เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 อันอันเป็นเด็กดี

บทที่ 21 อันอันเป็นเด็กดี

บทที่ 21 อันอันเป็นเด็กดี


บทที่ 21 อันอันเป็นเด็กดี

"หือ???"

ทั้งสี่คนเบิกตากว้างจ้องมองด้วยความตกตะลึง

ทำไมเขาถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ?

หรือว่าการพูดและขยับตัวจะไม่ทำให้ผิดกฎ?

วัยรุ่นสายควันใจกล้ากว่าเพื่อน ลองขยับตัวสั่นๆ ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว

เขาไม่เป็นไร?

ไม่เป็นไรจริงๆ ด้วย!

เขาเดาถูกได้ยังไงกัน?

"เชรดเข้ เจ๋งเป้ง!"

วัยรุ่นสายควันตะโกนอย่างตื่นเต้น แล้ววิ่งแจ้นไปที่ห้องครัว

สาวชุดนักเรียนกับสาวผมลอนมองหน้ากัน แม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็รู้อย่างหนึ่งว่าตอนนี้ขยับตัวได้แล้ว

ทั้งสองคนย่องเบาไปรอบๆ ห้องรับแขกเพื่อหาของกิน โดยพยายามอยู่ให้ห่างจากจุดที่อันอันยืนอยู่ให้มากที่สุด

สำหรับพวกเธอ อันอันก็เหมือนอากาศ ได้ยินเสียงแต่สัมผัสไม่ได้

แต่แค่ฟังเสียงก็พอจะระบุตำแหน่งคร่าวๆ ได้

ทุกคนเริ่มขยับตัว ชายหัวโล้นเองก็ไม่กล้านั่งเหม่ออีกต่อไป ลากสังขารอันหนักอึ้งคลานไปหลบที่มุมห้องรับแขกให้ห่างจากอันอัน

ภายในห้องครัว

หลินอี้เจอเกี๊ยวแช่แข็งถุงใหญ่ในตู้เย็น

ฝีมือการทำอาหารของเขาไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าแค่ต้มเกี๊ยวก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

ตั้งหม้อ ต้มน้ำ ใส่เกี๊ยว

ง่ายๆ สบายๆ

"ท่านปรมาจารย์ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?"

จังหวะนั้น วัยรุ่นสายควันก็ตามเข้ามาในครัว เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเกาะติดหลินอี้แจ

ขาทองคำต้นเบ้อเริ่มขนาดนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไม่ได้เด็ดขาด

"อืม มาพอดีเลย นายต้มเกี๊ยวเป็นไหม?"

"ไม่มีปัญหาครับ ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง"

หลินอี้ยกห้องครัวให้วัยรุ่นสายควันดูแล เขาหาเบาะแสอะไรในครัวไม่เจอ เลยกะจะไปสำรวจห้องอื่นต่อ

สาวชุดนักเรียนเห็นหลินอี้เมินอันอันแล้วเดินดุ่มๆ ขึ้นชั้นบนไป หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ทิ้งสาวผมลอนไว้ แล้วเดินตามหลินอี้ไป

เสียงฝีเท้าของอันอันดังก้องอยู่ในห้องรับแขก

สาวผมลอนกับชายหัวโล้นได้ยินความเคลื่อนไหวก็กลัวจนไม่กล้าขยับตัว

โชคดีที่เสียงฝีเท้านั้นหยุดชะงักที่บันไดครู่หนึ่ง แล้วก็เงียบไป

ถ้าพวกเขามองเห็นอันอันได้ ตอนนี้คงถูกเด็กน้อยคนนี้หลอกจนขวัญกระเจิงไปแล้วแน่ๆ

เส้นผมของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่กลางหน้าผาก

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังแลบลิ้นเลียริมฝีปากสีแดงสดอยู่ตลอดเวลา ความกระหายเลือดพลุ่งพล่านออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย

ราวกับพร้อมจะกระโจนเข้าใส่และขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ

หลังจากขึ้นมาข้างบน หลินอี้ก็ตรงไปที่ห้องทำงานทันที

"ลูกพี่คะ รอเดี๋ยวค่ะ"

สาวชุดนักเรียนเรียกหลินอี้เบาๆ แล้วถามว่า "ลูกพี่รู้ได้ยังไงคะว่าพูดและขยับตัวแล้วจะไม่เป็นอะไร?"

