เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 ขอความรักด้วยหมัด!

บทที่ 68 ขอความรักด้วยหมัด!

บทที่ 68 ขอความรักด้วยหมัด!


ณ ยอดเขาเก้าอเวจี

อี้เสี่ยวหว่านมีสีหน้ามึนงงสับสนพลางเอ่ยถาม

“ฉู่ลู่ แผนการของท่านนี่มัน... เอ่อ... ขั้นตอนแรกที่บอกให้สังหารศิษย์น้องหญิงทิ้งเสีย, แม้ข้าจะไม่เห็นด้วยแต่ก็พอจะทำความเข้าใจได้ ทว่าขั้นตอนที่สองนั่นมัน...”

อี้เสี่ยวหว่านทำท่าเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง สุดท้ายนางก็อดรนทนไม่ไหวต้องโพล่งออกมา

“สั่งให้กระบี่อวิ๋นเฟิงผูกพันธสัญญากับข้า ห้ามไม่ให้เขาข้องแวะกับสตรีอื่น หากปฏิเสธก็จะซ้อมสั่งสอนเนี่ยนะ? แถมอัดเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะยอมจำนน ไม่สนว่าเขาจะยินยอมหรือไม่, นี่ไม่เรียกว่าการข่มขู่บังคับงั้นหรือ?”

ฉู่ลู่เลิกคิ้ว “?”

“ก็ความหมายตามตัวอักษรนั่นแหละ มีสิ่งใดที่เจ้าไม่เข้าใจหรือ?”

“ไม่เข้าใจทั้งหมดนั่นแหละ!” อี้เสี่ยวหว่านตะโกนลั่น

“นี่มันแผนบ้าบออันใดกัน?”

ฉู่ลู่อธิบายด้วยสีหน้าตายด้าน

“นี่คือสัจธรรมที่บัญญัติโดยผู้อาวุโสแซ่ฟ่านหม่า เป็นผู้ไม่ประสงค์จะออกนามท่านหนึ่ง”

อี้เสี่ยวหว่านเลิกคิ้วสงสัย

“คนผู้นี้เชี่ยวชาญเรื่องความรักมากกระนั้นหรือ?”

ฉู่ลู่กล่าวเสริมเรียบๆ

“...ในสายตาของเขา มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นตัวเมีย”

อี้เสี่ยวหว่าน “?”

“มักจะพูดจาประหลาดมหัศจรรย์เกี่ยวข้องกับความรักออกมาเป็นครั้งคราว”

อี้เสี่ยวหว่าน: “??”

“ดังนั้น... ก็คงนับได้กระมัง?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “???”

“อ๊ากกก! ไม่ได้ๆ อย่างไรก็ไม่ได้!” อี้เสี่ยวหว่านตะโกนอย่างหัวเสีย

“วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลแน่นอน ข้าไม่เอาด้วยหรอก!”

“เฮ้อ” ฉู่ลู่ถอนหายใจคราหนึ่ง สีหน้าไร้ซึ่งความแปลกใจ เขาคาดเดาไว้นานแล้วว่าผลลัพธ์อาจจะเป็นเช่นนี้

“จริงอยู่ที่ลำพังคำพูดย่อมยากจะเข้าถึงความลึกล้ำพิสดารของแผนการนี้ แม้แต่นักอ่านสายนิยายกำลังภายใน ก็ยังมีคนไม่เข้าใจอยู่มาก, ไม่ต้องเอ่ยถึงเจ้าที่เป็นสายนิยายน้ำเน่าเลย” ฉู่ลู่ทำสีหน้าลึกลับซับซ้อน

“เอาเช่นนี้เถิด… ข้าจะสาธิตให้เจ้าดู, ใช้การกระทำจริงพิสูจน์ความถูกต้องของมัน ดีหรือไม่?”

“หา?” อี้เสี่ยวหว่านชะงักงัน

“ท่านจะทำอันใด?”

“ข้าจะไปสยบกระบี่สักเล่ม” ฉู่ลู่ชูกำปั้นขึ้น

“โดยปราศจากการสื่อสารทางอารมณ์ ใช้เพียงหมัดในการเจรจา ก็สามารถทำให้เขายอมมอบกายถวายชีวิตได้! และหากสำเร็จ… เจ้าต้องยอมรับวิธีนี้ ตกลงไหม?”

อี้เสี่ยวหว่านแค่นเสียงอย่างดูแคลน

“ได้สิ! เช่นนั้นท่านก็ลองดูเถอะ ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าท่านจะใช้หมัดคุยเรื่องความรักได้อย่างไร!”

“ดีมาก! คำไหนคำนั้น” ฉู่ลู่ยิ้มมุมปาก

“ข้าจะทำให้เจ้าเห็นเองว่า เหตุใดหมัดถึงเป็นวิธีขอความรักที่ดีที่สุด!”

