- หน้าแรก
- ยุค70 นายพรานระดับเทพ เปิดฉากมาก็พิชิตใจแม่ม่ายสาวสวย
- บทที่ 004 แม่ม่ายสาวสวยย่องขึ้นเตียงกลางดึก จะทนไม่ไหวแล้วนะ!
บทที่ 004 แม่ม่ายสาวสวยย่องขึ้นเตียงกลางดึก จะทนไม่ไหวแล้วนะ!
บทที่ 004 แม่ม่ายสาวสวยย่องขึ้นเตียงกลางดึก จะทนไม่ไหวแล้วนะ!
บทที่ 004 แม่ม่ายสาวสวยย่องขึ้นเตียงกลางดึก จะทนไม่ไหวแล้วนะ!
ดึกสงัด
แสงจันทร์สาดส่องลงมาในลานบ้านไร่หลังเล็ก ทุกอย่างดูเงียบสงบและร่มเย็น
แต่ใจของฉินหลานกลับไม่สงบลงเลย
หลินต้าจ้วงขึ้นเขาไปตั้งแต่บ่าย ป่านนี้ยังไม่กลับมา
เธอยืนอยู่ในลานบ้าน มองไปทางหน้าหมู่บ้านครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงความมืดมิด
“พี่ เลิกรอเถอะ เขาคงไม่กลับมาแล้วล่ะ” เสียงฉินซวงดังมาจากในบ้าน เจือแววประชดประชัน “หนูบอกแล้วไง เขาแค่หาข้ออ้างหนีไปเท่านั้นแหละ ก็จริง ใครจะอยากกระโดดลงขุมนรกบ้านเรากันล่ะ”
ฉินหลานกัดริมฝีปาก ไม่พูดอะไร
แต่ในใจของเธอ ก็เริ่มหวั่นไหว
นั่นสิ มืดค่ำขนาดนี้แล้ว ในป่าตอนกลางคืนอันตรายจะตาย สัตว์ป่าออกหากินเพ่นพ่านไปหมด
ถ้าเขาตั้งใจจะล่าสัตว์จริงๆ ทำไมถึงไปนานขนาดนี้?
หรือว่า... เขาจะเสียใจภายหลัง แล้วหนีไปดื้อๆ แบบนี้เลย?
พอคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้ หัวใจของฉินหลานเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
ความหวังที่เพิ่งจุดติด จะต้องมอดดับลงแบบนี้เหรอ?
ในขณะที่เธอกำลังสิ้นหวังและเตรียมจะกลับเข้าบ้าน ทิศทางหน้าหมู่บ้านก็แว่วเสียงฝีเท้าดังขึ้นลางๆ
เสียงฝีเท้านั้นหนักแน่นและมั่นคง ดังตึกตึก ราวกับย่ำลงกลางใจเธอ
ฉินหลานเงยหน้าขวับ จ้องเขม็งไปทางนั้น
ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงจันทร์
หลินต้าจ้วง!
เขากลับมาแล้ว!
น้ำตาของฉินหลานไหลพรากออกมาทันที
เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว รวบชายกระโปรงวิ่งไปที่ประตู
“คุณ... คุณกลับมาแล้ว!”
เธอวิ่งไปหยุดตรงหน้าหลินต้าจ้วง หอบหายใจแฮกๆ เพราะวิ่งมาเร็วเกินไป
“กลับมาแล้วสิ” หลินต้าจ้วงยิ้มกว้าง แสงจันทร์ทำให้รอยยิ้มของเขาดูเจิดจ้าเป็นพิเศษ
เขายกของในมือขึ้นโชว์ “ดูสิ ผมบอกแล้วว่าจะหาอาหารดีๆ มาเพิ่มให้”
ฉินหลานเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในมือเขาหิ้วกระต่ายป่าตัวอ้วนพีสองตัว และไก่ป่าที่ยังกระพือปีกพั่บๆ อยู่อีกหนึ่งตัว!
“คุณพระช่วย!” ฉินหลานยกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ “คุณ... คุณล่ามาได้จริงๆ เหรอ?”
“แน่นอน” หลินต้าจ้วงยื่นสัตว์ที่ล่าได้ให้เธอ “เร็ว เอาไปทำกับข้าวเถอะ ผมหิวจนไส้กิ่วแล้ว”
ตอนนั้นเอง ฉินซวงและฉินเสวี่ยก็ได้ยินเสียงและวิ่งออกมา พอเห็นสัตว์สามตัวที่เลือดยังหยดติ๋งๆ พวกเธอก็ตกใจจนพูดไม่ออก
พวกเธอ... ไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาเกือบปีแล้ว
“ยังยืนบื้อกันทำไม? ต้มน้ำ ถอนขนสิ!” หลินต้าจ้วงเห็นพวกเธอยืนนิ่ง เลยเร่งยิ้มๆ
“อ้อ! จ้ะๆ!” ฉินหลานได้สติ รีบรับสัตว์ป่ามา มือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น
ไม่นาน ควันไฟก็ลอยขึ้นจากลานบ้าน กลิ่นเนื้อหอมฉุยเริ่มตลบอบอวล
คืนนั้น เป็นคืนที่สามพี่น้องตระกูลฉินกินอิ่มและอร่อยที่สุดในรอบหลายเดือน
หลินต้าจ้วงเอากระต่ายตัวหนึ่งไปตุ๋นน้ำแกง อีกตัวกับไก่ป่าเอาไปย่าง
เนื้อย่างสีเหลืองทองส่งเสียงฉ่าๆ น้ำมันหยดติ๋ง กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนฉินเสวี่ยแทบจะกลืนน้ำลายไม่ทัน
มองดูสามพี่น้องกินกันอย่างมูมมาม หลินต้าจ้วงก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
การทำให้ผู้หญิงของตัวเองกินอิ่มนอนหลับ คือความรับผิดชอบพื้นฐานที่สุดของผู้ชาย และเป็นความภาคภูมิใจที่สุดด้วย
พอกินเสร็จ ฉินหลานก็เก็บกวาดถ้วยชามอย่างคล่องแคล่ว
ส่วนหลินต้าจ้วงเอาไม้กระดานกับฟางมาปูเป็นที่นอนง่ายๆ ในห้องโถง
ดึกสงัด หลินต้าจ้วงนอนบนฟาง แต่ข่มตาไม่ลง
พอหลับตา ก็เห็นแต่ใบหน้าแดงระเรื่อของฉินหลานใต้แสงตะเกียง และเสื้อที่คับตึงจนแทบปริของเธอ
ผู้หญิงคนนี้ เป็นนางยั่วสวาทชัดๆ
เขารู้สึกเหมือนมีไฟราคะลุกโชนอยู่ในตัว ร้อนรุ่มไปหมด
ขณะที่เขากำลังพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ ประตูห้องนอนด้านในก็ถูกแง้มออกเบาๆ
ร่างอรชรอ้อนแอ้น ย่องออกมาเงียบเชียบราวกับแมว
ฉินหลาน!
หัวใจหลินต้าจ้วงเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา ลมหายใจสะดุดกึก
เขาเห็นฉินหลานเดินมาหยุดข้างที่นอนของเขา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเธอก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อ
หนึ่งเม็ด สองเม็ด...
เสื้อเชิ้ตลายดอกที่ซักจนซีดถูกถอดออก เผยให้เห็นเอี๊ยมสีแดงตัวใน
ใต้แสงจันทร์สลัว ผิวขาวเนียนนั่นทำเอาหลินต้าจ้วงตาพร่า
จากนั้น เธอก็ถอดกางเกงออก
สุดท้าย บนตัวเธอเหลือเพียงเอี๊ยมตัวจิ๋วกับกางเกงในขาสั้น
รูปร่างอวบอัดเย้ายวน ปรากฏแก่สายตาหลินต้าจ้วงอย่างหมดเปลือก
หลินต้าจ้วงรู้สึกโพรงจมูกร้อนผ่าว เลือดกำเดาแทบพุ่ง
นะ... นี่จะทำอะไร?
ยังไม่ทันตั้งตัว ฉินหลานก็ก้มตัวลง เลิกผ้าห่มบางๆ ของเขา แล้วมุดเข้ามา
ร่างกายนุ่มนิ่ม อุ่น และหอมกรุ่น แนบชิดแผ่นหลังเขา
หลินต้าจ้วงตัวแข็งทื่อ เกร็งไปทั้งตัวราวกับท่อนไม้
“ต้าจ้วง...” เสียงของฉินหลานกระซิบที่ข้างหู สั่นเครือและเขินอาย “วันนี้... ขอบคุณนะ ฉัน... ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณ ฉัน... ฉันขอมอบตัวฉันให้คุณ...”
พูดจบ มือมู่นิ่มก็เริ่มซุกซนลูบไล้แผงอกกำยำของเขา
สมองหลินต้าจ้วงระเบิด “ตูม”
เลือดลมสูบฉีดลงสู่เบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาทันที
เขาเป็นผู้ชายปกติ แถมยังเป็นหนุ่มโสดที่เก็บกดมาสามสิบปี!
เจอสิ่งยั่วยวนขนาดนี้ จะบอกว่าไม่หวั่นไหว ก็โกหกแล้ว!
เขาแค่พลิกตัว ก็สามารถกดร่างงามที่ยอมพลีกายนี้ไว้ใต้ร่าง แล้วตักตวงความสุขได้อย่างเต็มที่
แต่ทว่า...
ภาพแววตาหวาดหวั่นของฉินหลานเมื่อตอนกลางวัน และภาพน้ำตาแห่งความดีใจตอนเห็นเหยื่อที่ล่ามาได้ แวบเข้ามาในหัว
ผู้หญิงคนนี้ คืนนี้ยอมพลีกาย ส่วนหนึ่งเพราะซาบซึ้ง แต่อีกส่วน คงเพราะกลัวเขาจะทิ้งไป เลยอยากใช้ร่างกายตัวเองรั้งเขาไว้ให้อยู่หมัด
เธอใช้วิธีนี้ เพื่อแลกกับความอยู่รอดของครอบครัว
ถ้าวันนี้เขาเอาเธอ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเดรัจฉานที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมคนตกทุกข์ได้ยาก
หลินต้าจ้วง แม้จะจน แม้จะโดนดูถูก แต่เขามีศักดิ์ศรีของตัวเอง!
สิ่งที่เขาต้องการ คือผู้หญิงที่เต็มใจใช้ชีวิตร่วมกับเขาจริงๆ ไม่ใช่เครื่องมือบำบัดความใคร่ที่ยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อความอยู่รอด
คิดได้ดังนั้น หลินต้าจ้วงสูดหายใจลึก ข่มความเร่าร้อนในใจลง
เขาจับมือซุกซนของฉินหลานไว้ พลิกตัวหันกลับมามองใบหน้าแดงซ่านใต้แสงจันทร์ของเธอ แล้วพูดเสียงแหบพร่าว่า “พี่ฉินหลาน ทำอะไรเนี่ย? รีบลุกขึ้น กลับไปนอนที่ห้องซะ”
ฉินหลานตะลึงงัน
เธอไม่คิดว่า ตัวเองทำถึงขนาดนี้แล้ว หลินต้าจ้วงยังจะปฏิเสธ
หรือว่า... ตัวเองสวยไม่พอ?
หรือเขารังเกียจเธอ?
“คุณ... คุณรังเกียจที่ฉัน...” ขอบตาฉินหลานแดงก่ำ น้ำตาแห่งความน้อยใจคลอเบ้า
“ไม่ใช่!” หลินต้าจ้วงรีบขัดขึ้น “พี่ดีมาก จริงๆ นะ แต่... ผมคิดว่าตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลา”
เขามองตาเธอ แล้วพูดอย่างจริงจัง “ผมหลินต้าจ้วง ในเมื่อวันนี้ก้าวเข้ามาในบ้านนี้แล้ว ก็ไม่เคยคิดจะทิ้งไปไหน”
“ผมจะใช้ฝีมือตัวเอง ทำให้พวกเธอสามพี่น้องอยู่ดีกินดี ผมอยากให้พี่เต็มใจอยู่กับผม ไม่ใช่ต้องมาทำแบบนี้”
“พี่... กลับไปก่อนเถอะ พื้นมันเย็น เดี๋ยวจะไม่สบาย”
พูดจบ เขาหยิบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาคลุมร่างให้ฉินหลาน แล้วค่อยๆ ดันเธอออกจากผ้าห่ม
ฉินหลานกอดเสื้อผ้า ยืนงงเป็นไก่ตาแตก สมองขาวโพลน
เธอมองผู้ชายตรงหน้า แววตาเขาใสกระจ่างและแน่วแน่ ไร้ซึ่งตัณหาราคะ
วินาทีนี้ เธอรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า ผู้ชายคนนี้ ดีกว่าที่เธอคิดไว้เป็นพันเท่าหมื่นเท่า