- หน้าแรก
- สกิลผมแค่ทำอาหาร แต่ไหงกลายเป็นตำนานซะงั้น
- บทที่ 251 - องค์ชายสามแห่งแดนเหมันต์ เคยเห็น [แสง] ไหม?
บทที่ 251 - องค์ชายสามแห่งแดนเหมันต์ เคยเห็น [แสง] ไหม?
บทที่ 251 - องค์ชายสามแห่งแดนเหมันต์ เคยเห็น [แสง] ไหม?
บทที่ 251 - องค์ชายสามแห่งแดนเหมันต์ เคยเห็น [แสง] ไหม?
"เกิดบ้าอะไรขึ้น?"
เมืองหลวงอาณาจักรเหมันต์
องค์ชายสี่มองดูลูกน้องที่คุกเข่ากันเกลื่อนพื้น
มึนตึ้บไปทั้งตัว
กลางวันแสกๆ เพิ่งจะได้งีบกลางวัน ก็โดนคนมาปลุก
ไม่ใช่โอนาเมียร์
แต่เป็นคนอื่น
โอนาเมียร์หายตัวไป
รามอสหายตัวไป
ว่าที่ตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดใต้บังคับบัญชาของเขา ไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดในกองกำลังปกติ เดลารอซา ก็หายตัวไปเช่นกัน
ทั้งหมด หายสาบสูญไปในโลกเหมันต์แห่งนั้น
และตามข้อมูลข่าวกรอง
ที่หายไปพร้อมกัน ยังมีก็อบลินระดับตำนานที่เรียกร้องสิ่งของหน้าเลือดตัวนั้นด้วย
ค่ายพักแรมทั้งค่ายหายวับไปกับตา
และท่านผู้นั้น ถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ
เกือบจะบุกมาฆ่าล้างบางที่อาณาจักรเหมันต์
ท่านผู้นั้นถึงกับคิดว่า ทั้งหมดนี้เป็นแผนชั่วขององค์ชายสี่
องค์ชายสี่ถึงกับเอ๋อรับประทาน
สถานการณ์เป็นไงมาไง?
แผนชั่วของเขา?
เขาจะมีแผนชั่วอะไรได้?
ไม่ใช่ว่าพวกแกอยากได้วัตถุดิบตอนกลางดึก ลิสต์รายการมาให้ ฉันก็จัดหาไปให้แล้ว แต่แกดันทำคนของฉันหายไปหมดเนี่ยนะ?
องค์ชายสี่สงบจิตสงบใจ
ทันใดนั้นก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
เป็นไปได้ไหมว่า มีมือที่สามอยู่ที่นั่น
"มีเบาะแสอะไรอีกไหม"
"เป็นการระเบิดครับ การระเบิดครั้งใหญ่ การระเบิดที่รุนแรงจนจินตนาการไม่ออกทำลายค่ายพักแรมจนราบคาบ นอกจากท่านผู้นั้นแล้ว ทั้งค่ายไม่มีก็อบลินตัวไหนรอดชีวิตเลย"
องค์ชายสี่เงียบกริบ
สายตาของเขาลึกล้ำ มองไปยังทิศทางนั้น
"เจ้าไม่คิดว่า เรื่องทั้งหมดนี้มันคล้ายกับปัญหาที่เจ้าน้องสามเจออยู่หรือไง"
คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นตัวสั่นเทา ไม่กล้าส่งเสียง
"คนของหัตถ์สีเงิน ไปโผล่ที่นั่นได้ยังไง?"
แววตาขององค์ชายสี่ดูเหมือนจะตกอยู่ในความสงสัย
เขากัดริมฝีปาก ถ้าเป็นเวลานี้ โอนาเมียร์คงจะบ่นอะไรสักอย่างสองอย่างที่ไม่สมกับเป็นหัวหน้านักฆ่าออกมาแล้ว
แต่ตอนนี้ คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าไม่มีใครกล้าสอดปากขึ้นมาในเวลานี้
ขัดจังหวะความคิดขององค์ชายสี่
ผ่านไปสิบนาทีเต็ม แววตาขององค์ชายสี่ก็สว่างวาบขึ้น
หรือว่า...
"ฟีน่าล่ะ? ท่านหญิงฟีน่าล่ะ?"
"มีข่าวว่าท่านหญิงฟีน่ากลับถึงตระกูลแล้วครับ"
มุมปากขององค์ชายสี่ยกยิ้ม
ถ้าการโจมตีเมื่อไม่กี่วันก่อน เป็นฝีมือของตระกูลพันปีตระกูลนั้น ทุกอย่างก็คุยกันง่ายแล้ว
แต่การจะมัดตัวให้ดิ้นไม่หลุด ยังต้องมีหลักฐาน
แต่ของบางอย่าง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐาน
"ติดต่อท่านผู้นั้น บอกว่าเราพบเบาะแสบางอย่างแล้ว เป็นฝีมือของตระกูลพันปีตระกูลนั้น"
เขาพูดขึ้นทันที แต่ในจังหวะที่รองแม่ทัพฝ่ายข่าวกรองบนพื้นกำลังจะลุกขึ้น เขาก็ยกมือห้าม "เดี๋ยวก่อน"
"ดึงเวลาไว้สักสองสามวัน"
เขายิ้มออกมา ถือโอกาสนี้วางแผนให้รอบคอบสักหน่อย
นี่เป็นวิกฤต แต่ก็เป็นโอกาส...
ไม่จำเป็นต้องผลักตระกูลพันปีนั้นไปเป็นศัตรูเสมอไป
ศัตรูของเขา ไม่เคยมีแค่ตระกูลพันปี
ในวันนี้ ประชาชนชาวเหมันต์ยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขท่ามกลางการก่อกวนของพวกก็อบลิน
มีเพียงระดับสูงของอาณาจักรเหมันต์เท่านั้นที่รู้ดี
ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดไหนขึ้น
องค์ชายสามที่อยู่ไกลถึงแนวหน้ายิ่งอารมณ์บูดกว่าเดิม
"กี่วันแล้ว! ห๊ะ! พวกแกบอกซิว่านี่มันกี่วันแล้ว!" องค์ชายสามมองลูกน้องที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ขว้างปาข้าวของใกล้มือจนแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี
ภายในเต็นท์บัญชาการชั่วคราว ข้าวของกระจัดกระจายเละเทะ
แต่ไม่มีใครกล้าเงยหน้า
ทุกคนต่างระมัดระวังตัว แม้แต่หายใจยังไม่กล้าทำเสียงดัง กลัวว่าจะไปสะกิดต่อมโมโห แล้วโดนองค์ชายสามลากไปเป็นอาหารก็อบลิน
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนโดนตำหนิ
ถึงจะไม่โดนจับไปเป็นอาหารก็อบลิน แต่ก็เจ็บตัวกันไปไม่น้อย
ตอนนี้ องค์ชายสามอยู่ริมขอบเหวแห่งการระเบิดอารมณ์แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะในเต็นท์ยังมีระดับตำนานนั่งอยู่ด้วยคนหนึ่ง ป่านนี้คงอาละวาดบ้านแตกไปแล้ว
เกือบจะครบอาทิตย์แล้ว
ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของฝ่ายตรงข้าม
นี่มันความอัปยศอดสูที่สุดของเขา
สามชนเผ่าใหญ่ในแนวหลังเริ่มกดดันมาแล้ว
ถ้าเขาหาตัวคนร้ายไม่ได้ แม้แต่เบาะแสสักนิดก็ไม่มี สามชนเผ่าใหญ่อาจจะเริ่มลังเล
เผลอๆ อาจจะแปรพักตร์ไปเข้ากับเจ้าสี่ก็ได้
เรื่องนี้เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาด
จนถึงขั้นที่ว่า ตอนนี้สามชนเผ่าใหญ่ได้ส่งระดับตำนานมาคอยกำกับดูแลและคุ้มกันแล้ว
และภายในอาณาเขตก็มีหน่วยค้นหาจำนวนมาก
ส่วนทางเมืองหลวงอาณาจักรเหมันต์ ทางราชวงศ์...
ราชาเฒ่าเริ่มไม่พอใจในตัวเขาแล้ว
เรื่องคราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
เขาต้องจัดการให้ได้
และที่ทำให้องค์ชายสามรู้สึกขยะแขยงยิ่งกว่าคือ
ขุมกำลังของเจ้าสี่ และชนเผ่าต่างๆ ที่โกรธแค้นเรื่องที่เจ้าห้าโดนจับเป็น ต่างก็ส่งคนออกมา
ถ้าพวกมันหาเบาะแสเจอตัดหน้าเขา... สถานการณ์จะแย่มาก
องค์ชายสามสูดหายใจลึก
ถ้าหาไม่เจอจริงๆ...
ก็คงต้องดันแนวหน้าขึ้นไป กดดันฝ่ายตรงข้ามบ้าง
ถ้าทำได้ก็จับตัวคนสำคัญของหัตถ์สีเงินมาสักหน่อย
ต่อให้ต้องแลกสิบต่อหนึ่ง ก็ต้องหาตัวการของเหตุการณ์ครั้งนั้นให้เจอ
อย่างน้อยต้องรู้ให้ได้ว่าการระเบิดระดับนั้น ตกลงเป็นฝีมือของระดับตำนานคนหนึ่ง หรือ... จอมเวทระดับหกนับร้อยคน...
ทันใดนั้น ความรู้สึกผิดปกติบางอย่างทำให้องค์ชายสามขมวดคิ้ว
ส่วนระดับตำนานข้างกายลุกขึ้นยืนแล้ว
"มีสถานการณ์"
ทั้งสองพูดขึ้นแทบจะพร้อมกัน
วินาทีนี้ ในแววตาขององค์ชายสามมีแต่ความยินดีปรีดา!
ใช่แล้ว!
ยินดีสุดขีด!
ม่านพลังปิดกั้นของพวกเขามีความเคลื่อนไหว
ถูกเจาะทะลุจากด้านในออกสู่ด้านนอก
สถานการณ์แบบนี้มีเพียงความเป็นไปได้เดียว มีคนกำลังฝ่าด่านออกไป
ไปไหน?
ก็ต้องไปหัตถ์สีเงินสิ เวลานี้คนที่ฝ่าด่านจะเป็นใครไปได้?
แน่นอนว่าต้องเป็นคนของหัตถ์สีเงิน และคนของหัตถ์สีเงินที่ซ่อนตัวอยู่ในอาณาเขต...
ไม่ต้องเดาก็รู้
ต้องเป็นตัวการของเหตุการณ์ครั้งนั้นแน่ๆ
ระดับตำนานขมวดคิ้ว
"ฝ่ายตรงข้าม อาจจะเป็นระดับตำนาน"
แม้จะเป็นนักรบ ความไวต่อพลังเวทอาจสู้จอมเวทไม่ได้
แต่เขาก็พอจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับตำนานที่อยู่ไม่ไกลนั้น
ระดับตำนาน!
"เรื่องครั้งนั้นเป็นฝีมือระดับตำนานงั้นเหรอ?"
องค์ชายสามสีหน้าเปลี่ยนไป แล้วแอบถอนหายใจโล่งอก
ถ้าเป็นระดับหก เขาอาจจะต้องรับผิดชอบบ้าง แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามเป็นระดับตำนาน ก็เกินกำลังความสามารถของเขาไปแล้ว
เรื่องบางเรื่อง แรงกดดันบางอย่างก็ลดน้อยลงไปเยอะ
แน่นอน ถ้าจับตัวระดับตำนานคนนี้ได้ ผลงานก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
"ท่านไปช่วยลงมือหน่อย"
เขาสั่งทันที
ทว่าระดับตำนานด้านหลังองค์ชายสามกลับส่ายหน้า "ข้ารับผิดชอบแค่ความปลอดภัยของท่าน"
"ชิ"
องค์ชายสามพูดไม่ออก
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงความปลอดภัยของเขาหรือเปล่า
ฝ่ายตรงข้ามจะกล้าบุกเข้ามากลางกองทัพผู้มีพลังพิเศษนับหมื่นคนเชียวเหรอ?
หรือจะบอกว่า ระดับตำนานสองคนของพวกแกหยุดระดับตำนานของฝ่ายตรงข้ามไม่อยู่
องค์ชายสามได้แต่กัดฟัน
ตอนนี้ได้แต่หวังพึ่งระดับตำนานอีกคนแล้ว
มินากับเมล มาโผล่ที่ "กำแพง" ฝั่งนี้แล้ว
เพราะเมลพาคนมาเยอะไปหน่อย การเทเลพอร์ตครั้งนี้เลยฉีกกระชากม่านพลังป้องกันของฝ่ายตรงข้ามจนเป็นรูโหว่
พลังเวทพุ่งพล่าน
เมลยิ้มมองไปทางค่ายพักแรม ตรงนั้นปฏิกิริยาตอบสนองของพวกคนเถื่อนรวดเร็วมาก
ชั่วพริบตาเดียว ก็มีเงาร่างระดับตำนานพุ่งออกมา
นั่นคือ ระดับตำนานของพวกคนเถื่อน
คราวก่อน ก็เป็นคนเถื่อนระดับตำนานคนนี้แหละที่ประจันหน้ากับท่านวัลน่าที่แนวหน้า
แต่ตอนนี้...
พลังเวทในตัวเมลพุ่งพล่าน
เธอจะไปลองเชิงเจ้าระดับตำนานคนนี้หน่อย
มินาก็ยิ้มเช่นกัน
ความจริง มาถึงขั้นนี้แล้ว เมลแค่ใช้สกิลเคลื่อนย้ายพริบตาต่อไป ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามจะไล่ตามกัดไม่ปล่อย ก็ไม่มีทางตามทันฝีเท้าของเขากับเมลแน่นอน
แต่เห็นได้ชัดว่า พวกเขาไม่ได้คิดจะหนีไปเฉยๆ
ระดับตำนานเชียวนะ
การประมือกับระดับตำนานที่เป็นมนุษย์ครั้งแรก แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ริชาร์ดนับไหม
ช่างเถอะ ให้คนตายได้พักผ่อนเถอะ
มินายกมือขึ้น โล่สามชั้นก็ครอบคลุมร่างเมล
ชั้นแรก โล่วารีดารา ตราบใดที่น้ำยาระดับดาราของเมลไม่ขาด
โล่วารีดารานี้ก็ไม่มีวันหายไป
เมลประหลาดใจนิดหน่อย รู้สึกว่าโล่วารีดาราอันนี้ดูแปลกไป ดูเหมือนจะ... ใหญ่กว่าเดิมนิดหน่อย อุ่นใจกว่าเดิม
เป็นเพราะการทะลวงระดับเมื่อกี้เหรอ?
หรือว่าน้ำยาระดับดาราของเจ้าเด็กนี่ พัฒนาขึ้นอีกแล้ว?
เหลือเชื่อ
ส่วนโล่ชั้นที่สองคือ โล่เสริมแกร่งเหมันต์
โล่ชั้นที่สามคือ โล่ต้านทานเหมันต์
เหตุผลง่ายมาก ฝ่ายตรงข้ามเป็นนักรบเหมันต์
ในพลังเวท ในสกิล ย่อมมีเจตจำนงแห่งเหมันต์แฝงอยู่
เมื่อมีโล่สองชั้นนี้ เมลไม่ว่าจะรุกหรือรับ ก็จะคล่องตัวขึ้นมาก
อะไรนะ จะถามว่าทำไมถึงเป็นโล่สามชั้น?
ก็แหวนนิ้วก้อยของมินาเป็นระดับดาราแล้วไงล่ะ
โล่เล็กสี่วง ถึงระดับดาราแล้ว
การผสานเวทเสกน้ำระดับดารากับโล่เล็กระดับดารา การผสานเวทมนตร์ระดับดาราคู่ เข้าใจความขลังไหมครับ
ส่วนการเติมน้ำยา แน่นอนว่าต้องเป็นน้ำยาพื้นฐานเหมันต์
นี่คือน้ำยาที่มินาวิจัยร่วมกับเมลก่อนจะไปตบก็อบลินระดับตำนาน
ผลผลิตจากการรวมน้ำยาพื้นฐานของเมลเข้ากับน้ำยาเหมันต์ระดับห้าดาว
ถึงจะเป็นการจับมายำรวมกันแบบฝืนๆ แต่ก็ดีกว่าไม่มี
เมลในตอนนี้ รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับค้นพบความรู้สึกตอนที่ใช้หอกเดียวสังหารก็อบลินระดับตำนาน
แต่ตอนนี้ คนเถื่อนระดับตำนานตรงหน้า อาจจะรับมือยากกว่าก็อบลินระดับตำนานตัวนั้นสักหน่อย
งั้นก็ ยื้อเวลาไปก่อนแล้วกัน
ทันใดนั้นเจตจำนงแห่งเหมันต์ก็แผ่ซ่านออกมา เมลยิ้มให้มินา
"ระวังตัวด้วย"
วินาทีนี้ทั้งสองพูดพร้อมกันแล้วก็ยิ้มให้กัน
ไม่ต้องมีคำพูดมากมาย ข่าวสารถูกส่งกลับไปที่หัตถ์สีเงินแนวหลังแล้ว ก่อนที่ท่านวัลน่าจะมาถึง คือเวลาโชว์ของพวกเขา
"ไปละนะ"
เมลวูบกายหายไปทันที วินาทีต่อมาไปโผล่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร จากนั้นเจตจำนงแห่งเหมันต์อันสะเทือนเลือนลั่นสองสายก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้า
มินาลอยตัวขึ้นฟ้า มองดูสนามรบฝั่งนั้น มุมปากยกยิ้ม
ฝ่ายตรงข้าม... น่าจะยังมีระดับตำนานอีกคนไม่ออกมา ดูท่าจะมั่นใจในตัวคนเถื่อนระดับตำนานคนนี้มากสินะ
แต่ว่า ไม่ออกมาใช่ไหม
มินายิ้ม
หิ้วจิ้งจอกอัญมณีสองตัวด้วยสองมือ แล้วโยนออกไป
"จิ๊ดเน่อ จิ๊ดเน่อ~"
"จี๊ด จี๊ด จี๊ด~"
มิจังและจีจี้สองตัวน้อย ภายใต้การคุ้มครองของโล่ท่องวายุ แทบไม่รู้สึกถึงแรงต้านลม พริบตาเดียวก็ทะลุผ่านม่านพลังป้องกัน พุ่งชนเข้าไปในค่ายพักแรมด้วยความเร็วสูง
พลังเวทของจิ้งจอกอัญมณีทั้งสองระเบิดออกกะทันหัน
สกิลทุกอย่าง ถูกสาดออกไปเหมือนพลังเวทไม่ต้องใช้เงินซื้อ
ในบรรดานั้น มิจังสาดเยอะที่สุด
โดยพื้นฐาน เพราะมีหินพันธสัญญาระดับดารา ทำให้มีโล่วารีดารามากกว่าจีจี้หนึ่งอัน
การปล่อยสกิล ยิ่งไม่ต้องเกรงใจใคร
เทพลังเวททั้งหมดออกไปตูมเดียว แล้วเผ่นแน่บ
ความเร็วของจิ้งจอกอัญมณีทั้งสองเร็แค่ไหนน่ะเหรอ
เปิดพลังอัญมณี เปิดก้าวพริบตา
ต่างก็เป็นระดับหกขั้นสูงสุด แถมยังมีย่างก้าวเงาอีก
ใครจะไปตามทัน
หลังจากฆ่าไปเป็นร้อยศพ ก็หนีลอยนวล
ว่าที่ตำนานที่นั่งบัญชาการอยู่ฝั่งตรงข้ามโกรธจนควันออกหู
แต่ไม่นาน
จิ้งจอกอัญมณีทั้งสอง ก็ร่วงลงมาจากฟ้าอีกครั้ง ครั้งนี้ดาเมจสกิลหนักกว่าเดิม
แต่พวกจอมเวทที่เตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็ไม่ใช่หมูในอวย
น้ำแข็งปกคลุมท้องฟ้า กรงขังน้ำแข็งขนาดมหึมา ครอบคลุมจิ้งจอกอัญมณีทั้งสองไว้อย่างแน่นหนา
อย่าว่าแต่จิ้งจอกอัญมณีตัวน้อยสองตัวเลย ต่อให้เป็นว่าที่ตำนานที่เก่งที่สุดของอาณาจักรเหมันต์มาเอง ก็ต้องถูกขังอยู่ที่นี่ ถ้าไม่มีพลังระดับตำนาน อย่าหวังจะหนีรอดกรงขังน้ำแข็งที่เกิดจากการรวมพลังของจอมเวทเหมันต์นับร้อยคนนี้ไปได้
มิจังกับจีจี้มองหน้ากัน
ข้างนอกมีว่าที่ตำนานสามคนยืนอยู่ นักรบจำนวนมากกำลังตีวงล้อมเข้ามา
ดูเหมือนเตรียมจะรุมจับพวกเธอทั้งสอง
แต่ สองตัวน้อยไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด
เพราะ...