ฉู่ลู่ใช้เวลาหนึ่งเดือนตระเวนสืบข่าวไปทั่ว จนได้ความว่าในแถบหลิ่งหนานมีกระบี่มารไร้เจ้าของเล่มหนึ่ง นามว่า ‘กระบี่เทียนหวัง’ กำลังก่อกรรมทำเข็ญ ข่มเหงชาวบ้านร้านตลาด

ฉู่ลู่ได้ยินดังนั้นก็ตบต้นขาฉาดใหญ่

—เยี่ยมไปเลย เอาเจ้านี่แหละ!

ทั้งไร้เจ้าของ ทั้งเป็นกระบี่มาร แถมยังก่อกรรมทำเข็ญอีก, เวลาทุบตีสั่งสอนจะได้ไม่ต้องมีความกดดันทางจิตใจแม้แต่น้อย

….

ณ ชานเมืองหลิ่งหนาน

สถานที่แห่งนี้จัดวางสิ่งของไว้อย่างยิ่งใหญ่ คณะงิ้วตั้งเวทีร้องรำทำเพลง อาหารรสเลิศถูกลำเลียงออกมาดั่งสายน้ำไหล ผู้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อาจนึกว่าที่นี่กำลังจัดงานมงคลใหญ่โต

ทว่าผู้ที่รู้ความจริงกลับกระจ่างแจ้ง, ทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงเพราะความนึกสนุกชั่ววูบของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ ที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานผู้นั้น

กระบี่เทียนหวังนั่งเท้าคาง… สีหน้าเบื่อหน่ายยิ่งนัก

ชาติกำเนิดของกระบี่เทียนหวังนั้นนับว่าสูงส่งไม่น้อย…

จงเหมย, ช่างตีกระบี่ผู้เลื่องชื่อแห่งวิถีมาร ได้ทุ่มเทเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ ผนวกกับความรู้แจ้งทั้งหมดที่มีในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต สร้างสุดยอดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาสองเล่ม

หนึ่งในนั้นก็คือเขา และอีกเล่มคือพี่ชาย ที่มีนามว่า ‘กระบี่เทียนเสีย’

กระบี่เทียนเสียภายหลังถูกจอมมารฟ้าหมื่นอสูร ยอดฝีมือฝ่ายมารผู้โด่งดังครอบครอง, เขาอยู่ภายใต้การบ่มเพาะดูแลอย่างใส่ใจ ก็ได้กลายเป็นกระบี่มารระดับสูงสุดของแผ่นดิน

ส่วนกระบี่เทียนหวังแม้จะมีฐานะสูงส่ง แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่พบนายที่ถูกใจ จึงยังไม่แข็งแกร่งเท่ากระบี่เทียนเสีย, ทว่าก็มิอาจดูแคลนได้เป็นอันขาด

เดิมทีเขาอาศัยอยู่กับพี่ชายที่ถ้ำหมื่นอสูร แต่อยู่มานานก็เบื่อหน่าย ช่วงนี้ถึงได้หนีออกมาเที่ยวเล่น

เพียงแต่โลกใบนี้ดูเหมือนจะไม่ได้น่าสนใจอย่างที่จินตนาการไว้ ขณะที่กระบี่เทียนหวังกำลังครุ่นคิดว่าสมควรกลับไปได้แล้วหรือไม่…

ในยามนั้นเอง… เงาร่างสายหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้น

เงาร่างนั้นย่อมเป็นฉู่ลู่ เขาพินิจมองกระบี่เทียนหวังแล้วเอ่ยว่า

“เจ้าคือกระบี่มารไร้เจ้าของ ที่ก่อเรื่องวุ่นวายในช่วงนี้ใช่หรือไม่?”

มุมปากของกระบี่เทียนหวังกระตุกยิ้มด้วยความตื่นเต้น

ช่วงที่ผ่านมาเขาก่อกรรมทำเข็ญไปทั่ว ย่อมดึงดูดผู้บำเพ็ญเพียรจากทั่วสารทิศที่ต้องการจะกำจัดมาร หรือไม่ก็หวังครอบครองพลังของเขา

เจ้าพวกไม่เจียมกะลาหัวเหล่านี้นี่แหละ คือความบันเทิงชั้นเลิศ!

“ถูกต้อง! คือตัวข้าเอง” กระบี่เทียนหวังกล่าวอย่างสนใจใคร่รู้

“เจ้าเป็นตัวอะไร? มาหาข้ามีธุระรึ?”

ทว่าฉู่ลู่กลับเมินเฉย เขาหันหน้าไปด้านข้างแล้วถามว่า

“ตัวนี้เป็นอย่างไร?”

“อะไรนะ? ทั้งเด็กไปแถมยังดูเจ้าเล่ห์เพทุบาย เจ้าไม่ชอบ?”

“ถูไถไปก่อนเถอะน่า อย่าเรื่องมากนักเลย”

กระบี่เทียนหวังขมวดคิ้วมุ่น กำลังคิดจะตะคอกถามว่าอีกฝ่ายกำลังบ่นพึมพำกับผีสางตนใดอยู่

ฉู่ลู่พลันหยุดพูดคนเดียว… หันขวับมามองเขาด้วยสีหน้าตายด้าน, ใช้น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับกำลังท่องบทอาขยาน

“ข้าตกหลุมรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ มาผูกพันธสัญญากับข้าเถอะ”

กระบี่เทียนหวังระเบิดหัวเราะลั่น ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยาม

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวข้าคือกระบี่อะไร? หน้าตาอย่างเจ้าคู่ควรจะเป็นเจ้านายของข้าหรือ? หวังสูงเป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์ ไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเลย!”

คำเยาะเย้ยถากถางของกระบี่เทียนหวังนั้น… ช่างเชยสะบัดจนฉู่ลู่โกรธไม่ลง

เขาหันหน้าไปด้านข้างอีกครั้งด้วยท่าทีเรียบเฉย

“เจ้าดูให้ดีนะ… จดจำสีหน้านี้ของเขาไว้! อีกเดี๋ยวเขาก็จะเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว”

สีหน้าของกระบี่เทียนหวังพลันดุร้ายอำมหิตขึ้น, ท่าทีไม่เห็นหัวใครของฉู่ลู่ยั่วยุโทสะของเขาเข้าให้แล้ว

ร่างของมันเลือนหายในพริบตา ก่อนพุ่งทะยานเข้าหาฉู่ลู่!

มือคว้าเอาร่างต้นที่เป็นกระบี่ ตวัดฟันฉับลงไปพลางตะโกนก้อง

“สรุปแล้วเจ้ากำลังคุยกับผีสางตนใดอยู่?!”

ฉู่ลู่เผชิญหน้ากับกระบี่เทียนหวังที่บุกเข้ามาอย่างดุดัน เขาเพียงแค่ปล่อยหมัดขวาออกไปอย่างสงบนิ่ง

ในชั่วพริบตาที่หมัดกำลังเคลื่อนที่ โลกทั้งใบพลันเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น

กระบี่เทียนหวังมองดูหมัดที่พุ่งเข้ามาหาตน ตกตะลึงจนร่างกายเย็นเฉียบไปทั้งสรรพางค์!

เขาเคยเห็นยอดฝีมือต่อสู้มามากมาย… เคยเห็นผู้คนตวัดกระบี่ และเคยเห็นบางคนที่ปล่อยหมัด

แต่ไม่ว่าจะเป็นจอมมารผู้เลื่องชื่อ หรือบุคคลที่สะท้านภพเพียงใด ก็ไม่เคยมีใครปล่อยหมัดเช่นนี้ออกมาได้!

หมัดยังพุ่งไปไม่ถึงครึ่งทาง ใบหน้าของกระบี่เทียนหวังกลับถูกแรงกดดันที่มองไม่เห็นบดขยี้, เครื่องหน้าทั้งห้าบิดเบี้ยวบุบสลาย!

และเมื่อหมัดปะทะเข้ากับใบหน้าจริงๆ กระบี่เทียนหวังก็เห็นเพียงความมืดมิด ร่างกายราวกับถูกเคลื่อนย้ายพริบตาไปไกลถึงร้อยลี้

เขากระตุกเกร็งไปทั้งร่าง ฝืนต้านทานแรงส่งไว้ได้อย่างยากลำบาก!

“แย่ละ… ออกแรงเยอะไปหรือเปล่านะ?”

กระบี่เทียนหวังเพิ่งจะหอบหายใจได้สองเฮือก ก็ได้ยินเสียงของฉู่ลู่ดังขึ้นอีกครั้ง

พอเงยหน้าขึ้นมอง อีกฝ่ายก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

“โทษทีนะ, ช่วงนี้เพิ่งจะทะลวงด่าน ควบคุมพลังได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

ใบหน้าของกระบี่เทียนหวังกระตุกวูบ

“สรุปว่าจะเอาอย่างไร? จะผูกพันธสัญญาหรือไม่?” ฉู่ลู่ถาม

กระบี่เทียนหวังแม้จะหยิ่งยโสถือดี… แต่ก็มิใช่คนโง่

เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เขาจึงยอมลดตัวลงต่ำกล่าวเสียงสั่น

“คะ... ความปรารถนาดีของผู้อาวุโส ผู้น้อยขอน้อมรับไว้ด้วยใจ, แต่ท่านเป็นผู้บำเพ็ญฝ่ายธรรมะ ข้าเป็นกระบี่มาร พวกเราไม่เหมาะสมกันหรอกขอรับ”

ฉู่ลู่กล่าวเสียงเรียบ

“...ตอบผิด”

เขาคว้าหมับเข้าที่ขาของกระบี่เทียนหวัง ลากตัวขึ้นมาเหวี่ยงเป็นครึ่งวงกลมกลางอากาศ

แล้วฟาดลงกับพื้นเต็มรัก!

จบบทที่ บทที่ 68 ขอความรักด้วยหมัด!

คัดลอกลิงก์แล้ว