หลินอี้ปรายตามองเธอ พลางอธิบายขณะค้นของในห้องทำงาน

"เมื่อกี้อันอันบอกว่าไม่ชอบพี่หมีร้องไห้ ฉันเลยอนุมานว่าสาเหตุที่ชายหัวโล้นโดนคำสาป ไม่ใช่เพราะพูดหรือขยับตัว"

"ง่ายๆ แค่นี้เลยเหรอ?" สาวชุดนักเรียนรู้สึกเหลือเชื่อ

"แต่เธอเป็นวิญญาณคำสาปนะ คำพูดของวิญญาณคำสาปเชื่อถือได้ด้วยเหรอ?"

หลินอี้ยักไหล่ "อันอันเป็นเด็กดี เชื่อเธอได้"

"แล้วลูกพี่ไม่กลัวว่าตอนนี้เธอจะอยู่ในสภาวะ 'ผมแดง' เหรอคะ?"

"เธอไม่มีเนตรมารไว้ส่องดูหรือไง?"

สาวชุดนักเรียน: ...เธอลืมไปเลยว่าตัวเองยังใช้เนตรมารได้อยู่

เป็นเพราะตื่นเต้นเกินไป ไอคิวเลยลดฮวบ

เนตรมารเป็นสกิลเสริมที่ผู้ใช้คำสาปสามารถเปิดใช้งานได้หากใช้เวลาสักหน่อย

สาวชุดนักเรียนผ่านดันเจี้ยนมาหลายรอบแล้ว ย่อมต้องเปิดเนตรมารได้นานแล้ว

เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ สาวชุดนักเรียนก็กล่าวขอบคุณแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว เตรียมจะใช้เนตรมารส่องดูร่างจริงของอันอัน

หลินอี้ไม่ได้สนใจความคิดเล็กคิดน้อยของสาวชุดนักเรียน

ในดินแดนต้องสาป อย่าไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

เพื่อรางวัลเคลียร์เกม คนพวกนี้ทำได้ทุกอย่าง

ส่วนเหตุผลที่หลินอี้บอกเรื่องพวกนี้กับเธอ จริงๆ แล้วเขาก็แค่อยากให้สาวชุดนักเรียนไปลองเชิงดู

จากประโยคเดียวของอันอันที่ว่า "ไม่ชอบพี่หมีร้องไห้" หลินอี้เองก็ยังไม่มั่นใจว่าข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่เขาไม่กลัวคำสาปของอันอัน ต่อให้ทำผิดกฎก็ไม่เป็นไร เขาถึงได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนี้

ถ้าสันนิษฐานผิดแล้วคำสาปทำงาน มันก็จะเป็นการพิสูจน์ย้อนกลับว่าข้อสันนิษฐานของเขาผิด...

ในขณะเดียวกัน ณ ดันเจี้ยนแห่งหนึ่ง

ซูเหมียวเหมียวถืออุปกรณ์คำสาป "ห้ามรบกวน" ไว้ในมือซ้าย และกำ "บัตรสมาชิกโรงแรม" ไว้แน่นในมือขวา ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามทางเดินมืดสลัวอย่างระมัดระวัง

ไม่มีหลินอี้อยู่ข้างกาย เธอก็รู้สึกกลัวอยู่บ้าง

โชคดีที่เธอมีวิธีเอาตัวรอดเพียบ

ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เธอก็สามารถใช้ "ห้ามรบกวน" สร้างเซฟเฮาส์ชั่วคราวได้

ถ้าเซฟเฮาส์เอาไม่อยู่ เธอก็จะใช้ "บัตรสมาชิกโรงแรม" วาร์ปไปที่ดันเจี้ยนหรูเจีย

แถมในมือเธอยังมีบัตรพนักงานผู้จัดการห้องพักโรงแรม ซึ่งพอจะทำให้เธอเอาตัวรอดในโรงแรมได้

และถึงที่สุดแล้ว ก็ยังมีเครื่องรางของหลินเจิ้งเฟิงเป็นไพ่ตายอีกไม่ใช่เหรอ?

พูดตรงๆ จะให้เธอตายในดันเจี้ยนเนี่ย ยากกว่ารอดซะอีก

**** เห็นแล้วยังต้องส่ายหัว

ทางเดินมืดสนิท เธอทำได้แค่คลำผนังเดินไปทีละนิด

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ เธอก็สัมผัสโดนอะไรบางอย่างนุ่มนิ่ม

"กรี๊ดด!! ผีหลอก!"

"เชี่ย! ตัวอะไรมาจับฉันวะเนี่ย?!"

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของชายหญิงคู่หนึ่งดังก้องทางเดิน แล้วก็เงียบลงอย่างรวดเร็ว

เสียงนี้ ทำไมคุ้นๆ หูชอบกล?

"เจ้าอ้วนหวัง?"

"ยัยบ้าฟาง?"

"ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?!" x2

ทั้งสองถามขึ้นพร้อมกัน

ซูเหมียวเหมียว: ...

หวังฮ่าว: ...

นี่มันพล็อตเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย?

ทั้งสองรู้สึกเหมือนคนบ้านเดียวกันมาเจอกัน น้ำตาแทบจะไหลพราก

"ฮือออ ในที่สุดก็เจอคนเป็นๆ แล้ว ที่นี่แม่งมืดฉิบหาย มองอะไรไม่เห็นเลย ป๋าหวังกลัวความมืดที่สุด"

"ไอ้บ้า ตัวโตเป็นควายมาร้องไห้กระซิกๆ เสียชาติไขมันหมด"

"ฉันแค่ตื่นเต้นเว้ย ไม่นึกว่าสุ่มมาเจอดันเจี้ยนเดียวกัน ขอบคุณสวรรค์ ฉันไม่ต้องสู้คนเดียวแล้ว"

"ภารกิจของนายคืออะไร?" ซูเหมียวเหมียวถาม

"ไม่รู้ว่ะ ตอนวาร์ปเข้ามา มันบอกแค่ว่าชื่อดันเจี้ยน 'คนแปลกหน้า' แล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลย"

เจ้าอ้วนหวังไม่เคยเจอดันเจี้ยนแบบนี้มาก่อน คู่มือดันเจี้ยนที่มีเกลื่อนกลาดก็ไม่เคยพูดถึงสถานการณ์แบบนี้

มีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือ ผู้เล่นที่เคยเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ตายเรียบ เลยไม่มีใครส่งข่าวออกไปได้

ยกเว้นพวกเด็กชิงเป่ย (ชิงหัว-ปักกิ่ง)

"เป็นไปได้ยังไง?" ซูเหมียวเหมียวเองก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ดันเจี้ยนนี้มันแปลกประหลาดไปซะทุกอย่าง

"เธอเองก็ไม่มีภารกิจเหมือนกันเหรอ?"

"อือ มันบอกแค่ว่าให้อยู่รอดให้ครบหนึ่งเดือน ไม่งั้นก็เคลียร์ไม่ได้"

"ถ้าไอ้หลินอยู่ด้วยก็ดีสิ มันหัวไวจะตาย ต้องหาทางออกได้แน่"

"หา? เจ้าอ้วน หมายความว่าไง? หลินอี้ฉลาด แล้วฉันไม่ฉลาดเหรอ? ดูถูกคุณหนูคนนี้เหรอหะ?"

"แล้วเธอคิดวิธีแก้ปัญหาออกหรือยังล่ะ?"

"เอ่อ ยัง แต่เดี๋ยวก็ได้ ขอเวลาอีกนิดนึง"

"เออ งั้นฉันคิดเองก็ได้วะ"

ทั้งสองคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย เพื่อบรรเทาความตื่นตระหนกในใจ

จะยืนอยู่เฉยๆ ก็ไม่ใช่ทาง ทั้งสองเลยคลำทางเดินไปด้วยกันมุ่งหน้าสู่ปลายทางเดิน

"เจ้าอ้วน นายเลือดเยอะ เดินนำหน้าไป"

"ทีงี้ล่ะเห็นความดีของป๋าหวังเชียวนะ?"

"ก็ใครใช้ให้นายอึดกว่าล่ะ ไปเร็วเข้า"

...หลังจากค้นหาอยู่พักใหญ่ หลินอี้ก็เจอไอเทมเนื้อเรื่องในลิ้นชักโต๊ะทำงาน

【ไดอารี่แม่ม่าย】

"หือ?"

"นี่มันชักจะแอดวานซ์ไปหน่อยไหมเนี่ย..."

จบบทที่ บทที่ 21 อันอันเป็นเด็กดี

คัดลอกลิงก์แล้ว