เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 260 - ยาเม็ดขาเหยียดตาเหลือก

บทที่ 260 - ยาเม็ดขาเหยียดตาเหลือก

บทที่ 260 - ยาเม็ดขาเหยียดตาเหลือก


บทที่ 260 - ยาเม็ดขาเหยียดตาเหลือก

ทุกคนต่างงุนงง เห็นเพียงโจรตัวผอมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบยาเม็ดสีขาวสองเม็ดออกมา

เจียงอวิ๋นขมวดคิ้ว สัญชาตญาณบอกว่านั่นไม่ใช่ของดีแน่

เขาจึงคว้ากาน้ำชาบนโต๊ะ ขว้างออกไปทันที

ผัวะ!

กาน้ำชากระแทกข้อมือโจรตัวผอมอย่างจัง ยาเม็ดสีขาวสองเม็ดร่วงหล่นกลางอากาศ

เจียงอวิ๋นเอื้อมมือไปรับยาเม็ดที่ลอยมาตรงหน้า ลองดมดูนิดเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนทันที

ในยาเม็ดนี้มีส่วนผสมของสมุนไพรที่มีฤทธิ์หลอนประสาทหลายชนิด เช่น โกฐจุฬาลัมพา เห็ดขี้ควาย ลำโพง...

มันถูกเคลือบด้วยขี้ผึ้ง ภายในเป็นผงยาที่ร่วนซุย บีบนิดเดียวก็แตก

"อาจารย์อาโม่ยวน ท่านลองดูนี่สิครับ" เจียงอวิ๋นส่งยาเม็ดหนึ่งให้นักพรตโม่ยวน

เขาลุกขึ้น ส่งอีกเม็ดให้สารวัตรเจียงต้าเจียง จากนั้นก็พุ่งเข้าไปบิดข้อมือโจรตัวผอม

แค่ออกแรงนิดเดียว อีกฝ่ายก็ร้องจ๊าก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก

"บอกมา ยาเม็ดสีขาวนี่นายเอามาจากไหน"

"โอ๊ยๆๆ เจ็บครับ ท่านนักพรต แขนผมจะหักแล้ว ปล่อยก่อนได้ไหมครับ"

เฉินซือเล่ยรีบเอ่ยห้าม "ศิษย์น้อง เมื่อกี้ท่านเพิ่งบอกเองว่า ห้ามทำร้ายร่างกายและดูหมิ่นศักดิ์ศรี ไม่งั้นจะกลายเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว"

"ซือเล่ย ที่ลูกศิษย์นายเป็นโรคประสาทกะทันหัน ก็เพราะฝีมือหมอนี่แหละ"

เช้ง!

เฉินซือเล่ยแววตาเปลี่ยนทันที ชักกระบี่แปดสมบัติที่เอวออกมาครึ่งเล่ม

ยังไม่ทันจะได้ลงมือ ก็ได้ยินเสียงดังปุ๊!

สารวัตรเจียงต้าเจียงเผลอบีบยาเม็ดสีขาวในมือแตก ผงสีขาวจำนวนมากฟุ้งกระจายออกมา

เจียงอวิ๋นตาไว ปฏิกิริยารวดเร็ว เขาโคจรพลังปราณคุ้มกาย สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง

ลมกรรโชกพัดพาผงสีขาวส่วนใหญ่ออกไปทางหน้าต่าง

แต่สารวัตรเจียงต้าเจียงกลับมีสภาพเหมือนลูกศิษย์คนนั้นเปี๊ยบ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เหงื่อท่วมหน้า น้ำลายย้อย แถมยังทำหน้าตาประสาทแดก

พออ้าปากพูด ก็พ่นคำพูดที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง "สหายพรตทั้งหลาย ผมจะบอกความลับให้นะ ทุกคนต้องเชื่อในวิทยาศาสตร์"

"เชื่อในวิทยาศาสตร์บ้าบออะไร นักพรตชื่อซง ท่านช่วยทำตัวให้สมกับเป็นคนหน่อยได้ไหม ตัดวาสนาดอกท้อของชาวบ้านมันเกินไปแล้วนะ!"

"อะไรนะ ขี่กระบี่บิน จะไปมีวิชาขี่กระบี่บินที่ไหน ผมเคยเห็นแต่วิชาควบคุมกระบี่!"

"ผมจะบอกพวกคุณให้นะ ต่อให้เรียกสายฟ้าได้ ก็ต้องเคารพกฎหมาย ผ่าคนตายก็ติดคุกนะ ฮ่าๆๆ!"

...

เหล่านักพรตบู๊ตึ๊งฟังคำพูดเพ้อเจ้อเหล่านั้นแล้วหน้าดำหน้าแดง

นักพรตโม่ยวนลงมือเด็ดขาดกว่าใคร

ท่านกระโจนจากที่นั่ง ใช้สันมือสับเข้าที่ต้นคอของสารวัตรเจียงต้าเจียง สลบเหมือดคาที่

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ชาวเน็ตหน้ากล้องโดรนแทบจะดูไม่ทัน

ทุกคนมองสารวัตรเจียงต้าเจียงที่นอนสลบไสล ต่างพากันอุทาน

"เชี่ย ฝีมือนักพรตผู้เฒ่าน่ากลัวมาก!"

"คำพูดเพ้อเจ้อของสารวัตรต้าเจียง ตกลงมันจริงหรือเท็จเนี่ย"

"เอ่อ... แม่สอนไว้ตั้งแต่เด็กว่าต้องเชื่อฟังคุณตำรวจ ผมเชื่อสารวัตรต้าเจียงครับ"

"คนเมามักพูดความจริง ไม่เชื่อลองไปมอมเหล้าแฟนคุณดูสิ"

"ทำไมจู่ๆ ผมรู้สึกว่าโลกนี้มันแปลกๆ ชอบกล ผงสีขาวนั่นมันคืออะไรกันแน่"

"ท่านนักพรต ช่วยแปลให้ผมฟังหน่อยสิว่า อะไรคือวิทยาศาสตร์!"

เจียงอวิ๋นมองโจรตัวผอม เขาออกแรงบิดแขนอีกฝ่ายอีกครั้ง

"เจ็บๆๆ เบาหน่อย ผมเพิ่งเคยครั้งแรก..."

"ท่านนักพรต ผมเพิ่งเคยโดนคนบีบแบบนี้ครั้งแรก แขนจะระเบิดแล้ว ท่านเบามือหน่อยเถอะครับ!" โจรตัวผอมหน้าบิดเบี้ยว ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

เขาพยายามแกะมือเจียงอวิ๋น หวังจะช่วยแขนตัวเอง แต่ก็เหมือนมดเขย่าต้นไม้ ไม่เจียมสังขาร

"สารภาพลดกึ่งหนึ่ง ขัดขืนเพิ่มโทษ สารภาพมาซะดีๆ ยาเม็ดสีขาวนั่นนายไปเอามาจากไหน"

"แล้วก็ส่งยาแก้พิษออกมา ไม่งั้นวันนี้ต่อให้อาตมาบีบแขนนายจนพิการ ก็ถือว่าทำเพื่อช่วยคน เป็นพลเมืองดี"

เด็กหนุ่มบริการราคาห้าสิบสามหยวน จะไปใช่ยอดคนปากแข็งได้ยังไง

เขาร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก สารภาพเรื่องราวทั้งหมดออกมาจนหมดเปลือก

พวกเขาสามวีรบุรุษแห่งเทียนจิน เดิมทีก็แค่จิ๊กโก๋กระจอกๆ ไม่มีความสามารถอะไร

เมื่อครึ่งปีก่อน ทั้งสามคนนั่งกินปิ้งย่างดื่มเหล้าตอนดึก แล้วไปเจอนักพรตตาบอดที่ดูร่ำรวยคนหนึ่งข้างทาง

ทั้งสามเกิดความโลภ หวังจะปล้นเอาเงิน แต่กลับโดนอีกฝ่ายซ้อมจนน่วม

ทว่า ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี

นักพรตตาบอดคนนั้นเป็นคนดี นอกจากจะรับจิ๊กโก๋สามคนนี้เป็นลูกศิษย์ สอนวิชาให้ตั้งหลายอย่าง แล้วยังให้เงินใช้อีกต่างหาก

"ท่านนักพรตเจียง ทั้งหมดนี้อาจารย์ตาบอดของผมเป็นคนสั่งให้พวกผมมาขโมยกระบี่เจินอู่ที่เขาบู๊ตึ๊ง ก่อนมาเขาให้ยาหมอกขาวสามเม็ดกับยันต์ล่องหนสามแผ่น"

"เขาคำนวณไว้แล้วว่า ถ้าลงมือเมื่อเช้านี้ จะต้องสำเร็จแน่นอน แต่พวกผมสามคนดันตื่นสาย มาช้าไปสามชั่วโมง" โจรตัวผอมเล่าความจริงทุกอย่าง

เจียงอวิ๋นขมวดคิ้ว นักพรตตาบอดแห่งเทียนจิน นี่มันยอดคนท่านไหนอีก?

ยาหมอกขาวที่มีฤทธิ์หลอนประสาทกับยันต์ล่องหน ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะทำขึ้นมาได้

แถมใช้เวลาแค่ครึ่งปี ก็ฝึกจิ๊กโก๋สามคนให้พอมีฝีมือ อย่างน้อยวิชาตัวเบาก็พอไปวัดไปวาได้ หรือว่าจะเป็นขาใหญ่ในวงการเต๋าท่านไหนอีก?

นักพรตโม่ยวนพอได้ยินคำว่านักพรตตาบอด ก็โกรธจนหนวดกระดิก กดเสียงต่ำ "หูฮั่นซาน ถ้าแน่จริงก็มาเองสิ ส่งจิ๊กโก๋สามตัวมาทำไม"

หูฮั่นซานเคยเป็นศิษย์สำนักบู๊ตึ๊ง รุ่นเดียวกับเจ้าสำนักเฉินอวิ๋นหลง สมัยหนุ่มๆ เพราะขโมยกระบี่เจินอู่ จึงถูกขับออกจากสำนัก

ต่อมาร่อนเร่ไปทั่ว ไม่รู้ไปเรียนวิชาปรุงยากับเขียนยันต์มาจากไหน จนกลายเป็นผู้มีวิชาอาคม

เขาชอบแวะเวียนมาเขาบู๊ตึ๊งบ่อยๆ พยายามจะขโมยกระบี่เจินอู่ เพื่อล้างอายและพิสูจน์ตัวเอง

เหตุผลส่วนหนึ่งที่นักพรตโม่ยวนมาจำศีลที่ยอดเขาอิ่นเซิ่ง ก็เพราะไม่อยากให้เจ้านั่นมารบกวนความสงบของสำนักบู๊ตึ๊ง

ท่านเห็นแก่มิตรภาพความเป็นศิษย์อาจารย์ ทุกครั้งที่ไล่หูฮั่นซานไปได้ ก็จะออมมือให้และไม่แจ้งตำรวจ

หูฮั่นซานเองก็มีความพยายามเป็นเลิศ ทุกครั้งที่ล้มเหลว ก็จะตะโกนว่า "ข้าหูฮั่นซานจะกลับมาอีกแน่" แล้วก็วิ่งหนีลงเขาไป

ครั้งนี้เจ้านั่นถึงกับเปลี่ยนคนมาขโมยกระบี่ แถมยังคำนวณเวลาที่นักพรตโม่ยวนไม่อยู่ได้แม่นยำ คิดๆ ดูแล้วก็น่ากลัวพิลึก

เจียงอวิ๋นมองดูสารวัตรเจียงต้าเจียงที่สลบเหมือดแต่ปากยังพึมพำเพ้อเจ้อไม่หยุด ก็รู้สึกสงสาร

เขาคาั้นถามต่อ "ยาแก้พิษยาหมอกขาวอยู่ที่ไหน บอกมาเร็ว!"

โจรตัวผอมมองทุกคนรอบตัว ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็จำใจล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ เริ่มถูๆ ไถๆ ปั้นๆ คลึงๆ

ผ่านไปพักใหญ่

เขาก็แบมือออก เผยให้เห็นยาลูกกลอนสีดำมะเมื่อม ผิวมันวาว ส่งกลิ่นตุๆ ออกมา

"ท่านนักพรต นี่แหละยาแก้พิษ กินแล้วจะอาเจียนออกมาทันที พออาเจียนแล้วก็จะหายจากอาการหลอนครับ" โจรตัวผอมอธิบาย

ลูกศิษย์ของสารวัตรเจียงต้าเจียงด้วยความรีบร้อนอยากช่วยอาจารย์ จึงคว้าหมับเอายาดินปั้นนั้นยัดใส่ปากอาจารย์ทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วกรอกน้ำตามลงไป

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดต่างพากันอุทานในช่องคอมเมนต์

"สหายพรตทั้งหลาย นั่นมันใช่ 'ยาเม็ดขาเหยียดตาเหลือก' (ยาขี้ไคลจี้กง) ในตำนานหรือเปล่า?"

"ยี๋... คนคนนั้นถูออกมาได้ยังไงน่ะ?"

"เชี่ย จบกัน ข้าวเที่ยงฉันกินไม่ลงแล้ว อยากจะอ้วก"

"แม่ครับ เที่ยงนี้ไม่ต้องทำข้าวเผื่อผมนะ ผมไม่หิว"

"เอายาเม็ดขาเหยียดตาเหลือกมาเป็นยาแก้พิษ นี่มันอัจฉริยะชัดๆ ยอมใจเลย!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 260 - ยาเม็ดขาเหยียดตาเหลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว