- หน้าแรก
- กลุ่มแชทของข้ารวมนางเอกดราม่าจากนิยายน้ำเน่า
- บทที่ 82 ข้ายังไม่ได้ออกกระบวนท่าเลยนะ
บทที่ 82 ข้ายังไม่ได้ออกกระบวนท่าเลยนะ
บทที่ 82 ข้ายังไม่ได้ออกกระบวนท่าเลยนะ
ณ แท่นบูชากระบี่
คนทั้งสองยืนประจันหน้า สภาวะกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เหล่าผู้สังเกตการณ์ต่างพากันถอยห่าง จับตามองการต่อสู้นี้ด้วยใจระทึก
แววตาของ ‘กระบี่ทำลายสูญ’ ลึกล้ำดุจห้วงเหวลึก แม้เขาจะมีมาดจอมเผด็จการผู้เปี่ยมอำนาจ แต่เขามิใช่คนโง่เขลา
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับ 'ผ่านด่านเคราะห์ขั้นสูงสุด' ไม่ใช่ตัวตนที่จะดูแคลนได้โดยเด็ดขาด
มือขวาของเขาชูขึ้นเหนือศีรษะ ตัวกระบี่พลันพุ่งกลับเข้ามาอยู่ในมือทันที
ชั่วพริบตาถัดมา… แสงสว่างรอบกายเขาก็บิดเบี้ยวหักเหไปมาอย่างน่าพิศวง ราวกับมีกระจกเงาล่องหนนับสิบบานรายล้อมอยู่รอบตัว
ภาพที่ปรากฏทำเอาทุกคนใจหายวาบ
“หมื่นสุญญะทำลายมรรคา...” ท่านอ๋องมาดบัณฑิตเอ่ยขึ้นเนิบนาบ น้ำเสียงแฝงแววตระหนก
“นึกไม่ถึงว่ากระบี่ทำลายสูญจะงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้ตั้งแต่เริ่ม”
‘หมื่นสุญญะทำลายมรรคา’ คือวิชาหัวใจหลักของกระบี่ทำลายสูญ
อาศัยการบิดเบือนและตัดแยกมิติ… ตัดขาดการไหลเวียนของพลังวัตร ส่งผลให้วิชาอาคมของศัตรูพังทลาย,
หลักการนี้ครอบคลุมแทบทุกสถานการณ์และทุกวิชาอาคม แม้กระทั่ง 'กฎแห่งเหตุและผล' ก็ยังสามารถตัดขาดได้… เรียกได้ว่าไร้ทางแก้ นับเป็นวิชาสายทำลายล้างที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
กาลก่อนเคยมีคนคิดจะศึกษาค้นคว้า แต่ก็ไม่อาจทำความเข้าใจหลักการอันลึกล้ำนี้ได้เลย, แม้แต่ตัวกระบี่ทำลายสูญเอง ก็ยังรู้แจ้งเพียงผิวเผิน
เดิมที ‘กระบี่ทำลายสูญ’ เป็นกระบี่คู่กายของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่หลิงอวิ๋น ทว่าที่มาที่ไปของเขานั้นลึกลับซับซ้อน…
กล่าวคือปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบังเอิญค้นพบโบราณสถานลึกลับแห่งหนึ่งขณะท่องโลกกว้าง และได้พบกระบี่เล่มนี้พร้อมกับบันทึกลับในส่วนลึกของโบราณสถาน
ปรมาจารย์สัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลและศักยภาพอันไร้ก้นบึ้งในตัวกระบี่… แม้จะอ่านหลักการในบันทึกไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังปฏิบัติตามวิธีที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูกระบี่ทำลายสูญอย่างพิถีพิถัน จนสามารถผงาดขึ้นมาก่อตั้งสำนักกระบี่หลิงอวิ๋นได้สำเร็จ… ความแข็งแกร่งของกระบี่ทำลายสูญจึงเป็นที่ประจักษ์ชัด
คลื่นพลังที่เกิดจากวิชาหมื่นสุญญะทำลายมรรคารุนแรงเกินบรรยาย ศิษย์ทุกคนในสำนักที่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ต่างพากันมองด้วยสายตาหวาดหวั่น
กระบี่ทำลายสูญหรี่ตาลงเล็กน้อย พลันประสานอินติดต่อกันหลายชุด จากนั้นก็ความเปลี่ยนแปลงขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า!
พลันปรากฏดวงตะวันทมิฬขนาดมหึมาลอยเด่นขึ้นเหนือศีรษะ! เกิดเสียงปริร้าวลั่นสนั่นกลางอากาศ… ร่างกายของกระบี่ทำลายสูญเริ่มเลือนรางไม่ชัดเจน
ความเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว… ซ้อนทับกันชั้นแล้วชั้นเล่า จนศิษย์สำนักกระบี่หลิงอวิ๋นทนรับแรงกดดันไม่ไหว ต้องรีบเหาะหนีตายออกมาดูสถานการณ์อยู่ไกลๆ
ส่วนพวกท่านอ๋องมาดบัณฑิตต่างเบิกตากว้าง
“มหาเวิ้งว้างกลืนตะวัน, บูชาดับมหาภพ, ไร้กิเลสไร้ตัวตน...” พวกเขาอุทานด้วยความตะลึงลาน
“เขาถึงกับระเบิดท่าไม้ตายทั้งหมดออกมาพร้อมกันเลยรึ!?”
“นี่กะเผาผลาญชีวิตเข้าแลกเลยกระมัง!”
“บ้าไปแล้ว!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังแตกตื่น กระบี่ทำลายสูญผู้เป็นดั่งจุดศูนย์กลางพายุ… ใบหน้าพลันบิดเบี้ยวเล็กน้อย
การใช้ท่าไม้ตายทั้งหมดพร้อมกันสร้างภาระให้เขาอย่างสาหัสสากรรจ์, แต่ไม่ว่าอย่างไร… ท่าไม้ตายก็เตรียมพร้อมแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย
“อี้เสี่ยวหว่าน! ไปลงนรกซะ!” กระบี่ทำลายสูญตะโกนก้อง ความเปลี่ยนแปลงนานัปการและท่าไม้ตายทั้งหมดพุ่งโจมตีใส่ฉู่ลู่อย่างพร้อมเพรียง
เมื่อเผชิญหน้ากับภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้… ฉู่ลู่ก็อดจะหวั่นใจขึ้นมาไม่ได้
ตั้งแต่ฝึกฝน 'เคล็ดวิชารากวิญญาณคงหลิง' จนสำเร็จ และก้าวเข้าสู่ระดับผ่านด่านเคราะห์ขั้นสูงสุด… เขาก็ยังไม่เคยใช้พลังเต็มที่มาก่อน
เพราะหลังจากออกจากด่านกักตน ที่เจอก็มีแต่พวกไก่อ่อนที่ฝีมือต่ำชั้นกว่าเขามาก
อย่างเช่นกระบี่อวิ๋นเฟิง, ศิษย์น้องเล็ก, มีดสั้นตัดมิติ รวมไปถึงเสิ่นอวิ๋นเหยา… สู้กับคนพวกนี้อย่าว่าแต่ใช้พลังเต็มที่เลย ยังต้องคอยยั้งมือไว้อย่างระมัดระวัง กลัวเผลอจะซัดจนร่างจนแหลกเหลวไปเสียก่อน
ดังนั้นฉู่ลู่จึงยังกังขาในระดับฝีมือของตนเองอยู่บ้าง… แม้ในตำราจะระบุไว้ว่า เมื่อฝึกถึงขั้นสูงสุดจะไร้เทียมทานทั่วหล้า
แต่ในยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว คำว่า 'ไร้เทียมทาน' ในสมัยนั้น… พอมาอยู่ในสมัยนี้จะยังขลังอยู่หรือไม่ เขาก็ไม่แน่ใจนัก
แต่ฉู่ลู่ย่อมไม่หนีอย่างแน่นอน เขาคิดว่าต่อให้เป็นอย่างไร… ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกันมาก เอาเป็นว่าลองดูก่อน จะได้ถือโอกาสวัดระดับความสามารถของตนเองไปในตัว
คิดได้ดังนั้น… เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
กระตุ้นเคล็ดวิชาถึงขีดสุด, รากวิญญาณคงหลิงในร่างเปรียบดั่ง 'พญาวาฬกลืนสมุทร' สูบเอาพลังวิญญาณและพลังวัตรโดยรอบทั้งหมดเข้ามาหลอมรวมอย่างรวดเร็ว ก่อนแทรกซึมเข้าสู่ทุกส่วนของร่างกาย เสริมสร้างกายเนื้อของฉู่ลู่ให้แข็งแกร่งถึงขีดสุดชนิดหาที่เปรียบมิได้!
ปัง!
ฉู่ลู่กระทืบเท้าลงอย่างแรง
แม้ตัวจะลอยอยู่กลางอากาศ แต่ลูกถีบนี้กลับส่งคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วปฐพี
“รับ! หมัด! ของ! ข้า... เอ๊ะ?”
หมัดของฉู่ลู่ยังไม่ทันเหวี่ยงออกไป ก็เห็นกระบี่ทำลายสูญที่ท่าทางดุดันเกรี้ยวกราดเมื่อครู่… จู่ๆ ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นเสียดื้อๆ
ความเปลี่ยนแปลงอันน่าสยดสยองเมื่อครู่นี้ก็หายวับไปกับตา
ฉู่ลู่: “?”
ส่วนกลุ่มพรตมุงด้านข้างต่างพากันอ้าปากค้าง… ท่านอ๋องมาดบัณฑิตถึงกับทำพัดร่วงหลุดมือ แม่ทัพร่างกำยำถึงกับจับหอกยาวไม่มั่น
“ถึงกับดูดกลืนท่าไม้ตายทั้งหมดของกระบี่ทำลายสูญ แล้วเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณไปในชั่วพริบตา... นี่มันวิชาบ้าอะไรกันเนี่ย!?”
“ไม่ใช่แค่ดูดกลืนท่าไม้ตาย.. พลังวิญญาณทั่วทั้งสำนักกระบี่หลิงอวิ๋นถูกสูบไปจนแห้งเหือดต่างหาก!”
“แถมท่วงท่าการใช้วิชายังเรียบง่าย แค่ง้างหมัดครั้งเดียวเอง!”
“ไม่เคยได้ยินมาก่อน.. มีวิชาแบบนี้ในโลกด้วยรึ?!”
ในเวลานั้นเอง… กระบี่ทำลายสูญที่คุกเข่าอยู่ ก็เงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ
คนดูเหล่านั้นจริงๆ แล้วยังมองเห็นไม่ทะลุปรุโปร่งพอ… ไม่ใช่แค่ท่าไม้ตายและพลังวิญญาณของสำนักเท่านั้น แม้แต่พลังวิญญาณภายในกายของกระบี่ทำลายสูญเองก็ถูกสูบออกไปจนหมดแล้ว
“เยี่ยมยุทธ์ยิ่งนัก!” กระบี่ทำลายสูญยังอยากรักษาหน้าไว้บ้าง จึงเอ่ยถามต่อ
“กระบวนท่าเมื่อครู่ของเจ้าคือท่าอะไร?”
ฉู่ลู่: “...”
“เอ่อ... ข้ายังไม่ได้ออกกระบวนท่าเลยนะ” ฉู่ลู่ตอบหน้าตาย
“พอได้แล้ว! ข้ายอมรับว่าไม่ใช่คู่มือเจ้า เลิกหยามเกียรติข้าเสียที!”
“ข้าไม่ได้จะ... ช่างเถอะๆ”
เขาถอนหายใจ มองดูหมัดที่ง้างมาเต็มแรงของตัวเอง แล้วรู้สึกอึดอัดชอบกล
“จะว่าไปข้ายังไม่ได้ออกหมัดสักหมัด เจ้าก็ยอมจำนนแล้ว… มันดูไม่ค่อยสมศักดิ์ศรีกระมัง? ให้ข้าต่อยเจ้าสักหมัดดีไหม?” ฉู่ลู่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังปรึกษาหารือ
กระบี่ทำลายสูญโกรธจนหน้าแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่างทันที
ฉู่ลู่เห็นดังนั้นจึงจำใจล้มเลิกความคิด
พลางคิดในใจว่าเจ้านี่ขี้น้อยใจเสียจริง… ถ้าเกิดเผลอไปยั่วโมโหจนมันอกแตกตายขึ้นมาคงยุ่งยาก
“เอาเป็นว่า… รู้แพ้รู้ชนะกันแล้ว” ฉู่ลู่เริ่มจะเบื่อโลกใบนี้ขึ้นมาหน่อยๆ จึงอยากจะรีบทำภารกิจให้จบๆ แล้วรีบกลับไป
“งั้นก็ตามที่ตกลงกันไว้ เจ้าจะยอมสวามิภักดิ์ได้แล้วใช่ไหม?”
กระบี่ทำลายสูญได้ยินคำนี้ สีหน้าพลันแข็งค้าง
“ทำไม? เจ้าจะเบี้ยวสัญญารึ?” ฉู่ลู่ถามเสียงเข้ม
“ฆ่าได้หยามไม่ได้! เจ้าฆ่าข้าเสียดีกว่า!” กระบี่ทำลายสูญตะโกนลั่น
“เอางั้นก็ได้ ข้าเองก็ไม่อยากบังคับขืนใจใคร” ฉู่ลู่กล่าวอย่างจริงจัง
“แต่เจ้าคิดให้ดีก่อน… ถ้าเจ้าตายไป ยัยเสิ่นอวิ๋นเหยานั่นก็จะไม่มีคนคุ้มครองแล้วนะ”
กระบี่ทำลายสูญตกใจแทบสิ้นสติ
“เจ้าว่ากระไรนะ?!”
“เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้าจะปล่อยนางไปกระมัง?”
“หยุดเดี๋ยวนี้! ห้ามทำร้ายนาง!”
“งั้นก็จงสวามิภักดิ์ต่อข้าซะ” ฉู่ลู่ยื่นคำขาด
“แล้วข้าจะเห็นแก่หน้าเจ้า… ยอมปล่อยนางไป แถมจะให้พวกเจ้าเจอกันได้เดือนละครั้งด้วย”
“จะ เจ้า!.. ฮึ่ย… ข้าเข้าใจแล้ว!”
“แบบนี้สิถึงจะถูก” ฉู่ลู่ยิ้มบาง
แต่ในวินาทีถัดมา เมื่อมองดูกระบี่ทำลายสูญที่มีสีหน้าอัปยศอดสู
จู่ๆ ฉู่ลู่ก็รู้สึกทะแม่งๆ ก่อนฉุกคิดขึ้นมาได้…
—เดี๋ยวนะ…. แบบนี้ถือว่าข้าฉุดคร่าบุรุษชาวบ้านกลางวันแสกๆ หรือเปล่าเนี่ย?
ฉู่ลู่: “...”
—ช่างเถอะ ยังไงตอนนี้ก็ใช้ร่างของอี้เสี่ยวหว่านอยู่แล้วนี่นา