เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 เฮ้ ป้าถูกไล่ออกแล้วนะ

บทที่ 8 เฮ้ ป้าถูกไล่ออกแล้วนะ

บทที่ 8 เฮ้ ป้าถูกไล่ออกแล้วนะ


บทที่ 8 เฮ้ ป้าถูกไล่ออกแล้วนะ

หลังจากซัดข้าวกล่องจนเกลี้ยง หลินอี้ก็เริ่มมีเรี่ยวแรงกลับคืนมา

จากเบาะแสที่มีอยู่ ความสามารถของวิญญาณคำสาปตนนี้คือการกำจัดแขกที่มาพักเหมือนเป็นขยะ

เศษซากที่ร่วงหล่นออกมาจากถุงขยะดำนั่นคือหลักฐานชั้นดี

ในขณะเดียวกัน วิญญาณคำสาปก็ไม่สามารถพังประตูเข้ามาได้โดยตรง ทำได้เพียงหลอกล่อให้แขกเปิดประตูรับเท่านั้น

ไม่อย่างนั้นป้าแกคงบุกเข้ามาฆ่าแกงกันตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ต้องเปลืองแรงใช้เลือดบีบให้แขกหนีออกมาหรอก

และจุดที่สำคัญที่สุดคือ เงื่อนไขอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นกลไกความตาย?

หลินอี้พิจารณาทุกคำพูดของป้าแม่บ้านอย่างละเอียด

ตอนที่พูดถึงคำว่า "ร้องเรียน" ท่าทีของป้าแกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

กฎระเบียบการเช็กเอาต์ยังระบุชัดเจนว่าต้องให้คะแนนรีวิว 5 ดาวกับป้าแม่บ้านตอนคืนห้อง

นี่แสดงให้เห็นว่าคะแนนรีวิวมีความสำคัญกับป้าแกมาก

หลินอี้วิเคราะห์สถานการณ์ให้ซูเหมียวเหมียวฟัง ซึ่งเธอก็ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ

"หลินอี้ อาจารย์เคยสอนว่าการก่อกำเนิดของคำสาปจะฉายภาพมาจากโลกความเป็นจริง ในทางกลับกัน โลกความเป็นจริงก็ส่งผลต่อรูปแบบของคำสาปด้วย ถ้าอย่างนั้นเราลองคิดมุมกลับกันดูไหม?"

"เชิญเสนอไอเดียบรรเจิดของคุณมาได้เลย"

"ลองมองข้ามความเป็นวิญญาณคำสาปไปก่อน ถ้าในชีวิตจริงป้าแม่บ้านถูกลูกค้าคอมเพลนและให้รีวิวแย่ๆ ผลลัพธ์จะเป็นยังไง?"

"เธอหมายความว่า การร้องเรียนและรีวิวแย่ๆ จะทำให้ป้าโดนหักเงินเดือน หรือถึงขั้นไล่ออก?"

หลินอี้ลูบคาง รู้สึกว่าคำพูดของยัยบ้านี่มีเหตุผล

แต่ปัญหาสำคัญคือ ที่นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนคำสาปแบบสมบูรณ์ ยังไม่มีโครงสร้างโลกที่ครบถ้วน

แล้วใครจะเป็นคนหักเงินเดือนป้า?

ใครจะเป็นคนไล่ป้าออก?

ถ้าในแดนมรณะแห่งนี้มีวิญญาณคำสาปที่เก่งกาจกว่าป้าแม่บ้านคอยบงการอยู่ นั่นคงเป็นงานหินสำหรับเขาและเธอแน่

ซูเหมียวเหมียวดูเหมือนจะสังเกตเห็นความกังวลของเขา ดวงตาเธอฉายแววเจ้าเล่ห์ก่อนจะหัวเราะคิกคักแล้วขยับเข้ามาใกล้

"นี่ หลินอี้ นายจำตอนเล่นพ่อแม่ลูกสมัยเด็กๆ ได้ไหม?"

"จำได้สิ ตอนนั้นเธอบอกอยากเป็นแม่ แล้วบังคับให้ฉันเป็นลูก แถมยังคะยั้นคะยอจะป้อนนมฉันอีกต่างหาก"

"กลับไปบ้านฉันโดนพ่อตีซะน่วมเลย ตอนนั้นเธอทำฉันแสบมากนะ"

ใบหน้าสวยของซูเหมียวเหมียวแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอตบอกเขาแก้เขิน "ฉันพูดจริงจังอยู่นะ!"

"อะแฮ่ม เอาล่ะ กลับมาเข้าเรื่องกันเถอะ"

หลินอี้กระแอมไอ แสร้งทำขรึม "งั้นที่เธอจะสื่อก็คือ ให้เราสวมบทบาทเป็นผู้บริหารโรงแรม แล้วไล่ป้าแกออกงั้นเหรอ?"

"น่าสนุกไม่ใช่เหรอ?"

ซูเหมียวเหมียวกระพริบตาปริบๆ อย่างน่ารัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

สมกับเป็นยัยบ้าจริงๆ กระบวนการคิดช่างสรรหาไม่เหมือนใคร

ประเด็นคือ อีกฝ่ายจะยอมรับสถานะสมมตินี้ไหม?

มันจะดูเหมือนเด็กเล่นขายของเกินไปหรือเปล่า?

แต่ตอนนี้หลินอี้นึกวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้ว จึงตัดสินใจลองเสี่ยงใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งดูสักตั้ง

เผื่อว่ามันจะเวิร์กจริงๆ!

"ไปกันเถอะ ไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หาชุดอื่นใส่กัน"

พูดจบ หลินอี้ก็รวบเอวซูเหมียวเหมียวพาเดินมุ่งหน้าไปยังชั้นใต้ดินของโรงแรม

พวกเขาใช้บันไดหนีไฟลงไปที่ชั้น B1 โดยตรง

ข้างล่างเป็นทางเดินยาว มีห้องทำงานของแผนกต่างๆ ตั้งอยู่เรียงราย

หลินอี้พาซูเหมียวเหมียวเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ว่างเปล่า งัดตู้ล็อกเกอร์และหยิบชุดยูนิฟอร์มออกมาสองชุด

โดยปกติในโรงแรม จะมีแค่ระดับผู้จัดการขึ้นไปที่ใส่สูท

ดังนั้นหลินอี้จึงเลือกชุดสูทระดับผู้จัดการเพื่ออำพรางสถานะ

ซูเหมียวเหมียวยืนนิ่งอย่างว่าง่าย ปล่อยให้หลินอี้ช่วยถอดแจ็กเกตและเสื้อเชิ้ตออก

หลินอี้ผูกเนกไทและติดกระดุมข้อมือให้เธออย่างคล่องแคล่ว จากนั้นใช้ยางมัดผมเธอเป็นทรงทวินเทล

ชั่วพริบตา บุคลิกของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

จากนักเรียนวัยใส กลายเป็นหนุ่มสาววัยทำงานมาดเท่และดูมีความสามารถ

หลินอี้เองก็แปลงโฉมเป็นท่านประธานมาดเข้ม ดูดีมีภูมิฐาน

[ป้ายพนักงานทั่วไป: บัตรประจำตัวผู้จัดการแผนกแม่บ้าน, รหัสพนักงาน: 006, ชื่อ: หวังลี่ลี่]

[ป้ายพนักงานทั่วไป: บัตรประจำตัวผู้จัดการฝ่ายบุคคล, รหัสพนักงาน: 003, ชื่อ: จ้าวจัว]

ไม่รู้ทำไม บัตรพนักงานสองใบที่หลินอี้หาเจอในล็อกเกอร์ถึงสามารถแสดงข้อมูลผ่านเนตรมารของเขาได้

จากจุดนี้ เขาจึงกล้าตั้งข้อสันนิษฐาน

หลังจากแดนมรณะก่อตัวขึ้น สิ่งของธรรมดาหลายอย่างก็ติดเชื้อคำสาปและกลายพันธุ์ ทำให้แดนมรณะค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็นดันเจี้ยน

หากพลังคำสาปยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีความเป็นไปได้สูงที่สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นดันเจี้ยนของจริง

"ยัยบ้า ดูเหมือนเธอจะวิเคราะห์ถูกนะ"

"แน่นอนอยู่แล้ว ระดับสติปัญญาของฉัน พวกมักเกิ้ลอย่างนายจะมาเทียบได้ยังไง"

พอได้รับคำชม ซูเหมียวเหมียวก็ยืดอกภูมิใจราวกับนกยูงรำแพน

"อย่าเพิ่งดีใจเร็วไป ถ้าป้าแกไม่ยอมรับบัตรพนักงานพวกนี้ เราก็จบเห่เหมือนกัน"

"และอีกอย่าง..."

หลินอี้สังเกตเห็นว่าผนังโรงแรมที่เคยสะอาดสะอ้านกำลังผุพังลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เป็นไปได้มากว่าป้าแม่บ้านกำลังอาละวาดอยู่ข้างบน ทำให้พลังคำสาปพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เวลาของพวกเขามีน้อยลงทุกที

"เดินเองไหวไหม?"

"ถ้าไม่ขยับตัวแรงเกินไปก็น่าจะไหวอยู่"

"โอเค งั้นฉันจะพยายามเดินให้ช้าลง"

หลินอี้ประคองซูเหมียวเหมียวขึ้นลิฟต์พนักงานตรงไปยังชั้น 6

น่าแปลกที่พวกเขาไม่เจอร่างของป้าแม่บ้านที่ชั้น 6

นี่เป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปเอาของที่ลืมไว้ในห้อง 606

เมื่อเข้าไปในห้อง คราบเลือดที่เคยลามมาถึงปลายเตียงหายไปแล้ว สภาพห้องเละเทะไม่มีชิ้นดี

