- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกกับระบบกาชาปอง
- EP.4 : ว่าที่ยอดฝีมือ 9 ดาว
EP.4 : ว่าที่ยอดฝีมือ 9 ดาว
EP.4 : ว่าที่ยอดฝีมือ 9 ดาว
"ฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อ และไม่มีวันเปลี่ยนด้วย ฉันชื่อมู่ซินเฟย!"
เธอขบฟันพูดออกมาอย่างดุดัน แววตาแข็งกร้าวขัดกับชุดนอนสีหวานที่เธอสวมอยู่
เมื่อมองไปยังใบหน้าและรูปร่างที่จัดว่าสวยระดับไร้ที่ติของเธอ เย่จงหมิงก็ต้องตกตะลึงจนนิ่งค้าง ถ้าผู้หญิงคนนี้ชื่อนั้นจริง เขาไม่มีทางจำผิดแน่
ในชาติก่อน ชื่อนี้คือสัญลักษณ์ของความตายและความสง่างามที่เย่จงหมิงทำได้เพียงเงยหน้ามองจากก้นเหว เธอคือ "กุหลาบสังหาร" (Killing Rose) ยอดฝีมือระดับ 9 ดาวที่สั่นสะเทือนไปทั้งโลก! และเพราะเธอมาจากเมืองเดียวกับเขา เย่จงหมิงจึงจดจำทุกวีรกรรมและสถิติการรบของเธอได้ขึ้นใจ สำหรับเขาแล้ว มู่ซินเฟยคือตำนานที่ยังมีลมหายใจ
แม้จะผ่านไปสิบปี ยอดฝีมือระดับ 9 ดาวก็ยังเป็นตัวตนที่สูงส่งเกินกว่าจะจินตนาการ พวกเขาคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ในขณะที่เย่จงหมิงซึ่งเป็นระดับ 6 ดาวอาจจะดูเก่งกาจในสายตาคนทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับกุหลาบสังหารแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะทำให้เธอชายตามองด้วยซ้ำ
ใครจะไปนึกว่าหลังจากเกิดใหม่ เขาจะได้มาเจอตำนานบทนี้ในสภาพสาวชุดนอนลายการ์ตูนที่ยังไม่เริ่มวิวัฒนาการด้วยซ้ำ?
ความคิดชั่ววูบที่อยากจะสยบกุหลาบงามไว้ใต้ร่างก่อนที่หนามของเธอจะงอกเงยแวบเข้ามาในหัว มันคือความปรารถนาดิบเถื่อนที่ผู้ชายทุกคนในวันสิ้นโลกต่างพากันเพ้อฝันถึงเธอจนแทบคลั่ง ทว่าสัญชาตญาณนักรบของเขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
เพราะตอนนี้เธอกำลังถือมีดปอกผลไม้จี้มาที่เขา ใบหน้าสวยสดนั้นแฝงไปด้วยจิตสังหารที่บ่งบอกชัดเจนว่า ถ้าเขาก้าวเข้ามาอีกนิดเดียว เธอจะแทงเขาให้ตายคามือแน่นอน
เขาหัวเราะขมขื่นในใจ หรือว่ารังสีความหื่นกระหายชั่ววูบจะทำให้เธอไหวตัวทัน? ว่ากันว่าสัญชาตญาณของผู้หญิงระดับนี้นั้นไวต่ออันตรายเสมอ
"ใจเย็นก่อน ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก... คือว่า หิวไหม? อยากกินอะไรหรือเปล่า?"
คำถามที่หลุดออกไปดูโง่เง่าจนเขาอยากจะเอาหัวโหม่งกำแพง แต่นี่คือวิธีผูกมิตรที่นึกออกเพียงอย่างเดียวของชายที่ใช้ชีวิตสิบปีอยู่กับการเข่นฆ่า เย่จงหมิงชินกับการคิดตามหลักผลประโยชน์ เขาต้องการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดไว้เคียงข้างในอนาคต การมีมู่ซินเฟยเป็นพวกย่อมดีกว่าการเสียยอดฝีมือไปหนึ่งคน
มู่ซินเฟยมองชายหนุ่มที่ดูเฉียบคมแต่ท่าทางเก้อเขินผิดกับบรรยากาศรอบตัวแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เธอลดมีดลงเล็กน้อย "ไม่เป็นไรหรอก แค่บอกฉันมาก็พอว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
เย่จงหมิงหันกลับไปสนใจสถานการณ์ข้างนอก เขามองหญิงสาวที่ยังคงกำมีดในมือไว้แน่นอย่างระแวดระวัง สมกับเป็นว่าที่ยอดฝีมือ 9 ดาวจริงๆ
"นี่คือกาชาปองวันสิ้นโลก มันต้องใช้คริสตัลอสูรเพื่อแลกกับของล้ำค่า" เขาตัดสินใจบอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อสร้างความไว้วางใจ "ส่วนข้างนอกนั่น..."
