เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - หลี่เต้าออกจากเขา!

บทที่ 9 - หลี่เต้าออกจากเขา!

บทที่ 9 - หลี่เต้าออกจากเขา!


บทที่ 9 - หลี่เต้าออกจากเขา!

อีแก่หนังเหนียวนี่หลอกกินชาวบ้านมาหลายปี สมบัติต้องมีไม่น้อยแน่ๆ หลี่เต้ารื้อค้นจนทั่วห้อง ไม่นานก็เจอหีบใส่เงิน พอจามขวานเปิดดู ข้างในเต็มไปด้วยเหรียญอีแปะอัดแน่น แล้วก็เศษเงินอีกจำนวนหนึ่ง กะคร่าวๆ เหรียญอีแปะน่าจะมีหลายหมื่นเหรียญ รวมกับเศษเงิน ทรัพย์สินทั้งหมดน่าจะเกินยี่สิบตำลึง

หลี่เต้าหาห่อผ้ามาห่อเหรียญและเศษเงินทั้งหมด แล้วเดินอาดๆ ออกไป เงินพวกนี้เขาเอาไปอย่างสบายใจ ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย ตอนแรกกะจะแค่ขู่ให้กลัว แล้วไถเงินสักหน่อย ใครจะไปนึกว่าอีแก่นี่จะเชี่ยวชาญการใช้อาวุธลับ สมควรตายแล้ว!

ไม่นาน หลี่เต้าก็ไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านตกใจตาถลน จ้องมองความสูงผิดมนุษย์มนาของหลี่เต้าอีกครั้ง คุณพระคุณเจ้า! เกิดอะไรขึ้นกับไอ้หลี่เอ้อร์โก่วเนี่ย ไม่เจอกันแป๊บเดียว ทำไมสูงได้ขนาดนี้ หรือจะโดนสัตว์ปีศาจสิงร่างจริงๆ?

พอได้ยินว่าหลี่เต้าฆ่ายายเฒ่าหวังตายแล้ว สีหน้าแกก็เปลี่ยนไปมา "ยายเฒ่าหวัง ยอดฝีมือขั้นสร้างรากฐานด่านที่สอง โดนเอ็งฆ่าตาย..."

"นางอยู่ด่านสอง?" หลี่เต้าขมวดคิ้ว อ่อนขนาดนี้เลยเหรอ

"ใช่" หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มขื่น มองหลี่เต้าด้วยความรู้สึกปั่นป่วน ดูหลี่เต้าสติสัมปชัญญะครบถ้วน พูดจาฉะฉาน ไม่เหมือนโดนผีเข้า หรือว่าจะเป็นพวกกายาสวรรค์หายาก?

"หลี่เต้า ในลานบ้านมีโม่หินอยู่อันหนึ่ง หนักแปดร้อยจิน สมัยหนุ่มๆ ข้าใช้ฝึกร่างกาย เอ็งลองยกดูซิ ไหวไหม" หัวหน้าหมู่บ้านพูดขึ้น

"ได้!" หลี่เต้าพยักหน้า เดินไปที่ลานบ้าน เห็นโม่หินหนาเตอะวางอยู่ ยื่นมือใหญ่ไปจับ เบาหวิวอย่างกับปุยนุ่น แค่ออกแรงฮึบเดียวก็ยกขึ้นเหนือหัวสบายๆ

หัวหน้าหมู่บ้านตาค้าง โบกมือ "พอๆ วางลงเถอะ"

ตึง! หลี่เต้าวางโม่หินลง พื้นยุบเป็นหลุมลึก เดินกลับมาหาหัวหน้าหมู่บ้านด้วยความสงสัย

"ยกโม่หินแปดร้อยจินได้ แปลว่าอย่างน้อยต้องอยู่ขั้นสร้างรากฐานด่านที่สาม!" หัวหน้าหมู่บ้านเสียงเครียด "หลี่เต้า เอ็งน่าจะเป็นพวกกายาสวรรค์หายาก คนธรรมดาจะฝึกถึงขั้นนี้ต้องใช้เวลาสามสี่ปี แถมต้องแช่น้ำยาสมุนไพร ขาดขั้นตอนไหนไปก็ยากจะสำเร็จ"

"อ้อ?" หลี่เต้าตาเป็นประกาย แต่ไม่นานเขาก็ส่ายหน้าเบาๆ กายาสวรรค์บ้าบออะไร มีแค่ตัวเขาที่รู้ดี เขาโดนคำสาปจากฟ้าดินต่างหาก แต่ดูเหมือนคำสาปนี้จะไม่ได้แย่ซะทีเดียว ร่างกายโตขึ้น พละกำลังและความแกร่งก็เพิ่มตาม นี่อาจจะเป็นผลพวงจากการที่หน้าต่างสถานะงัดข้อกับกฎเกณฑ์ฟ้าดินก็ได้! ลำพังคำสาปคงไม่ใจดีขนาดนี้หรอก

"หัวหน้า แล้วด่านที่สี่ล่ะครับ" หลี่เต้าถาม

"สิบด่านสร้างรากฐาน สามด่านแรกคือพื้นฐาน พอด่านที่สี่คือจุดเปลี่ยน คนที่ฝึกสายกายา เลือดลมในตัวจะกลายเป็นเนื้อเป็นหนัง แค่ขยับนิดเดียวเลือดลมก็พุ่งพล่านถึงผิวหนัง แรงอย่างต่ำต้องสองพันจิน ส่วนด่านที่ห้าแรงจะปาไปห้าพันจิน ยิ่งสูงยิ่งยาก! สมัยข้าอยู่ในกองทัพ แม้แต่แม่ทัพนายกองส่วนใหญ่ก็อยู่แค่ด่านห้าด่านหก ด่านเจ็ดยังหาตัวจับยาก จะเดินเส้นทางนี้ นอกจากต้องใช้ของวิเศษหายากมาแช่ตัวแล้ว ยังต้องดูพรสวรรค์ด้วย คนที่พรสวรรค์ห่วย ต่อให้มีของวิเศษช่วย ก็ไปได้ไม่ไกล เพราะงั้นสายกายาถึงเป็นสายที่ยากที่สุดและน่ารันทดที่สุดในสามสาย พอแก่ตัวลง ร่างกายจะเจ็บปวดทรมานสารพัด ถ้าเป็นไปได้ เอ็งรีบเปลี่ยนไปฝึกสายลมปราณเถอะ" หัวหน้าหมู่บ้านร่ายยาว

อย่างนี้นี่เอง หลี่เต้าคิดตาม สองพันจินคือด่านสี่? เมื่อกี้เขาใช้มือเดียวยกโม่แปดร้อยจิน ถ้าออกแรงเต็มที่ ก็น่าจะเฉียดๆ สองพันจิน แต่ให้เปลี่ยนไปฝึกสายลมปราณ? ไว้ค่อยเก็บไปคิดดู

หลี่เต้ารีบบอกจุดประสงค์ และขอแลกเหรียญอีแปะทั้งหมดเป็นเงินก้อนกับหัวหน้าหมู่บ้าน พกเหรียญเป็นหมื่นๆ เหรียญเดินทาง ไม่สะดวกเอาซะเลย

หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจ รู้ว่ารั้งหลี่เต้าไม่อยู่แล้ว ก็เลยยอมแลกเงินให้ แล้วเรียกคนกลางมาทำสัญญาซื้อที่นาห้าไร่ของหลี่เต้าไป หลี่เต้าไม่มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์ รับเงินสามสิบสองตำลึง พร้อมเสบียงกรังอีกกองโต ร่ำลาหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วเดินออกจากหมู่บ้านไปทันที

สามวันต่อมา

แดดเปรี้ยงตอนเที่ยงวัน จั๊กจั่นร้องระงม ป่าเงียบสงัด หลี่เต้าร้อนจนเหงื่อท่วมตัว ถอดเสื้อโชว์กล้ามสีทองแดง นอนเอกเขนกอยู่บนหินก้อนใหญ่ พักเหนื่อย มือใหญ่เท่าพัดใบลานโบกพัดให้ตัวเองเบาๆ พอให้มีลมผ่าน

"อากาศบ้าอะไร ร้อนชิบหาย เสบียงก็จะหมดแล้ว" หลี่เต้าคอแห้งเป็นผง ยกกระบอกน้ำขึ้นกระดก หมู่บ้านตระกูลหลี่ยนี่มันอยู่หลังเขาจริงๆ ตั้งแต่ออกมาจากหมู่บ้าน เดินมาสามวันเต็มๆ ยังไม่พ้นเขตภูเขาเลย คิดดูสิว่าคนหมู่บ้านนั้นมันอยู่กันลึกขนาดไหน แน่นอน ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่ชำนาญทาง หลงทางไปบ้าง เอาเป็นว่า ตอนนี้ทั้งร้อนทั้งหิวน้ำ ไม่อยากจะเดินต่อแล้ว กะว่ารอพระอาทิตย์ตกดินค่อยเดินทางต่อ

เขาโบกมือพัดไป พลางเปิดหน้าต่างสถานะดู สามวันผ่านไป น้ำหนักพุ่งไปแตะที่ 210 จินแล้ว

"คำสาปนี่มันกวนตีนจริงๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ทะลุห้าร้อยจินคงไม่ใช่เรื่องยาก" หลี่เต้าบ่นพึมพำ แต่ต้องยอมรับว่า พละกำลังและความถึกทนของร่างกายเพิ่มขึ้นจริง ตอนนี้ถ้าเขาตบใครสักฉาด รับรองไม่มีคนธรรมดาคนไหนทนไหว หัวแบะตายคาที่แน่นอน!

กว่าจะรอจนพระอาทิตย์ตกดิน หลี่เต้าก็หิ้วห่อผ้า เดินลงเขาต่อ เดินไปอีกสองวัน ในที่สุด ก็โผล่มาเจอถนนหลวงกว้างขวาง จนถึงตอนนี้ หลี่เต้าถึงได้โล่งอก

"จากนี้แค่เดินตามถนนหลวง อีกไม่นานก็น่าจะเจอเมืองแล้วมั้ง" เขามองดูแดดเปรี้ยงปร้างเหนือหัว สุดท้ายก็เลือกไปนั่งพักใต้ร่มไม้ รอจนแดดร่มลมตก หลี่เต้าถึงก้าวขายาวๆ ออกเดินทางต่อ

แต่พอเดินไปได้สักพัก ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความวังเวง เป็นจริงอย่างที่หัวหน้าหมู่บ้านว่าไว้ ตลอดทางที่เดินมา ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เขาเจอโครงกระดูกมนุษย์ทิ้งอยู่ข้างทาง บางโครงเพิ่งตายไม่นาน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยมา ระหว่างทางก็เจอหมู่บ้านร้างหลายแห่ง สภาพพังยับเยิน ดูท่าจะไม่มีคนอยู่มานานแล้ว เขาไม่กล้าแวะ ได้แต่เดินอ้อมผ่านไป

เผลอแป๊บเดียว ผ่านไปอีกวัน แดดร้อนนรกแตก แม้แต่จั๊กจั่นยังหมดแรงร้อง เสบียงของหลี่เต้าหมดเกลี้ยง ทั้งหิวทั้งเหนื่อย นั่งแปะอยู่ใต้ร่มไม้ มองถนนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนอย่างหมดอาลัยตายอยาก โลกบ้าอะไรวะเนี่ย เข้าถนนหลวงมาสองวันแล้ว ไม่เจอผีสักตัว ขืนเดินต่อไปแบบนี้ มีหวังหิวตายก่อนเจอเมือง

"แม่งเอ๊ย ยังไม่ทันเจอเมือง จะมาตายเพราะหิวซะก่อนเรอะ" หน้าเขาบอกบุญไม่รับ เดือนเจ็ด อากาศร้อนระอุ เที่ยงวันแบบนี้ ร้อนจนหนังแทบจะลอก เขานั่งตากลม กะว่ารอค่ำๆ ค่อยไปหาของกิน

ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ หูหลี่เต้าก็กระดิก ได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายดังมาจากนอกป่า ปนเปกับเสียงเห่าหอนโหยหวน เหมือนมีสัตว์ร้ายกำลังไล่ล่าฝูงคน เขาชะงัก รีบลุกจากโขดหิน คว้าสัมภาระกับขวาน วิ่งแจ้นออกไปดู พอพ้นแนวป่า รูม่านตาก็หดเกร็ง

เห็นภาพเบื้องหน้าไม่ไกล มีคนอพยพหลายร้อยคน แตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน วิ่งตรงมาทางเขา และข้างหลังฝูงคนนั้น ปรากฏร่างของหมูป่าตัวมหึมา ขนดำมะเมื่อมเหมือนเข็มเหล็ก ตัวยาวสี่เมตร สูงเกือบร้อยเจ็ดสิบ เขี้ยวยาวโง้งแหลมคม เหมือนรถถังหุ้มเกราะ ส่งเสียงคำรามกึกก้อง วิ่งตะบึงฝุ่นตลบ พุ่งเข้าใส่ฝูงชนอย่างบ้าคลั่ง

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 9 - หลี่เต้าออกจากเขา!

คัดลอกลิงก์แล้ว