เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 - เหตุผลทางวิทยาศาสตร์

บทที่ 270 - เหตุผลทางวิทยาศาสตร์

บทที่ 270 - เหตุผลทางวิทยาศาสตร์


บทที่ 270 - เหตุผลทางวิทยาศาสตร์

หลังจากเจียงอวิ๋นเก็บกวาดสุสานกระบี่จนสะอาดเอี่ยม เขาเดินออกมาด้านนอก จู่ๆ ก็นึกครึ้มใจอยากจะลองกระบี่ให้เต็มที่สักครั้ง

กว่าจะได้กระบี่ซานชิงในมือเล่มนี้มา เขาต้องเสียเวลาไปหลายวัน

หินลองกระบี่ในสุสานถูกผ่าครึ่งไปแล้ว ไม่ทนมือทนเท้าเอาซะเลย แต่หน้าผาหินแกรนิตด้านนอกนั่นสิ ของดีเลยล่ะ

เสาหินในอารามก็เป็นหินแกรนิต แต่จะไปสู้การฟันหน้าผาหินทั้งแถบได้ยังไง มันสะใจกว่ากันเยอะ

เจียงอวิ๋นชักกระบี่ซานชิงออกมา แล้วตวัดฟันออกไปหนึ่งดาบ

ทันใดนั้น เศษหินปลิวว่อน รอยดาบลึกกว่าสองเมตร ยาวเจ็ดแปดเมตร ปรากฏขึ้นบนหน้าผาหินอย่างชัดเจน

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดพากันพิมพ์เลข 666 (สุดยอด) รัวๆ จนเต็มหน้าจอ

"แม่เจ้าโว้ย ตบะวิถีกระบี่ของท่านนักพรต วิปริตผิดมนุษย์ไปถึงขั้นนี้แล้วเหรอ?"

"นี่มันไม่วิทยาศาสตร์เอาซะเลย คนฝึกยุทธ์ที่ไหนจะฟันหินออกมาเป็นรอยแบบนี้ได้?"

"เชี่ย นี่มันเครื่องจักรสังหารในร่างมนุษย์ชัดๆ!"

"เทพกระบี่อันดับหนึ่งแห่งยุค ข้าขอกราบ!"

"ไม่รู้ทำไม ฉันนึกไปถึง 'หลี่ฉุนกัง' ในเรื่องดาบพิฆาตกลางหิมะ ตอนที่ใช้นิ้วเดียวเปิดเขาเลยว่ะ"

"บ้าเอ๊ย นายเอาโลกความจริงไปเทียบกับละครทีวีเนี่ยนะ สหายพรต อยู่กับปัจจุบันหน่อยสิ!"

เจียงอวิ๋นมองผลงานรอยดาบของตัวเองด้วยความพึงพอใจ เขาใช้กระบี่สลักข้อความเล็กๆ ไว้ข้างๆ ว่า

'เจียงอวิ๋นแห่งอารามเทียนหยวนลงกระบี่ หนึ่งกระบี่ทลายผนัง หากสหายพรตท่านใดไม่ยอมรับ เชิญลงกระบี่ประลอง!'

หลังจากปิดประตูม้วนเหล็กของสุสานกระบี่ เขาก็ถือกระบี่พาเจ้าเสี่ยวไป๋หันหลังเดินจากไป

เวลานี้ล่วงเลยเข้าช่วงบ่ายแก่ๆ ฟ้าจวนจะมืดแล้ว

เนื่องจากพรุ่งนี้เจียงอวิ๋นวางแผนจะกลับอารามเทียนหยวน เหล่าศิษย์อู่ตางจึงจัดงานเลี้ยงส่งอำลาให้เขาเป็นพิเศษ

แจ็คและนักพรตโม่ยวนที่รีบชิ่งออกมาก่อน ก็เพื่อมาเตรียมงานเลี้ยงส่งนี้นี่เอง

อาหารในงานเลี้ยงอุดมสมบูรณ์ กับแกล้มรสเลิศ เหล้ารสดี

หลังจากดวลเหล้ากันไปหนึ่งยก เจียงอวิ๋นก็เริ่มเมาได้ที่

ศิษย์อู่ตางพากันมาล้อมหน้าล้อมหลัง เริ่มสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร

อย่างเช่น ข้อควรระวังตอนนั่งสมาธิ ทำยังไงถึงจะฝึกจนมีกำลังภายใน วิธีเข้าสู่ฌานลึก ฯลฯ

ตอนแรกคำถามก็ยังปกติดี เจียงอวิ๋นก็ตอบทุกคำถาม แต่หลังๆ คำถามเริ่มจะออกทะเลไปไกล

หนึ่งในคำถามนั้น ทำเอาเจียงอวิ๋นเหงื่อกาฬไหลพรากเต็มแผ่นหลัง

"ศิษย์ปู่ทวดครับ ทำไมประเทศจีนเราถึงไม่มีผีดูดเลือดครับ?"

ทุกคนในวงเหล้าหัวเราะพรืด ต่างพากันแซวนักพรตน้อยที่ตั้งคำถาม

"ผีดูดเลือดมันเป็นผีฝรั่ง จีนเราอยู่ตะวันออก จะไปมีผีดูดเลือดได้ไง?"

"ฮ่าๆๆ สงสัยผีดูดเลือดมาถึงชายแดนแล้วไม่มีผลตรวจโควิด เลยเข้าประเทศไม่ได้มั้ง"

"ไม่ถามเรื่องเป็นงานเป็นการ ดันถามอะไรไร้สาระ!"

เจียงอวิ๋นฟังทุกคนพูดจบ เขาเคาะโต๊ะเบาๆ แล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า "สหายพรตทุกท่าน อาตมาเคยอ่านคัมภีร์โบราณฉบับคัดลอกของอารามเทียนหยวน"

"จริงๆ แล้วในสมัยโบราณของจีน มีผีดูดเลือดอยู่จริง ในคัมภีร์กล่าวว่า 'ขุนเขาตะวันตกมีผี รูปร่างคล้ายคน ตาแดง เขี้ยวยาว'"

"'หลบซ่อนทิวา ออกหากินราตรี ชอบดื่มเลือดคน นิสัยดุร้าย หากพบเจอถือเป็นอัปมงคล ทว่า... หากกินเนื้อมันจะช่วยให้อายุยืนยาว!'"

เหล่านักพรตอู่ตางต่างทำหน้าจริงจัง แม้แต่นักพรตโม่ยวนก็ยังตั้งใจฟัง

แต่ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดกลับคิดเตลิดไปไกล

"เชี่ยเอ๊ย 'กินแล้วอายุยืนยาว' มิน่าล่ะผีดูดเลือดในสมัยโบราณถึงได้สูญพันธุ์ไปหมด"

"แม่เจ้า คัมภีร์โบราณที่ท่านนักพรตอ่าน คงไม่ใช่ตำนาน 'คัมภีร์ขุนเขามหาสมุทร' หรือที่เรียกกันว่า 'คัมภีร์เมนูพิสดาร' หรอกนะ?"

"วันนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมผีดูดเลือดถึงกลัวกระเทียม"

"สัตว์ร้ายในคัมภีร์ซานไห่จิงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท: 1.สู้ไม่ได้ 2.จับไม่ได้ 3.ไม่อร่อย 4.กินแล้วไม่มีสรรพคุณ"

"ฉันสงสัยจริงๆ ว่าซานไห่จิงมันคือสมุดเมนูอาหาร ชัดเจนเลย กินเนื้อไม่กินกระเทียม ความหอมลดลงครึ่งหนึ่ง มิน่าผีดูดเลือดถึงแพ้ทางกระเทียม"

เจียงอวิ๋นเห็นสีหน้าหวาดกลัวของทุกคน ก็ยิ้มแล้วพูดว่า "สหายพรตไม่ต้องกลัว ผีแห่งขุนเขาตะวันตก หรือก็คือผีดูดเลือดนั่นแหละ มันสูญพันธุ์ไปนานแล้ว"

"ทุกคนกินดื่มกันตามสบายเถอะ แต่ถ้าตัวพรรค์นั้นโผล่มาจริงๆ รบกวนรีบแจ้งอาตมาด้วยนะ"

นักพรตน้อยคนเดิมกินกับแกล้มไปสองคำ ดื่มเหล้าข้าวหมากไปอีกแก้ว ก็เริ่มเมาได้ที่อีกรอบ

คราวนี้เขาถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้ แต่ถือเป็นเรื่องต้องห้ามและหมิ่นเหม่ศีลธรรมจรรยา

"ศิษย์ปู่ทวดครับ ท่านว่าการ 'บำเพ็ญเพียรคู่' ระหว่างชายหญิง ฝ่ายหญิงจะดูดหยางของพวกเราผู้ชายไปจริงๆ เหรอครับ?"

"ถ้าเป็นเรื่องจริง ผมจะไม่หาคู่บำเพ็ญเพียรแล้ว การบำเพ็ญเพียรมันยากลำบาก ต้องรักษาตัวรอดให้ดี"

เฉินซืออวี๋ตวาดลั่น "ซิงเยว่ พูดจาเหลวไหลอะไรของนาย!"

"เด็กอายุสิบสี่ ทำไมถึงแก่แดดขนาดนี้ นายยังไม่ถึงวัยนั้น พอถึงวัยเดี๋ยวนายก็รู้เองแหละ"

ศิษย์คนอื่นๆ หน้าแดงก่ำ แต่ทุกคนกลับมองมาที่เจียงอวิ๋นด้วยสายตาคาดหวัง

วิถีแห่งการบำเพ็ญคู่คือมหาเต๋า ใครบ้างไม่อยากรู้อยากเห็น?

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดก็เริ่มเชียร์ อยากให้เจียงอวิ๋นเล่าเรื่องการบำเพ็ญคู่

"ท่านนักพรต ผมส่งของขวัญขวดเลือดให้ ท่านรีบเล่าเถอะ"

"ฉันรู้สึกว่าเรื่องดูดหยางมีเค้าความจริงนะ ตั้งแต่แต่งงานมา ฉันรู้สึกปวดเอวบ่อยมาก"

"จริงดิ มิน่าทางพุทธถึงบอกว่าผู้หญิงคือมารผจญ ที่แท้ก็ดูดพลังหยางผู้ชายได้นี่เอง"

"จบกัน วันนี้เป็นวันแห่งการกลัวการแต่งงานอีกแล้ว"

เจียงอวิ๋นพยักหน้า ยอมรับว่า "เนื้อหาในตำราบันทึกไว้ไม่โกหกหรอก การบำเพ็ญคู่ชายหญิง ฝ่ายหญิงจะดูดซับพลังหยางของฝ่ายชายไปจริงๆ"

"แต่ว่า... พลังหยางนี้ไม่ใช่พลังหยางอย่างที่พวกนายคิดนะ อย่าคิดลึก พลังหยางก็คือความร้อนในร่างกาย"

"จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ อุณหภูมิร่างกายของผู้หญิงจะต่ำกว่าผู้ชาย 0.3 องศาเซลเซียส"

"ตามหลักฟิสิกส์เรื่องการถ่ายเทความร้อน ความร้อนจะถ่ายเทจากที่ที่มีอุณหภูมิสูงไปสู่ที่ที่มีอุณหภูมิต่ำเสมอ"

"ดังนั้นเวลาชายหญิงนอนกอดกัน หรือก็คือตอนบำเพ็ญคู่นั่นแหละ ความร้อนในตัวผู้ชายจะไหลไปสู่ผู้หญิงโดยอัตโนมัติ การสูญเสียความร้อนในระยะยาว จะทำให้ผู้ชายเป็นหวัดง่ายและร่างกายอ่อนแอลง"

"สหายพรตทุกท่าน และท่านอุบาสกอุบาสิกาในไลฟ์สด ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ อ่านหนังสือให้มาก อย่าเอาแต่คิดโยงไปเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์"

เหล่าศิษย์อู่ตางฟังจบ หน้าก็แดงแปร๊ดทันที ส่วนใหญ่ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ

นักพรตโม่ยวนลูบเครา มองเจียงอวิ๋นด้วยสายตาชื่นชม พยักหน้าหงึกหงัก

เขาเอ่ยชมราวกับผู้ผ่านโลกมามากว่า "ไอ้หนู คำอธิบายเรื่องดูดหยางด้วยหลักวิทยาศาสตร์ของเอ็งนี่ เอาไปเขียนลงตำราเรียนได้เลยนะ"

"ข้าขอเอาประสบการณ์ส่วนตัวเป็นเครื่องยืนยัน ที่เอ็งพูดมาไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว!"

ทุกคนชะงักกึก เงยหน้ามองนักพรตโม่ยวนด้วยความงุนงง

ท่านผู้เฒ่าตอนหนุ่มๆ ต้องเป็นคนมีอดีตที่โชกโชนแน่ๆ!

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดก็เริ่มถกเถียงกันในช่องแชท

"รอดตัวไป เกือบช็อกตาย ยังดีที่ฉันกับแฟนเป็นผู้ชายทั้งคู่"

"กฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์: การจะให้ความร้อนถ่ายเทจากวัตถุอุณหภูมิต่ำไปยังวัตถุอุณหภูมิสูง จำเป็นต้องมีการทำงานเข้าช่วย"

"ถ้า 'เสียบปลั๊ก' ไว้ ความร้อนย่อมระบายออกเร็วกว่าเดิม คนโบราณไม่หลอกเราจริงๆ"

"ฮือๆๆ เมียฉันชาติที่แล้วต้องฝึกวิชามหาเวทดูดดาวมาแน่ๆ"

"สหายพรตทุกท่าน ผมแต่งงานแล้ว ไม่เห็นเจอปัญหาที่ท่านนักพรตพูดเลย!"

"สหาย ต้องเข้มแข็งไว้นะ นั่นแปลว่ามีคนอื่นกำลังแบกรับภาระแทนนายอยู่"

"แฟนผมนอนกอดผมแน่นหนึบจนนอนไม่หลับเลย แถมกรนด้วย ไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก กระอักเลือดแป๊บ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 270 - เหตุผลทางวิทยาศาสตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว