เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 ฉันสั่งให้เธอหยุด

ตอนที่ 30 ฉันสั่งให้เธอหยุด

ตอนที่ 30 ฉันสั่งให้เธอหยุด


ตอนที่ 30 ฉันสั่งให้เธอหยุด

พอได้ยินคำถามของอวี่หนานเฉิง สีหน้าของผู้ช่วยคนสวย หนัวหยาก็เปลี่ยนไป

“ชิงช้าไม่สูงค่ะ และยังมีเบาะรองด้านใต้ โรงเรียนไม่เคยมีอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับชิงช้ามาก่อนค่ะ”

อวี่หนานเฉิงชี้ชิงช้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“มันไม่เคยเกิดมาก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอันตราย ถ้าเด็กเผลอปล่อยมือตอนเหวี่ยงชิงช้าขึ้นสูง คุณคิดว่าด้วยสมดุลของเด็ก เด็กจะไม่ตกลงมาหรือไง?”

หลังพูดแบบนี้ อวี่หนานเฉิงก็มองพื้นวิ่งยางสีรุ้งต่อ

“ยังมีลานวิ่งพลาสติกนี่ด้วย ผมเพิ่งเห็นว่ามุมของมันไม่มียางปกคลุมให้ดี โรงเรียนคุณยังไม่ให้ความสนใจกับการตัดหญ้ามากพอ เด็กชอบเล่น คุณอาจไม่เห็นตอนวิ่งเข้าสนามหญ้า จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีงูมีพิษ?”

ใบหน้าของหนัวหยาขาวซีด เธอไม่รู้ว่าจะตอบยังไง

เด็กที่ไหนจะปล่อยมือตอนเล่นชิงช้า? หญ้าในสนามเด็กเล่นก็ยังอยู่แถวนี้ บางทีคนสวนก็ประมาทเลินเล่อบ้าง แต่มันยังสูงไม่ถึงข้อเท้าเลยนะ?

โรงเรียนอนุบาลหลานเป๋าไม่เคยเจอผู้ปกครองที่มากเรื่องแบบอวี่หนานเฉิงมาก่อน!

“ฉันคิดว่ามันก็ดีแล้วนะคะ”

เสียงผู้หญ้าทำลายความเงียบ เซิ่งอั้นหรานเดินลงมาจากทางเดิน

“ประธานอวี่ คุณกังวลมากไป เสี่ยวซิงซิงเคยตกจากชิงช้าตอนยังเด็ก แขนหักและหน้าก็เป็นแผล แต่ฉันไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องแย่อะไรหรอกนะคะ”

เธอมองอวี่หนานเฉิงด้วยแววตาอ่อนโยน ราวกับกำลังคิดถึงเรื่องอบอุ่น

“เพราะตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่เธอเล่นชิงช้า เธอจะจับเชือกแน่นขึ้นและไม่เคยตกลงมาอีก แม้กระทั่งตอนฉันนั่งบนชิงช้า เธอก็ยังบอกฉันว่า’ แม่ จับให้แน่นนะ’”

พอเห็น หนัวหยาก็พูดอย่างระมัดระวัง“ประธานอวี่ค่ะ ฉันคิดว่าคุณเซิ่งพูดถูกแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณยังกังวล เราจะยกมันออกเลยค่ะ สำหรับพื้นยาง เราจะปูมันให้ครอบคลุมที่สุดค่ะ”

อวี่หนานเฉิงไต่รตรองสักพัก จากนั้นก็พูด

“ช่างมัน ปล่อยมันไป ถ้าจิงซีมีคำถามอะไรในอนาคต ก็แค่ติดต่อผม”

หนัวหยาถอนหายใจโล่งอกและมองเซิ่งอั้นหรานอย่างขอบคุณ” คือ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ฉันขอตัวไปรายงานอาจารย์ใหญ่ก่อนนะคะ’

มันยังพอมีเวลาอยู่ เซิ่งอั้นหรานสูดหายใจลึก นั่งลงบนชิงช้า พูดด้วยรอยยิ้ม“ประธานอวี่ ฉันไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าคุณจะเต็มใจฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย”

อวี่หนานเฉิงจ้องตาเธอ แสงยามเช้าดันส่องลงบนหน้าเธอพอดี มันทำให้เธอต้องทำตาหยี พอบวกกับรอยยิ้มขี้เล่นแล้ว อวี่หนานเฉิงไม่รู้สึกอยากละสายตาจากมันเลย

เขาถาม“ในสายตาเธอ ฉันเป็นคนที่ไม่ฟังความคิดเห็นใครเลยหรือไง?”

เซิ่งอั้นหรานเหวี่ยงชิงช้า และปฏิเสธเขาทันควัน“ก็ใช่นะสิ ใครบ้างที่ไม่รู้จักประธานอวี่ หนุ่มหล่อที่เต็มไปด้วยอำนาจ เขาจะไม่ใช่พวกเผด็จการได้ไง?”

“เผด็จการ?” ดวงตาของอวี่หนานเฉิงหรี่ลง

“แค่ก แค่ก” เซิ่งอั้นหรานแปลกใจกับสิ่งที่เธอพูดและก็รีบเปลี่ยนเรื่อง“ฉันแค่คิดว่าประธานอวี่เป็นห่วงจิงซีมากไปหน่อย สิ่งต่าง ๆ ไม่อาจย้อนกลับไป และเด็กก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว”

“จริงเหรอ?” สีหน้าของอวี่หนานเฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เซิ่งอั้นหรานคิดว่าเขาคงไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้ เธอจึงอธิบาย“ในความเป็นจริง แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเด็กไม่เป็นไรหรอกค่ะ เด็กจะไม่มีวันได้ออกไปข้างนอกเพราะกลัวโลกภายนอก คุณไม่ควรเลี้ยงจิงซีไว้ในเรือนกระจกตลอดเวลา เพราะเขาจะไม่มีวันได้เห็นแสงแดดข้างนอก และเขาจะไม่มีวันได้รู้อะไร คนเราไม่มีทางรู้ว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน แต่เราทุกคนควรมีชีวิตเป็นของตัวเอง จริงไหมคะ?”

คำพูดเหล่านี้แทงใจอวี่หนานเฉิง คำว่า“เราควรมีชีวิตเป็นของตัวเอง” ได้หายไปจากใจเขานานแล้ว

พอเห็นแววตาแปลก ๆ ของเขา เซิ่งอั้นหรานก็ถามอย่างระมัดระวัง

“บางที คุณคงกังวลเพราะจิงซีพูดไม่ได้สินะคะ?”

อวี่หนานเฉิงได้สติ จ้องเธอด้วยแววตาสุขุม

“ขอโทษค่ะ” เซิ่งอั้นหรานรีบพูด“คุณบอกว่าอย่าถามเรื่องนี้ ฉันลืมตัวค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ”

เธอลดหัวลงและเหลือบมองข้อมือเธอ ลุกขึ้นจากชิงช้าและรีบเปลี่ยนเรื่อง“มันสายแล้ว ฉันต้องไปทำงานแล้วค่ะ”

“ถ้ามันไม่ใช่เพราะความประมาทของฉัน จิงซีคงไม่ปิดปากสนิทแบบนี้”

เสียงต่ำดังจากด้านข้างเธอ และด้วยความละอายใจในตัวเอง เขาหยุดฝีเท้าเร่งรีบของเซิ่งอั้นหรานไว้ด้วยคำพูดนี้

เธอผงะและหันกลับมา

หูฉันผิดปกติหรือเปล่า? อวี่หนานเฉิงดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่ชอบพูดเรื่องส่วนตัว ครั้งก่อนที่เธอถามเรื่องจิงซี เธอยังโดนเขาดุ

“คุณหมายความว่า จิงซีไม่เต็มใจพูดงั้นเหรอคะ?”

เธอถามไปโดยไม่รู้ตัว

อวี่หนานเฉิงพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูซับซ้อน

“จิงซีพูดจ้อไม่หยุดตอนเขาอายุสองขวบ แต่หลังเป็นไข้สูง เขาก็ไม่ยอมพูดอีก หมอบอกว่าเส้นเสียงกับเส้นประสาทของเขาไม่เสียหาย แต่เขาไม่ยอมพูด บอกว่ามันเป็นปัญหาทางจิต”

“ปัญหาทางจิต?” ความทุกข์ใจปรากฏในดวงตาของเซิ่งอั้นหราน“เขาเจออะไรมางั้นเหรอคะ?”

พอพูดถึงเรื่องนี้ อวี่หนานเฉิงก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาถอนหายใจ

“ไม่รู้”

มันเพราะเขาไม่รู้ เขาถึงโทษตัวเองยิ่งกว่าเดิม มันเพราะไข้สูงนั้นมาโดยไม่มีเหตุผล สิ่งที่จิงซีเจอคืนนั้นยังไม่ชัดเจน คนใช้ที่ดูแลจิงซีในบ้านเก่าก็ไม่รู้อะไร ดังนั้นเขาจึงไม่อยากทิ้งจิงซีไว้กับปู่ของเขาอีก

พอเห็นจิงซีป่วยหนักและเกือบเสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ตัวว่าการเป็นพ่อไม่ใช่การกลับไปหาลูกในยามว่างเท่านั้น แต่มันคือความรับผิดชอบของคนเป็นพ่อ มันเป็นหน้าที่ทั้งชีวิต

อวี่หนานเฉิงขมวดคิ้วและดูไม่สบายใจอย่างมาก

“ไม่น่าแปลกที่คุณจะกังวลถึงจิงซีมากขนาดนี้ แต่อดีตก็คืออดีต อย่าคิดมากเลยค่ะ”

คำปลอบแบบนี้ไม่ช่วยอะไร สีหน้าของอวี่หนานเฉิงยังไม่ผ่อนคลาย เซิ่งอั้นหรานเสียใจที่ถามเรื่องที่เขาเจ็บปวด

ฉันจะไม่ยอมให้เขาต้องเสียใจเพราะฉัน!

จากมุมหางต่อเธอ เธอพลันเห็นชิงช้าที่เธอเพิ่งลึก และดวงตาก็เป็นประกาย

“ประธานอวี่ คุณเคยเล่นชิงช้าไหมคะ?”

ประโยคนี้ทำให้อวี่หนานเฉิงเหลือบมองเธออย่างสงสัย ก่อนเขาจะได้สติ เซิ่งอั้นหรานก็ดึงเขาไปและกดเขานั่งลงบนชิงช้า

“ตอนคุณเล่นชิงช้า คุณสามารถลืมปัญหาทั้งหมดได้ ประธานอวี่ นั่งลงเถอะค่ะ ฉันจะเหวี่ยงชิงช้าให้คุณเอง”

“ฉันไม่ต้องการให้เธอเหวี่ยงให้”

“ฉันยินดีค่ะ ประธานอวี่ ฉันรู้ว่าฉันเป็นสาเหตุให้คุณเศร้า นั่งนิ่ง ๆ สิคะ”

“เซิ่งอี้นหราน” มุมปากอวี่หนานเฉิงกระตุก เขากัดฟันและพูด“ฉันขอสั่งให้เธอหยุด”

จบบทที่ ตอนที่ 30 ฉันสั่งให้เธอหยุด

คัดลอกลิงก์แล้ว