เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 - เรียกพวก

บทที่ 131 - เรียกพวก

บทที่ 131 - เรียกพวก


บทที่ 131 - เรียกพวก

บทละครฉากนี้ผิดจากที่อันเธอร์คาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิง

ค่ายทหารแอมน์ส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา ผู้มีอาชีพเป็นเพียงส่วนน้อย มีไว้เพื่อต่อกรกับกองทัพมนุษย์เป็นหลัก โดยทั่วไปจะไม่มีอาวุธสำหรับจัดการสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กลางอากาศ

หน้าไม้ใหญ่อาจจะมี แต่มุมเงยมีจำกัด ยากที่จะคุกคามมังกรดำที่เกือบจะโตเต็มวัยได้

นอกจากความอัปยศแห่งเผ่าพันธุ์มังกรแล้ว มังกรเผ่าอื่นๆ ล้วนเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งกว่ากัน พวกมันโอหังแต่ไม่โง่แน่นอน

ตามทฤษฎีแล้ว มังกรดำลอบโจมตีค่ายทหารยามวิกาลเพื่อชิงสมบัติคืน ชาวแอมน์น่าจะเสียหายหนักสิ

'เว้นเสียแต่ว่า... พวกเขาตรวจสอบสมบัติที่ร่วงหล่นมาจากฟ้าพวกนั้นแล้ว และเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้า' อันเธอร์รู้สึกว่าการคาดเดาของเขาน่าจะถูกแปดเก้าส่วน

ยังไงซะ ฝนตก หิมะตก ลูกเห็บตก ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีเงินตกจากฟ้า คนโง่ยังรู้เลยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล

สันดานมนุษย์นั้นโลภมาก เรื่องแอบซุกเงินย่อมเลี่ยงไม่ได้ แต่กองทัพก็คือกองทัพ ภายใต้กฎเหล็ก การควบคุมย่อมง่ายกว่าชาวบ้านร้านตลาด

การตรวจพบคำสาปคลังสมบัติมังกรเป็นเพียงก้าวแรก การใช่มันวางกับดักต่างหากคือหัวใจสำคัญ

'แอมน์มียอดคนแฮะ แต่พวกเขาจะมั่นใจได้ยังไงว่ามังกรจะมาแน่'

ในฐานะผู้ถือครองกระเป๋าหนังมังกร อันเธอร์เองยังไม่รู้เลยว่าสมบัติมาจากคลังมังกรเผ่าไหน มังกรจะตามมาเจอหรือไม่

จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้เรื่องที่ชาวแอมน์ชักนำมังกรเขียวให้โจมตีดูรากเพื่อเล่นงานสโตล เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แสดงว่าชาวแอมน์มีความเข้าใจในเผ่าพันธุ์มังกรลึกซึ้งกว่าใครๆ

'จะไปดูดีไหมนะ' เขามองเข้าไปในความมืดมิดของป่าลึก ลังเลใจ

เมื่อกี้มังกรดำโฉบผ่านไปแวบเดียว ไม่รู้ระดับความแข็งแกร่งและอาการบาดเจ็บ ขืนบุ่มบ่ามเข้าไป อาจโดนมังกรดำเจ้าเล่ห์ลอบโจมตี แล้วกลายเป็นให้พวกแอมน์ชุบมือเปิบไปซะงั้น

ในความมืด แสงไฟยาวเหยียดนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

เขายกกล้องส่องทางไกลขึ้นอีกครั้ง สังเกตแสงไฟที่คดเคี้ยวในทุ่งร้างนั้นอย่างละเอียด

'คนอย่างน้อยนับพัน ต้องมียอดฝีมือระดับสูงแน่ จัดเต็มขนาดนี้... ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นเลยนี่หว่า'

ดูรากในฐานะเมืองนักผจญภัย มีประชากรแฝงค่อนข้างมาก ประชากรประจำไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน กองกำลังทหารยามรักษาระดับไว้ที่สามร้อยห้าสิบนายตลอดทั้งปี กองกำลังชาวบ้านมีนับพันแต่ยามสงบไม่เรียกระดมพล ปกติทำไร่ไถนาเป็นหลัก พลังการรบและยุทโธปกรณ์ไม่ได้เรื่อง

