เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 337 - ม้าถูกขโมย!

ตอนที่ 337 - ม้าถูกขโมย!

ตอนที่ 337 - ม้าถูกขโมย!


เย่เทียนรู้สึกโล่งใจที่สตาบิแอยังเป็นเหมือนในประวัติศาสตร์อยู่. ความชิงชังที่พวกเขามีต่อโรมนั้นแรงมาก.

มีทหาร2หมื่นนายคอยป้องกันเมือง, สตราโบและลูกชายคงไม่สามารถตีแตกได้. ต่อให้เขาเอาทหารมาได้3หมื่นนายก็คงจะยึดเมืองไม่ได้ในเวลาสั้นๆแน่.

เย่เทียนไม่ได้มีความคิดอยากจะเข้าไปช่วยเลย.

ถึงเขาจะทำได้ แต่เย่เทียนอยากจะไปนั่งอยู่บนเขาแล้วดูพวกนั้นตีกันมากกว่า. เขาถึงขนาดคิดหาทางเติมฟืนใส่ไฟด้วย. พอทั้งสองฝ่ายหมดแรง เขาจะใช้โอกาสนี้ลอบโจมตีปอมปีย์และยึดทหารมา.

“เจ้านายคะ, พวกเราจะไม่รีบไปบุกสตาบิแอหรือคะ?”

ซูซานถามด้วยความสงสัย.

“เหตุใดเราจะไปเล่า? เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่เพื่อจบสงครามกับพวกพันธมิตร แต่เป็นการเพิ่มอำนาจของข้าต่างหาก! หากเราไปสู้พร้อมกับทหารของปอมปีย์ ความชอบครึ่งหนึ่งก็จะตกเป็นของพวกมัน ทีนี้พวกสภาก็จะมีเหตุผลมาอ้างไม่ให้เรายึดเมืองนั่นได้!”

เย่เทียนหัวเราะแล้วอธิบายต่อ “เจ้าอย่าห่วงเลย, ไม่มีทางที่ทัพของปอมปีย์จะยึดเมืองได้แน่ และข้าเองก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันได้พักจนกว่าทัพเสริมของศัตรูจะมาถึงด้วย! พวกมันจะมีแต่เสียกับเสีย! ทันทีที่พวกมันพ่าย นั่นก็คือเวลาบุกของพวกเรา! พวกเราจะยึดสตาบิแอในรวดเดียวเลย!”

เย่เทียนมั่นใจมากๆ โดยเฉพาะมีมีเดียมาร่วมด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก.

พอตกค่ำ กองทัพสัตว์มีพิษก็หลั่งไหลเข้ามาถึงตัวเมืองด้วยการปกป้องของทหารม้า.

ก่อนที่กองทัพสัตว์มีพิษจะมาถึงนั้น เย่เทียนได้สั่งประกาศเคอร์ฟิวให้ชาวบ้านหลบอยู่ในที่อาศัยตลอดทั้งคืน.

เย่เทียนได้ประกาศให้ป่าทึบในตัวเมืองเป็นเขตหวงห้าม, มีเดียกับสัตว์ของเธอจะได้อยู่ที่นั่นและจะไม่มีใครกล้าไปใกล้ด้วย.

หลังจากที่รู้ว่าปอมปีย์เริ่มบุกสตาบิแอแล้ว เย่เทียนก็ได้สั่งให้พวกทหารฝึกกันอย่างขันแข็งมากขึ้น.

นักรบหญิงเองก็เริ่มฝึกกันแล้ว, มีเดียก็ถูกส่งไปให้คลอเดียและเซเลน่าดูแลชั่วคราว. ตอนแรกนั้นนางปฏิเสธอย่างแรง แต่พอทั้งสองคนได้แสดงพลังของเทพให้ดูแล้ว เธอก็เปิดใจขึ้นมาเล็กน้อย.

ซูซานก็รับหน้าที่ดูแลหน่วยข่าวกรองขณะสอนวิชาให้คนในทีมของเธอ.

ภายในไม่ช้า พลังของกองทัพเย่เทียนก็พุ่งขึ้นเสียดฟ้า.

บาดั๊คได้พาทหารทาสกลับไปที่เมืองซาตานซึ่งเป็นฐานหลักของเย่เทียน. เขาไม่อยากจะปล่อยให้บ้านตัวเองไม่มีคนคุ้มกันนานเกินไป.

ทหารทาสที่ได้มาใหม่5พันคนก็เริ่มเข้ารับบททดสอบคัดเลือกสุดโหด.

หากพวกเขาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของทัพเย่เทียนและอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาต้องฝึกกันจนสุดกำลัง.

เย่เทียนคะเนไว้ว่าไม่นานเขาก็คงได้ค่าสถานะมาเพิ่มอีก5พันแต้ม.

สำหรับเมืองคาเลสนั้น เย่เทียนวางแผนไว้ว่าจะตั้งค่ายทหารไว้นอกเมือง ให้เป็นค่ายใหญ่ๆ.

ด้วยพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์บวกกับมีหุบเขาและทะเลล้อมรอบ คาเลสคือเมืองแห่งเสบียงและเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเลยทีเดียว.

มันจะเป็นหนึ่งในจุดพำนักหลักของทัพเย่เทียน.

ส่วนเรื่องค่ายทหาร มันจะจุทหารได้5พันคนและพวกทหารก็จะต้องมาที่นี่เพื่อรับการฝึกฝน.

พอได้ฝึกอย่างเข้มงวดและสุดโหดแล้ว พวกทหารทาสก็พากันด่าครูฝึกในใจ.

แต่ก็ไม่มีใครเลยที่คิดอยากจะเลิก เพราะอาหารค่ำของพวกเขาดีจริงๆ, อาหารทุกมื้อมีเนื้อให้กินอยู่เสมอ.

พวกทหารทาสรู้ได้เลยว่าชีวิตของพวกเขานั้นดีกว่าพวกชั้นสูงอีก.

ฟาร์มม้าของเย่เทียนเองก็คงจะไร้ที่ติหากสร้างไว้ที่นี่ เพราะภูมิทัศน์ของคาเลส มีภูเขารายล้อมทุกด้าน บวกกับมีทุ่งหญ้ากว้างขวาง จนสามารถเลี้ยงม้าได้ถึงหมื่นตัวเลยทีเดียว.

หลังจากถูกคัดออกแล้ว ทาสจำนวนมากก็ถูกส่งไปทำงานในแผนก่อสร้าง.

อากาศในคาเลสเองก็เริ่มเย็นลงแล้ว. ฤดูใบไม้ร่วงได้จบลงแล้ว.

เอลิเซียกับลูกๆของเธอเองก็ยุ่งตั้งแต่เช้ายันค่ำ เพราะทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของนาง. ทั้งร้าน, ทรัพย์สินและการจัดการต่างๆพร้อมๆกับพื้นที่ฟาร์มและบ้าน30หลัง.

ทุกๆวัน เกวียนข้าวและธัญพืชจะถูกขนไปเก็บไว้ในคลัง.

พอตกค่ำทุกวัน แม้ทั้งแม่และลูกสาวจะเหนื่อยทั้งกายและใจ พวกนางก็ยังมารายงานให้เย่เทียนทราบทุกเรื่องตลอด เพื่อเย่เทียนจะได้รู้เรื่องทรัพย์สินของเขาอยู่เรื่อยๆ.

พอเห็นความขยันและค่าความภักดีที่เพิ่มขึ้นแล้ว เย่เทียนก็พอใจมากๆ พวกนางจึงเป็นคนกลุ่มแรกทีได้รับพลังจากเขา.

เมื่อพวกนางได้รับของขวัญนั้นพวกนางก็ซึ้งจนน้ำตาไหล พวกนางเชื่อจริงๆว่าเจ้านายของตัวเองเป็นเทพจริงๆ.

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงแห่งการเก็บเกี่ยวจบแล้ว พื้นที่ทำไร่นาส่วนใหญ่ก็ถูกทิ้งร้างและชาวบ้านก็เริ่มไม่มีอะไรทำ.

เย่เทียนจึงเริ่มลงมือในตอนนี้ หากชาวเมืองคนไหนอยากได้งานเขาก็จะจ้าง.

เขาได้คนมาทำงานทั้งหมดหมื่นคนเพื่อสร้างฝายเก็บน้ำ, ถมที่ดินและรวมที่ดินของเขาเข้าด้วยกันทั้งหมด. จากนั้นก็สั่งล่วงหน้าให้ไปช่วยกันหว่านเมล็ดผลไม้และผักของเมดิเตอเรเนี่ยนเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ.

เมื่อผักและผลไม้ของเขาสุกงอมแล้ว มันก็คือจุดเริ่มต้นของแผ่นดินการเกษตรของเขา.

..

ในที่สุด แม็กซ์ก็มาถึงคาเลสแต่สีหน้าเขาไม่บอกบุญเลย.

“เกิดอะไรขึ้นรึ? แม็กซ์สหายข้า?”

พอเห็นสีหน้ากังวลของแม็กซ์ เย่เทียนจึงหน้าหมองลงมากๆ เขารู้ได้เลยว่ามีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ.

“ท่านลอร์ดครับ ของของเราถูกขโมยไปแล้วครับ. ม้าทุกตัวที่ข้าพามาถูกขโมยไปหมดเลย...”

พอแม็กซ์เห็นเย่เทียน เขาก็ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กร้องไห้หาพ่อแม่.

“ไม่เป็นอะไร! เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว! สินค้า, ม้าแล้วก็อื่นๆ พวกเราค่อยหามาใหม่ก็ได้. อะไรที่เสียไปแล้วก็ปล่อยมันไป. มันก็แค่ของนอกกาย เดี๋ยวก็หาใหม่ได้! ขอแค่เจ้าไม่เป็นอะไร...”

เย่เทียนโล่งใจขึ้นมา. เขาเป็นห่วงแม็กซ์และความสามารถของเขามากๆ เขาไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับแม็กซ์เลย.

แต่ในใจเขานั้นก็รู้สึกตะลึงอยู่หน่อยๆ.

มีคนมาขโมยสินค้ากับม้าของเขา.

ใครกันที่มันกล้ามาแย่งเนื้อจากปากเสือ.

จบบทที่ ตอนที่ 337 - ม้าถูกขโมย!

คัดลอกลิงก์แล้ว