ซูเหมียวเหมียวไหวพริบดี รีบยัดกางเกงในลงในกระเป๋าสะพายใบเล็ก

ส่วนหลินอี้โยนกล่องถุงยางเปล่าสองกล่องลงถังขยะ แล้วหิ้วถุงขยะออกมาทั้งถุง

สำหรับหน้าต่างที่แตก เขาจนปัญญาจะซ่อมจริงๆ

หลังจากเก็บคีย์การ์ดและออกจากห้อง พวกเขาก็ตัดสินใจจะไปลองเช็กเอาต์ก่อนกำหนดที่ฟรอนต์

แต่ทว่า เลี้ยวหัวมุมมาก็เจอรักเข้าเต็มเปา

หลินอี้และเธอจ๊ะเอ๋กับป้าแม่บ้านพอดี

สายตาสบกัน บรรยากาศอึดอัดขึ้นมาทันที

"ไอ้ขยะเปียกสองตัว เจอกันอีกแล้วนะ"

ป้าแม่บ้านแสยะยิ้มชั่วร้าย แววตาฉายความโลภ

"ขยะเปียก? โทษทีนะป้าพนักงาน การดูถูกผู้จัดการฝ่ายบุคคลแบบนี้อาจทำให้โดนหักเงินเดือนได้นะ ไม่รู้เหรอ?"

หลินอี้แสร้งทำไขสือ ถามกลับด้วยความประหลาดใจ

ป้าแม่บ้าน: "???"

"เฮ้อ ช่วงนี้มีลูกค้าบ่นเข้ามาเยอะมากว่าบริการของป้าแย่สุดๆ ทำให้มียอดการร้องเรียนพุ่งสูงจนโรงแรมเสียหายหนัก"

ซูเหมียวเหมียวเองก็สวมบทบาททันควัน วางมาดสาวเก่งวัยทำงาน

"ตอนนี้ ในฐานะผู้จัดการแผนกแม่บ้าน ฉันขอบอกเลยว่า ป้าถูกไล่ออกแล้ว ไปทำเรื่องลาออกที่ฝ่ายบุคคลได้เลย"

หลินอี้พยักหน้าสนับสนุน "ผมในฐานะผู้จัดการฝ่ายบุคคล ขอยืนยันอย่างเป็นทางการว่าคุณถูกไล่ออก เชิญออกไปได้ครับ"

ใบหน้าของป้าแม่บ้านกระตุกอย่างรุนแรง เศษเนื้อหลุดร่วงลงมานับไม่ถ้วน แววตาดุร้ายปรากฏขึ้น

แต่ทว่าออร่ารอบตัวป้ากลับอ่อนลงกะทันหัน

ดูเหมือนคำสาปจะยอมรับการตัดสินของหลินอี้และซูเหมียวเหมียว

หลินอี้เปิดใช้งานเนตรมาร จ้องเขม็งไปที่ป้ายพนักงานบนอกป้า

[วิญญาณคำสาป: ป้าแม่บ้าน]

[ระดับ: D (อ่อนแอลงเหลือวิญญาณคำสาประดับ E)]

[คำอธิบาย: ป้าแม่บ้านผู้ขยันขันแข็งทำงานให้โรงแรมมาสามสิบปี ถูกไล่ออกทันทีเพียงเพราะลูกค้ารายหนึ่งร้องเรียน

การจากไปของป้าไม่ได้รับความสนใจจากพนักงานคนอื่นเลย เพราะแกเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ที่ทำความสะอาดห้อง คนอื่นจำชื่อแกไม่ได้ด้วยซ้ำ

แม้แต่ผู้จัดการแผนกแม่บ้านก็เรียกแกแค่ว่า "คนคนนั้น"

"ป้าแม่บ้าน" คือชื่อของแกในสายตาคนอื่น ต่ำต้อย ไร้ค่า ธรรมดา และต่อให้หายไปก็ไม่มีใครสนใจ

ป้าที่ถูกไล่ออกไม่ได้โกรธแค้นโรงแรม แต่โยนความผิดทั้งหมดไปที่ลูกค้าที่ร้องเรียนแก

วันหนึ่ง ต้นกำเนิดคำสาปก็มาพบแกเข้า...]

"พระเจ้าช่วย ยัยบ้าฟลุคเดาถูกเฉยเลย"

คิ้วของหลินอี้กระตุก ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ต้องขอบคุณที่ซูเหมียวเหมียวใช้คำว่า "คนคนนั้น" ทำให้ป้าแกเชื่อในตัวตนสมมติของพวกเขา

หลังจากระดับลดลง ป้าแม่บ้านก็กลายเป็นวิญญาณคำสาประดับ E ทำให้พอมีหวังที่จะพลิกสถานการณ์ได้

หลินอี้ล้วงยันต์ออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างเงียบเชียบ เตรียมเปิดฉากโจมตีทีเผลอ

ทันใดนั้น ป้าแม่บ้านก็พูดสวนขึ้นมาว่า

"พวกแกกล้าไล่ฉันออกเรอะ? เรื่องนี้ลูกชายฉันรู้หรือเปล่าฮะ?"

"?"

จบบทที่ บทที่ 8 เฮ้ ป้าถูกไล่ออกแล้วนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว