่อเฟิงว่าส่วนไหนของท่านราชครูซู ส่วนไหนของเขากับอาสะใภ้สาม และส่วนไหนของท่านพ่อท่านแม่ พร้อมทั้งฝากฝังรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ซูจื่อเฟิงรับทราบ แล้วก็หิ้วของเดินจากไป

แต่ก่อนไปยังหันมามองสวินค่วงแล้วเปรยว่า “โต๊ะอาหารของคนหนุ่มสาว”

ความหมายชัดเจน คือจะไล่สวินค่วงผู้หน้าหนาให้รู้ตัวและกลับไปซะ

แต่...

สวินค่วงกลับสวนกลับหน้าตาเฉย “รู้แล้วก็รีบไปสิ จะมายืนขวางทางหนุ่มสาวเขากินข้าวชมจันทร์กันเพื่ออะไร”

เจอไม้นี้เข้าไป ซูจื่อเฟิงได้แต่กลอกตา ส่ายหน้าเดินหนีไปอย่างระอา

แน่นอน

ซูฉางอันไปชวนซูหลินหาน และไปตามซูลี่เหิงด้วย

ซูหลินหานมาตามคำเชิญ

แต่ซูลี่เหิงไม่อยู่จวน คาดว่าคงออกไปหาเช่าตึกแถวทำร้าน

แม้คนจะเยอะ แต่โต๊ะตัวใหญ่ก็รองรับได้สบาย

หม้อทองแดงสองใบวางอยู่กลางโต๊ะ ถ่านไฟลุกโชน ควันพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล คนรอบโต๊ะต่างจ้องมองหม้อใบหนึ่งที่สีแดงฉานเดือดปุดๆ และอีกใบที่น้ำใสแจ๋วมีเห็ดลอยฟูฟ่อง

ไม่ว่าหม้อไหน พอเดือดได้ที่ กลิ่นหอมก็ยั่วน้ำลายสุดๆ!

ซูฉางอันมองดูทุกคนที่รายล้อม แม้จะมีสวินค่วงกับเยี่ยนซูเพิ่มมา

แต่เมื่อมองซูหลินหาน ซูหว่านเอ๋อร์และซูจ้าวซิน

เขาก็รู้สึกว่าแค่นี้ก็ดีมากแล้ว

วันนี้ถือว่าเป็นการเลี้ยงอำลาเล็กๆ

เพราะเดิมทีที่ลงแรงทำหม้อไฟขึ้นมา อย่างแรกคืออยากให้จักรพรรดินีได้กินของดี อย่างที่สองคืออยากเลี้ยงอำลาคนในจวนตระกูลซู

แต่ในเมื่อพวกผู้ใหญ่ไม่มา...

อย่างไรก็เหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะกลับเข้าวัง เวลาแค่นี้เหลือเฟือที่จะไปบอกลาพวกท่าน

แม้จะได้มาอยู่ที่นี่ไม่ถึงเดือน

แต่...

ก็ได้ผูกมิตรไมตรีที่ดี โดยเฉพาะซูหลินหานและน้องๆ ที่เรียกเขาว่า “พี่หญิงใหญ่” ทุกคำ

ถึงจะเรียกผิด จริงๆ ต้องเรียกว่า “พี่ชายใหญ่” ก็เถิด

แต่...

มองดูคนเหล่านี้บนโต๊ะอาหาร ซูฉางอันยิ้มบางๆ

พอจะต้องจากกันจริงๆ ก็อดใจหายไม่ได้

ซูจ้าวซินเห็นน้ำในหม้อทองแดงเดือดพล่านก็หันไปมองซูฉางอันที่ยืนดูอยู่ “พี่หญิงใหญ่ เอาเนื้อลงหม้อได้หรือยังขอรับ?”

ซูฉางอันได้ยินเสียงเรียกก็ตื่นจากภวังค์ ส่งถ้วยน้ำจิ้มที่ปรุงเสร็จแล้วให้เมาเมา “ได้แล้ว”

สวินค่วงได้ยินดังนั้นก็รีบพูด “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจละนะ”

ว่าแล้วก็คีบเนื้อคีบผักใส่ลงหม้อทันที

ซูจ้าวซินมองสวินค่วง แล้วเดาะลิ้น “เฮ้อ... ไม่ใช่ว่าศิษย์น้องอย่างข้าอยากจะว่าหรอกนะ แต่ศิษย์พี่นี่หน้าหนาเป็นหนึ่งจริงๆ พี่น้องเขาจะกินข้าวกัน ศิษย์พี่มานั่งอยู่นี่ไม่อายบ้างหรือ?”

สวินค่วงสวนกลับ “ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่อย่างข้าอยากจะชมหรอกนะ แต่ศิษย์น้องนี่ฝีปากกล้าขึ้นทุกวันนะเรา”

ซูจ้าวซินยืดอก “ก็เราเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันนี่หน่า!!!”

สวินค่วงพยักหน้าเห็นด้วย “เช่นนั้นสองพี่น้องเรามาชนแก้วกันหน่อยหรือไม่?”

ว่าแล้วก็ยกแก้วน้ำขึ้นมา

ซูจ้าวซินไม่ปฏิเสธ ยกแก้วขึ้นชน

ทั้งสองชนแก้วกันราวกับดื่มสุรารสเลิศ แล้วกระดกน้ำเปล่าเข้าปากพร้อมกัน

ซูหว่านเอ๋อร์มองพี่ชายสลับกับสวินค่วง นางขี้เกียจจะตีพี่ชายเรื่องไม่เคารพผู้ใหญ่แล้ว

ได้แต่นั่งมองวัตถุดิบที่ใส่ลงไปในหม้อ ในใจคิดเหมือนที่ลุงใหญ่เคยด่าไว้ไม่มีผิด สวินค่วงกับพี่ชายของนางเป็นพวกประเภทเดียวกันจริงๆ!

แต่ถ้าพี่ชายมีความรู้ได้สักครึ่งของท่านซื่อเย่สวินค่วงก็คงดี

เฮ้อ...

คิดถึงตรงนี้ ซูหว่านเอ๋อร์ก็ถอนหายใจให้กับอนาคตของพี่ชาย

ตามคำสั่งของซูฉางอัน

จูหลิน สาวใช้ของซูหลินหานก็นั่งร่วมโต๊ะด้วย แม้จะมีคนแปลกหน้าอย่างสวินค่วงและเยี่ยนซู แต่คนอื่นๆ ก็คุ้นเคยกันดี สาวใช้ตัวน้อยจึงไม่รู้สึกเกร็ง

นางมองไปที่เยี่ยนซู รู้สึกสงสารจับใจ ที่ต้องมานั่งคั่นกลางระหว่างคนปากมากอย่างสวินค่วงและซูจ้าวซิน คงกินข้าวไม่เป็นสุขแน่

แต่พอมองซูฉางอัน

จูหลินเริ่มรู้สึกว่าซูฉางอันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่คิดไปคิดมา... อย่างไรคุณหนูรองของนางก็ดีที่สุด!

แม้คุณหนูรองจะทำอาหารไม่เป็น จู้จี้จุกจิก พูดจาภาษาดอกไม้ เทียบกับคุณหนูใหญ่ไม่ได้

แถมเรื่องความรู้ดูเหมือนจะสู้ไม่ได้ ขนาดอาจารย์ที่สอนยังบอกว่าหลักการของคุณหนูใหญ่มีเหตุผล...

แต่นางก็ยังยืนยันว่าคุณหนูรองของนางดีกว่าเยอะ!

ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ จูหลินเหลือบไปเห็นเมาเมาจ้องมาที่นาง

จูหลินสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาซูฉางอันอีก

เพราะนางได้ยินกิตติศัพท์มาว่าหมอหญิงข้างกายคุณหนูใหญ่คนนี้ ชอบเอายาสมุนไพรมาบดตอนดึกๆ ดื่นๆ แถมยังหัวเราะเสียงประหลาดๆ น่ากลัวจะตาย!

ซูหลินหานเห็นซูฉางอันมัวแต่ดูแลคนอื่น จึงเอ่ยขึ้น “พี่หญิงใหญ่นั่งลงกินเถิดเจ้าค่ะ พวกเราดูแลตัวเองได้”

แต่ซูฉางอันกลับคีบเนื้อจากหม้อซุปเห็ดใส่ชามซูหลินหาน “เจ้ากินเผ็ดไม่ได้ กินซุปเห็ดดีกว่า”

ซูหลินหานพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

แม้จะมีเรื่องเข้าใจผิดที่น่าอับอายก่อนหน้านี้ แต่หลังจากอยู่ด้วยกันมาเกือบเดือน

ซูหลินหานรู้สึกว่า...

การมีพี่สาวคนโตแบบนี้มันดีจริงๆ บางครั้งนางเอาการบ้านมาถาม ซูฉางอันก็ชี้แนะได้ตรงจุด

แถมมีของอร่อยอะไรก็นึกถึงนางเสมอ

ซูฉางอันคีบเนื้อให้หว่านเอ๋อร์

แล้วคีบผักให้ซูจ้าวซิน

ซูจ้าวซินหน้ามุ่ย แต่ไม่กล้าบ่น ได้แต่กระซิบถามเยี่ยนซูว่า “พี่ว่าพี่หญิงใหญ่ลำเอียงหรือไม่?”

หลังจากดูแลน้องๆ เสร็จ ซูฉางอันก็นั่งลง คีบเนื้อนุ่มๆ จากหม้อน้ำมันวัวเข้าปาก

อืม... เผ็ดนิดหน่อย แต่รสชาติใช่เลย!

หลังจากกินไปได้หลายคำ...

ก็นึกถึงจักรพรรดินี ป่านนี้นางคงกำลังกิน หรือไม่ก็กินอิ่มแล้วมั้ง

“แหม... มาได้จังหวะพอดีเลย...”

เสียงแปลกหูดังขึ้น

ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียง...

เห็นหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเยี่ยนหรูอวี้ถึงเจ็ดแปดส่วน รวบผมหางม้าสูง ที่เอวแขวนดาบสองเล่ม เดินเข้ามาในลานเรือน

ด้านหลังมีเยี่ยนหรูอวี้และโจวเชียนหงเดินตามมาติดๆ

และเมื่อเห็นหญิงผู้นี้

พรึ่บ!!

สวินค่วงที่กำลังเถียงกับซูจ้าวซินเรื่อง 'วิธีกินเนื้อและวิธีอ่านหนังสือ' ลุกพรวดขึ้นยืนทันที

เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น รีบใช้แขนเสื้อเช็ดคราบน้ำมันที่ปากลวกๆ แล้วก้มลงคำนับหญิงผู้นั้นจนตัวงอ “คารวะท่านผู้บัญชาการใหญ่เยี่ยน!”

...................................................................................

จบบทที่ บทที่ 60 จอมยุทธ์ขอบเขตไร้ที่สิ้นสุดมาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว