- หน้าแรก
- ย้อนเวลากลับมาปฏิเสธสาวยันเดเระผู้ร่ำรวย
- ตอนที่ 3 : ใครอยากได้ใครกันแน่?
ตอนที่ 3 : ใครอยากได้ใครกันแน่?
ตอนที่ 3 : ใครอยากได้ใครกันแน่?
เมื่อสวีมู่เซินเดินจากไปด้วยท่าทางสบายๆ ผู้คนรอบข้างที่กำลังกินเผือกอยู่งงเป็นไก่ตาแตก
ตลอดการสารภาพรักหลายครั้ง สวีมู่เซินก็มีลูกเล่นที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งถึงกับพูดกับเหยาหมิงเยว่ว่าถ้าเธอไม่ตกลง ฉันจะไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้วนะ
แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในวันรุ่งขึ้น สวีมู่เซิน ก็ยังคงถือดอกไม้มาสารภาพรักเหมือนเดิม
แต่ครั้งนี้ ทุกคนรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม
หญิงสาวผมสั้นข้างกายเหยาหมิงเยว่ พูดด้วยความขุ่นเคืองว่า
"สวีมู่เซินคนนี้รู้สึกว่าตามจีบเธอไม่ได้แล้ว เลยจงใจพูดจาแย่ๆ แบบนี้! เธอออกจะเก่งขนาดนี้ อยากได้ผู้ชายแบบไหนก็หาได้ เธอเพียบพร้อมทุกอย่าง! ส่วนเขาเนี่ยนะ ไม่มีเงิน แถมเรียนก็ไม่เก่ง สมควรแล้วที่เป็นได้แค่คางคก..."
เดิมทีหญิงสาวต้องการจะปลอบใจ เหยาหมิงเยว่
แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูก มองไปที่เหยาหมิงเยว่ที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
"ใครอนุญาตให้เธอพูดถึงเขาในทางที่ไม่ดี?"
เพื่อนร่วมชั้นหญิงถูกกดดันด้วยออร่าอันแข็งแกร่งของเธอในทันที พูดตะกุกตะกักว่า
"ฉันก็แค่เห็นว่าวันนี้เขาทำเกินไป ฉันหวังดี..."
"ฉันพูดถึงเขาได้ แต่คนอื่นไม่ได้!"
เหยาหมิงเยว่พูดทิ้งท้ายอย่างเย็นชา สายตาของเธอจับจ้องไปยังทิศทางที่สวีมู่เซินเดินจากไป ดวงตาคู่เรียวเปล่งประกายความผิดปกติ กัดฟันแน่น
"ฉันจะรอดูว่านายอยากจะเล่นตลกอะไร..."
หญิงสาวที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย ตกลงว่า... เหยาหมิงเยว่ชอบหรือไม่ชอบสวีมู่เซินกันแน่?
...
ในขณะนั้น สวีมู่เซินกำลังเดินไปตามถนนที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกตาด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย
ถนนสายนี้เต็มไปด้วยต้นอู๋ถง ข้างๆยังมีร้านอาหารเล็กๆ มากมาย กลิ่นหอมของยี่หร่าทำให้รู้สึกอยากอาหาร
ร้านอินเทอร์เน็ตคิดชั่วโมงละ 1 หยวน
พ่อค้าเข็นรถสามล้อขายไข่ข้าว และไส้กรอกย่าง
เป็ดย่างห้าเครื่องเทศตัวละ 8-9 หยวน
ร้านค้าริมถนนขายของเบ็ดเตล็ดราคา 2 หยวน
ป้ายผ้าต้อนรับโอลิมปิกที่อยู่ริมถนนก็เริ่มซีดจางแล้ว...
อีกไม่กี่ปี สิ่งเหล่านี้ก็จะค่อยๆ หายไปจากการพัฒนาเมือง
ได้เกิดใหม่แล้ว เขาได้เกิดใหม่จริงๆ!
เขารู้สึกถึงร่างกายวัย 18 ปีนี้
มีพลังงานเต็มเปี่ยมจริงๆ เขาเผลอกระโดดขึ้นเหมือนนักบาส กระดูกเบาจนแทบจะบินได้
แน่นอนว่าเขาบินไม่ได้
ในความเป็นจริง เขายังไม่รู้สึกถึงระบบหรือของวิเศษใดๆ ที่มักจะมีหลังจากการเกิดใหม่ในนิยายหลายเรื่อง
คลำดูตามตัว ก็ไม่มีหยกที่หยดเลือดได้ แหวนที่สวมแล้วมีคนแก่โผล่ออกมา หรือขวดสีเขียวเล็กๆ ที่เปล่งแสงได้
เขาก็ยังเป็นคนธรรมดา
แต่การได้กลับมาในช่วงวัยรุ่น นี่ก็เป็นพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากสวรรค์แล้ว
ดอกกุหลาบช่อใหญ่ยังคงอยู่ในมือ
เป็นดอกไม้ที่เหลือจากร้านดอกไม้ของที่บ้าน เขาแอบขโมยออกมาใช้สารภาพรักทุกวัน
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นมาซื้อดอกไม้ทุกวัน
ดอกไม้ถูกห่อแล้วและขายไม่ออกแล้ว สวีมู่เซินทิ้งมันลงบนฝาถังขยะโดยตรง
ถือว่าเป็นการบอกลาตัวเองในอดีต
แต่เขาไม่รู้เลยว่า หลังจากที่เขาจากไป ดอกไม้ที่เขาโยนทิ้งลงบนถังขยะนั้น ถูกมือเล็กๆ ขาวผ่องหยิบขึ้นมาเบาๆ ราวกับกำลังมองตามแผ่นหลังของสวีมู่เซินเป็นเวลานาน...
...
"สวีมู่เซิน!"
เสียงเรียกดังมาจากข้างหลัง
เด็กหนุ่มผิวคล้ำวิ่งเหยาะๆ มา
สวีมู่เซินจำเขาได้ นี่คือเพื่อนสนิทของเขาในสมัยมัธยมปลาย เห่อเฉียง
ที่บ้านทำฟาร์มเลี้ยงปลา เลยถูกปลูกฝังให้หลงใหลในการตกปลาตั้งแต่เด็ก ผิวเลยคล้ำแดดขนาดนี้ ในชาติที่แล้ว หลังจากที่สวีมู่เซินถูกแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง เห่อเฉียงก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่ได้รังเกียจเขาและยังคุยกันได้สองสามคำ
แต่ต่อมาได้ยินมาว่าเห่อเฉียงแอบไปตกปลาในเขตสงวนเพื่อท้าทายตำแหน่ง "ราชาปลาแห่งภาคกลาง" สุดท้ายก็ได้รับจักรเย็บผ้ามาใช้ถึงสองปีครึ่ง(เข้าคุก)
ที่บ้านใช้เงินมากมายวิ่งเต้น พอออกมาก็โดนเมียซ้อมไปชุดใหญ่ แล้วก็สงบเสงี่ยมไปเลย
"เฉียงเอ๊ย ไม่เจอกันนาน สบายดีนะที่แกไม่โดนจับไปน่ะ"
สวีมู่เซินเอื้อมมือไปตบไหล่เขา
"เว้ย! สวีมู่เซิน วันนี้สมองแกโดนลาเตะเหรอ? ทำไมเจอใครก็แช่ง?"
เห่อเฉียงทำหน้างงๆ บ่นพึมพำว่า
"ฉันว่าวันนี้แกคงโดนปฏิเสธรักจนเสียสติไปแล้วแน่ๆ ไม่ไหวๆ ฉันจะพาแกไปโรงพยาบาล ไปหาหมอที่เราสนิทกัน!"
การทะเลาะวิวาทแบบเด็กๆ ที่มีอยู่เฉพาะในวัยเยาว์แบบนี้ ทำให้คิดถึงจริงๆ
สวีมู่เซินยิ้ม
"พอเลย ฉันล้อเล่นน่า รีบร้อนมาหาฉันทำไม?"
"แกยังจะถามอีกเหรอ? เมื่อกี้มันอะไรกัน แกคิดจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเหยาหมิงเยว่จริงๆ เหรอ?"
เห่อเฉียงนึกถึงเรื่องเมื่อกี้ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
น้องชายสายเปย์ตัวยงของเขา เปลี่ยนไปเป็นคนละคนในชั่วพริบตา
"มันจะมีอะไรที่ไม่น่าเชื่ออีก แกยังอยากให้ฉันไปตามจีบเธออย่างน่าสมเพชต่อไปอีกเหรอ?"
สวีมู่เซินยิ้มอย่างอิสระ
"ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน!"
เห่อเฉียงส่ายหน้าทันที มองดูท่าทางสบายๆของสวีมู่เซิน เขายิ่งอยากรู้มากขึ้น
"แต่การเปลี่ยนแปลงของแกมันเร็วเกินไปหรือเปล่า? พวกแกเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กเลยนะ หรือว่าแกแค่อยากได้ร่างกายของเธอเท่านั้น?"
อยากได้ร่างกายงั้นเหรอ?
ถ้าจะว่าอยากได้ ก็ต้องเป็นเหยาหมิงเยว่ที่อยากได้เขา!
สวีมู่เซินนึกถึงช่วงเวลาหลังจากแต่งงานใหม่ๆ ในชาติที่แล้ว
เหยาหมิงเยว่กลัวว่าเขาจะไปคิดถึงผู้หญิงคนอื่น เลยใช้วิธีที่โหดร้ายกับสวีมู่เซินทุกวัน
อะไรคือ 《ช่วยย่อยอาหารก่อนมื้ออาหาร》, 《ออกกำลังกายได้หลังมื้ออาหาร》, 《ว่างๆ ก็ทำได้》, 《ที่รัก กางเกงของคุณมีเส้นด้าย ฉันช่วยดูให้นะ...》
ช่วงนั้น สวีมู่เซินเห็นเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่บ้านก็สั่นกลัวไปหมดแล้ว
สีหน้าหวาดกลัวของสวีมู่เซินทำให้เห่อเฉียงคิดว่าเพื่อนรักของเขายังตัดใจจากเหยาหมิงเยว่ไม่ได้
เขาเดินเข้าไปโอบไหล่สวีมู่เซินปลอบใจว่า
"เมื่อก่อนก็เคยเตือนแกแล้วว่า ผู้หญิงอย่างเหยาหมิงเยว่ ไม่ใช่คนที่คนทั่วไปจะยุ่งด้วยได้ แกตาสว่างได้ทันก็ดีแล้ว ไปนั่งเล่นที่ร้านอินเทอร์เน็ตกัน วันนี้ฉันออกเงินให้ เติมเงินซื้อมีดให้แกเล่นสักหน่อย!"
สวีมู่เซินส่ายหน้า
"ไม่เอาดีกว่า เล่นคนเดียวมันไม่สนุก"
เห่อเฉียง: ???
ในขณะนั้น รถ BMW สีแดงขับเข้ามาจากปากทางถนน ในยุคที่คนทั่วไปใช้รถราคาประมาณแสนหยวน รถ Series 5 ราคาเกือบสี่แสนคันนี้ถือว่าโดดเด่นมาก
กระจกหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่สมบูรณ์แบบของเหยาหมิงเยว่ ดวงตาคู่เรียวของเธอกำลังหรี่ลงเล็กน้อย ยังคงมีร่องรอยของความโกรธแบบเด็กสาวหลงเหลืออยู่
สายตาของเธอมองไปที่แขนของเห่อเฉียงที่โอบไหล่สวีมู่เซินไว้ แววตาฉายแววเย็นเยียบในชั่วพริบตา
เห่อเฉียงถึงกับสะดุ้งกับออร่าของเธอ
สายตานั่น... เหมือนกับว่าเขากำลังแย่งผู้ชายของเธอไปเลย
สวีมู่เซินคุ้นเคยกับสายตาแบบนี้ของเธอดี
ใช่แล้ว เหยาหมิงเยว่ในชาติที่แล้วหึงได้กับทุกคน แม้แต่แม่แท้ๆของเธอ ถ้าคุยกับลูกเขยอย่างสวีมู่เซินมากไปหน่อย เธอก็ยังหึง
ทั้งสามคนจ้องตากันผ่านประตูรถครู่หนึ่ง
ราวกับจะเห็นว่าสวีมู่เซินไม่มีท่าทีที่จะขอโทษหรืออธิบายเลยแม้แต่น้อย
เหยาหมิงเยว่กัดฟันฮึดฮัดเลื่อนกระจกขึ้น และรถก็ออกไป
เหยาหมิงเยว่มีรถรับส่งไปโรงเรียนและกลับบ้านตลอด บางครั้งสวีมู่เซินก็อาศัยรถไปด้วย
"สวีมู่เซิน ฉันรู้สึกว่าเรื่องของแกสองคนยังไม่จบ สายตานั่นมันน่ากลัวเกินไป"
เห่อเฉียงรู้สึกว่าหน้าผากของเขาเย็นเยียบไปหมดทั้งๆ ที่เป็นหน้าร้อน
สวีมู่เซินมองตามรถ BMW สีแดงที่จากไป แล้วก็อุทานออกมา
"หน้าร้อนแบบนี้ นั่งรถเปิดแอร์เย็นๆ สบายจริงๆ"
"รถคันนี้ยังไงก็ต้องมีสามสี่แสนหยวน คนธรรมดาคงซื้อไม่ไหว"
เห่อเฉียงก็ส่ายหน้า ที่จริงแล้วที่บ้านเขาก็ไม่ได้ขัดสนอะไร ทำฟาร์มเลี้ยงปลาหลายบ่อ แต่ที่บ้านก็มีแค่รถ Passat ราคาสองแสนกว่าหยวนคันเดียว
"ต้องหาเงินแล้วสินะ..."
สวีมู่เซินถอนหายใจ แต่การหาเงินไม่ใช่เรื่องง่าย
มีความคิดมากมาย แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้เงินทุน
เขาคลำกระเป๋า ไม่มีแม้แต่ห้าสิบหยวน
สายตาของเขาจับจ้องไปที่เห่อเฉียง หมอนี่ที่บ้านก็มีฐานะดี แต่ปกติจะค่อนข้างสมถะ
ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มอย่างสดใส ตบไหล่เห่อเฉียง
"เฉียง เราเป็นเพื่อนรักกันไหม?"
"แน่นอนอยู่แล้ว! เพื่อนตลอดไป!"
เห่อเฉียงตบหน้าอกอย่างแรง ใบหน้าที่คล้ำแดดยิ่งดูจริงใจและซื่อสัตย์
"ดีเลย ขอยืมเงินหน่อยดิ"
"นึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระ ไปก่อนนะ"
เห่อเฉียงหันหลังเดินจากไป ราวกับว่าได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว
สวีมู่เซิน ยืนอยู่กับที่
เวรเอ๊ย!
(จบตอน)