เขาหยิบอาวุธมีคมที่เตรียมมา เดินไปที่ประตูท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่เริ่มดังระงม "มันคือวันสิ้นโลกของจริงแล้วล่ะ"
เขามองไปยังรปภ. ทั้งสามคนที่อยู่ไม่ไกล พวกนั้นดวงไม่ดีอย่างแรงและเริ่มกลายพันธุ์ต่อหน้าต่อตา ผิวหนังที่เคยอุ่นเริ่มแห้งเหี่ยวกลายเป็นสีเทาศพ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นมาเหมือนตะขาบชอนไชไปทั่วใบหน้า ดวงตากลายเป็นสีแดงฉาน เขี้ยวแหลมงอกออกมาพร้อมน้ำลายสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่าเสียดจมูก พวกมันสิ้นสูญความเป็นมนุษย์ เหลือเพียงความหิวกระหายในเนื้อสดๆ เท่านั้น
"ซอม... ซอมบี้เหรอ?" มู่ซินเฟยอุทาน ใบหน้าซีดเผือด แม้ในอนาคตเธอจะฆ่ามอนสเตอร์ระดับสูงได้เหมือนผักปลา แต่ตอนนี้เธอเป็นแค่หญิงสาวที่พยายามทำใจดีสู้เสือ
"อืม ซอมบี้" เย่จงหมิงพูดย้ำ แววตาเขาไม่มีความกลัว มีเพียงความตื่นเต้นที่ลุกโชน เพราะเขามองเห็นคริสตัลสีเทาบนหน้าผากของพวกมัน!
เย่จงหมิงพุ่งตัวออกไปทันที ร่างกายที่ยังไม่วิวัฒนาการเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งทักษะระดับเทพเจ้าของเขาไว้ เขาสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ประท้วงด้วยความล้าตั้งแต่วินาทีแรกที่ออกแรง
เขาพุ่งเข้าหาซอมบี้รปภ. ก่อนที่พวกมันจะทันรู้ตัว ดาบในมือถูกแทงทะลุลำคอตัวแรกจนกระดูกสันหลังหักสะบั้น พร้อมกับเบี่ยงหลบกรงเล็บของตัวที่สองอย่างหวุดหวิด เขาคว้าคอซอมบี้ตัวเดิมบิดจนหัวพับไปข้างหลัง เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาเย่จงหมิงรีบดึงดาบกลับและเตะตัวที่สองให้กระเด็นไป ก่อนจะปักดาบเข้ากลางกะโหลกของตัวที่สามจนดับสนิท
ตัวสุดท้ายที่ถูกเตะกระเด็นกลับยิ่งคลั่งและคำรามใส่ ทว่าสิ่งที่มันได้เจอคือแสงดาบที่วาดผ่านกลางใบหน้า เย่จงหมิงหมุนตัวเหวี่ยงดาบด้วยแรงส่งทั้งหมดฟันจนกะโหลกแยกออกเป็นสองซีก สมองสีขาวผสมดำไหลทะลักนองพื้น
ตุบ ร่างของซอมบี้ตัวแรกเพิ่งจะตกถึงพื้นดิน
เพียงสี่วินาที เย่จงหมิงจัดการซอมบี้สามตัวได้อย่างเด็ดขาด แต่เขากลับถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด ถ้าเป็นร่างเลเวล 6 เขาคงใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาทีด้วยซ้ำ
เขาเริ่มขุดเอาคริสตัลอสูรออกมาจากหน้าผากของพวกมัน แล้วเช็ดคราบเลือดกับชุดยูนิฟอร์มรปภ. อย่างชำนาญ ความตื่นเต้นที่ได้สัมผัสคริสตัลสีเทาเลเวล 1 อีกครั้งทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตจริงๆ ในชาติก่อนเขาพลาดโอกาสช่วงแรกไปมากเพราะเอาแต่หลบซ่อน แต่ชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น
เขาเก็บคริสตัลทั้งสามก้อนลงกระเป๋า โดยไม่เสียเวลาสนใจมู่ซินเฟยที่กำลังยืนอาเจียนอยู่ข้างหลัง เขาพุ่งตัวไปยังทิศทางที่มีเสียงกรีดร้องต่อไป
ที่ไหนมีซอมบี้... ที่นั่นมีคริสตัลอสูร และคริสตัลอสูรคือบันไดสู่ความเป็นพระเจ้าของเขา!