กรงขังใหญ่ขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวว่าใครบางคนจะปาไม่โดน
มินาที่อยู่บนท้องฟ้า ฉีกยิ้มกว้าง
ในมือของเขา มีลูกไฟอยู่ลูกหนึ่ง
บอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์
มีแค่ลูกเดียว แต่ลูกนี้ ใหญ่กว่าตัวมินาไปแล้วรอบหนึ่ง
ไม่รู้ว่ายัดลูกไฟเข้าไปข้างในกี่ลูก เอาเป็นว่าพลังเวทของมินาเกลี้ยงหลอด
คิดจะใช้กรงขังเล็กๆ นั่น ขังมิจังงั้นเหรอ?
ยังอ่อนหัดอยู่นะ
เจอนี่หน่อย บอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์
วินาทีนี้ คูเลยาปลดม่านเงาอำพรางออก
คลื่นพลังเวทมหาศาลของบอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์ ทำให้จอมเวทในค่ายตื่นตัวทันที
พวกเขามองเห็นลูกไฟยักษ์บนท้องฟ้าที่กำลังร่วงหล่นลงมาด้วยความตกตะลึง
จอมเวทที่ฝึกมาดีส่งสัญญาณเตือนภัยทางพลังเวททันที
จอมเวทเหมันต์นับร้อยคนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ ร่ายเกราะเวทมนตร์
ทว่า
จอมเวทสายป้องกันระดับสี่ ระดับห้า หรือสูงสุดแค่ระดับหกขั้นสูงสุดเหล่านี้ เวลาเจอการโจมตีของว่าที่ตำนานอาจจะป้องกันได้ง่ายๆ แต่เมื่อเจอกับบอลเพลิงลูกจ้อยขนาดยักษ์ของมินา เกราะเวทมนตร์แทบจะพังทลายในพริบตา
จอมเวททุกคนตัวสั่นโอนเอนเจียนอยู่เจียนไป
แต่วินาทีถัดมา พวกเขาใช้พลังเวทที่เหลือรวบรวมสร้างม่านพลังป้องกันชั้นที่สอง กางกั้นอยู่เหนือกรงขังน้ำแข็งขนาดยักษ์นั้น
นี่คือการป้องกันที่แข็งแกร่งกว่า
เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของกองพลจอมเวทป้องกันที่หนึ่ง
บอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์ที่เหลือ สุดท้ายก็ยังไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดพลังระดับว่าที่ตำนาน
ม่านพลังป้องกันชั้นที่สอง รับไว้ได้
บอลเพลิงลูกจ้อยสลายไป กลายเป็นดอกไม้ไฟกลางอากาศ
ว่าที่ตำนานผู้บัญชาการเห็นภาพนี้ก็ยิ้มจางๆ
ส่วนองค์ชายสาม ถึงกับหัวเราะออกมา
จอมเวทไฟ แค่ว่าที่ตำนานสินะ
ตอนนี้เขาเก็บรอยยิ้มที่มุมปากไว้ไม่อยู่แล้ว
ตอนนี้ยืนยันได้เกือบชัวร์แล้ว
เหตุการณ์คราวก่อน เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นฝีมือของจอมเวทไฟคนนี้ร่วมมือกับระดับตำนานข้างนอกนั่น
ไม่รู้ใช้วิธีอะไร จุดระเบิดวัตถุระเบิดที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ได้ยินว่าราชวงศ์อันซู มีของเหลวพลังงานอาร์เคนเสถียรที่ล้ำค่ามาก
ไม่แน่ว่าอาจจะใช้ไอ้นั่นช่วย
และตอนนี้ ระดับตำนานข้างนอกกำลังเผชิญหน้ากันอยู่
งั้นจอมเวทคนนี้
องค์ชายสามเดินออกจากเต็นท์ มองมินาที่อยู่บนท้องฟ้า
เขาชี้มือไป "จับมันมา"
สิ้นเสียงคำสั่ง
จอมเวทลมจำนวนมากก็โบกคทา จากนั้นนักรบจำนวนมหาศาลก็ลอยตัวขึ้นพุ่งเข้าหามินา
และเวทมนตร์จำนวนมาก ก็ถูกสาดออกไป
มุมปากของมินายกยิ้ม
ที่ต้องการ ก็คือแบบนี้แหละ
วินาทีถัดมา
ในมือของเขา ปรากฏน้ำยาปลุกพลังขึ้นมาขวดหนึ่ง บอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์จุดไฟให้น้ำยาปลุกพลังนั้น
ขวดเพลิงจิ๋วรุ่นยักษ์
การผสานเวทมนตร์สามชนิด
มุมปากของมินายกยิ้ม
ลองดูซิว่าจะแรงแค่ไหน
เขาโยนมันลงไปส่งๆ
วินาทีถัดมา
เงาของคูเลยาครอบคลุมมินา ดึงมินาเข้าสู่โลกแห่งเงา
การโจมตีทางเวทมนตร์จำนวนมาก พลาดเป้าไปที่ความว่างเปล่า
ส่วนมินาหายตัวไปนานแล้ว
ว่าที่ตำนานหลายคนขมวดคิ้ว มองทิศทางที่มินาหายตัวไปด้วยความสงสัย
เกิดอะไรขึ้น?
เงาเมื่อกี้ ให้ความรู้สึกไม่ดีเอามากๆ
แถมขวดเล็กๆ ที่มีไฟลุกไหม้นั่น ขวดเล็กๆ ที่จอมเวทไฟคนนั้นโยนลงมา คืออะไร...
"ยิงมันให้ร่วง"
องค์ชายสามตะโกน
"ฟิ้ว!"
ง้างธนู ลูกศรพุ่งออกไป
แสงเย็นยะเยือกสายหนึ่งพาดผ่าน เจาะทะลุขวดเพลิงจิ๋วนั้นเต็มๆ
ตูม!
การระเบิดกึกก้องกัมปนาท ทำเอาผู้มีพลังพิเศษทั่วทั้งค่ายหิมะอ้าปากค้าง
ระยะห่างตั้งร้อยเมตร ยังมีคลื่นกระแทกรุนแรงขนาดนี้
ถ้ามันระเบิดกลางค่าย คงมีคนตายไม่น้อยแน่
อานุภาพการโจมตีระดับนี้ น่ากลัวยิ่งกว่าการโจมตีเต็มกำลังของว่าที่ตำนานเสียอีก!
และนี่ ก็เป็นแค่การโจมตีส่งๆ ของฝ่ายตรงข้าม
จอมเวทไฟคนนั้น เป็นใครกันแน่
"ไม่ชอบมาพากล"
องค์ชายสามสีหน้าไม่สู้ดี และด้านหลังของเขาไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ระดับตำนานผู้คุ้มกันส่วนตัวก็ได้เดินออกมา เขาจ้องมองจุดที่มินาเพิ่งหายตัวไป
"ไม่ชอบมาพากล"
เขาขมวดคิ้วพูด
เทคนิคการซ่อนตัวในเงาเมื่อกี้ แม้แต่เขาก็ยังสูญเสียเป้าหมายไปในชั่วพริบตา
เกิดอะไรขึ้น?
"จิ้งจอกอัญมณีล่ะ?"
ทันใดนั้น มีคนร้องอุทาน
เวลานี้ ทุกคนรีบหันไปมอง พบว่าจิ้งจอกอัญมณีในกรงขังน้ำแข็งหายตัวไปแล้ว
และที่มุมหนึ่งของกรงขังน้ำแข็ง มีรูโหว่ที่เรียบกริบอยู่รูหนึ่ง
สิ่งที่มาแทนที่ คือกระเป๋าเป้สะพายหลังสองใบที่ดูสะดุดตามาก
มีแสงไฟ กำลังลุกไหม้อยู่บนนั้น
"จิ้งจอกอัญมณีสองตัวนั้นหนีไปแล้ว!"
"เดี๋ยวนะ นั่นอะไรน่ะ?"
ทันใดนั้น มีคนร้องด้วยความตกใจ
เมื่อทุกคนมองไปที่กระเป๋าเป้นั้น แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้น
แสงสว่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่องสว่างไปทั่วทั้งค่าย
กรงขังน้ำแข็งที่สามารถต้านทานการโจมตีของว่าที่ตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเหมันต์ได้ ก็ละลายหายไปในแสงนั้นราวกับหิมะต้องแสงอาทิตย์
ว่าที่ตำนานสามคนที่อยู่ข้างๆ ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกละลายหายไปเช่นกัน
องค์ชายสามเบิกตากว้าง
แสงสว่างหยุดค้างความตื่นตระหนกไว้บนใบหน้าของเขา
แต่โชคดี ที่ระดับตำนานผู้คุ้มกันดึงเขาไว้ แล้วพาหนีออกไป
ในรัศมีร้อยเมตร ทุกอย่างละลายหายไปสิ้น
มิจังตะกายลุกขึ้นวิ่งเข้าหามินา
"จิ๊ด จิ๊ด จิ๊ด จิ๊ด!"
เมื่อกี้เกือบทำไฟไหม้หางหนูแล้วนะ!
