เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 คุณค่าอันน้อยนิด

บทที่ 11 คุณค่าอันน้อยนิด

บทที่ 11 คุณค่าอันน้อยนิด


บทที่ 11 คุณค่าอันน้อยนิด

เหมิงเสี่ยวไป่อันที่จริงเขาวางแผนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เนื่องจากจางไคต้องการดึงเขาไปให้พ้นทาง แน่นอนเขาจะไม่ยอมให้จางไคไปง่ายๆอย่างแน่นอน

“ประธานปาน?” เมิ่งเสี่ยวไป่ขมวดคิ้ว เขาเป็นแค่ “พนักงานชั่วคราว” เป็นเรื่องยากมากสำหรับระบบถ่ายทอดสดของเขาที่จะเปลี่ยนไปมาตามอำเภอใจเช่นนี้ หาเกิดการหาประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ทุกอย่างอาจจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้หลังจากหยุดนิ่งไปสักพักเหมิงเสี่ยวไป่ก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมา

ในบริษัท เลอ ไลฟ์ บรอดคาสติ้ง จางไคไปรับปานหยู ด้วยความกระตือรือร้น ไม่เพียง แต่เขาเท่านั้น แต่ กวนหงเหวินซีอีโอของก็ออกมาทักทายเขาด้วย

“ปาน ไม่เจอกันนานเลยนะ!” กวนหงเหวินยิ้มและจับมือกับผานหยู

“น่าจะไม่ถึงหนึ่งเดือนมั้งที่เราได้พบกัน?” ปานหยูพูดติดตลก

“มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆที่เราพบกันอีกครั้ง!” กวนหงเหวินแต่งตังธรรมดา แต่ยังน้อยเขาก็พูดด้วยท่าทีสุภาพเหล่านี้มาพร้อมกับร้อยยิ้มที่เปิดกว้าง

“เออ! ที่ประธานปาน มาที่บริษัท เลอ ไลฟ์ บรอดคาสติ้ง ของเรา คือคุณได้พิจารณาข้อเสนอของฉันแล้วหรือยัง?”  กวนหงเหวิน ถามแบบอ้อนๆขณะพาเขาขึ้นไปชั้นบน

เลอ ไลฟ์ บรอดคาสติ้ง นั้นอยู่ระหว่างการหาแหล่งเงินทุนรอบที่ 2 เมื่อเดือนที่แล้ว เขาได้ไปรับประทานอาหารเย็นกับกลุ่มนักลงทุนในหยางเฉิง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือปานหยูจาก อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี ดังนั้น กวนหงเหวินเชื่อว่าปานหยูอาจถูกชักจูงและต้องการลงทุนในนามของบจก. อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี.

“เรื่องนั้นทางเราได้พิจารณาแล้ว คราวนี้ฉันจึงได้ลงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง” คำพูดของเขาทำให้กวนหงเหวินนั้นดูมีความสุข แต่ปานหยูก็พูดทันทีว่า “แต่ก่อนหน้านั้น ฉันยังมีอีกเรื่องหนึ่ง มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ”

“สิ่งที่สำคัญกว่านั้น?” กวนหงเหวิน นั้นดูสงสัย “มันคือเรื่องอะไรอย่างงั้นเหรอครับ?”

กลุ่มของพวกเขามาถึงสำนักงานของกวนหงเหวินแล้ว ข้างหลังพวกเขา จางไคยืนนิ่งเหมือนน้องชายของเขาเอง แน่นอนเขาไม่กล้าไปขัดจังหวะการสนทนานี้เลย

“ท่านประธานกวน ผมนี้อิจฉาความโชคดีของคุณจริงๆ ที่ได้คนที่มีความสามารถระดับสูงเช่นนี้มาทำงานด้วย!” ปานหยูกล่าวชมเชยกวนหงเหวิน

คำพูดของเขาทำให้กวนหงเหวินนั้นถึงกับงงมากยิ่งขึ้น “ความสามารถระดับสูงสุด? ใครกัน?”

เขาจำได้ว่าบริษัทของเขาไม่ได้จ้างผู้บริหารหรือพนักงานคนอื่นเลยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และการจัดหาเงินทุนรอบแรกของบริษัทเขาก็ได้ใช้เงินพวกนั้นไปจนหมดแล้ว แน่นอนว่ามันแทบจะไม่เพียงพอจะจ้างคนทำงานด้วยซ้ำ และเขายุ่งอยู่กับการมองหาการจัดหาเงินทุนรอบที่สอง

“อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลย!” ปานหยูส่ายหัวและยิ้ม “คนๆนั้นก็คือเหมิงเสี่ยวไป๋ คนออกแบบระบบถ่ายทอดสดยังไงเหล่า! คนๆนี้ช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์และหาตัวจับได้ยากจริงๆ! ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของบริษัทเราชื่นชมผลงานของเขาเอามากๆเลยรู้ไหม!”

“หือ?” แน่นอนว่ายิ่งปานหยูเริ่มพรรณนามากขึ้น มันก็ทำให้กวนหงเหวินมึนงงมากขึ้นเท่านั้น  ตอนนี้เขาสับสมกับบทสนาทนาที่ปานหยูกับพูดถึง แม้เขาจะรู้สึกประทับใจเล็กน้อยเกี่ยวกับชื่อของเหมิงเสี่ยวไป่ แต่เขาสาบานว่าถึงจะเป็นแบบนั้นแต่เขาก็ยังไม่สามารถนึกใบหน้าของอีกฝ่ายได้

เหมิงเสี่ยวไป๋? เมื่อได้ยินสิ่งที่ปานหยูพูด จางไคก็ตกใจและเริ่มคิดกับตัวเองว่า: “ไม่! เมิ่งเสี่ยวไปรู้จักประธานปานได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้! เหมิงเสี่ยวไป๋ไปรู้จักกับประธานปานตอนไหนกัน? ทำไมเขาถึงได้รู้จักกับสุดยอดซีอีโอได้?ทั้งที่เงินเดือนหนึ่งเดือนของเขายังจ่ายค่าเช้าไม่พอด้วยซ้ำ . . มันต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน”

"ประธานปานคุณฟังอะไรมาผิดหรือเปล่า" กวนหงเหวินถามอย่างสับสน "เราไม่มีบุคคลนี้ในบริษัทของเรา!"

“อะไร? ไม่ได้อยู่ที่อย่างงั้นหรอ?” ปานหยูรู้สึกแปลกใจและพูดว่า "ดูเหมือนเขาจะบอกผมว่าเขาอยู่บริษัทของคุณนะ? เขาไม่ได้อยู่บริษัทของคุณจริงๆหรอเนี่ย?"

“ไม่เลย” กวนหงเหวินส่ายหัว

"เป็นไปไม่ได้ เขาพูดกับผมมากมายเกี่ยวกับบริษัทของคุณ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะโกหกผม! แล้วเขาจะโกหกผมไปเพื่อจุดประสงค์อะไรกันล่ะ" ดูเหมือนตอนนี้ปานหยูเริ่ม งง กับคำตอบที่เขาได้รับ  และทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ได้รับข้อความจากเมิ่งเสี่ยวไป่

“ประธานปาน ผมต้องขอโทษด้วย ผมเองเพิ่งจะลาออก และตอนนี้ผมอยู่ที่ชั้นล่างของ เลอ ไลฟ์ บรอดคาสติ้ง”

“ลาออก?”เมื่อปานหยูเห็นข้อความเขาจึงกล่าวว่า “น่าจะไม่ผิด เขาอยู่ในบริษัทนี้ แต่เขาเพิ่งจะลาออก”

“เพิ่งลาออก?” กวนหงเหวินมองจางไคด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย “จางไคบริษัทมีพนักงานคนนี้ด้วยอย่างงั้นหรอ?”

“นี่…” ดูเหมือนจางไคจะมีลางสังหรณ์บางอย่างดูเหมือนเขาจะลังเลที่จะพูดออกมาแต่สุดท้ายเขาก็พูดออกมา “ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เขาอาจจะเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการของบริษัทก็ได้ครับ”

ดูเหมือนกวนหงเหวินเขาเองอยากจะถามอีกแต่บังเอิญว่าโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นมาพอดี มันมาจากเจียงเหว่ยแห่งดูยูไลฟ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิคและรองผู้จัดการทั่วไปของดูยูไลฟ์

ดูยูไลฟ์เป็นบริษัทกระจายเสียงที่ใหญ่ติดอันดับต้นของประเทศเช่นกัน นอกจากนี้อีกฝ่ายยังได้ลงทุน 50 ล้านหยวนใน เลอ ไลฟ์ บรอดคาสติ้งในการระดมทุนรอบแรก และอาจลงทุนในรอบที่ 2 ต่อ ในการเผชิญหน้าของนักลงทุนรายใหญ่แบบนี้กวนหงเหิวนไม่กล้าที่จะปฏิเสธสายนี้ และเขาจึงหันไปหาปานหยูและพูดว่า: “ต้องขอโทษด้วย ผมจะขอตัวรับโทรศัพท์สักครู่”

“สวัสดี พี่กวน!” เสียงของเจียงเหว่ยดังขึ้นมาทันทีหลังจากรับโทรศัพท์ “ถ้าจะขายโปรแกรมให้เรา ช่วยติดต่อเราโดยตรงเถอะ ทำไมต้องให้พนักงานมารอคิวด้วย ตอนนี้ทางบริษัทของผมหัวมุมไปหมดแล้ว มันลำบากจริงๆ!”

