- หน้าแรก
- ร่างต้องสาปที่เกิดมาเพื่อสังหาร
- บทที่ 13 - วรยุทธ์ขนานแท้!
บทที่ 13 - วรยุทธ์ขนานแท้!
บทที่ 13 - วรยุทธ์ขนานแท้!
บทที่ 13 - วรยุทธ์ขนานแท้!
"วิชาทหารเหรอ" สยงโหย่วเต๋อชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า "บอกตามตรงนะ ที่นี่เป็นแค่จุดพักชั่วคราว ไม่มีคัมภีร์ยุทธ์เก็บไว้หรอก แต่ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ ข้าสอนให้เองกับมือก็ได้"
เขาจ้องหลี่เต้าตาเป็นประกาย "ส่วนเรื่องเงื่อนไข ขอแค่ข้าเต็มใจสอน เงื่อนไขอะไรก็ช่างหัวมันเถอะ"
"โอ้" หลี่เต้าหายใจแรงขึ้นมาทันที รีบถาม "งั้นท่านนายกองรู้วิชาหดกระดูกไหมครับ"
"วิชาหดกระดูก" สยงโหย่วเต๋อทำหน้างง
"ร่างกายข้ามันยังโตไม่หยุด ข้ากลัวว่าต่อไปมันจะใหญ่โตเกินไป เลยอยากฝึกวิชานี้ดักไว้ก่อน จะได้ไม่กลายเป็นยักษ์ปักหลั่น" หลี่เต้าตอบอย่างจนใจ
สยงโหย่วเต๋ออ้าปากค้าง ตอนนี้เอ็งก็ตัวใหญ่จนน่ากลัวแล้ว ยังจะโตได้อีกเหรอ ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย "วิชานี้ข้าทำไม่เป็นหรอก แต่ไว้วันหน้าข้าจะพาไปหาท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านมีวิชาสารพัด เดี๋ยวข้าจะช่วยขอให้" สยงโหย่วเต๋อยิ้มกว้าง "เอางี้ กินข้าวก่อน กินอิ่มแล้วค่อยมาคุยเรื่องวิชายุทธ์กัน"
"ขอบคุณครับท่านนายกอง" หลี่เต้าประสานมือคารวะ ในใจรู้สึกดีกับสยงโหย่วเต๋อขึ้นมาโข
จากนั้นสยงโหย่วเต๋อก็ให้ซุนเป้าพาหลี่เต้าเข้าโรงครัว หลี่เต้าไม่เกรงใจใครทั้งนั้น นั่งลงกลางวง แล้วก้มหน้าก้มตาสวาปามอย่างบ้าคลั่ง ภาพการกินของเขาทำเอาคนทั้งโรงครัวยืนตะลึงตาค้าง แม้แต่ซุนเป้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังตกใจจนพูดไม่ออก
คนกินจุน่ะเคยเห็น แต่กินล้างกินผลาญขนาดนี้ เกิดมาเพิ่งเคยเจอ หมั่นโถวเต็มตะกร้า พี่แกจับยัดปากคำละลูก กลืนลงคอเหมือนดื่มน้ำ คนอื่นเขาเคี้ยวหมั่นโถว แต่หมอนี่สูบหมั่นโถวชัดๆ ยังมีมันเทศอีกเป็นลัง ต้มก็ยังไม่ได้ต้ม พี่แกคว้ามาแทะดิบๆ กรุบกรับ นี่มันสัตว์ประหลาดหรือคนกันแน่ ขืนปล่อยให้กินแบบนี้ เกรงว่ายังไม่ทันถึงกำหนดเปลี่ยนเวร กองทัพคงโดนกินจนเจ๊งแน่ๆ
ด้วยความตกใจ ซุนเป้ารีบวิ่งแจ้นไปรายงานสยงโหย่วเต๋อ สยงโหย่วเต๋อเองก็ตกใจไม่แพ้กัน "กินดุขนาดนั้นเลยเหรอ" "ใช่ครับ จะให้จำกัดอาหารไหมครับ" ซุนเป้าถามเสียงเครียด
"จำกัดบ้าบออะไร ขุนพลระดับนี้แค่ข้าวยังไม่ให้กินอิ่ม วันหน้าเกิดเรื่องขึ้นมา ใครเขาจะมาตายแทนเอ็ง" สยงโหย่วเต๋อด่าเปิง
"แต่กินแบบนี้มันก็ไม่ไหวนะครับ..." ซุนเป้าหน้าสลด
"ไปบอกพวกโรงครัว ให้ลดปริมาณข้าวคนอื่นลง แล้วเอามาโปะให้ทางนี้" สยงโหย่วเต๋อกระซิบสั่ง
"รับทราบ!" ซุนเป้าจำใจพยักหน้า
"เดี๋ยว ไปสืบประวัติหลี่เต้ามาด้วย" สยงโหย่วเต๋อสั่งกำชับ ถึงจะดูไม่เหมือนไส้ศึก แต่กันไว้ดีกว่าแก้
"ครับ!" ซุนเป้าถอยออกไป
มื้อนี้หลี่เต้าฟาดไปจนอิ่มตื้อ ลูบพุงอย่างพอใจ เรอเอิ๊กใหญ่ "ใช้ได้เลย อาหารในค่ายดีกว่าในหมู่บ้านเยอะ" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหาสยงโหย่วเต๋ออีกรอบ
สยงโหย่วเต๋อยิ้มร่า รออยู่นานแล้ว "น้องหลี่เต้า ข้าดูจากร่างกายเจ้าแล้ว เจ้าน่าจะมาสายกายาเหมือนกับข้า วิชาที่ข้าฝึกคือวิชาเลื่องชื่อในกองทัพ ชื่อว่า 【เพลงขวานพลิกฟ้าคว่ำสมุทร】 กับ 【วิชาเทพกายาหมีทมิฬ】 สองวิชานี้ อันหนึ่งใช้โจมตี อีกอันใช้ป้องกัน โดยเฉพาะวิชาเทพกายาหมีทมิฬ ถ้าฝึกจนถึงขั้นสุดยอด ร่างกายจะแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล ดาบแทงไม่เข้า ไฟเผาไม่ไหม้ ในสนามรบนับว่าเป็นวิชาชั้นยอด ถ้าเจ้าที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้เอาไปฝึก รับรองไปโลดแน่ แต่วันนี้เรามาเริ่มที่เพลงขวานก่อน เจ้าเคยเรียนมาบ้างไหม"
"ข้าเคยแต่ผ่าฟืน พอจะจับเคล็ดลับจากการผ่าฟืนได้บ้าง แต่คงเทียบกับท่านนายกองไม่ได้หรอกครับ" หลี่เต้าตอบ
"ผ่าฟืน?" สยงโหย่วเต๋อหัวเราะก๊าก "นั่นมันนับเป็นเพลงขวานที่ไหนกัน เพลงขวานพลิกฟ้าคว่ำสมุทรของข้านี่สิถึงจะเรียกว่าวิชายุทธ์ขนานแท้ จริงสิ เจ้ารู้เรื่องระดับของวิชายุทธ์ในโลกนี้ไหม"
"ไม่ทราบเลยครับ รบกวนท่านนายกองช่วยชี้แนะ" หลี่เต้าทำท่าสนใจ
สยงโหย่วเต๋อยิ้ม ชูนิ้วขึ้นมา "วิชายุทธ์ในโลกนี้แบ่งคร่าวๆ ได้สี่ระดับ เรียงจากต่ำไปสูงคือ ทั่วไป ขนานแท้ ชั้นยอด และ อิทธิฤทธิ์ แต่ละระดับมีอานุภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว! ไอ้ที่เรียกว่า 【วิชาทั่วไป】 ก็คือพวกวิชาดาดๆ ที่ใครๆ ก็ฝึกได้ ไม่ค่อยมีฤทธิ์เดชอะไร เช่น หมัดยาวไท่ซู ดาบห้าพยัคฆ์ทลายประตู หรือเสื้อเหล็ก พวกนี้แหละวิชาทั่วไป ส่วน 【วิชาขนานแท้】 จะต่างออกไป เป็นวิชาที่เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์ได้ อานุภาพรุนแรง ส่วนใหญ่ต้องได้รับการถ่ายทอดจากสำนักมาตรฐาน ตระกูลยุทธ์เก่าแก่ หรือไม่ก็ทางราชสำนัก จะไปหาเรียนตามข้างทางไม่มีทางเจอ อย่างเพลงขวานพลิกฟ้าคว่ำสมุทรของข้า ก็เป็นวิชาที่ราชสำนักประทานให้ตอนข้าทำความดีความชอบ อยากจะไปแอบฝึกข้างนอก ฝันไปเถอะ! ส่วน 【วิชาชั้นยอด】 ก็คือหัวกะทิของวิชาขนานแท้ ความแรงนี่คนละเรื่องกับวิชาขนานแท้เลย สุดท้ายคือ 【วิชาอิทธิฤทธิ์】 อันนี้เว่อร์วังอลังการ วิชาพวกนี้หลุดขอบเขตวิชามนุษย์ไปแล้ว อานุภาพมหาศาลจนจินตนาการไม่ถูก"
"โห" หลี่เต้าตาเป็นประกาย การแบ่งระดับวิชามันลึกซึ้งขนาดนี้เชียว
"เอาล่ะ มาคุยเรื่องเพลงขวานพลิกฟ้าคว่ำสมุทรกันต่อ เพลงขวานนี้มีทั้งหมดสามสิบหกกระบวนท่า เน้นความบ้าคลั่งดุดัน ใช้แรงเข้าข่ม ยิ่งแรงเยอะยิ่งดี ยิ่งเร็วยิ่งเจ๋ง ดูให้ดีนะ!!"
วูบ! สยงโหย่วเต๋อเหวี่ยงขวานตูมเดียว ลมกรรโชกแรง ฝุ่นทรายปลิวว่อน กล้ามเนื้อทั้งตัวเกร็งแน่น ผสานกับท่าเท้าเฉพาะตัว หมุนตัวราวกับพายุหมุน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผ่าเขาหัวซาน! กวาดทัพพันลี้! พิชิตมังกรปราบพยัคฆ์! ตะวันดับจันทราเลือน! ฟ้าดินมืดมิด! ร้อยภูตสังหาร!
แต่ละท่าถูกร่ายรำออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาดูบ้าคลั่งน่ากลัว ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ เสียงลมหวีดหวิวเหมือนจะฉีกกระชากทุกอย่าง ภาพตรงหน้าเหมือนถูกพายุบ้าคลั่งกลืนกิน เสียงดังอึกทึกน่าสะพรึงกลัว หลี่เต้าจ้องตาไม่กะพริบ สมาธิจดจ่อเต็มที่ สามสิบหกท่าเพลงขวานพลิกฟ้าคว่ำสมุทร สยงโหย่วเต๋อร่ายรำจบในพริบตา เขาหยุดนิ่ง กระแทกขวานลงพื้น เลือดลมในกายเดือดพล่านเหมือนเตาหลอม หันมาถาม "เป็นไง ดูทันไหม"
"พอจับทางได้คร่าวๆ ครับ" หลี่เต้าพยักหน้า
"ไม่ต้องรีบ ของแบบนี้ต้องค่อยๆ ฝึก มีเวลาอีกเยอะ!" สยงโหย่วเต๋อหัวเราะ จากนั้นเขาก็เริ่มแยกท่าสอนทีละท่าอย่างละเอียด เสียดายที่หลี่เต้าไม่มีอาวุธถนัดมือ เลยต้องเอาขวานผ่าฟืนมาใช้แก้ขัดไปก่อน สยงโหย่วเต๋อตบ อกรับปากว่า เดี๋ยวพอถึงรอบเปลี่ยนเวร จะหาอาวุธดีๆ มาให้ ด้วยความช่วยเหลือจากหน้าต่างสถานะ ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เพลงขวานชุดนี้ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างสถานะ หลี่เต้าถอนหายใจโล่งอก แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งหมัดยาวไท่ซู เพราะตอนนี้หมัดยาวไท่ซูฝึกจนถึงขั้นเข้าขั้นแล้ว เขาอยากรู้ว่าถ้าฝึกจนถึงขั้นสมบูรณ์ มันจะเหมือนตอนผ่าฟืนไหม ที่มีท่าไม้ตายโผล่ออกมา
สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เที่ยงวันที่สาม สยงโหย่วเต๋อสืบประวัติหลี่เต้าจนแน่ใจ ก็ยิ้มแก้มปริ หลี่เต้าประวัติขาวสะอาด ไม่ใช่ไส้ศึกแน่นอน! เขาเดินมาตรวจดูความก้าวหน้าของเพลงขวาน พอเห็นว่าหลี่เต้าจำเคล็ดลับสำคัญได้หมดแล้ว ก็เริ่มถ่ายทอด 【วิชาเทพกายาหมีทมิฬ】 ให้ต่อ ตามคำบอกเล่าของเขา วิชาเทพกายาหมีทมิฬนี้ก็เป็น 【วิชาขนานแท้】 เหมือนกัน พลังป้องกันสุดยอด อานุภาพร้ายแรง ข้อเสียอย่างเดียวคือ ตอนฝึกมันทรมานบรรลัย ช่วงแรกต้องแบกหินก้อนยักษ์เดินขึ้นเขาถอยหลัง เพื่อขัดเกลาร่างกาย พอแบกหินพันจินเดินขึ้นยอดเขาได้โดยไม่เหนื่อย ก็ต้องมายืนกลางวง ให้คนเอาท่อนเหล็กรุมตี พอลองโดนรุมตีเสร็จ ก็ต้องรีบลงไปแช่ในน้ำยาสมุนไพรทันที เพื่อรับการชำระล้าง ความเจ็บปวดระหว่างนั้น เกินจินตนาการ แต่สำหรับหลี่เต้า เรื่องพวกนี้จิ๊บจ๊อย ร่างกายเขาโตขึ้นทุกวัน ความหนาแน่นของผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ตัวเขาเหมือนสัตว์ประหลาดที่ถูกดัดแปลงร่างกายอยู่แล้ว วิชาสายป้องกันตัวแบบนี้ มาอยู่บนตัวเขามีแต่จะก้าวหน้าเร็วกว่าคนอื่น
[จบตอน]