มินาก็ยิ้ม กอดมิจังไว้ข้างหนึ่ง ปล่อยให้เธอตะกุยกัดที่เกราะไหล่ของเขา
ส่วนเขามองไปทางค่ายพักแรม
ค่ายใหญ่มาก การโจมตีเมื่อกี้อย่างมากก็ครอบคลุมแค่คนประมาณหมื่นคน
ยังไม่พอ
ถ้าไม่ใช่เพราะอยากเหลือคนรอดชีวิตไว้บ้าง เขาคงทำไซส์ยักษ์โยนลงไปแล้ว
มินาถอนหายใจ ตอนนี้น้ำยาปลุกพลังผสมกับบอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์ของเขา รัศมีแคบลง แต่ความแรงเพิ่มขึ้นมหาศาล
แค่กระเป๋าเป้ใบเดียว ก็ระเบิดได้แรงเกือบเท่าแสงแห่งโบราณสถานตอนนั้นแล้ว
"ตรงนั้น"
คูเลยาชี้มือ นำสายตามินาไปที่ทิศทางนั้น
ในที่สุด มินาที่ครองเวหาอยู่ ก็มองเห็นองค์ชายสามที่สภาพดูไม่ได้กับระดับตำนานคนนั้นบนพื้น
มุมปากของมินายกยิ้ม
ตอนนั้น พวกแกสินะที่พาคนมารังแกพี่น้องหัตถ์สีเงินของฉันที่แนวหน้า
พูดจบ มินาก็หยิบกระเป๋าเป้ออกมาอีกสามใบ
บอลเพลิงลูกจ้อยรุ่นยักษ์จุดไฟกระเป๋าเป้ทันที พร้อมกับร่ายโล่บอลเพลิงสามชั้น โล่ท่องวายุก็ร่ายใส่เข้าไป
แถมด้วยโล่เสริมแกร่งเปลวเพลิงเพื่อเพิ่มสีสัน
จากนั้น
มินาก็โยนมันออกไป ขว้างใส่เป้าหมายองค์ชายสามด้านล่าง
บอลเพลิงลูกจ้อยเมื่อกี้ มินาแค่โยนส่งๆ ให้ตกอิสระ ความเร็วไม่ได้มาก เป็นแค่ตัวล่อเฉยๆ
เครื่องมือเล็กๆ ที่ใช้ล่อองค์ชายสามออกมา
ตอนนี้ ในเมื่อรู้ตำแหน่งของบิ๊กบอสฝ่ายตรงข้ามแล้ว ก็ไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว
พละกำลังทั้งหมดระเบิดออกด้วยไทจูสึหัตถ์สีเงิน
กระเป๋าเป้สามใบนั้น ราวกับลูกปืนใหญ่สามลูก
พุ่งลงไปตูมเดียว
องค์ชายสามเบิกตากว้าง ความเร็วระดับนั้นต่อให้เป็นเขาก็ตอบสนองไม่ทัน
แต่ระดับตำนานข้างกายตอบสนองทัน
ลากองค์ชายสาม วิ่งหนี
หลบลูกแรก ระเบิดตายไปแถบหนึ่ง
หลบลูกสอง ระเบิดตายไปสองแถบ
มาถึงลูกที่สาม
หลบไม่พ้นแล้ว ระดับตำนานคนนี้กัดฟัน พุ่งสวนขึ้นไป
ชั่วพริบตามีดาบออกจากฝัก ประกายดาบวาบผ่าน ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระเป๋าเป้จะระเบิด ฟันมันขาดเป็นสามท่อน น้ำยาปลุกพลังจำนวนมากกำลังจะไหลออกมา เปลวไฟของขวดเพลิงจิ๋วดูเหมือนจะถูกเขาฟันจนดับไป
ถอนหายใจโล่งอก
วินาทีที่นักรบระดับตำนานเงยหน้าขึ้น หน้าซีดเผือด
เพราะ หลังกระเป๋าเป้ใบที่สาม ยังมีใบที่สี่ ที่ห้า ที่หก
การโจมตีระดับนั้น ราวกับเป็นบอลเพลิงลูกจ้อยธรรมดาที่ร่ายแบบไร้ร่าย
เปลวไฟระเบิดกลางอากาศ กลืนกินระดับตำนานเข้าไป
องค์ชายสามเบิกตากว้าง
วินาทีนี้ เขาถูกครอบงำด้วยอารมณ์ที่เรียกว่าความกลัวโดยสมบูรณ์
บางทีตั้งแต่เริ่ม ก็ผิดมาตลอด
คนที่มาก่อเรื่อง อาจจะไม่เคยมีแค่ระดับตำนานคนเดียว
แต่เป็น สองคน
จอมเวทไฟคนนี้ ก็เป็นระดับตำนานด้วย?!
แสงสว่างสามสายกลืนกินระดับตำนานผู้คุ้มกันของเขา
คลื่นพลังเวทอันน่าสะพรึงกลัวเพียงแค่แผ่มาถึงตรงนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนร่างจะละลาย
ตายแล้ว?
ระดับตำนานผู้คุ้มกันของเขาตายแล้วเหรอ?
เป็นไปไม่ได้!
แต่ไม่นาน องค์ชายสามก็ไม่มีเวลาไปห่วงคนอื่นแล้ว
เพราะ
ไม่ไกลจากเขา
ร่างร่างหนึ่ง เดินออกมาจากเงา
บนร่างของเขา มีเปลวไฟลุกไหม้ มีสายน้ำหมุนวน
มีสายลมพัดผ่าน
เขายังหนุ่มแน่นขนาดนั้น
เขายื่นมือออกมา ราวกับกำลังเชิญชวน
"มาสิ"
เขาพูด
"ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ไม่ไม่..."
องค์ชายสามถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว หันหลังเตรียมวิ่งหนี
ตอนนี้ทั้งค่ายทหารโกลาหลไปหมด
การระเบิดเมื่อครู่ทำให้ผู้มีพลังพิเศษทุกคนหมดทางต่อต้าน
นั่นคือการโจมตีระดับตำนาน กะทันหันแบบนี้จะกันยังไง กันไม่อยู่หรอก
จอมเวทระดับหัวหน้าหายตัวไปหมดแล้ว
อาจจะตาย อาจจะถูกลอบสังหาร หรืออาจจะถูกละลายไปแล้ว
จอมเวทป้องกันที่เหลือก็กระจัดกระจายไม่เป็นขบวน
ไม่เคยเห็นการโจมตีที่หลุดโลกขนาดนี้มาก่อน
หัตถ์สีเงินฝ่ายตรงข้าม ส่งระดับตำนานคนไหนมากันแน่!
องค์ชายสามมองคนตรงหน้า ไม่มีความคิดจะสู้เลยสักนิด หันหลังวิ่งหนี
แต่ หนีไม่พ้น
"จิ๊ดเน่อ~"
ผัวะ!
หางฟาดลงมาหนึ่งที เป็นหางมังกรเงา ฟาดเข้าที่หัวขององค์ชายสามเต็มๆ
ทีนี้หนักหน่วงรุนแรง
องค์ชายสามตาเหลือก โลกหมุนคว้าง
เขา...
ไม่มีโอกาสขัดขืนใดๆ
เมล็ดพันธุ์จำนวนมากถูกเร่งโต มัดเขาจนแน่นหนา
โซ่ตรวนเหมันต์และพลังแห่งเงาตรึงองค์ชายสามไว้
"จิ๊ดเน่อ~"
รับไป~
มิจังสะบัดหาง
คูเลยาตบก้นสาวนักฆ่าที่อยู่ข้างๆ ทีหนึ่ง
สาวนักฆ่าสะดุ้ง ยื่นมือไปรับองค์ชายสามที่ถูกโยนมาตามสัญชาตญาณ
"นี่ใคร?"
ตอนนี้สาวนักฆ่าถูกพลังแห่งเงาปิดตาปิดหูไว้หมด ไม่รู้เลยว่าในมือคือใคร
แต่ไม่มีใครตอบ หรืออาจจะมีคนพูดอะไรบางอย่าง แต่พลังแห่งเงาลบเสียงทั้งหมดไป
เธออยากมีชีวิตรอด ก็ได้แต่ประคองวัตถุในมือไว้อย่างเชื่อฟัง พลังแห่งเงาเข้าปกคลุมสาวนักฆ่า
หางของจิ้งจอกอัญมณีตัวหนึ่งพันรอบตัวเธอ พาเธอหายวับไปในความมืด
"ไปกันเถอะ"
มินามองไปทางเมล
ไปช่วยพี่เมล
เงาปกคลุมมินา โล่วายุแผ่วเบาครอบคลุมทุกคน
ทีมมินา หายตัวไปไร้ร่องรอย
และในวินาทีนั้นเอง
บนท้องฟ้า ในที่สุดคลื่นลมอันน่าสะพรึงกลัวก็ม้วนตัวขึ้น
ระดับตำนานในที่สุดก็พุ่งออกมาได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเปิดใช้งานอุปกรณ์ระดับตำนาน เมื่อกี้คงเละไปแล้ว
แต่วินาทีถัดมาเขาก็คำรามลั่น
เพียงไม่กี่วินาที ทำไม องค์ชายสามถึงหายตัวไปแล้ว!
บัดซบ!
ตรงนั้น มีเพียงประติมากรรมน้ำแข็งชิ้นหนึ่ง พลังแห่งเงาค่อนข้างเข้มข้น
"ขอแค่จับหางเงานั้นได้ ก็จะตามพวกมันทัน!"
นักรบระดับตำนานพุ่งดิ่งลงไป
วินาทีนี้ เขาเปิดโหมดคลุ้มคลั่งและโทสะโลหิตเต็มพิกัด
สติสัมปชัญญะเลือนหาย เหลือเพียงความโกรธและพละกำลัง
เป้าหมายของเขา คือฆ่าจอมเวทคนนั้น ฆ่านักฆ่าคนนั้น!
เขาจะ...
วินาทีนี้ จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างออกไป
หันกลับไปมอง ด้านหลังประติมากรรมน้ำแข็งนั้น มีกระเป๋าเป้โผล่ออกมาสองสามใบ
ต่อให้เขาเปิดโหมดคลุ้มคลั่งแล้ว ก็ยังหนังหัวชาหนึบ
ดีดตัวถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง
แต่แสงสว่างในวินาทีถัดมา ก็ครอบคลุมระดับตำนานท่านนี้
มินาที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรหันกลับมามอง
แสงแห่งโบราณสถานสินะ
หลังจากได้สัมผัสระดับตำนาน ถึงรู้ว่าการระเบิดระดับนั้น ตราบใดที่ระดับตำนานมีการเตรียมตัว ก็ระเบิดไม่ตายหรอก
ที่ระเบิดตายได้ ก็มีแค่ระดับริชาร์ดนั่นแหละ
แต่ ถึงไม่ตายก็ต้องลอกคราบ
คลื่นลมอันน่าสะพรึงกลัวทำให้มินาที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรยังรู้สึกถึงแรงกดดัน
แต่ยิ่งกดดัน มินายิ่งตื่นเต้น
ตอนนี้ เริ่มศึกมาสิบนาทีแล้ว
กว่าวัลน่าระดับตำนานจะมาถึง น่าจะอีกประมาณห้าสิบนาที
มินาไม่มีความคิดจะกลับไปซ้ำเติมระดับตำนานคนนั้นเลย
ความลึกซึ้งของระดับตำนาน เขาไม่อยากไปหยั่งรู้
ไปช่วยพี่เมลเป็นซัพพอร์ตเงียบๆ ไม่ดีกว่าเหรอ
ได้ยินเสียงเวทมนตร์คำรามและแผ่นดินสั่นสะเทือนมาแต่ไกล
คูเลยานำทีมซ่อนตัวในเงา มีเพียงมินาที่บินสูงขึ้นไป
[จบแล้ว]