“เดี่ยวก่อนนะ คุณเจียง ผมให้พนักงานติดต่อคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณขายระบบอะไร” กวนหงเหวินคิดว่ามันแปลกมากในวันนี้ ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องที่เขาไม่เข้าใจเลย

“ขายอะไร?! ตอนนี้ผมพร้อมจะต่อรองราคากับประธานกวนแล้วนะ!” เจียงเหว่ยกล่าวว่า “อย่าขายให้ใครเป็นอันขาด ผมจะบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาว่าบริษัทของเรามีความคิดเกี่ยวกับระบบถ่ายทอดสดและกำลังจะซื้อมัน แน่นอนเราสามารถหารือเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนรอบที่สองได้เช่นกัน แต่ในเดือนนี้อาจจะต้องขอผลัดไปก่อน อย่างที่คุณทราบโดยูของเรากำลังมีโปรแกรมเปิดตัวเผยแพร่สู่สาธารณะในเดือนนี้ และเรื่องเหล่านี้จะต้องพูดคุยกันอีกครั้ง”

“คุณเจียง ผมไม่ได้โกหกคุณจริงๆ ผมไม่รู้ว่าคุณพูดอะไร”กวนหงเหวินเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องตอนนี้ “คุณพอจะจำพนักงานที่ไปติดต่อได้ไหม ผมจะถามเรื่องนี้กับเขา”

“เขาชื่อเมิ่งเสี่ยวไป่ เขาสร้างระบบถ่ายทอดสด เราทดสอบแล้วพบว่ามันดีมาก” เจียงเหว่ยกล่าว “ฉันกำลังไปและใช้เวลาสิบนาทีที่จะไปถึงบริษัทของคุณ บอกเขา เรื่องนี้ต้องขายให้เราไม่ใช่บริษัทอื่น!”

ทั้งสองบริษัทอยู่ไม่ไกลกัน ดังนั้นเจียงเหว่ยจึงใช้เวลาในการเข้ามาหา

หลังจากวางสายแล้ว ใบหน้าของกวนหงเหวินก็ดูมืดมนลงไป แน่นอนเขาไม่ใช่เขาโง่ นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ยินชื่อ "เหมิงเสี่ยวไป่" มันพึงผ่านมาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ กวนหงเหวินดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว

ไม่มีอะไรมากไปกว่า "เหมิง เสี่ยวไป๋" ของบริษัทของเขาเอง เขาสร้างระบบรายการสดที่มีประสิทธิภาพมากและได้ติดต่อกับทาง โดยู และ ลังยา ทั้งสองบริษัทต้องการซื้อ และพวกเขามาที่บริษัทด้วยตนเอง เพื่อแสดงว่าพวกเขาให้คุณค่ากับมันมาก

หากมีการพัฒนาตามปกติ นี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับบริษัท ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับผลประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสสำหรับเลอ ไลฟ์ ในการได้รับเงินทุนอีกด้วย

แต่ประเด็นคือเขาไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ! แสดงว่าพนักงานไม่อยากยุ่งกับบริษัทเลย!

ในใจของเขาไม่มีความสุข เขาเรียกจางไคและถามด้วยเสียงต่ำ “ใครคือเมิ่งเสี่ยวไป่?”

"ผม……"

“ไปเรียกตัวเขามา เร็วเข้า!” กวนหงเหวินเห็นว่าจางไคพยายามจะหลอก

จางไคดูหมดหนทางและพูดว่า “ประธานกวน ผมเพิ่งบอกคุณเขาคือคนที่ทำตำแหน่งช่างเทคนิคที่เคยมีความขัดแย้งกับเฉียวเสี่ยวหยูมาก่อนเรียกว่าเหมิงเสี่ยวไป่ ผมเพิ่งไล่เขาออก! ไม่ต้องกังวล ผมจะให้คนอื่นทำแทนทันที”

“อะไรนะ นั่นเขาเหรอ?” กวนหงเหวินประหลาดใจ สีหน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนจากความประหลาดใจเป็นความโกรธ และในไม่ช้าเขาก็นึกถึงผลร้ายของเหตุการณ์นี้

ตอนนี้เหมิงเสี่ยวไป่ได้สร้างบางสิ่งที่ โดยู และ ลังยา ให้ความสำคัญอย่างมาก ถ้าเขาใช้มันเพื่อตัวเองเขาจะทำเงินได้มากมายอย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้ามถ้าเกิดอีกฝ่ายยังอยู่ในบริษัทของเขา เงินจำนวนมากแค่ไหนกันที่เขาจะได้รับมัน? ไม่ต้องเป็นคนที่มีไอคิวสูงก็สามารถมองออกได้

แต่เรื่องนี้กลับทำให้จางไค่ยุ่งเหยิงเสียจริง! ในทันทีกวนหงเหวินมองมาที่จางไคและดวงตาของเขาจ้องเขม่งด้วยความโกรธ เขาอดไม่ได้ที่จะด่าจางไค: "ดูเรื่องโง่ๆที่แกทำสิ! สิ่งที่เราได้คือชื่อเสียงเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับความล้อมเหลวมหาศาลเช่นนี้!"

“ท่านประธานกวน? คือผม?” จางไค่ถูกดุ ยังคงตะลึงงัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเขาเห็นท่าทางของกวนหงเหวิน เขารู้อย่างหนึ่ง - เจ้านายของกำลังอารมณ์เสียถึงขีดสุด!

จบบทที่ บทที่ 11 คุณค่าอันน้อยนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว