เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - เข้าสู่ค่ายทหาร!

บทที่ 11 - เข้าสู่ค่ายทหาร!

บทที่ 11 - เข้าสู่ค่ายทหาร!


บทที่ 11 - เข้าสู่ค่ายทหาร!

มองดูฝูงผู้ลี้ภัยดำมืดข้างหน้า อารมณ์หลี่เต้าดิ่งลงเหว บัดซบเอ๊ย ตั้งแต่ลงเขามา ไม่มีอะไรราบรื่นสักอย่าง ตอนนี้เมืองก็โดนยึด แล้วจะเอายังไงต่อ

"ลุง เมืองเฟิงโจวโดนยึดแล้ว แล้วเมืองถัดไปต้องเดินอีกกี่วัน" หลี่เต้าอดถามไม่ได้

เก๋อไหวหมินหน้าบอกบุญไม่รับ ตอบเสียงอ่อย "เมืองถัดไปอยู่ห่างไปเกือบพันลี้ เกรงว่า... เกรงว่าพวกเราเดินไปไม่ถึงครึ่งทาง ก็คงโดนโจรฆ่าตาย หรือไม่ก็อดตายกันหมด!"

"ไกลขนาดนั้นเลย?" หลี่เต้าขมวดคิ้ว สีหน้าแย่ลงไปอีก

"แล้วแถวนี้มีสำนักยุทธ์บ้างไหม" เขากะว่าจะไปฝากตัวเป็นศิษย์สำนักไหนสักที่ ด้วยส่วนสูงขนาดนี้ คงไม่มีสำนักไหนปฏิเสธหรอก

"ห่างไปหลายร้อยลี้ มีสำนักหนึ่งชื่อสำนักวชิระ แต่ทางก็ไกลเหมือนกัน" เก๋อไหวหมินตอบ

หลี่เต้าพูดไม่ออก "พี่น้องทั้งหลาย ตอนนี้กบฏลุกฮือ ฟ้าดินไม่เข้าข้างเรา พวกเราไปสมัครเป็นทหารกันดีกว่า!" จู่ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมาในฝูงชน "เท่าที่ข้ารู้ กองทัพตระกูลหยางมีกองกำลังลาดตระเวนอยู่แถวนี้ พวกเราไปพึ่งใบบุญกองทัพตระกูลหยางกันเถอะ!"

สิ้นเสียง ผู้คนก็ฮือฮา "ใช่ อยู่ไปก็ตาย ไปเป็นทหารดีกว่า เผื่อได้ดิบได้ดี!" "ดีกว่าอดตายข้างทาง หรือโดนสัตว์ร้ายคาบไปกิน ไปเป็นทหารอย่างน้อยก่อนตายก็ได้กินข้าวอิ่ม!" "ไปสมัครทหารกัน!"

ฝูงชนแตกตื่น พอมียกแรก ก็มีระลอกสองระลอกสามตามมา หลี่เต้าใจกระตุก มองดูฝูงคนที่เริ่มเดินออกไป ไอ้พวกนี้พูดมีเหตุผล ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีที่ไป ไปเป็นทหารก็ไม่เลว อย่างน้อยในกองทัพก็น่าจะมีวิชาให้ฝึกบ้างแหละ

"ลุง ฉันก็จะไปสมัครทหารเหมือนกัน แยกกันตรงนี้นะ" หลี่เต้าตัดสินใจเด็ดขาด ก้าวเท้ายาวๆ เดินดุ่มๆ ออกไป

เก๋อไหวหมินตกใจ รีบตะโกนไล่หลัง "จอมยุทธ์ระวังตัวด้วย..."

เกือบค่ำ ในที่สุดก็เห็นค่ายทหารขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินเขา ธงทิวปลิวไสว ทหารยามรูปร่างกำยำล่ำสันยืนเฝ้าการณ์อยู่เพียบ แม่ทัพผู้นำค่ายชื่อ สยงโหย่วเต๋อ ผิวคล้ำ หนวดเคราเฟิ้ม ถนัดใช้ขวานเปิดภูผาลายดอกสาลี่ พอได้ยินว่ามีคนแห่มากลุ่มใหญ่ ก็รีบออกมาดู แต่พอเห็นว่าเป็นแค่ผู้ลี้ภัย ก็ถอนหายใจโล่งอก

"นึกว่าข้าศึกบุก ที่แท้ก็พวกคนจนตรอก" สยงโหย่วเต๋อขมวดคิ้ว บ่นอุบ "แม่มันเอ๊ย อยู่ไม่ไหวก็มาเป็นทหาร นึกว่าเป็นทหารแล้วจะรอดรึไง ข้าเฝ้าที่นี่ยังกับนั่งบนถังดินระเบิด พวกเอ็งมานี่ก็เหมือนมาหาที่ตายเร็วกว่าเดิม!"

"ท่านนายกอง เอาไงดีครับ จะไล่ไปไหม" รองนายกองนามว่า ซุนเป้า ถามขึ้น

"ไล่ทำไม มีคนมาสมัครเยอะขนาดนี้ เป็นเรื่องดีสิ ท่านแม่ทัพใหญ่ให้คนข้ามาแค่สามร้อย ให้เฝ้าที่นี่ ข้านั่งไม่ติดที่ทุกวัน ตอนนี้มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ จะได้หายใจหายคอคล่องหน่อย" สยงโหย่วเต๋อว่า "เดี๋ยวเจ้าไปเปิดประตูค่าย คัดคนหน่อย อย่าให้ไส้ศึกปนเข้ามา แล้วก็พวกอ่อนปวกเปียกไม่เอานะ!"

"ท่านนายกอง คนมาเยอะขนาดนี้ เสบียงจะพอเหรอครับ" ซุนเป้าสีหน้ากังวล

"เสบียงกินได้อีกนานไหม" "ประมาณหนึ่งเดือนครับ" "ก็พอถูไถ เดี๋ยวก็ถึงกำหนดเปลี่ยนเวรแล้ว แจกจ่ายตามหัวคน ให้กินข้าววันละมื้อ เอาให้อิ่มสักแปดเก้าส่วนก็พอ" สยงโหย่วเต๋อสั่ง

"รับทราบ!" ซุนเป้าประสานมือ

ไม่นาน ประตูค่ายก็เปิดออก ซุนเป้าพลังกายเปี่ยมล้น ยืนตระหง่าน ตะโกนลั่น "เงียบ! ใครอยากเข้ากองทัพตระกูลหยาง รีบเข้าแถว รับการตรวจสอบเดี๋ยวนี้!"

ผู้ลี้ภัยฮือฮา รีบจัดแถว ที่หน้าประตูค่าย มีทหารนายหนึ่งนั่งเก้าอี้ถือพู่กัน คอยสอบถามและจดบันทึก

"ชื่ออะไร" "บ้านอยู่ที่ไหน" "เคยฝึกยุทธ์ไหม" "ยกโม่หินข้างๆ ไหวไหม"

คำถามถูกยิงรัวๆ บางคนได้อยู่ต่อ บางคนตัวผอมแห้งหรือแก่เกินแกงก็โดนคัดออก ต้องเดินคอตกออกไป ไม่นาน ก็ถึงคิวหลี่เต้า

"ชื่ออะไร" ทหารที่ถามกำลังจะอ้าปาก จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีเงาทะมึนทาบทับ บังแสงจนมิด เลยเงยหน้าขึ้นมอง พอเงยหน้าปุ๊บ ก็ต้องอ้าปากค้าง ตะลึงตาถลน

"แก"

"ข้าชื่อหลี่เต้า! หลี่ที่แปลว่าตอบแทนบุญคุณ! เต้าที่แปลว่าวิถีแห่งฟ้า! บ้านอยู่หมู่บ้านตระกูลหลี่ นอกเมืองเฟิงโจว!" หลี่เต้าร่างยักษ์ยืนตระหง่าน เสียงทุ้มลึกก้องกังวาน ก้มมองทหารคนนั้น แคุยืนเฉยๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตออกมา เหมือนสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ ตอนนี้เขาถอดเสื้อโชว์กล้าม ผิวดำเมี่ยม กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ทั่วตัว ไปไหนใครก็ต้องมอง

ทหารคนนั้นกลืนน้ำลายดังเอือก มองหลี่เต้าตาค้าง "เอ็ง... เอ็งเคยรบไหม"

"ไม่เคย!" หลี่เต้าส่ายหัว

"แล้วเคยฝึกยุทธ์ไหม" ทหารถามต่อ

"เคยฝึกไม่กี่วัน" หลี่เต้าพยักหน้า

"ดี! ดีมาก!" ทหารพยักหน้ารัวๆ ระงับความตื่นเต้นไม่ไหว หันไปตะโกนเรียก "ท่านรองซุน!"

ซุนเป้ากำลังนอนเอกเขนกบนเก้าอี้หวายหลบแดดใต้ร่มไม้ พอได้ยินเสียงเรียกก็ขมวดคิ้ว ลุกเดินมาดู พอจะอ้าปากถามว่ามีเรื่องอะไร ก็ต้องชะงักกึก อ้าปากค้าง มองหลี่เต้าตาไม่กะพริบ เชี่ย!

"ท่านรองซุน ดูนี่สิครับ" ทหารคนนั้นรีบชี้ หุ่นยักษ์แบบหลี่เต้า เขาเพิ่งเคยเจอครั้งแรก นี่มันเคสพิเศษชัดๆ เขาไม่กล้าตัดสินใจเอง

"พ่อหนุ่ม เอ็งชื่ออะไร" ซุนเป้าตั้งสติได้ รีบถาม

"ข้าน้อยหลี่เต้า มาขอพึ่งใบบุญท่านแม่ทัพ!" หลี่เต้าเสียงต่ำ ประสานมือคารวะ

"เคยฝึกยุทธ์ไหม"

"เคยฝึกหมัดยาวไท่ซูไม่กี่วัน!" หลี่เต้าพยักหน้า เริ่มรำคาญคำถามซ้ำซาก ตอบเสียงเข้ม "ท่านรอง ตกลงข้าอยู่ได้ไหม"

"ได้สิ ได้แน่นอน!" ซุนเป้ารีบพยักหน้า "งั้นเอ็งตามข้ามาเลย!" เขาก็โดนหุ่นยักษ์ของหลี่เต้าข่มขวัญเหมือนกัน ตัดสินใจพาไปให้สยงโหย่วเต๋อดูตัวก่อน คนตัวสูงเขาเคยเจอ แต่สูงขนาดนี้ แถมกล้ามแน่นปึ้กขนาดนี้ เกิดมาเพิ่งเคยเห็น โดยเฉพาะผิวหนังนั่น ดูยังกับแผ่นเหล็ก พลังระเบิดระเบ้อ คนประหลาดแบบนี้ ถ้าจับใส่เกราะหนัก ปล่อยลงสนามรบ รับรองกวาดเรียบ

หลี่เต้าขมวดคิ้ว ก้าวเท้าเดินตามไป ตลอดทาง ทหารในค่ายและซุนเป้าต่างตกตะลึง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาเหมือนมองตัวประหลาด ขณะที่คนอื่นมองหลี่เต้า หลี่เต้าก็กวาดตามองค่ายทหาร ค่ายเล็กกว่าที่คิดแฮะ ดูเหมือนจะเป็นแค่จุดพักชั่วคราว

เดินไปไม่นาน ก็ถึงหน้ากระโจมใหญ่ยักษ์ ซุนเป้าตะโกนนำ "ท่านนายกอง มีเรื่องด่วน!" ม่านกระโจมถูกเปิดผัวะ ชายร่างใหญ่หนวดเครารุงรังถือขวานยักษ์วิ่งออกมา ตะโกนถาม "มีเรื่องอะไร" สิ้นเสียง รูม่านตาเขาก็หดเกร็ง จ้องเป็งไปที่หลี่เต้าไม่ไกล เชี่ย!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 11 - เข้าสู่ค่ายทหาร!

คัดลอกลิงก์แล้ว