- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยการเช็คอินได้พี่สาวเศรษฐีพันล้าน
- บทที่ 6 - น้องชายยอดเชฟ
บทที่ 6 - น้องชายยอดเชฟ
บทที่ 6 - น้องชายยอดเชฟ
บทที่ 6 - น้องชายยอดเชฟ
"เสี่ยวเหว่ย เธอไม่เป็นไรนะ? ต้องไปหาหมอไหม?" ซูชิงเยว่ถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเฉินเหว่ยเดินเอามือกุมท้อง ตัวงอ หน้าซีดเหลือง เกาะกำแพงเดินออกมาจากห้องน้ำ
"มะ... ไม่เป็นไรครับ สงสัยจะขาดการออกกำลังกาย ร่างกายเลยปรับสภาพไม่ทัน" เฉินเหว่ยโบกมือ บอกให้ซูชิงเยว่ไม่ต้องเป็นกังวล
เมื่อเห็นเธอขมวดคิ้วแน่น มือยังกำโทรศัพท์ไว้ เขาจึงถามขึ้นว่า "พี่ครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"
"ก็แม่บ้านลากลับบ้านไปแล้วน่ะสิ พี่ว่าจะสั่งเดลิเวอรี่ แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ร้านอาหารแถวนี้ก็ไม่ส่งกันหมด ร้านที่ใกล้ที่สุดต้องรออีกตั้งสามชั่วโมง กว่าจะได้กินคงดึกพอดี" ซูชิงเยว่อธิบาย
ดูเหมือนว่า ในโลกนี้จะไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่างจริงๆ
พี่น้องตระกูลซู ทำอาหารไม่เป็นกันสักคน!
เรื่องนี้ทำให้เฉินเหว่ยรู้สึกสมดุลในใจขึ้นมาได้เยอะเลย
"พี่ครับ ในตู้เย็นยังมีของสดเหลือไหมครับ?" เฉินเหว่ยเอ่ยถาม
"มีก็มีอยู่หรอก" ซูชิงเยว่รู้ดีว่าลูกคนจนมักจะโตเร็วและดูแลตัวเองได้ จึงไม่แปลกใจที่เฉินเหว่ยทำอาหารเป็น
แต่พอเห็นสภาพของเฉินเหว่ยที่เหมือนติดสถานะอ่อนแอ (De-buff) อยู่แบบนี้ ซูชิงเยว่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ
"เดี๋ยวผมทำเองครับ ดึกป่านนี้แล้วออกไปข้างนอกก็ลำบาก" เฉินเหว่ยเสนอตัว เดินตรงเข้าไปในครัว
"โอเค งั้นพี่ช่วยนะ" ซูชิงเยว่รู้ว่าคงห้ามเฉินเหว่ยไม่ได้ เลยตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาภาระเขาบ้าง
"งั้นพี่ช่วยหั่นมันฝรั่งหัวนี้ให้หน่อยครับ" เฉินเหว่ยล้างมันฝรั่งจนสะอาด แล้วยื่นให้ซูชิงเยว่
"อ้อ! ได้สิ" ซูชิงเยว่รีบผูกผ้ากันเปื้อน รับมันฝรั่งจากมือเฉินเหว่ยมาวางไว้ตรงกลางเขียง แล้วหยิบมีดปลายแหลมขึ้นมากำด้วยสองมือ
ปัง!
ฟันฉับเดียวขาดสองท่อน!
ไอ้คนที่รู้อยู่แล้วก็คงเข้าใจว่านี่คือการหั่นผัก แต่ถ้าคนไม่รู้อาจจะนึกว่ากำลังทำสงครามอยู่ก็ได้
เอาเป็นว่า ท่าทางให้ผ่าน!
"พี่ครับ วันนี้เราไม่ได้จะทำแกงกะหรี่นะ อีกอย่าง มันฝรั่งต้องปอกเปลือกก่อ... ช่างเถอะครับ เดี๋ยวผมหั่นเองดีกว่า พี่ช่วยแกะกระเทียมกับล้างผักให้ผมก็พอ"
"อื้อ" ซูชิงเยว่ยอมทำตามคำสั่งของเฉินเหว่ยทุกอย่าง
อยู่ข้างนอก เธอคือประธานสาวจอมเย็นชาที่ผู้คนนับหมื่นต่างยกย่อง แต่เมื่ออยู่บ้าน เธอเป็นเพียงมือใหม่หัดเข้าครัวที่แม้แต่มันฝรั่งยังไม่รู้ว่าต้องปอกเปลือก
แต่ทว่า เธอก็มีน้องชายที่เป็นยอดเชฟ!
"ว้าว! เสี่ยวเหว่ย เพลงมีดของเธอเฉียบขาดมาก หั่นได้เส้นเล็กยิบขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
"ตบกระเทียมก่อนแล้วจะแกะเปลือกง่ายขึ้นเหรอ? จริงด้วยแฮะ! เสี่ยวเหว่ย เธอนี่รู้เยอะจัง"
"คุณพระ! เสี่ยวเหว่ย เธอกระดกกระทะเป็นด้วย! วันข้างหน้าใครได้แต่งงานกับเธอ ต้องมีลาภปากแน่ๆ"
......
ตั้งแต่ต้นจนจบ เสียงอุทานชื่นชมของซูชิงเยว่ไม่เคยหยุดลงเลย
ซึ่งนั่นก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกภาคภูมิใจของเฉินเหว่ยได้เป็นอย่างดี
ผัดมันฝรั่งเปรี้ยวเผ็ด, หมูผัดพริกหยวก, ไก่คั่วพริกเกลือ, มะเขือยาวผัดหมูสับ และซุปลูกชิ้น ถูกลำเลียงขึ้นโต๊ะอย่างพร้อมเพรียง
ส่วนผลงานชิ้นเอกของซูอวี่เหมิงน่ะเหรอ? ถูกซูชิงเยว่เทลงถังขยะไปอย่างไร้เยื่อใย
สิ่งที่เฉินเหว่ยทำเรียกว่าอาหารเลิศรส ส่วนที่เธอทำน่ะเหรอ? เรียกว่าอาวุธชีวภาพ!
"พี่ใหญ่ ทำไมเดลิเวอรี่ถึงไม่มาส่งสักที ในบ้านมีอะไรกินบ้างไหมเนี่ย?" ตอนนั้นเอง ซูเมิ่งเตี๋ยก็ทนเสียงท้องร้องประท้วงไม่ไหว เดินลากสังขารอย่างเหนื่อยอ่อนออกมาจากห้อง
"กินเดลิเวอรี่ทำไม เสี่ยวเหว่ยทำกับข้าวเสร็จแล้ว คืนนี้พวกเรามีลาภปากแล้วล่ะ" ซูชิงเยว่นึกขึ้นได้ "จริงสิ ไปเรียกอวี่เหมิงลงมากินด้วยกันสิ"
น้องชายที่เพิ่งได้มาคนนี้ทำอาหารเป็นด้วยเหรอเนี่ย!
ซูเมิ่งเตี๋ยค่อนข้างแปลกใจ
สำหรับการทำอาหารแล้ว สำหรับเธอ มันยากพอๆ กับการผ่านด่านบอสในเกมเลยทีเดียว
เพียงแต่ซูเมิ่งเตี๋ยไม่เหมือนกับซูอวี่เหมิง ตรงที่เธอรู้ขีดความสามารถของตัวเองดี
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เมื่อเดินผ่านห้องของซูอวี่เหมิง เธอหยุดฝีเท้า เคาะประตูแล้วตะโกนเรียก "อวี่เหมิง ออกมากินข้าวได้แล้ว!"
"ฉันไม่กิน!" เสียงคำรามของมังกรสาวซูอวี่เหมิงดังลอดออกมาจากข้างใน
"ยัยเด็กนี่เป็นอะไร ทำไมต้องโมโหขนาดนั้น?" ซูเมิ่งเตี๋ยไม่ได้เก็บมาคิดมาก หันหลังเดินลงไปชั้นล่าง
"อวี่เหมิงล่ะ?" เมื่อเห็นซูเมิ่งเตี๋ยเดินลงมาคนเดียว ซูชิงเยว่จึงถามขึ้น
"บอกว่าไม่หิวน่ะ"
เมื่อนั่งลงประจำที่ มองดูอาหารสี่อย่างกับซุปอีกหนึ่งอย่าง ซูเมิ่งเตี๋ยก็ตาลุกวาว
หน้าตาดูดีใช้ได้ ไม่รู้รสชาติจะเป็นยังไง?
เธอหยิบตะเกียบ คีบมันฝรั่งเส้นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ซูเมิ่งเตี๋ยเบิกตากว้าง มองเฉินเหว่ยอย่างเหลือเชื่อ พลางคิดในใจ: น้องชายคนนี้ ฝีมือใช้ได้เลยแฮะ!
ตามด้วยหมูผัดพริกหยวก พริกหยวกผัดมาสุกกำลังดี กรุบกรอบชุ่มฉ่ำ เข้ากันได้ดีเยี่ยมกับเนื้อหมูที่นุ่มละมุน
ไก่คั่วพริกเกลือเพราะหมักมาล่วงหน้า รสชาติจึงไม่ได้เกาะอยู่แค่ผิวเผิน แต่ซึมลึกเข้าเนื้อ เผ็ดแต่ไม่แสบปาก ทำให้หยุดตะเกียบไม่ได้
มะเขือยาวนุ่มละลายในปากเหมือนกินไอศกรีมร้อนๆ ผิวนอกเกรียมเล็กน้อย หมูสับเคี้ยวเพลินเหมือนผลไม้อบแห้ง อร่อยเหาะเช่นกัน
ตบท้ายด้วยซุปลูกชิ้นอีกคำ ชีวิตนี้ช่างสุนทรีย์!
ตึง!
เสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นสอง
"ไหนบอกไม่หิวไง?" ซูชิงเยว่เอ่ยแซว
"วินาทีที่แล้วไม่หิว วินาทีต่อมาใครจะไปกำหนดได้" ซูอวี่เหมิงตักข้าวมาพูนชาม นั่งลงข้างๆ เฉินเหว่ย ก่อนจะลงมือทาน ยังไม่วายถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือด
ราวกับจะบอกเฉินเหว่ยว่า ความแค้นนี้ เธอจดบัญชีไว้แล้ว!
มันฝรั่งเส้นนี่! อร่อย
มะเขือยาวผัดหมูสับนี่! อร่อย
ไก่คั่วพริกเกลือนี่! ก็ยังอร่อย
ซุปลูกชิ้นนี่... กลมกล่อม!
เธอไม่ใช่นักประพันธ์ จะสรรหาคำบรรยายอะไรมากมายทำไม? เรียบง่ายได้ใจความนี่แหละเหมาะที่สุด
"เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อย" เฉินเหว่ยวางชามตะเกียบลง แล้ววิ่งเหยาะๆ ออกไป
"น่าเกลียดจริง! คนกำลังกินข้าวอยู่นะ" ซูอวี่เหมิงทำหน้ายี้ รู้สึกหมดอารมณ์กินข้าวขึ้นมาทันที
"เธอคิดว่าเป็นเพราะใครทำล่ะ?" ซูชิงเยว่ถามสวน
"เกี่ยวอะไรกับฉัน? เขาคงไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะกินของที่ฉันทำหรอกมั้ง?" ซูอวี่เหมิงหัวเราะแห้งๆ
"..." เมื่อเห็นซูชิงเยว่ทำหน้าบึงตึง ซูอวี่เหมิงก็เงียบเสียงลง
แต่ปากยังแข็งเถียงต่อ "คนโง่ที่ไหนก็ดูออกว่าของที่ฉันทำมันกินไม่ได้ เขาอยากกินเอง ก็แปลว่าเขา... ช่างเถอะ! ฉันอิ่มแล้ว ออกไปเดินเล่นดีกว่า"
"เฮ้อ ยัยเด็กคนนี้เมื่อไหร่จะโตสักทีนะ" มองดูซูอวี่เหมิงเดินออกจากบ้านไป ซูชิงเยว่ก็ได้แต่ถอนหายใจ
"พี่ใหญ่ ซุปถ้วยนี้พี่เอาไหม? ถ้าไม่เอา ฉันจะเอามาคลุกข้าวนะ" ซูเมิ่งเตี๋ยถาม
"เธอ... เธอคลุกเลย"
......
"เอิ๊ก~" ดูออกเลยว่าซูเมิ่งเตี๋ยเวลาอยู่บ้าน เป็นคนที่ไม่ถือสาหาความเรื่องภาพลักษณ์เอาเสียเลย
ซูชิงเยว่ดูเหมือนจะชินกับเรื่องนี้แล้ว จึงทำแค่กลอกตามองบนใส่เธอ
"พี่ใหญ่ ดึกแล้ว ฉันไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าต้องเข้ากองบรรณาธิการ ไปคุยเรื่องตีพิมพ์" ซูเมิ่งเตี๋ยหาววอดๆ เดินขึ้นชั้นสอง
"จ้ะ" ซูชิงเยว่รับคำ "เสี่ยวเหว่ย เธอนั่งพักเถอะ เดี๋ยวพี่ล้างจานเอง"
"งั้นรบกวนพี่สาวด้วยนะครับ" เฉินเหว่ยรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ อยากจะเอนหลังสักหน่อย
สายตาปะทะเข้ากับซูเมิ่งเตี๋ย ได้ยินเธอพูดว่า "ฝีมือทำอาหารไม่เลว ไว้ครั้งหน้าฉันจะเลี้ยงมื้อใหญ่นายนะ"
เฉินเหว่ยยังไม่ทันได้ตอบ ซูเมิ่งเตี๋ยก็ปิดประตูห้องไปเสียก่อน
เป็นคนที่ทำอะไรปุบปับจริงๆ...
กลางดึก เฉินเหว่ยกำลังหลับสนิท
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตู เบามาก
เขาไม่ได้ส่งเสียง แอบหรี่ตามองเงียบๆ
ดูจากส่วนสูง น่าจะเป็นซูอวี่เหมิง
ดึกดื่นป่านนี้แอบย่องเข้าห้องผู้ชาย ยัยนี่คงยังไม่ถอดใจสินะ...
ไปแล้ว?
เขาเปิดโคมไฟหัวเตียง
เห็นบนโต๊ะหัวเตียงมีกล่องยาวางอยู่ บนนั้นเขียนไว้สี่ตัวอักษรว่า... ยาชงเว่ยไท่ (แก้ปวดกระเพาะ)
(จบแล้ว)