- หน้าแรก
- ยุค70 นายพรานระดับเทพ เปิดฉากมาก็พิชิตใจแม่ม่ายสาวสวย
- บทที่ 022 ไป เฮยเฟิง ขึ้นเขากับพ่อ!
บทที่ 022 ไป เฮยเฟิง ขึ้นเขากับพ่อ!
บทที่ 022 ไป เฮยเฟิง ขึ้นเขากับพ่อ!
บทที่ 022 ไป เฮยเฟิง ขึ้นเขากับพ่อ!
วันที่สองหลังจากเปิดใช้งานสกิล 【ความเร็วเทพ】 หลินต้าจ้วงก็ตัดสินใจพาเฮยเฟิงขึ้นเขา
การก่อสร้างบ้านใหม่เข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว เหลือแค่ตกแต่งภายในกับติดตั้งประตูหน้าต่าง
มีช่างหวังกับพวกลูกมือคอยดูแล เขาปลีกตัวออกมาได้แล้ว
เขาต้องรีบหาค่าประสบการณ์ให้เร็วที่สุด เพื่ออัปเกรดระดับสกิลให้เฮยเฟิง
“ต้าจ้วง วันนี้นายจะพามันขึ้นเขาด้วยเหรอ?”
ตอนกินมื้อเช้า ฉินหลานได้ยินแผนของเขา ก็ถามด้วยความกังวลใจ
เธอมองเฮยเฟิงที่กำลังแทะกระดูกอยู่ใต้โต๊ะ
ถึงแม้ตอนนี้มันจะดูแข็งแรงกว่าตอนมาใหม่ๆ เยอะ แต่ยังไงก็เป็นแค่หมาวัยรุ่นตัวหนึ่ง จะไปช่วยอะไรได้?
ในป่าอันตรายขนาดนั้น เกิดไปเจอตัวอะไรใหญ่ๆ เข้า มันอย่าว่าแต่ช่วยเลย จะไม่เป็นตัวถ่วงก็บุญแล้ว
“ไม่เป็นไร ฉันแค่พาไปเดินเล่นรอบนอก ให้คุ้นเคยกับสถานที่” หลินต้าจ้วงปลอบใจ “ยังไงก็ต้องให้มันเห็นเลือดบ้าง ไม่งั้นต่อไปจะเป็นหมาล่าเนื้อได้ไง”
เขาอธิบายเรื่องระบบให้ฉินหลานฟังไม่ได้ ก็เลยต้องหาข้ออ้างที่ฟังขึ้น
“งั้น... งั้นคุณต้องระวังตัวให้ดีนะ” ฉินหลานรู้ว่าห้ามเขาไม่ได้ ก็ได้แต่กำชับ
“พี่เขย พาหนูไปด้วยสิ! หนูอยากไป!” ฉินเสวี่ยเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมอง แววตาเต็มไปด้วยความหวัง
“ไม่ได้ ในป่าอันตราย พวกเธอเป็นเด็กผู้หญิงไปไม่ได้” หลินต้าจ้วงทำหน้าดุ ปฏิเสธเสียงแข็ง
การขึ้นเขาครั้งนี้ ไม่ใช่ไปปิกนิก แต่ไปรบ
กินข้าวเสร็จ หลินต้าจ้วงก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์เดินป่า
เขาสะพายธนู เหน็บมีดพร้าที่เอว แล้วพกกระติกน้ำกับเสบียงแห้งติดตัวไปด้วย
ทุกอย่างพร้อม เขาผิวปากเรียกเฮยเฟิงที่อยู่ในลานบ้าน
“เฮยเฟิง ไป!”
“โฮ่งๆ!”
เฮยเฟิงเห่าตอบรับอย่างตื่นเต้นสองที แล้วพุ่งตัวมาเหมือนสายฟ้าสีดำ มาหยุดอยู่ที่ข้างเท้าเขา เอาหัวถูไถขากางเกง หางกระดิกดิ๊กๆ เหมือนกลองป๋องแป๋ง
เห็นท่าทางคึกคักของมัน หลินต้าจ้วงก็มั่นใจเต็มเปี่ยม
หนึ่งคนหนึ่งหมา เดินออกจากบ้านไป
พอถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็เจอพวกคนว่างงานกลุ่มเดิมอีก
“โอ๊ะ หลินต้าจ้วง พาไอ้ตัวโปรดแกขึ้นเขาจริงเหรอเนี่ย?” หลี่เอ้อร์โก่วเห็นเฮยเฟิง ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะ
แต่ทว่า พอเขาเห็นสภาพของเฮยเฟิงตอนนี้ชัดๆ คำพูดที่เหลือก็ถูกกลืนลงคอไป
เวลาไม่กี่วัน หมาผอมโซขี้โรคตัวนั้น ทำไมถึงเปลี่ยนไปราวกับเป็นหมาคนละตัว?
ขนดำมันขลับ ตัวหนาขึ้นมาเป็นกอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าแข็งแรง
“ให้ตายสิ บ้านหลินต้าจ้วงกินอะไรกันวะ? เลี้ยงหมาดีขนาดนี้เลยเหรอ” คนข้างๆ กระซิบกระซาบ
“กินเนื้อไง! บ้านนั้นตอนนี้กินเนื้อทุกวัน หมามันยังกินดีกว่าพวกเราอีก!”
เสียงนินทาด้วยความอิจฉาดังเซ็งแซ่
หลินต้าจ้วงไม่สนใจคนพวกนั้น พาเฮยเฟิงเดินตรงดิ่งไปทางเขาด้านหลัง
พอเข้าเขตป่า เฮยเฟิงเหมือนกลับมาสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด มันตื่นเต้นขึ้นมาทันที
มันไม่เดินตามหลังหลินต้าจ้วงต้อยๆ อีกแล้ว แต่วิ่งนำหน้าไปสิบกว่าเมตร วิ่งไปวิ่งมา จมูกดมพื้นฟุดฟิดไม่หยุด
หลินต้าจ้วงชะลอฝีเท้าลง ไม่ไปรบกวนมัน
เขาอยากเห็นว่า เฮยเฟิงที่เปิดใช้งานสกิล 【ความเร็วเทพ】 จะมีน้ำยาแค่ไหน
เดินมาได้ครึ่งชั่วโมง เฮยเฟิงก็หยุดกึก หันหน้าไปทางพุ่มไม้หนาทึบ ส่งเสียงครางต่ำ “งื้ดๆ” ในลำคอ ขนบนตัวลุกชันขึ้นเล็กน้อย
หลินต้าจ้วงใจเต้น รีบกระชับคันธนูในมือแน่น
เขามองตามสายตาของเฮยเฟิงไป พุ่มไม้นั้นเงียบกริบ มองไม่เห็นความผิดปกติใดๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงเดินผ่านไปเฉยๆ
แต่ตอนนี้ เขาเลือกที่จะเชื่อเฮยเฟิง
เขาทำสัญญาณมือบอกเฮยเฟิงให้ “เงียบ” แล้วย่องเงียบอ้อมไปทางด้านข้าง ง้างธนู เล็งลูกศรไปที่พุ่มไม้
“ฟิ้ว!”
เขายิงใส่พุ่มไม้นั้นเต็มแรง!
“จี๊ด——!”
เสียงร้องแหลมดังขึ้น กระต่ายป่าตัวอ้วนพีตัวหนึ่งกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ ที่ขาหลังมีลูกธนูปักอยู่ มันวิ่งกระโผลกกระเผลกหนีไปข้างหน้า
ที่แท้มีกระต่ายซ่อนอยู่!
หลินต้าจ้วงตาเป็นประกาย ถ้าไม่มีเฮยเฟิง เขาไม่มีทางเจอกระต่ายตัวนี้แน่!