นี่เป็นเรื่องปกติของทวีปเฟรูน กำลังการผลิตมีจำกัด ทหารอาชีพไม่ใช่ใครก็เลี้ยงไหว มีแต่อาณาจักรแอมน์ที่เงินหนาถึงมีกำลังพลมหาศาล

แต่ค่ายทหารแอมน์อยู่ห่างจากป่าเขี้ยวสัตว์พอสมควร ม้าแตกตื่น พวกเขาคงต้องวิ่งมา

อันเธอร์คำนวณดู ชาวแอมน์วิ่งมาถึงชายป่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาสองชั่วโมง ในป่ายิ่งเดินยาก ต่อให้ระบุตำแหน่งมังกรดำได้แม่นยำ ถ้าไม่มีเวลาสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็คงหาตัวยาก

เขาหยิบนาฬิกาพกออกมา ดีดฝาเปิด เข็มสั้นเพิ่งเลยเลขสาม

'เวลามีเหลือเฟือ เรียกพวก!'

เขารีบกลับไปที่หอคอยทมิฬ ขึ้นไปชั้นสี่ โบกคาทาพิทักษ์ภัย ห้องหลายห้องสว่างวาบๆ แสงกะพริบปลุกคนหลายคนให้ตื่น

นี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของหอคอยทมิฬ แหล่งกำเนิดแสงมาจากตัวหอคอยเอง ผู้ถือตราประทับสามารถปรับความสว่างได้เอง แต่เจ้าของหอคอยมีสิทธิ์ควบคุมทั้งหมด

ซาไลยัน บลาทท์ และคนอื่นๆ วิ่งออกมาจากห้องอย่างรีบร้อน เดินตามระเบียงมายังโถงกลางที่สว่างไสว เห็นอันเธอร์ยืนตัวตรงรออยู่

"ขอโทษที่รบกวนเวลาฝันหวานของทุกคน แต่ข้างนอกเกิดเหตุไม่คาดฝัน ฉันต้องการความช่วยเหลือจากทุกคน" อันเธอร์โค้งคำนับเล็กน้อย

พวกเขาเพิ่งจะได้นอนหลับอย่างสบายใจวันแรกก็โดนเขาป่วนซะแล้ว รู้สึกผิดจริงๆ

ซาไลยันกลับดูโล่งอก "ฉันก็นึกว่าศัตรูบุกเข้ามาซะอีก เกิดอะไรขึ้น"

อันเธอร์เห็นตัวหลักๆ มาครบแล้ว ก็รีบอธิบายสถานการณ์ "มังกรดำตัวหนึ่งลอบโจมตีค่ายทหารแอมน์ ตกลงไปในป่าเขี้ยวสัตว์ ชาวแอมน์กำลังไล่ล่า..."

"มังกรดำวัยรุ่นที่บาดเจ็บ..." ทุกคนตาโต ทั้งตกใจทั้งดีใจ

"อาจจะตัวเต็มวัยแล้วก็ได้" อันเธอร์เสริม มังกรก็มีความแตกต่างเฉพาะตัว ขนาดตัวมีทั้งใหญ่ทั้งเล็ก

"ถ้ามนุษย์ต้นไม้ยอมช่วย โอกาสของเรามีสูงมาก" ซาไลยันเดินเท้าเปล่าวนไปวนมา แววตาเป็นประกายวูบวาบ

"ต้องลองดู" อันเธอร์กวาดตามองทุกคน "ฟินน์ ฉันต้องการให้นายกับเหยี่ยวสีเทาช่วยค้นหาร่องรอยมังกรดำ

บลาทท์ นายขี่นอร์นอสไปที่ปราสาทแจ็คเกอลีน แจ้งข่าวนี้ให้อิลิสรู้

คาเลโน นายกับเจ้าหางยักษ์ไปที่สมาพันธ์ พวกเขารู้จักเจ้าหางยักษ์ บอกควินตินหรือหัวหน้าทหารยามว่ากองทัพแอมน์กำลังมา ให้พวกเขารวบรวมกำลังพล เตรียมพร้อมรบ

กัปตันซาไลยัน นี่คือ [เนตรพันลี้] สามารถสังเกตการณ์ระยะไกลได้ นายช่วยฉันจับตาดูความเคลื่อนไหวของชาวแอมน์ รับหน้าที่รองผู้บัญชาการ

พวกนายรีบไปใส่เกราะ ฉันจะส่งพวกนายออกไป แล้วฉันจะไปคุยกับมนุษย์ต้นไม้"

"ไม่มีปัญหา..." หลายคนไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบกลับห้องทันที

คนอื่นเริ่มไม่พอใจ ต้นหนคอลินผลักลูกครึ่งมังกรเขียวตัวใหญ่ที่ขวางทางออก นกฮูกกูริบนไหล่ตายังปรืออยู่ "แล้วฉันล่ะ ฝีมือยิงธนูของฉันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัปตัน... สักเท่าไหร่หรอกนะ"

ฮาล์ฟลิงคอลินเป็นดรูอิดเลเวล 4 สมาคมแห่งท้องทะเล แม้ความสามารถร่ายเวทย์จะไม่ไหวแล้ว แต่แปลงร่างเป็นสัตว์ได้หลากหลาย ฝีมือยิงธนูดี เหมาะกับสภาพป่าดงดิบ

อันเธอร์คิดครู่หนึ่งจึงตอบ "งั้นนับนายด้วยอีกคน แต่นายต้องฟังคำสั่งกัปตัน ห้ามฉายเดี่ยว"

"ได้เลย" คอลินหัวเราะร่า รีบกลับไปหยิบอุปกรณ์

"ฉันด้วย ฉันด้วย..." คนส่วนใหญ่ตื่นกันหมดแล้ว พอได้ยินข่าวก็ตื่นเต้นกันใหญ่

นี่เป็นโอกาสฆ่ามังกรเชียวนะ ใครจะอยากพลาด

"ทุกคนใจเย็นๆ" อันเธอร์ยกมือห้าม "สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน ทุกคนกลับไปพักผ่อนเถอะ ถ้าจำเป็นฉันจะเรียก"

ถ้าต้องสู้กันจริง อาชีพทั่วไปคงเอาตัวไม่รอด เลเวล 4 คือขีดต่ำสุดที่เขารับได้

ฟินน์กับบลาทท์ก็แค่ทำหน้าที่สนับสนุน ไม่ได้ไปปะทะกับมังกรดำหรือพวกแอมน์ตรงๆ

"ก็ได้..." คนอื่นไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ไม่ตอแย

ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งหกคนก็กลับมาพร้อมอาวุธครบมือ

"ไป!"

อันเธอร์ส่งทั้งหกคนออกไปพร้อมกัน ส่ง [เนตรพันลี้] ให้ซาไลยัน ชี้ทิศทางคร่าวๆ ให้ฟินน์ แล้วกลับเข้าฮอลล์เรเวนอีกครั้ง

ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ เริ่มปฏิบัติการทันที

บลาทท์ขี่นอร์นอสครั้งแรก ตื่นเต้นจนไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน มือข้างหนึ่งเผลอไปลูบเกราะคออันแหลมคมของนอร์นอส เลยโดนมองค้อนใส่

ณ ฮอลล์เรเวน อันเธอร์ไปหามนุษย์ต้นไม้กู่ไถที่นอนอยู่ริมลานกว้าง

พอเขาบอกจุดประสงค์ มนุษย์ต้นไม้ก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องเปลืองน้ำลาย

สำหรับกู่ไถ อันเธอร์เคยช่วยชีวิตมันไว้ เป็นทั้งพันธมิตรและเพื่อน อีกอย่างศัตรูของพาลาดินย่อมสมควรตาย ยิ่งเป็นมังกรดำผู้ชั่วร้ายด้วยแล้ว

อันเธอร์ไม่ได้ส่งมันออกไปทันที แต่ให้มันเตรียมตัวให้พร้อม การปรากฏตัวของมันต้องเป็นจังหวะตัดสินเกมเท่านั้น

สั่งการทุกอย่างเสร็จ เขากลับขึ้นไปห้องพักชั้นบนสุดของหอคอยทมิฬ

เวลายังเหลืออีกเยอะ เขาต้องรอให้อิลิสกับพวกควินตินมาถึงก่อน ค่อยวางแผนปฏิบัติการร่วมกัน

ก่อนจะถึงตอนนั้น เขาเตรียมจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองสักหน่อย

ในเฟรูน การเลื่อนขั้นระหว่างต่อสู้เป็นแค่ตำนาน การอัปเลเวลก็เช่นกัน ตอนเลเวลต่ำการเปลี่ยนแปลงน้อยใช้เวลาสั้น แต่หลังเลเวล 5 ทุกครั้งที่อัปเลเวลต้องใช้เวลา นานหลายนาทีไปจนถึงหลายสิบนาที วันข้างหน้าอาจนานกว่านี้

ดังนั้นต่อให้เขาได้รับค่าประสบการณ์เพียงพอระหว่างต่อสู้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะอัปเลเวลทันทีตรงนั้น

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น สู้เพิ่มเลเวลพาลาดินก่อนดีกว่า ได้คุณสมบัติอาชีพย่อยที่แข็งแกร่ง เพิ่มพลังต่อสู้ในทันที แผนเดิมเขาจะเก็บค่าประสบการณ์ไว้อัปเลเวล 7 แต่แผนการไม่ทันการเปลี่ยนแปลง

จิตสำนึกของเขาดำดิ่งเข้าสู่ห้วงความคิด เรียกหน้าต่างตัวละคร กดที่ช่องพาลาดิน

[ต้องการเพิ่มเลเวลหรือไม่]

"ตกลง"

ค่าประสบการณ์ในคลังไหลออกไปราวกับสายน้ำ

[เลเวลอัป: พาลาดินเลเวล 3]

[ท่านได้รับคุณสมบัติอาชีพใหม่: [ชักนำพลังเทพ] ท่านสามารถเรียนเวทมนตร์สายพลังงานได้หนึ่งบท]

[ท่านได้รับคุณสมบัติอาชีพย่อย: [ทัณฑ์ธาตุ] [เวทมนตร์ภูตยักษ์] [ประกายแสงภูตยักษ์]]

[ชักนำพลังเทพ]: ท่านได้รับความสามารถในการชักนำพลังงานศักดิ์สิทธิ์จากมิตินอกโดยตรง และสามารถใช้พลังงานเหล่านี้สร้างผลทางเวทมนตร์ได้ วันละสองครั้ง ฟื้นฟูหนึ่งครั้งหลังการพักระยะสั้น

ผลของชักนำพลังเทพที่ครอบครองในปัจจุบัน: สัมผัสศักดิ์สิทธิ์

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์: ขยายจิตสำนึกของตนด้วยพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ตรวจจับตำแหน่งและประเภทของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ชาวสวรรค์ ปีศาจ และอันเดด รวมถึงสถานที่หรือวัตถุใดๆ ที่ได้รับพรหรือถูกลบหลู่จากเวทมนตร์ประเภทพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

ระยะเวลาพื้นฐาน 10 นาที ระยะพื้นฐาน 60 ฟุต (18 เมตร)

[ทัณฑ์ธาตุ]: ท่านเคารพในอำนาจแห่งมิติธาตุ และได้รับการตอบรับจากพลังธาตุเช่นกัน

หลังใช้ทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถใช้สิทธิ์ชักนำพลังเทพหนึ่งครั้งเพื่อกระตุ้นผลของธาตุชนิดหนึ่งได้ทันที

[เวทมนตร์ภูตยักษ์]: เมื่อระดับเลเวลเพิ่มขึ้น ท่านจะเชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุมากขึ้น

เวทมนตร์ปัจจุบัน: ศาสตร์จตุรธาตุ ทัณฑ์เปลวเพลิง ทัณฑ์สายฟ้า ท่านได้เตรียมเวทมนตร์เหล่านี้ไว้ตลอดเวลา สามารถร่ายได้ทุกเมื่อ

[ประกายแสงภูตยักษ์]: อำนาจแห่งธาตุที่ทั้งงดงามและมีพลังทำลายล้างห้อมล้อมท่าน ก่อเกิดเป็นประกายแสงธาตุอันทรงพลัง

การข่มขู่ +1

หากท่านไม่สวมเกราะกลางหรือเกราะหนัก ระดับเกราะจะเพิ่มขึ้น โดยได้รับโบนัสเท่ากับค่าปรับเสน่ห์ อย่างน้อย +1

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 131 - เรียกพวก

คัดลอกลิงก์แล้ว