- หน้าแรก
- สกิลผมแค่ทำอาหาร แต่ไหงกลายเป็นตำนานซะงั้น
- บทที่ 301 - พบจื่ออีอีกครั้ง
บทที่ 301 - พบจื่ออีอีกครั้ง
บทที่ 301 - พบจื่ออีอีกครั้ง
บทที่ 301 - พบจื่ออีอีกครั้ง
มินาเริ่มเข้าถึงแก่นแท้ของการฝึกฝน
ก็อย่างว่าแหละครับ คนเราพอช่วงเวลาเปลี่ยนไป แล้วกลับมาดูผลงานชิ้นเดิม ความเข้าใจและความรู้สึกที่ได้มันก็ย่อมแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นบันทึกทั้งสองเล่มของคุณปู่ หรือบันทึกของเทพพิทักษ์แห่งแอนลอส ก็ล้วนเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ทำให้มินารู้สึกสะเทือนใจมากที่สุด ก็คือตำราพื้นฐานระดับตำนานเล่มนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่าแทบจะกินมันเข้าไปจนหมดเปลือกแล้วแท้ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่มินากลับมาอ่านข้อความเหล่านี้ใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ระดับพลังเวทและพลังควบคุมเวทของเขาก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน
เขาเหมือนได้ดำดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งเวทมนตร์อีกครั้ง
ประตูสู่รากฐานของเวทมนตร์และพลังเวท ได้เปิดออกต้อนรับเขาแล้ว
นี่สินะคือเวทมนตร์ที่แท้จริง
โดยไม่รู้ตัว แสงสว่างแห่งเวทมนตร์ก็เริ่มส่องประกายขึ้นบนร่างกายของมินา
มันวูบวาบ เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด ราวกับจังหวะการหายใจ และดูเหมือน... กระแสน้ำขึ้นน้ำลง
มินาลืมตาขึ้นมาทันที
เขาพบว่าตัวเองมายืนอยู่ในสถานที่แปลกตา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับทางช้างเผือกที่พาดผ่านท้องฟ้า
รอบกายเต็มไปด้วยพืชพรรณมากมาย
ในขณะที่มินากำลังคิดว่าวันนี้ตัวเองฝันถึงเรื่องอะไรอยู่นั้น จู่ๆ ลมก็พัดมา
ต้นไม้ใบหญ้าส่งเสียงดังซู่ซ่า
ลมดูเหมือนจะไม่แรงนัก แต่... มินาสัมผัสได้ชัดเจนว่าบนใบของพืชเหล่านั้น มีรอยฉีกขาดปรากฏขึ้น
เหมือนโดนมีดกรีด และก็เหมือนโดนสายฟ้าฟาดจนไหม้เกรียม
แต่เมื่อสายลมนั้นพัดผ่านใบหน้าของมินา กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนลมฤดูใบไม้ผลิ
ไม่มีอันตรายใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ขณะที่มินากำลังสงสัยว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เขาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ที่ริมหน้าผาด้านหน้า
ชุดสีม่วงนั่น
ช่างคุ้นตาเหลือเกิน
เฮ้! ในที่สุดก็มาแล้วสินะ! เขารีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"พี่สาวชุดม่วงครับ ลองทายสิว่าผมมีสกิลระดับดารากี่สกิลแล้ว..."
"หุบปาก"
พี่สาวชุดม่วงหันมาถลึงตาใส่มินาแวบหนึ่ง
มินาถึงกับอึ้งไปเลย
ท่าทางของพี่สาวชุดม่วงดูไม่เหมือนกำลังโกรธ แต่เหมือน...
จนปัญญา พูดไม่ออก กลัดกลุ้ม สรุปคืออารมณ์ซับซ้อนมาก ซับซ้อนถึงขนาดแทบจะกัดฟันกรอดเลยทีเดียว
"ผม..."
"เธออยากจะบอกใช่ไหม ว่าเวทเสกอาหารของเธอถึงระดับดาราแล้ว? แล้วพลังเวทของเธอก็ใกล้จะถึงระดับตำนานแล้วใช่ไหม?"