เขากำลังจะง้างธนูยิงซ้ำ แต่เฮยเฟิงขยับตัวก่อน
“ฟึ่บ” มันพุ่งตัวกลายเป็นเงาสีดำ ความเร็วหน้าเหลือเชื่อ เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็ตามทันกระต่ายบาดเจ็บตัวนั้น แล้วงับเข้าที่คออย่างแม่นยำ!
กระบวนการทั้งหมด รวดเร็วเฉียบขาด ไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย!
หลินต้าจ้วงมองตาค้าง
นี่คือผลของ 【ความเร็วเทพ (สีเทา)】 งั้นเหรอ? โหดเกินไปแล้ว!
ความเร็วระดับนี้ อย่าว่าแต่กระต่ายบาดเจ็บเลย ต่อให้กระต่ายปกติดีๆ ก็หนีไม่พ้น!
เฮยเฟิงคาบกระต่ายที่ตัวใหญ่กว่าหัวมัน วิ่งตุปัดตุเป๋กลับมา วางเหยื่อลงแทบเท้าหลินต้าจ้วง แล้วเงยหน้ามองด้วยสายตาแบบ “ชมหนูสิ ชมหนูเร็วๆ” หางกระดิกจนแทบหลุด
“เก่งมาก! เฮยเฟิง!”
หลินต้าจ้วงขยี้หัวมันอย่างเอ็นดู ไม่หวงคำชมเลยสักนิด
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นในหัวตามคาด
【ติ๊ง! ล่ากระต่ายป่าสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ล่าสัตว์ +2 บ่อค่าประสบการณ์สัตว์เลี้ยง +1】
ประสบการณ์มาแล้ว!
หลินต้าจ้วงดีใจมาก
เขาเช็กดูบ่อค่าประสบการณ์ มีแค่ 1 แต้มโดดๆ ยังห่างไกลจากคำว่าอัปเกรด
ดูท่า ล่าพวกตัวเล็กๆ แบบนี้ ได้ประสบการณ์น้อยไปหน่อย
เขาชำเลืองมองเฮยเฟิง แล้วมองไปทางป่าลึก ความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่งค่อยๆ ผุดขึ้นในใจ
จะลอง... เล่นใหญ่ดูสักตั้งไหม?
ด้วยความสามารถของเฮยเฟิงตอนนี้ บวกกับฝีมือยิงธนูของเขา ต่อให้เจอตัวใหญ่ๆ ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้!
เขาเริ่มคำนวณในใจ
เอาวะ! อยากรวยต้องกล้าเสี่ยง!
“ไป เฮยเฟิง พ่อจะพาไปที่เด็ดๆ!”
หลินต้าจ้วงมัดกระต่ายสะพายหลัง ตบหัวเฮยเฟิง หนึ่งคนหนึ่งหมา ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าสู่ป่าลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความไม่รู้อย่างไม่เกรงกลัว!
ยิ่งเดินลึกเข้าไป แสงสว่างในป่ายิ่งน้อยลง อากาศเริ่มชื้นและเย็นเยือก
ต้นไม้รอบด้านสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รากไม้ขดเคี้ยวเหมือนงูเลื้อยอยู่บนพื้น ใบไม้ทับถมหนาเหยียบลงไปเสียงดัง “กรอบแกรบ”
หลินต้าจ้วงกระชับมีดพร้าแน่น ระมัดระวังทุกฝีก้าว
ชาติก่อนเขาเป็นพรานเฒ่า รู้ดีว่าตรงไหนไปได้ ตรงไหนห้ามเข้า
แต่จุดที่เขายืนอยู่ตอนนี้ ลึกเกินกว่าเขตที่เขาเคยไปในชาติก่อนแล้ว
ทุกอย่างที่นี่ คือสิ่งใหม่สำหรับเขา
สิ่งเดียวที่ทำให้อุ่นใจ คือเฮยเฟิงที่เดินแนบชิดอยู่ข้างกาย
พอเข้าป่าลึก เฮยเฟิงดูตื่นตัวระวังภัยขึ้นชัดเจน ไม่วิ่งพล่านเหมือนเมื่อกี้
มันเดินเบียดขาหลินต้าจ้วง ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอเป็นระยะ หูตั้งชัน คอยดักฟังเสียงรอบทิศ
“ไม่ต้องกลัว พ่ออยู่นี่” หลินต้าจ้วงพูดปลอบเสียงเบา เหมือนปลอบมันและให้กำลังใจตัวเองไปพร้อมกัน
เขาเปิดใช้สกิล 【แกะรอยสัตว์ป่า】 รวบรวมสมาธิ สังเกตร่องรอยรอบตัว
ไม่นาน เขาก็เจอรอยเท้าผิดปกติบนพื้นดินโคลน
เป็นรอยกีบเท้าขนาดมหึมา จมลึกลงไปในดิน ขอบรอยมีดินใหม่ๆ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา
ข้างรอยเท้า ต้นไม้เล็กขนาดเท่าชามข้าวเปลือกถูกถูไถจนหลุดล่อน มีขนแข็งๆ สีดำเส้นหนาติดอยู่
หลินต้าจ้วงนั่งลงตรวจสอบรอยพวกนั้นอย่างละเอียด สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด
“หมูป่า แล้วก็ตัวบักเอ้กด้วย น่าจะเป็นไอ้ตัวที่เจอวันก่อน!”
เขาประเมินในใจ
ดูจากขนาดและความลึกของรอยเท้า หมูป่าตัวนี้หนักไม่ต่ำกว่าสองร้อยชั่ง (100 กิโลกรัม) แน่นอน
หมูป่าไซส์นี้ ในป่าถือเป็นขาใหญ่ เดินกร่างได้สบาย หนังหนาเนื้อเหนียว นิสัยดุร้าย ชาวบ้านเรียกว่า “ไอ้รถถัง”
พรานทั่วไปเจอแบบนี้ ทางเลือกเดียวคือเดินหนี
เพราะมันรับมือยากเกินไป
ลูกธนูธรรมดายิงไม่เข้าชั้นไขมันหนาๆ ของมัน ต่อให้ยิงเข้า ก็ไม่ตายง่ายๆ
ถ้าไปแหย่ให้มันโมโห เขี้ยวโง้งคู่นั้น คว้านท้องคนไส้ไหลได้ง่ายๆ เลย
หัวใจหลินต้าจ้วงเต้นแรง
อันตราย ก็หมายถึงผลตอบแทนมหาศาล!
ถ้าล่าไอ้ยักษ์นี่ได้ ค่าประสบการณ์ที่ได้ ต้องมากกว่ากระต่ายเป็นสิบตัวรวมกันแน่!
แถมหมูป่าสองร้อยกว่าชั่ง แค่เนื้อก็ขายได้หลายตังค์แล้ว หนัง ขน เครื่องใน เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น
เอาไหม?
เขาหันมองเฮยเฟิง
เฮยเฟิงเองก็เจอเบาะแส มันหันหน้าไปทางทิศที่รอยเท้ามุ่งหน้าไป แยกเขี้ยว เสียงคำรามในลำคอถี่กระชั้นขึ้น ตัวโก่งโค้ง อยู่ในท่าเตรียมพร้อมรบ
ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย มีแต่จิตวิญญาณนักสู้!
เยี่ยม! ใจเด็ด! สมเป็นหมาของหลินต้าจ้วง!
หลินต้าจ้วงได้รับเชื้อไฟแห่งการต่อสู้มาจากเฮยเฟิง ความลังเลใจมลายหายไปทันที
แม่งเอ๊ย มีระบบ มีหมาเทพ จะกลัวอะไรวะ!
“เฮยเฟิง ตามมาให้ชิด วันนี้เราจะจัดหนักกัน!”
หลินต้าจ้วงตัดสินใจเด็ดขาด แกะรอยตามรอยเท้านั้นไปอย่างระมัดระวัง
ร่องรอยของหมูป่าชัดเจนมาก มันชนดะไปตลอดทาง ทิ้งร่องรอยไว้เพียบ
หลินต้าจ้วงกับเฮยเฟิงตามรอยได้ไม่ยาก
ตามมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ข้างหน้าก็มีเสียงดัง “ครืดคราด” ผสมกับเสียงกิ่งไม้หัก “เปรี๊ยะ”
หลินต้าจ้วงหยุดเท้าทันที ดึงเฮยเฟิงหลบหลังก้อนหินใหญ่
เขาชะโงกหน้าออกไปดูเงียบๆ
เห็นที่ลานโล่งกลางป่าด้านหน้า หมูป่าร่างยักษ์กำลังใช้จมูกยาวๆ ของมัน ขุดคุ้ยรากไม้บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง
เจ้านั่น รูปร่างน่ากลัวจริงๆ
ขนสีน้ำตาลเข้มแข็งเหมือนเข็มตั้งชันทั่วตัว รูปร่างบึกบึนเหมือนวัวรุ่นกระทง เขี้ยวโง้งยาวสีขาววาววับ โค้งงอนขึ้นจากมุมปาก
ทุกครั้งที่มันก้มลงขุด พื้นดินจะกลายเป็นหลุมลึก พลังทำลายล้างน่าตระหนก
“คุณพระช่วย... นี่น่าจะไม่ใช่แค่สองร้อย น่าจะปาเข้าไปสองร้อยห้าสิบชั่งแล้ว” หลินต้าจ้วงสูดปาก
นี่เป็นหมูป่าตัวใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเห็นในชีวิตสองชาติภพรวมกัน!
เขารู้สึกเหงื่อออกที่ฝ่ามือ
เฮยเฟิงที่อยู่ข้างๆ จ้องเขม็งไปที่หมูป่า ร่างกายเกร็งแน่น ขู่คำรามต่ำในลำคอ
ถ้าหลินต้าจ้วงไม่กดมันไว้ มันคงพุ่งออกไปแล้ว
หลินต้าจ้วงสูดหายใจลึก บังคับตัวเองให้ใจเย็น
เขาสังเกตการเคลื่อนไหวของหมูป่าและภูมิประเทศรอบๆ อย่างละเอียด
ปะทะตรงๆ ไม่ไหวแน่
ธนูของเขา น่าจะเจาะเกราะมันไม่เข้า
ต้องใช้สมอง
เขามองรอบๆ เห็นว่าลานโล่งที่หมูป่าอยู่ พื้นที่ค่อนข้างราบ แต่รอบๆ มีต้นไม้เยอะ มีที่กำบังให้ใช้ประโยชน์ได้เพียบ
แผนการหนึ่งผุดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว
เขาจะใช้ความเร็วของเฮยเฟิง ไปก่อกวน ตัดกำลังหมูป่าตัวนี้
พอมันหมดแรงเมื่อไหร่ เขาจะหาจังหวะโจมตีจุดตาย!
แผนนี้เสี่ยงมาก กุญแจสำคัญอยู่ที่เฮยเฟิง ว่าจะทนแรงปะทะของหมูป่าได้ไหม
เขาก้มมองเฮยเฟิง มันเงยหน้ามองเขา แววตาสีดำคู่นั้นเปี่ยมด้วยความเชื่อใจและความมุ่งมั่น
หลินต้าจ้วงไม่ลังเลอีกต่อไป
เขาปล่อยมือจากเฮยเฟิง ชี้ไปที่หมูป่า กดเสียงต่ำ ออกคำสั่งแรก
“เฮยเฟิง ลุย! อย่าปะทะตรงๆ ล่อมันวิ่ง!”