- หน้าแรก
- คำสาประดับโลก ค่ากับข้าวแม่นายจะแพงขึ้นตลอดไป
- บทที่ 15 เขามีเสน่ห์จังเลย ฉันชอบจัง
บทที่ 15 เขามีเสน่ห์จังเลย ฉันชอบจัง
บทที่ 15 เขามีเสน่ห์จังเลย ฉันชอบจัง
บทที่ 15 เขามีเสน่ห์จังเลย ฉันชอบจัง!
"ป๊อก!"
หลินอี้ดึงไม้สูบส้วมต้องสาปออกมาอย่างใจเย็น แต่แฝงไปด้วยความรุนแรง จนทิ้งรอยแดงเป็นวงไว้บนหน้าของหลิวเสี่ยวถง
"กรี๊ดดด—!"
หลิวเสี่ยวถงยกมือปิดปากแล้วกรีดร้องเสียงแหลม
บรรดาชายหนุ่มรอบข้างต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างพร้อมเพรียง
เธอพังแล้ว พังยับเยิน หลิวเสี่ยวถงคงหาผู้ชายไม่ได้อีกแล้ว
เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะชอบอะไรหนักๆ
"แหวะ~~"
"โคตรน่าขยะแขยงเลยว่ะ"
ทุกคนทำท่าพะอืดพะอม ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
"หลินอี้ ฉันจะฆ่าแก!!!"
หลิวเสี่ยวถงโกรธจัด กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พุ่งตัวจะไปขยุ้มหัวหลินอี้
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับคนบ้าไร้ขอบเขตอย่างเธอก็คือ ต้องวิปริตให้ได้มากกว่าเธอ
หลินอี้ชูเทพศาสตราในมือขึ้นแล้วตะโกน "แน่จริงก็เข้ามา!"
หลิวเสี่ยวถงสะดุ้งโหยง รีบถอยหลังกรูด ชี้หน้าด่ากราด "กะ แก แกคอยดูเถอะ!"
จากนั้นเธอก็หันไปหาหลี่ฮ่าว เรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน "คุณชายหลี่ขา~"
"อย่าเข้ามานะเว้ย!!!!!"
หลี่ฮ่าวขวัญผวา ถอยกรูดหนีสุดชีวิต แสดงท่าทางรังเกียจออกมาอย่างเต็มที่ ราวกับปู้จิงอวิ๋นตอนที่กอดขงฉือ
"คุณชายหลี่ คุณยังรักฉันอยู่ใช่ไหมคะ?"
"ฉันแค่สกปรกนิดหน่อย ล้างออกก็ใช้ต่อได้ไม่ใช่เหรอคะ?"
"อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ นะคะ?"
คำถามตายทั้งเป็นสามดอกซ้อนของหลิวเสี่ยวถงทำเอาหลี่ฮ่าวแทบจะไปสู่สุขคติ
มันเหม็นฉิบหายเลยโว้ย
"ไสหัวไปให้พ้น!"
หลี่ฮ่าวคำรามลั่น ถีบเธอจนกระเด็น
"บ้าเอ๊ย ไม่รู้ตัวหรือไงว่าเป็นคนประเภทไหน?"
"หลิวเสี่ยวถง เราไปกันไม่ได้ เลิกกันเถอะ"
หลี่ฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงชอบธรรมและเด็ดขาด
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของหลิวเสี่ยวถงก็ซีดเผือด หลังจากตะลึงไปครู่หนึ่ง เธอก็ปล่อยโฮออกมา "ฮือๆๆๆ~~~ ไม่นะ อย่าทิ้งฉันไป ถ้าไม่มีคุณ ฉันจะอยู่ยังไง คุณชายหลี่..."
ฉากนี้ช่างอลังการงานสร้างจริงๆ ทุกคนในที่นั้นอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา
ทั้งร้องไห้ทั้งอาละวาด เธอช่างทำตัวเองขายหน้าจนถึงที่สุดจริงๆ
"โอ้โห ไอ้หลิน ไม้สูบส้วมมันใช้แบบนี้ได้ด้วยเหรอ สุดยอดไปเลยว่ะ"
เจ้าอ้วนหวังประทับใจกับการกระทำอันห้าวหาญของหลินอี้อย่างสุดซึ้ง
ในที่สุดก็มีคนจัดการนังบ้านี่ได้สักที
ดวงตาของซูเหมียวเหมียวก็เป็นประกายเช่นกัน เธอมองร่างสูงสง่าของหลินอี้ด้วยความชื่นชม
ตาหลินอี้แมนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
เขามีเสน่ห์จังเลย ฉันชอบเขามากเลยอ่า~
"เรื่องพื้นฐานน่า อย่าตื่นเต้น!"
