- หน้าแรก
- เมื่อโครงข่ายเวทย์ล่มสลาย มีแค่ผมคนเดียวที่ร่ายเวทย์ได้
- บทที่ 91 - ลูกครึ่งมังกร
บทที่ 91 - ลูกครึ่งมังกร
บทที่ 91 - ลูกครึ่งมังกร
บทที่ 91 - ลูกครึ่งมังกร
อันเธอร์นั่งยองๆ อยู่ริมเรือ คุยกับซาไลยันเสียงเบา
"ผมจะรอที่ปากทางน้ำ..." ซาไลยันจับมือเขาแน่น
"อย่ารอพวกผม มันอันตรายเกินไป ออกไปแล้วรีบหาเรือใหญ่ข้ามฝั่งไป อย่าหยุดพัก มุ่งหน้าไปเบเรกอสต์เลย" อันเธอร์กำชับเสียงเบา
เบเรกอสต์อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวกรงเล็บ ทางทิศตะวันออกของแคนเดิลคีป ลึกเข้าไปในแผ่นดิน น่าจะปลอดภัยกว่า
"รักษาชีวิตให้ดีนะ" ซาไลยันเหมือนจะรับรู้อะไรบางอย่าง ยื่นมือมากอดเขาแน่นๆ ทีหนึ่ง แล้วหยิบไม้พาย ดันเรือเล็กออกจากฝั่งสุดแรง
อันเธอร์มองส่งพวกเขาหายลับไปในความมืดของทางน้ำ แววตาซับซ้อน
สถานการณ์ไม่แน่นอน พวกเขาไม่สามารถกำหนดเส้นทางที่ชัดเจนหลังออกไปได้ การรอคอยอย่างไม่มีจุดหมายอาจนำภัยมาสู่ทั้งสองฝ่าย สู้รีบออกจากพื้นที่อันตรายในขณะที่ยังทำได้จะดีกว่า
แบบนี้ ทั้งสองฝ่ายคงยากจะได้เจอกันในระยะเวลาอันสั้น
ผ่านไปพักใหญ่ อันเธอร์กวักมือเรียก พาหางยักษ์และคนอื่นๆ กลับเข้าปราสาท
ซานเดรเดินตามหลังมาเงียบๆ ไม่พูดไม่จา
ทางเข้าทางน้ำอยู่ที่ชั้นใต้ดินของปราสาท เมื่อออกมาแล้วพวกเขาก็ไม่ได้หยุดพักที่ตัวปราสาท แต่เดินขึ้นบันไดหินตรงไปยังกำแพงเมืองด้านหน้า
เซอร์คาสซาโนว่าและหน่วยองครักษ์ของเขาอยู่ที่นั่นกันครบ
"พวกมันมาอีกแล้ว" ทิมชี้ไปที่ความมืดเบื้องหน้า "คราวนี้อาจจะมีตัวเป้งมาด้วย"
"อืม" อันเธอร์มองลงไปข้างล่าง
โคโบลด์กลับมาแล้ว ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ดวงตาเรืองแสงวูบวาบยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ดูน่าขนลุกจริงๆ
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ไม่พบความเคลื่อนไหวของไวเวิร์น ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
ความเร็วของไวเวิร์นเร็วกว่านอร์นอส ถือเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับเขา สู้ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ถ้าหนีไม่พ้นนี่เรื่องใหญ่แน่
"ประหยัดสล็อตเวทย์ไว้ก่อน ยกแรกให้พวกเรารับมือเอง" ทิมกำชับเบาๆ พยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยน กลัวว่าเด็กหนุ่มจะไม่ฟัง
"ครับ" อันเธอร์ยิ้มรับ ไม่พูดอะไรมาก
เขาลองกะระยะดูคร่าวๆ จากกำแพงเมืองถึงหัวสะพานฝั่งตรงข้ามประมาณหกเจ็ดสิบเมตร ส่วนระยะยิงลูกไฟของเขาเกินเก้าสิบเมตร ครอบคลุมได้สบายๆ
โคโบลด์เยอะมาก อย่างน้อยก็หลายพันตัว พวกมันแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ช่วยกันลากโซ่เหล็กเส้นใหญ่ด้วยความทุลักทุเล แต่ยิ่งใกล้หัวสะพาน พวกมันก็ยิ่งชะลอฝีเท้าลงด้วยความกลัว
"พวกเจ้ามันไอ้โง่ บุกเข้าไป..." (ภาษามังกร)
เสียงภาษามังกรแหบพร่าดังมาจากในความมืด พร้อมกับเสียงกรีดร้องของโคโบลด์
ได้ผลทันตาเห็น โคโบลด์ขยับตัวคล่องแคล่วขึ้นทันที ก้มหน้าก้มตาวิ่งไปข้างหน้า
ทิมสะบัดมือ "ลูกธนูไฟ!"
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว——"
ลูกธนูอาบน้ำมันนับสิบดอกกระจายตัวยิงข้ามหน้าผาขาด ตกลงพื้นแล้วยังลุกไหม้อยู่นาน ส่องให้เห็นร่างเล็กจ้อยมากมาย
แต่มีร่างหนึ่งที่สูงใหญ่โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน สวมเกราะโลหะทั้งตัว ถือดาบคู่ หัวมังกรดูดุร้าย หางมังกรอวบหนาสะท้อนแสงสีเขียววาววับ
"ดราก้อนบอร์น?" ทิมสงสัย
"ไม่ นั่นมันลูกครึ่งมังกร!" อันเธอร์มั่นใจมาก
รูปลักษณ์ของดราก้อนบอร์นกับลูกครึ่งมังกรต่างกันมาก ลูกครึ่งมังกรจะมีความเป็นมังกรสูง รูปร่างปราดเปรียว ทรงพลัง ส่วนดราก้อนบอร์นไม่มีกรงเล็บมังกร ไม่มีหางที่ทรงพลัง เหมือนของก๊อปเกรดต่ำ
ความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น ดราก้อนบอร์นเป็นเพียงทาสของมังกร สถานะต่ำต้อย ส่วนลูกครึ่งมังกรคือผู้บัญชาการที่มังกรสร้างขึ้นผ่านพิธีกรรมเวทมนตร์โดยใช้ "แก่นแท้มังกร"
ลูกครึ่งมังกรมีจำนวนไม่มาก ระดับความท้าทายเริ่มต้นที่เลเวล 5 ความแรงของลมหายใจมังกรเทียบเท่ากับลูกไฟเลยทีเดียว
ลูกครึ่งมังกรที่ถูกแสงไฟส่องถึงปรายตามองมาทางกำแพงเมืองอย่างเย็นชา แล้วรีบถอยกลับเข้าไปในความมืด ระมัดระวังตัวจนผิดวิสัยลูกครึ่งมังกร
นิสัยของลูกครึ่งมังกรแต่ละตัวแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะโลภ หยิ่งยโส และบ้าคลั่ง
อันเธอร์นึกเสียดาย ระยะไกลเกินไป ลูกเต๋าตรวจสอบข้อมูลเป้าหมายไม่ได้
'เมื่อกี้มันก็อยู่ด้วย'
ลูกไฟที่ข่มขวัญศัตรู ก็ทำให้ศัตรูระวังตัวแจ ไม่กล้าเข้ามาในระยะยิงของเขาง่ายๆ
ลูกครึ่งมังกรถอยได้ แต่โคโบลด์ถอยไม่ได้ พวกมันลากโซ่เหล็กและท่อนซุงที่ใหญ่กว่าเดิมดาหน้าเข้ามาอีกครั้ง
"นั่นมันสมอเรือ!" ทิมเสียงเครียด "ยิงอิสระ อย่าให้พวกมันสร้างสะพานได้"
นั่นเป็นแค่สมอของเรือขนาดเล็ก แต่โซ่ก็หนากว่าโซ่ปกติมาก ลูกไฟก็ละลายมันไม่ไหว
บนกำแพงเมือง ทหารยามหลายสิบนายง้างธนู ยิงลูกธนูลงไปราวกับสายฝน สลับกับปาขวดระเบิดเพลิงลงไปเป็นระยะ
จริงๆ น้ำมันดิบก็ใช้ได้ดี แต่ระยะไกลเกินไป ระยะขว้างขวานของไฟต์เตอร์ยังได้แค่สามสี่สิบเมตร จะให้ขว้างไหใส่น้ำมันไปไกลขนาดนั้นเป็นเรื่องยากมาก
แรงของโคโบลด์น้อย ลากโซ่สมอหนักอึ้งอย่างยากลำบาก ผลงานแย่กว่ารอบที่แล้วเสียอีก
นี่เป็นโอกาสเก็บค่าประสบการณ์ อันเธอร์กำลังจะร่ายเวทย์ ทันใดนั้นเสียงหวีดหวิวทึบๆ ก็ดังฝ่าอากาศมา
"วู้ววว——"
สมอเรือโลหะสองอันลากโซ่ยาวพุ่งออกมาจากความมืด ตามกันมาติดๆ ลอยข้ามหน้าผาขาด ดังตึงตังสองครั้ง ปักลงไปในดินและหิน
วินาทีต่อมา โซ่ตึงเปรี๊ยะ สมอเกาะแน่นกับพื้นหิน กลายเป็นสลิงคู่ขนานห่างกันไม่ถึงเมตรข้ามหน้าผา
โคโบลด์หน่วยกล้าตายฉวยโอกาสเหวี่ยงโซ่เส้นเล็กจากด้านข้าง โซ่นับสิบเส้นบินว่อน พันกันมั่วซั่ว หรือเกี่ยวกับสลิงหลัก กลายเป็นสะพานโซ่แขวนง่ายๆ กว้างไม่กี่สิบเซนติเมตร
เพียงไม่กี่วินาที สถานการณ์พลิกผัน
โคโบลด์แค่ตัวล่อ ลูกครึ่งมังกรในความมืดต่างหากคือตัวจริง!
'ฉลาด แถมประสานงานกันดีด้วย' อันเธอร์ชื่นชมในใจ 'แบบนี้ อย่างน้อยก็มีลูกครึ่งมังกรมาสองตัว'
จริงๆ แล้วลูกครึ่งมังกรมีพลังกระโดดสูงมาก กระโดดข้ามหน้าผากว้างไม่ถึงยี่สิบเมตรนี่สบายมาก แต่พวกมันระวังตัวจัด ยอมให้โคโบลด์เล่นสงครามยืดเยื้อ ไม่ยอมเอาตัวมาเสี่ยงเด็ดขาด
"ให้คนของผมไปทำลายสะพานโซ่ไหม?" ทิมหันมามองอันเธอร์ สายตาเป็นเชิงถาม
"ผมจัดการเอง พวกคุณเตรียมพร้อมไว้ คอยเก็บตกพวกที่หลุดมา" อันเธอร์ยิ้ม
โคโบลด์ไม่มีความสามารถอื่น แต่มีท่าไม้ตายหมาหมู่คือสลิงหิน ยิงไกล แม่น และแรงใช้ได้
ถ้าทหารยามต้องฝ่าดงกระสุนหินไปทำลายสะพาน ไม่รู้ต้องตายกันอีกกี่คน
อันเธอร์รวบรวมพลังเวทย์รอบตัว เพ่งสมาธิร่ายคาถา
""
[เมฆหมอก]!
ไร้เสียงไร้สัญญาณ หมอกหนาปกคลุมหน้าผาขาด
หมอกทึบลงมาคลุมหัวสะพานฝั่งตรงข้ามและสะพานโซ่ส่วนใหญ่ ขาวโพลนไปหมด แม้แต่ความมืดก็ดูจะลึกกล้ำยิ่งขึ้น
โคโบลด์ที่กำลังปีนสะพานชะงักงัน หมอกหนาบดบังทัศนวิสัย โซ่ตรงหน้ายังมองไม่เห็น หน้าผาและเพื่อนข้างหลังก็หายไป กลัวจนไม่กล้าขยับ
'เยี่ยม'
อันเธอร์พอใจมาก เมฆหมอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเจ็ดสิบแปดเมตร ร่ายตอนกลางคืนยิ่งได้ผลดี แม้แต่เขายังแยกไม่ออกว่าขอบเขตของหมอกอยู่ตรงไหน
ทิมชะงัก ลูกไฟที่คาดหวังไม่โผล่มา กลายเป็นหมอกหนาแทน
"นี่... พวกเราก็มองไม่เห็นเหมือนกัน ถ้าพวกมันคลำทางข้ามมาล่ะ?"
อันเธอร์ไม่ตอบ แต่ยกมือชี้ลงไปข้างล่าง
""
ระเบิดพลังเวทย์-สายฟ้า!
แสงสีฟ้าพาดผ่านความมืด ปะทุขึ้นทันทีที่สัมผัสสะพานโซ่ ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ วิ่งไปตามโซ่เหล็กหายเข้าไปในหมอก
โซ่สั่นสะเทือนรุนแรง ส่งเสียงเคร้งคร้าง ตามมาด้วยเสียงร้องตื่นตระหนก เงาร่างดำตะคุ่มนับสิบร่วงลงมาจากหมอก ตกลงสู่ก้นเหวลึก
ครู่ต่อมา ข้อความแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ไหลผ่านสมองอันเธอร์ น้อยหน่อย แต่ได้มาง่ายๆ
"ยอดเยี่ยม เป็นผู้ใช้เวทย์นี่ฉลาดจริงๆ" ทิมยืดตัวตรงทันที แววตาเจือรอยยิ้ม "ไม้กลัวไฟ เหล็กนำไฟฟ้า ดูสิพวกมันจะทำยังไง"
พวกทหารยามก็ตื่นเต้นกันใหญ่ จริงๆ พวกเขาไม่เข้าใจเหตุผลหรอก คิดว่าเป็นผลของเวทมนตร์ล้วนๆ
เฟรูนไม่มีไฟฟ้า ความรู้เรื่องโลหะนำไฟฟ้าไม่ใช่สามัญสำนึก คนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้
"เวทย์นี้อยู่ได้นานแค่ไหน?" ทิมหุบยิ้ม ถามคำถามสำคัญ
"นานเท่าไหร่ก็ได้" อันเธอร์ตอบเสียงเรียบ
จริงๆ เวทย์ความมืดได้ผลดีกว่า แต่เป็นเวทย์วง 2 อยู่ได้แค่สิบกว่านาที กินมานาเยอะ ไม่เหมาะกับศึกยืดเยื้อ
เมฆหมอกเป็นแค่เวทย์วง 1 อยู่ได้เป็นชั่วโมง ด้วยพลังเวทย์สำรองของเขา ร่ายเลี้ยงไว้ทั้งวันยังไหว
ตอนนั้นเอง ส่วนของสะพานโซ่ที่โผล่พ้นหมอกเริ่มสั่นไหว เห็นได้ชัดว่าโคโบลด์ยังไม่ถอดใจ
อันเธอร์จงใจรอครู่หนึ่ง ให้โคโบลด์ตัวแรกปีนข้ามสะพานมาเกินครึ่ง โผล่หัวออกมาจากหมอกก่อนค่อยร่ายเวทย์
"เปรี้ยง——"
สิ้นแสงสายฟ้า โคโบลด์อีกหลายตัวก็ร่วงลงเหว
สะพานโซ่เดิมทีก็หยาบๆ ช่วงต้นมีโซ่เล็กพันช่วย ช่วงท้ายต้องเกาะโซ่หลักกระดึ๊บมา แค่ปกติก็สั่นจะแย่อยู่แล้ว นี่มองก็ไม่เห็น แถมยังโดนไฟช็อตอีก
โคโบลด์ตัวเล็กคล่องแคล่วถึงพอไหว ถ้าเป็นคนปกติ ต่อให้มีคนช่วยก็ใช่ว่าจะปีนข้ามโซ่แขวนยาวเกือบยี่สิบเมตรนี่มาได้
ทันใดนั้น เสียงลมประหลาดก็ดังขึ้น
หมอกหนาปั่นป่วน ก่อนจะถูกพายุหมุนสีเขียวรูปกรวยเป่ากระเจิงไปกว่าครึ่ง
สมาธิหลุด เวทย์เมฆหมอกถูกทำลาย!
ลูกครึ่งมังกรตนหนึ่งยืนอยู่ที่หัวสะพาน จ้องมองอันเธอร์เขม็ง นัยน์ตาสีเขียวเต็มไปด้วยความอำมหิต
"หึ..." อันเธอร์เดาไว้อยู่แล้ว ยกมือร่ายเมฆหมอกใหม่อีกรอบ
ลูกครึ่งมังกรปกติพ่นลมหายใจได้แค่ห้าหกครั้ง มีค่าพอๆ กับลูกไฟ ส่วนเมฆหมอกของเขาใช้แต้มพลังเวทย์แค่นิดเดียว
การเผชิญหน้าจึงดำเนินต่อไป
ขอแค่มีโคโบลด์ปีนโซ่ เขาก็ช็อตมันซะ เวทย์ปาหี่กินพลังน้อยนิดอยู่แล้ว
เมฆหมอกโดนแก้ เขาก็ร่ายใหม่
ถ้าโคโบลด์มีปีกบินมาลอบกัด ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยองครักษ์
ทิมรอบคอบมาก อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายชะงัก ส่งคนไปขุดทำลายฐานรากสะพานฝั่งนี้ รื้อสะพานโซ่ทิ้งซะ
ลูกครึ่งมังกรโกรธจนควันออกหู พยายามสร้างสะพานใหม่อีก แต่ไม่มีที่ยึดเกาะ ซุงยักษ์ที่ขนมาก็โดนเผา หมดหนทางไปชั่วขณะ
เขาอยากจะกระโดดข้ามมาบวกให้รู้แล้วรู้รอดหลายรอบแล้ว แต่พอถึงจุดพีคก็ต้องข่มใจไว้ทุกที
ช่วยไม่ได้ ภาพติดตาของลูกไฟลูกนั้นยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำ ยิ่งนึกถึงยิ่งฝังใจ
อันเธอร์รู้สึกเสียดายนิดหน่อย ฝั่งเขามีผู้เชี่ยวชาญสามคน ถ้ารวมหางยักษ์ด้วยก็สี่ ถ้าลูกครึ่งมังกรกล้าโดดเดี่ยวข้ามมา ก็อย่าหวังจะได้กลับไปแบบครบ 32
[จบแล้ว]