พี่สาวชุดม่วงจ้องเขม็งพร้อมกับกำหมัดเล็กๆ แน่น ดูเหมือนพร้อมจะประเคนหมัดใส่เจ้าหมอนี่ได้ทุกเมื่อ
มินาอ้าปากค้าง
"พี่รู้ได้ยังไงครับ"
"ฉันรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ"
พี่สาวชุดม่วงทำหน้าเหนื่อยใจ "ก็ก่อนหน้านี้หลายครั้ง ทุกครั้งที่เธอเข้ามา เธอก็พูดประโยคนี้ตลอดเลยนี่นา"
มินาตะลึงงัน
เขเคยเข้ามาที่นี่แล้วเหรอ?
กำปั้นน้อยๆ ที่ยกขึ้นมาค่อยๆ ลดลง โชคดีที่สีหน้าของมินาครั้งนี้ดูไม่กวนประสาทเหมือนครั้งก่อนๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ลังเลที่จะทำให้หมอนี่ความจำเสื่อมทางกายภาพอีกรอบแน่
เธอถอนหายใจ
"เธอคิดว่าตัวเองเข้ามาที่นี่กี่ครั้งแล้วล่ะ"
เธอส่ายหน้าก่อนจะกวักมือเรียกให้มินามานั่งข้างๆ
"วันนี้เห็นแก่ทัศนคติที่ดูถ่อมตัวขึ้นมาหน่อย ฉันจะไม่ซ้อมเธอก็แล้วกัน"
มินา: "..."
สรุปว่าในอดีตที่ผมจำไม่ได้ พี่ทำอะไรกับผมไปบ้างเนี่ย!
"แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนช่วงนี้จะมีการพัฒนาขึ้นอีกแล้วเหรอ?"
พี่สาวชุดม่วงมองมินา พูดตามตรงว่าความเร็วในการเติบโตของมินานั้นเหนือจินตนาการของเธอไปมาก
ความเร็วระดับนี้ แค่แป๊บเดียวเวทเสกอาหารก็ถึงระดับดารา แถมยังผสานหินธาตุไฟกับบอลเพลิงลูกจ้อยได้อีก
ความเร็วในการฝึกฝนแบบนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
มินาคงอดไม่ได้ที่จะอยากอวดบ้าง ซึ่งอารมณ์แบบนี้เธอก็พอจะเข้าใจได้
ทว่ามินากลับยิ้มออกมา
เขาชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
"ครั้งนี้นะครับ ผมมีสกิลระดับดาราเพิ่มมาอีกสองสกิลแล้วนะ"
พี่สาวชุดม่วงกำลังจะเอ่ยปากเตือนมินาว่าอย่าเพิ่งใจร้อน ให้ใจเย็นๆ และสั่งสมประสบการณ์ก่อน แต่คำพูดเหล่านั้นก็ต้องกลืนลงคอไปทันที เธอหุบปากฉับแล้วจ้องมองมินา
ตอนนี้ในหัวเธอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
ห๊ะ? เธอกำหมัดแน่น บนหมัดมีแสงแห่งพลังเวทส่องประกาย
เจ้ามินานี่ ชักจะวอนโดนเจ็บตัวแล้วสินะ!
เดี๋ยวนี้กล้าล้อเล่นกับเธอแล้วเหรอ! มินาเห็นท่าไม่ดี รีบพูดเสริมทันที "เรื่องจริงนะครับ ไม่ได้โกหก แล้วก็นะ พลังเวทกับพลังควบคุมเวทของผม ก็แตะระดับตำนานแล้วด้วย"
พี่สาวชุดม่วงยิ้มเยาะ คิดว่าเธอเป็นเด็กสามขวบหรือไง
ถ้ามินามีพรสวรรค์ขนาดนั้นจริง เธอก็จะ...
ฟึ่บ
เปลวเพลิงระดับดารากลุ่มหนึ่ง ปรากฏขึ้นในมือของมินา แม้จะเป็นแสงแห่งดารา แต่ใครที่ดูออกเรื่องไฟสักหน่อยก็จะมองเห็นได้ทันทีว่า เปลวเพลิงนี้มีอุณหภูมิระดับกระแสธารดาราแฝงอยู่
นี่คือเปลวเพลิงผสานระดับดาราของแท้แน่นอน
ทันใดนั้นลมก็พัดมา คราวนี้ในสายลมมีแสงดาราปะปนอยู่ด้วย
นี่คือเวทก้าววายุระดับดารา
มินามองดูสีหน้าที่เรียบเฉยของพี่สาวชุดม่วง ดูเหมือนเธอยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
กะแล้วเชียว มาตรฐานของพี่สาวชุดม่วงนี่สูงจริงๆ
เขาจึงงัดเทคนิคแรงกดดันเวทที่เพิ่งเรียนรู้ออกมาใช้ แล้วปลดปล่อยแรงกดดันระดับตำนานข่มขู่พี่สาวชุดม่วงทันที
คราวนี้พี่สาวชุดม่วงถึงกับนั่งไม่ติด
ไม่เจอกันแค่กี่วัน ทำไมมินาถึงพัฒนามาได้ขนาดนี้?
เธอสูดหายใจลึก แล้วมองมินาด้วยสายตาจริงจัง
"บอกมาซิ ตอนนี้ยังมีสกิลไหนที่ยังไม่ถึงระดับดาราบ้าง"
"ถึงระดับดาราหมดแล้วครับ"
มินาตอบตรงๆ ไม่มีปิดบัง
"หินพันธสัญญาระดับดาราสองก้อนแล้วเหรอ?" เห็นมินาพยักหน้า พี่สาวชุดม่วงก็เผยสีหน้าเข้าใจ
มิน่าล่ะ หินพันธสัญญาระดับดาราสองก้อน บวกกับวิธีการอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเติบโตได้ขนาดนี้
ถึงเธอจะคิดแบบนั้น แต่ในใจก็ยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่ออยู่ดี
เพิ่งจะผสานบอลเพลิงลูกจ้อยไปหยกๆ เผลอแป๊บเดียวก็พัฒนาบอลเพลิงผสานจนถึงระดับดาราแล้ว
เวทมนตร์ผสานมันทำระดับดารากันได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
หรือว่าพรสวรรค์ของเจ้ามินามันจะหลุดโลกไปแล้วจริงๆ
พี่สาวชุดม่วงมองสำรวจมินาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด
เธอสูดหายใจลึก เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
จู่ๆ เธอก็ยิ้มออกมา
รอยยิ้มนั้นทำเอามินารู้สึกขนลุกซู่
"มาสิ แสดงสิ่งที่เรียนรู้มาช่วงนี้ให้ดูหน่อย"
พี่สาวชุดม่วงจะสอบวัดผลการฝึกฝนเวทมนตร์แล้ว! เรื่องนี้ทำให้มินาตื่นเต้นมาก
ตั้งแต่เวทเสกอาหารไปจนถึงเวทเสกน้ำ
บอลเพลิงผสานและเวทก้าววายุ
เขาโชว์ให้ดูหมดทุกอย่าง
แถมยังเสกผลไม้สายฟ้าออกมากินโชว์อีกต่างหาก
น่าเสียดายที่ร่างกายของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ความฝันก็คือความฝันสินะ?
น่าเสียดายจัง
"ฉันพอจะเข้าใจแล้ว"
พี่สาวชุดม่วงมองมินา
ในมือของเธอมีสายลมหมุนวนอยู่
"เธออยากจะผสานลมกับสายฟ้าเข้าด้วยกัน ใช่ไหม?"
มินาพยักหน้า "ถ้าเป็นโลกข้างนอก น่าจะพอมีพลังสายฟ้าติดมาบ้างครับ"
พี่สาวชุดม่วงมองดูโลกความฝันแห่งนี้
ที่นี่ ชั้นนี้ ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอสินะ
"เวทก้าววายุถึงระดับดาราแล้วก็จริง แต่การใช้งานยังหยาบอยู่ ฉันจะสอนเทคนิคชุดหนึ่งให้ เธอตั้งใจฝึกให้ดี"
พลังเวทก่อตัวขึ้นในมือ ข้อมูลทางเวทมนตร์ชุดหนึ่งถูกพี่สาวชุดม่วงส่งตรงเข้าสู่สมองของมินา
มินาหลับตา ซึมซับข้อมูลเวทมนตร์เหล่านั้นอย่างตั้งใจ
นี่คือชุดเทคนิคการใช้เวทก้าววายุ
มินาคิดว่าถ้าจะเรียกว่าวิชาตัวเบาก็คงไม่ผิดนัก
ใช้ความพลิกแพลงของเวทก้าววายุ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
แน่นอนว่าในนี้ไม่ได้มีแค่การแปรเปลี่ยนของลม แต่ยังมีการผสานลมกับสายฟ้าด้วย
ทำให้ความเร็วของเวทก้าววายุเพิ่มขึ้น
สร้างโซ่ตรวนวายุ หรือโซ่ตรวนวายุสายฟ้า
เพื่อกักขังศัตรู
ยิ่งไปกว่านั้น มินายังมองเห็นวิธีการใช้วายุและสายฟ้าในการรบกวนมิติเพื่อขัดขวางการเคลื่อนย้ายพริบตาอีกด้วย
วินาทีนี้ ราวกับประตูบานใหญ่แห่งเวทมนตร์ถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ
บอลเพลิงก็คือบอลเพลิงลูกเดิม เขาเคยคิดว่าแค่ผสานกับเวทเสกน้ำทำขวดเพลิงจิ๋วได้ก็เก่งแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่า เขายังห่างชั้นอีกเยอะ
แค่เวทก้าววายุสกิลเดียว ยังมีการพลิกแพลงได้มากขนาดนี้
และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เป็นแค่เทคนิคเบื้องต้นเท่านั้น
ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมาก
วิถีแห่งลม แปรเปลี่ยนได้นับพันหมื่น
มินาสูดหายใจลึก แล้วก็เห็นพี่สาวชุดม่วงมองมาที่เขาพร้อมรอยยิ้มจางๆ
"เป็นไงบ้าง อ้อ ไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ ก่อนที่เธอจะถึงระดับกระแสธารดารา แค่เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงพื้นฐานพวกนี้ให้ได้ก็พอ น่าจะไม่ยากเกินไปนะ ฉันให้เวลาเท่านี้"
พี่สาวชุดม่วงชูนิ้วขึ้นมา
มินาตาโต
"สองวัน มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ"
พี่สาวชุดม่วงตาโตกลับ
มินาถอนหายใจโล่งอก
"กะแล้วเชียวว่าพี่สาวชุดม่วงคงไม่ใจร้ายขนาดนั้น สองสัปดาห์สำหรับการเริ่มต้น อืม ผมจะลองดูครับ"
พี่สาวชุดม่วงเงียบไปทันที
จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่า หน่วยเวลาที่เป็น 'ปี' ไม่ควรจะปรากฏอยู่บนเส้นทางการเติบโตของมินาเลย
พี่สาวชุดม่วงไม่ได้ปล่อยให้มินาเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด เธอสาธิตเทคนิคเวทก้าววายุทั้งหกรูปแบบให้มินาดูทีละอย่าง
พร้อมกับใช้พลังเวทชี้แนะมินาไปด้วย
ทำให้มินาพอจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคทั้งหกรูปแบบนี้บ้างไม่มากก็น้อย
ดูแล้ว ลองสัมผัสแล้ว ต่อไปก็คือการออกไปปฏิบัติจริง
น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้เนตรเหนือมนุษย์สังเกตการไหลเวียนของพลังเวทและธาตุตอนที่พี่สาวชุดม่วงร่ายเวท ไม่อย่างนั้นคงเรียนรู้ได้ในเวลาไม่กี่นาทีแน่ แต่มินาก็ยังตั้งใจดู พยายามไม่ให้พลาดรายละเอียดแม้แต่นิดเดียว
หลังจากการเรียนเวทก้าววายุ ก็เป็นช่วงถามตอบ
ตอนที่มินาอ่านบันทึกพวกนั้น เขาก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับบอลเพลิงผสานอยู่บ้าง
"นี่มันลามไปถึงความรู้ระดับกระแสธารดาราแล้วนะ แต่เธอเริ่มเรียนรู้ตอนนี้ก็ถือว่ากำลังดี"
พี่สาวชุดม่วงแทบจะตอบทุกคำถาม
ในเรื่องการสอนเวทมนตร์ มินายกให้พี่สาวชุดม่วงเป็นครูที่ดีที่สุดในใต้หล้า ไม่มีใครเทียบได้
ปัญหาที่ค้างคาใจมานาน สามารถอธิบายให้กระจ่างได้ตั้งแต่รากฐาน ทำให้มินารู้ทั้งวิธีการและเหตุผลของมัน
สุดท้าย มินาก็ถามถึงเรื่องการผสานหินพันธสัญญา ซึ่งเป็นประเด็นที่มินาให้ความสนใจมากที่สุดในการมาเจอพี่สาวชุดม่วงครั้งนี้
พี่สาวชุดม่วงยิ้มมองมินา "ถึงกับมีความคิดนี้เชียวเหรอ"
"ก็แหม ได้ลิ้มรสความหวานหอมของบอลเพลิงผสานไปแล้วนี่ครับ"
มินายิ้มตอบ
"ก็นะ เวทมนตร์ผสานมักจะทำให้คนเสพติดเสมอ" พี่สาวชุดม่วงหัวเราะ "แต่ทว่า ความยากในการผสานระหว่างเวทมนตร์แต่ละอย่างมันเอามาเทียบกันไม่ได้หรอกนะ"
"อย่างน้อยต้องมีเวทมนตร์เรียกใช้งาน ต้องมีความเปลี่ยนแปลง"
"ถ้าเป็นสกิลติดตัวทั้งหมด การจะผสานกันมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
"จริงๆ แล้วหินพันธสัญญากับหินพันธสัญญา ก็ใช่ว่าจะผสานกันไม่ได้"
"แต่เธอต้องทำให้หินพันธสัญญาทั้งสองก้อนปรับคลื่นความถี่ให้ตรงกันซะก่อน"
"แค่รักษาคุณภาพให้เท่ากันมันยังไม่พอ ต้องปรับความถี่ของมัน ให้ความถี่ตรงกัน ถึงจะผสานได้"
พี่สาวชุดม่วงมองมินา
"ดังนั้นพลังควบคุมเวทของเธอตอนนี้ สามารถควบคุมหินพันธสัญญาระดับดาราโดยตรง เพื่อเปลี่ยนแปลงมัน หรือใช้พลังเวทหล่อเลี้ยงเพื่อยกระดับคุณภาพของมันได้หรือเปล่าล่ะ?"
มินาเงียบกริบ
ยกระดับคุณภาพหินพันธสัญญา?
มินาทำไม่ได้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ในความเข้าใจของเขา ของสิ่งนี้มันอัปเกรดไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่ดูเหมือนว่า ในระดับของพี่สาวชุดม่วง มันจะเป็นคนละเรื่องกันเลย
"ใช่ไหมล่ะ โดยทั่วไปแล้วต่อให้มีพลังควบคุมเวทระดับตำนาน ก็ยากที่จะเข้าไปแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนหินพันธสัญญาได้"
มินาถอนหายใจ "งั้นก็แปลว่าไม่มีทางแล้วสินะครับ?"
"ก็ไม่เชิง"
พี่สาวชุดม่วงเงยหน้ามองมินา
"ในเมื่อเป็นการผสานเวทมนตร์ ก็ไม่จำเป็นต้องเอาหินพันธสัญญาสองก้อนมาผสานกันตรงๆ เราสามารถมีกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไปได้"
มินาได้ยินดังนั้น ตาเป็นประกายทันที
"เหมือนกับบอลเพลิงลูกจ้อยที่ผสานกับหินธาตุไฟเหรอครับ?"
"ถูกต้อง เธอสามารถใช้เวทมนตร์เรียกใช้งานสักอย่างไปผสานกับหินพันธสัญญาก่อน หินพันธสัญญาที่ผสานแล้วก็จะเหมือนกับหินธาตุไฟของเธอ สามารถอัปเกรดตามเวทมนตร์เรียกใช้งานนั้นได้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือ ความยากในการอัปเกรดเวทมนตร์ที่ผสานแล้วจะเพิ่มขึ้นมหาศาล"
มีข้อดีก็มีข้อเสีย มินาพยักหน้า นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่เหลืออยู่แล้ว
แต่จะผสานกับเวทมนตร์อะไรดีล่ะ
ตอนนี้ในมือเขามีเวทมนตร์เรียกใช้งานแค่สามอย่าง
หนึ่งคือเวทเสกอาหาร สองคือเวทเสกน้ำ และอีกหนึ่งคือเวทก้าววายุ
เวทเสกน้ำต้องรอลุ้นว่าจะทะลวงไประดับกระแสธารดาราได้ไหม ส่วนเวทก้าววายุก็เพิ่งจะถึงระดับดารา ยังจับทิศทางไม่ถูก ต้องขัดเกลาอีกเยอะ ถ้าตอนนี้จะเริ่มลองผสานกับเวทมนตร์อื่นเลย มันดูจะรีบร้อนเกินไปหน่อย
"ตัดสินใจแล้วครับ ลองใช้เวทเสกอาหารดูก่อนแล้วกัน"
พี่สาวชุดม่วง: "???"
ฉันก็แค่ยกตัวอย่าง เธอควรจะลองกับเวทก้าววายุสิ ทำไมถึงเลือกอันที่ยากที่สุดล่ะ?
แต่ก็ดี ให้มินาลองผิดลองถูกดูบ้าง ถึงตอนนั้นจะได้รู้ว่า เวทมนตร์ผสานมันยากขนาดไหน
แล้วจะได้ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนเพื่อมุ่งสู่ระดับตำนาน
ครอบครองเวทมนตร์ระดับกระแสธารดาราแบบเต็มตัวสักบท ชักนำพลังเวทให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ จนไปถึงระดับกระแสธารดารา
นี่คือการเปลี่ยนแปลงของระดับชั้น
และเป็นสิ่งที่มินาต้องเร่งทำในการฝึกฝนตอนนี้
เมื่อเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของพี่สาวชุดม่วง เขาจึงได้แต่พูดว่า
"ผมเข้าใจครับ ผมเข้าใจ จุดสำคัญยังคงอยู่ที่เวทเสกน้ำระดับกระแสธารดารา จะพยายามไปให้ถึงระดับตำนานให้เร็วที่สุดครับ"
พี่สาวชุดม่วงพอใจมากกับทัศนคติที่ถ่อมตัวของมินา
"ฉันจะสาธิตเทคนิคพื้นฐานของเวทมนตร์ผสานให้ดูรอบหนึ่งนะ"
มินาปล่อยความรู้สึกไปตามพลังเวท สัมผัสถึงรายละเอียดของหินพันธสัญญา
ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง... —— ในขณะที่มินากำลังเรียนเวทมนตร์อยู่กับพี่สาวชุดม่วง ภายในปราสาทเอิร์นส์ก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
ที่เขตเหมืองแร่ทางทิศตะวันตก จู่ๆ ก็มีคลื่นมอนสเตอร์บุกโจมตี
ผลึกแร่พลังเวทจำนวนมากสูญหาย
ถ้าเป็นแค่ความเสียหายทางทรัพย์สินก็คงไม่เร่งด่วนขนาดนี้
แต่ทว่า...
พวก 'ทอมแก่' ที่รับหน้าที่ขุดแร่ และเหล่าผู้มีพลังพิเศษที่ดูแลความปลอดภัย ต่างติดอยู่ในเหมือง
"ท่านทาวาเรสไม่ทราบชะตากรรม"
ทันทีที่มิสต์ได้ยินข่าวนี้ เขาก็นำกำลังรุดไปที่แนวหน้าทันที
ฮิสเทอเรียก็รีบจัดเตรียมที่พักให้ผู้มีพลังพิเศษที่มาส่งข่าวอย่างเร่งด่วน
ทีมมินารวมตัวกันฉุกเฉิน
ขาดก็แต่ใครบางคนที่กำลังดำดิ่งอยู่ในโลกเวทมนตร์
สาวๆ มองหน้ากัน "เหมือนจะขาดฝ่ายเสบียงไปคนนึงนะ"
เมล: "ฉันไม่ได้ให้มิจังไปปลุกเขา หมอนั่นเหมือนกำลังเข้าฌานตระหนักรู้อะไรบางอย่างอยู่"
พรสวรรค์ของตานี่มันหลุดโลกจริงๆ
"งั้นก็ไม่พาเขาไปแล้วกัน"
อันซาน่าถูไม้ถูมือ มอนสเตอร์แค่ไม่กี่ตัว จัดการได้สบายมาก
ไม่ใช่ริมฝั่งมลทินสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องให้มินาลงมือหรอก เธอพามิจังไปก็กวาดเรียบแล้ว
[จบแล้ว]