หลินอี้เก็บเทพศาสตราลงถุงขยะอย่างใจเย็น
ทันใดนั้น เสียงตะคอกดุดันก็ดังมาจากนอกห้องเรียน
"เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น?"
"ทั้งชั้นนี้ ห้องพวกเธอนี่เสียงดังที่สุดเลยนะ ถ้ายังก่อเรื่องกันอีก ก็เก็บกระเป๋าไสหัวออกไปให้หมด!"
"คุณพระช่วย ผู้บริหารโรงเรียนมาเองเลย!"
"ซวยแล้ว โบนัสเดือนนี้ของอาจารย์ที่ปรึกษาบินแน่"
"เลิกพูดไร้สาระ รีบกลับไปนั่งที่เร็วเข้า"
ทุกคนตื่นตระหนกและกระสับกระส่ายทันที ห้องเรียนที่เคยคึกคักกลับเงียบกริบในพริบตา
"ท่านผู้อำนวยการ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับหนูนะคะ เพื่อนร่วมชั้นรังแกหนู !&¥...%!#...%"
แววตาอำมหิตวาบผ่านดวงตาของหลิวเสี่ยวถง ขณะที่เธอเริ่มพร่ำเพ้อฟ้องผู้อำนวยการฉอดๆ
ผู้อำนวยการอายุอานามกว่าห้าสิบ รูปร่างผอมบาง แต่คิ้วหนาตาโต น้ำเสียงดังกังวาน
เมื่อได้ยินคำฟ้องร้องของหลิวเสี่ยวถง คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
"คนคนนี้ไปกินขี้มาหรือไง? ทำไมปากเหม็นขนาดนี้"
"ท่านพูดว่าอะไรนะคะ ผู้อำนวยการ?!"
"อะแฮ่ม เปล่าๆ ฉันเข้าใจสถานการณ์ของเธอแล้ว เรื่องที่นักเรียนหลินอี้ทำร้ายร่างกายเพื่อน ฉันจะตรวจสอบด้วยตัวเอง ถ้าเป็นความจริง เขาจะต้องได้รับโทษอย่างหนักไม่มีข้อยกเว้น"
ผู้อำนวยการกระแอมไอสองสามทีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
แม้เขาจะเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่เขาไม่มีวันปกป้องนักเรียนเลวๆ และไม่มีวันเข้าข้างนักเรียนหญิงนิสัยเสียคนไหนเด็ดขาด
"ขอบคุณค่ะท่านผอ. ขอบคุณค่ะ!"
หลิวเสี่ยวถงดีใจจนเนื้อเต้น ราวกับเจอผู้มาโปรด
เธอปรายตามองหลินอี้อย่างผู้ชนะ แววตาลึกๆ เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น แต่ก็ยังบีบน้ำตาน่าสงสารออกมา
หลินอี้ โอ้ หลินอี้ แม่จะรอดูว่าคราวนี้แกจะตายยังไง!
นี่คือผลของการล่วงเกินหลิวเสี่ยวถง!
หลิวเสี่ยวถงสาปแช่งบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของหลินอี้ในใจ มองผู้อำนวยการด้วยความคาดหวัง หวังว่าเขาจะไล่หลินอี้ออกเร็วๆ เธอจะได้เชิดหน้าชูตาได้สักที
"นักเรียนหลินอี้ที่รัก ครูจะถามคำถามง่ายๆ สักสองสามข้อ อย่าตื่นเต้นนะ ตอบตามความจริงก็พอ"
ผู้อำนวยการยิ้มบางๆ แล้วถามหลินอี้
"ครับ ท่านผอ. เชิญถามได้เลยครับ"
หลินอี้ทำหน้าจนปัญญา ผู้อำนวยการบ้านี่ก็เป็นพวกประหลาดเหมือนกัน
ถึงกับเรียกเขาว่า 'ที่รัก' คิดจะเล่นลูกไม้อะไรเนี่ย?
"เธอตีเพื่อนหรือเปล่า?"
"เปล่าครับ ผมใช้เท้า"
"อืม ดีมาก นักเรียนคนนี้บอกว่าเธอเอาไม้สูบส้วมจิ้มหน้าเขา จริงหรือเปล่า?"
"ไม้สูบส้วม? ในโรงเรียนจะมีของแบบนั้นได้ยังไงครับ ผมไม่เห็นเลย"
"อืม ครูว่าแล้วเชียว นักเรียนตัวอย่างแบบหลินอี้จะไปตีเพื่อนได้ยังไง"
ผู้อำนวยการมีสีหน้าโล่งใจ มองหลินอี้ว่าเป็นเด็กไร้พิษภัยและเป็นอนาคตของชาติ
หลิวเสี่ยวถงถึงกับอึ้งกิมกี่
"ไม่ใช่ค่ะ ท่านผอ. ท่านตาบอดหรือเปล่าคะ?"
"โต๊ะเรียนพังระเนระนาดขนาดนี้ ท่านยังจะบอกว่าเขาไม่ได้ตีคนอีกเหรอ?"
"ถ้าเขาไม่ได้ตี แล้วโต๊ะมันจะพังเองได้ยังไงคะ?"
ด้วยความโมโห หลิวเสี่ยวถงจึงเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดออกไป
ในชั่วพริบตา บรรยากาศในห้องเรียนก็เย็นยะเยือก
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หลิวเสี่ยวถงอย่างประหลาด มีทั้งความสงสารและเย้ยหยันในแววตา
หลินอี้เองก็อดส่ายหน้าและถอนหายใจไม่ได้ คิดในใจว่าสมองของผู้หญิงคนนี้น่าเป็นห่วงจริงๆ
นมโตแต่สมองกลวงจริงๆ ด้วย
"นี่เธอกำลังสอนงานฉันงั้นเหรอ?"
ใบหน้าของผู้อำนวยการดำทะมึน น้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูน่าเกรงขามสุดขีด
หัวใจของหลิวเสี่ยวถงกระตุกวูบ เหงื่อเย็นไหลพรากเต็มแผ่นหลังทันที
เธอรู้สึกหนาวไปทั้งตัว ขาอ่อนแรงแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"มะ ไม่ ไม่ใช่ค่ะ หนูผิดไปแล้วค่ะ ท่านผอ.!"
หลิวเสี่ยวถงกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ โบกไม้โบกมือยอมจำนนเป็นพัลวัน
"หึ!"
"ใส่ร้ายเพื่อนร่วมชั้น ดูหมิ่นผู้อำนวยการ ทำลายทรัพย์สินในห้องเรียน แล้วก็ปากเหม็นเกินไป รบกวนการเรียนของเพื่อน ไม่ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างร้ายแรง"
"ห้ากระทงลงโทษทีเดียว ทัณฑ์บนใหญ่สามครั้ง ไล่ออกสถานเดียว"
ผู้อำนวยการแค่นเสียงเย็นชา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ไม่ไว้หน้าหลิวเสี่ยวถงแม้แต่นิดเดียว
"ท่านผอ.คะ หนูผิดไปแล้ว หนูผิดไปแล้ว ยกโทษให้หนูเถอะนะคะ ได้ไหมคะ?"
หลิวเสี่ยวถงทรุดฮวบลงกับพื้น อ้อนวอนเสียงหลง
"หนูเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคนเดียวในหมู่บ้าน หนูเป็นความหวังของทั้งหมู่บ้าน หนูจะถูกไล่ออกไม่ได้..."
อาจารย์ที่ปรึกษาที่มาช้าเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงรีบเข้าไปห้ามผู้อำนวยการเพื่อขอความเมตตาให้หลิวเสี่ยวถง
แต่ผู้อำนวยการตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไล่หลิวเสี่ยวถงออก แม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษาก็ทำอะไรไม่ได้
"เฮ้อ เธอนี่นะ ปกติก็ฉลาดไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้ถึงได้เลอะเลือนขนาดนี้?"
"ใบตอบรับเข้าเรียนที่ชิงหัวกับปักกิ่งของหลินอี้กับซูเหมียวเหมียวส่งมาแล้ว ไม่ไปหาเรื่องใคร ดันไปหาเรื่องว่าที่ผู้ใช้คำสาปอันดับต้นๆ ครูจะพูดยังไงกับเธอดีล่ะเนี่ย?"
อาจารย์ที่ปรึกษาบ่นอุบอิบสองสามคำแล้วรีบวิ่งตามผู้อำนวยการไป
"หนูไม่ได้ใส่ร้ายใครนะ..."
"เชื่อหนูสิ! เชื่อหนูสิ!"
หลิวเสี่ยวถงน้ำตาปริ่ม ทำไมพูดความจริงแล้วไม่มีใครเชื่อเลยล่ะ?
หรือนี่จะเป็นกรรมตามสนองที่ชอบฟ้องครูบ่อยเกินไป?
มาถึงจุดนี้ หัวใจของหลิวเสี่ยวถงตายด้านไปแล้วจริงๆ
เพียงแค่เช้าวันเดียว ผู้ชายก็ทิ้ง ที่พึ่งก็หาย อนาคตก็ดับวูบ แถมตัวยังสกปรกอีกต่างหาก
จบกัน จบเห่กันหมดแล้ว