- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะลูกสาววัยสามขวบ
- บทที่ 28: อุ้มน้องสะใภ้ในท่าเจ้าหญิง
บทที่ 28: อุ้มน้องสะใภ้ในท่าเจ้าหญิง
บทที่ 28: อุ้มน้องสะใภ้ในท่าเจ้าหญิง
บทที่ 28: อุ้มน้องสะใภ้ในท่าเจ้าหญิง
"คุณถังคะ ฉันอยากจะไปหาคุณค่ะ"
"ไปซื้อหมั่นโถวคุณค่ะ!"
หัวใจของเสิ่นเจียอี๋เต้นรัว แต่ความในใจที่อยากจะบอกกลับพูดไม่ออก
สุดท้ายพอจะพูดอะไรได้บ้าง ดันพูดว่า "ไปซื้อหมั่นโถวคุณค่ะ!"
น่าอายชะมัด!
เสิ่นเจียอี๋รีบกดยกเลิกข้อความ "ไปซื้อหมั่นโถวคุณค่ะ!" ทันที
แล้วส่งข้อความใหม่ไปว่า: "ฉันอยากเจอคุณ อยากเลี้ยงน้ำชาคุณสักมื้อ เพื่อตอบแทนที่คุณเคยให้โอกาสฉันเข้าทำงานตอนนั้นค่ะ"
...ณ ลานจอดรถหน้าโรงพยาบาลฉางเจียง
ถังเหรินเห็นข้อความที่เสิ่นเจียอี๋กดยกเลิกไปแล้ว
คิดในใจว่า ยัยเด็กคนนี้ยังขี้อายและเก็บตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาเห็นข้อความที่สองของเสิ่นเจียอี๋ เขาก็เงยหน้าขึ้นเห็นหลิวเหยียนกำลังเดินลงมาจากบันไดหน้าโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยและฝีเท้าเบาสบาย
เธอมัดผมหางม้าสูง เส้นผมดำขลับเงางามแกว่งไกวไปมาอย่างร่าเริงตามจังหวะการเดิน เปล่งประกายพลังความสดใสของวัยสาว
ปอยผมสองสามเส้นปลิวไสวคลอเคลียแก้ม เพิ่มความขี้เล่นให้กับใบหน้า
เสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปขับเน้นช่วงเอวที่คอดกิ่วอย่างสง่างาม คอเสื้อที่ปลดกระดุมเล็กน้อยเผยให้เห็นไหปลาร้าที่สวยงาม เพิ่มความอ่อนโยนให้กับลุคสาวเก่งของเธอ
ท่อนล่างเป็นกางเกงสแล็คขายาวสีดำเข้ารูป โอบกระชับเรียวขาตรงยาว สะท้อนสไตล์ที่เรียบหรูและเฉียบคม รองเท้าส้นสูงสีดำกระทบพื้นเกิดเสียงดังกุบกับเป็นจังหวะที่มั่นคงและมั่นใจ
ถังเหรินวางโทรศัพท์ลง ลงจากที่นั่งคนขับ แล้วเดินไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง รอให้สุภาพสตรีขึ้นรถ
เห็นการกระทำที่ใส่ใจของถังเหริน ดวงตาของหลิวเหยียนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ริมฝีปากแย้มยิ้มกว้างอย่างสดใส ลืมมาดสาวทำงานผู้เคร่งขรึมไปจนหมดสิ้น
"พี่เขย!" หลิวเหยียนวิ่งถลาลงมาจากบันไดราวกับกวางน้อยที่กำลังดีใจ เสียงส้นสูงกระทบพื้นรัวเร็ว
แต่ทว่า จังหวะที่กำลังก้าวลงบันได เธอเกิดก้าวพลาด สะดุดล้มพุ่งไปข้างหน้า
"ระวัง!"
ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตาย ถังเหรินพุ่งตัวเข้าไปรับ
ปกติแล้ว ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนประมาณสิบเมตร
ระยะทางขนาดนี้ ต่อให้ถังเหรินเร็วแค่ไหน ก็ไม่มีทางรับหลิวเหยียนได้ทันในจังหวะที่เธอล้ม
แต่ถังเหรินที่กลายร่างเป็นนักรบทองคำไปแล้ว ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป!
เร็วยิ่งกว่าเสือชีตาห์ เขาพุ่งไปถึงตัวหลิวเหยียนภายในเวลาไม่ถึงวินาที ยืดแขนยาวๆ ออกไปคว้าเอวเธอไว้ได้อย่างมั่นคงในท่วงท่าเดียว
หลิวเหยียนไม่ได้คิดอะไรมาก หายใจหอบถี่ด้วยความตกใจ มือสองข้างคว้าคอเขาไว้โดยสัญชาตญาณ เงยหน้าขึ้นมองตาเขา ความตื่นตระหนกยังคงอยู่ แต่ตอนนี้ผสมปนเปไปด้วยความเขินอายและความวางใจ
สายตาของถังเหรินเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและทะนุถนอม เขาถามเสียงทุ้ม "เหยียนเหยียน เป็นอะไรไหม?"
ลมหายใจอุ่นๆ ของถังเหรินเป่ารดใบหูเธอ ผสมกับกลิ่นฮอร์โมนที่พุ่งพล่านจากการวิ่งเมื่อครู่ ยิ่งทำให้หลิวเหยียนเคลิบเคลิ้ม
"พี่เขย... หนู... หนูไม่เป็นไรค่ะ" เธอส่ายหน้าเบาๆ แก้มแดงระเรื่อ
สายลมอ่อนๆ พัดผมเธอปลิวไสว หางม้ายังคงแกว่งไกว ในเวลานี้ ท่าทางตื่นตระหนกแต่น่ารักของเธอช่างดูมีเสน่ห์ยิ่งกว่ามาดสาวเก่งตามปกติ จนทำให้ใจของถังเหรินเต้นแรง
"ระวังหน่อยสิ!" ถังเหรินจูงมือเธอ เดินพาไปที่รถทีละก้าว!
หลิวเหยียนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของถังเหริน ในใจเต็มไปด้วยความประหม่าระคนดีใจ เธอชอบความรู้สึกนี้จัง
ความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่แบบนี้
จนกระทั่งหลิวเหยียนขึ้นไปนั่งบนรถ จมูกไวๆ ของเธอก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอีกคน
"พี่เขยคะ เมื่อกี้พี่ไปส่งผู้หมวดหลินที่โรงพักมาเหรอคะ?"
ถังเหรินพยักหน้า "ใช่จ้ะ"
"รถตำรวจก็มี ทำไมเธอไม่ขับไปเองล่ะคะ?"
หลิวเหยียนขมวดคิ้ว คิดในใจว่า หลินจื่อเหยียนคงไม่ได้คิดจะจีบพี่เขยเธอจริงๆ หรอกนะ
ถังเหรินตอบอย่างไม่คิดอะไร "เธอแค่อยากคุยเรื่องการขายหมั่นโถวกับพี่น่ะ"
"เรื่องขายหมั่นโถว? มีปัญหาอะไรเหรอคะ?" หลิวเหยียนถามด้วยความแปลกใจ
"ไม่มีอะไรหรอก แค่มีคนอยากจะมาขอซื้อหมั่นโถวพี่ไปขายต่อน่ะ..."
จากนั้นถังเหรินก็เล่าเรื่องที่คุยกับหลินจื่อเหยียนให้หลิวเหยียนฟัง
หลิวเหยียนฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก "หนูว่าผู้หมวดหลินวิเคราะห์ถูกนะคะ"
"พี่เขยคะ พี่ขายส่งหมั่นโถวให้คนอื่นไม่ได้นะ"
ถังเหรินแย้ง "แต่พี่ก็ไม่อยากเหนื่อยขับรถตระเวนขายทุกวันนี่นา พี่อยากมีเวลาอยู่กับซานซาน แล้วก็หนูให้มากขึ้น..."
ได้ยินถังเหรินพูดแบบนี้ หลิวเหยียนก็รู้สึกหวานล้ำในใจ เธอพูดว่า "พี่เขยคะ พี่ไม่ต้องเหนื่อยขายเองก็ได้ แค่เปิดร้านแล้วจ้างคนมาขายแทนสิคะ"
ถังเหรินหาข้ออ้าง "พี่ก็คิดนะ แต่เปิดร้าน จ้างคน ต้นทุนมันสูง ไม่คุ้มหรอก"
ขืนเปิดร้านขายหมั่นโถว ไม่เหนื่อยตาย ก็ความลับเรื่องเครื่องทำหมั่นโถวแตกแน่นอน
ทำไงดี? เขาจะมาขลุกอยู่ในร้านขายหมั่นโถว 365 วันไม่ได้นะ
"พี่เขยคะ ถ้าต้นทุนสูง พี่ก็ขึ้นราคาสิคะ"
"ด้วยสรรพคุณของหมั่นโถวพี่ตอนนี้ อย่างที่พานหงเฉียงบอก ขายลูกละสองหยวนก็ไม่แพงเลยใช่ไหมคะ?"
"ราคานี้สมเหตุสมผลด้วย สำหรับคนไข้ เทียบกับค่าห้องโรงพยาบาลวันละเป็นร้อยเป็นพัน สองหยวนนี่ถูกเหมือนได้เปล่า!"
"ถ้าพี่ได้กำไรเพิ่มลูกละหนึ่งหยวน วันนึงก็ได้เพิ่มมาเป็นหมื่น ร้านแบบไหน พนักงานกี่คน พี่ก็จ้างไหวทั้งนั้นแหละ!"
"อีกอย่าง ถ้าพี่ขายส่งให้พ่อค้าคนกลาง พวกนั้นก็ต้องไปบวกราคาขายต่อ อย่างน้อยก็สองหยวนอยู่ดี!"
"ให้คนอื่นเอาไปขาย กับเปิดร้านเอง หนูเชียร์ให้พี่เปิดร้านเอง แล้วจ้างลูกน้องมาขายดีกว่าค่ะ นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจใหม่ของพี่เลยนะ!"
หลิวเหยียนพูดน้ำไหลไฟดับ
สิ่งที่หลิวเหยียนกับหลินจื่อเหยียนพูดเหมือนกันเด๊ะเรื่องต้นทุนและกำไร ถังเหรินคำนวณตัวเลขกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นราคาได้ชัดเจนกว่าพวกเธอซะอีก
ประเด็นคือ เขาไม่อยากเสียเวลามาขายหมั่นโถวจริงๆ
เว้นแต่เขาจะหาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้และเหมาะสม หรือพูดให้ถูกคือ คนกันเอง... ที่อาจจะเลื่อนขั้นมาเป็นเถ้าแก่เนี๊ยะได้
แบบนั้นเขาถึงจะกล้าวางใจยกเครื่องทำหมั่นโถวให้เธอดูแล
แต่จะยกเครื่องจักรวิเศษแบบนี้ให้ใครดูแล คนคนนั้นต้องซื่อสัตย์ภักดีต่อเขาอย่างที่สุด และต้องอยู่กับเขาไปจนแก่เฒ่า
ผู้ช่วยผู้ซื่อสัตย์ เถ้าแก่เนี๊ยะที่จะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า!?
หาคนแบบนี้ยากนะ
หลิวเหยียนก็ทำได้ แต่จะให้เธอมาจมปลักอยู่กับร้านขายหมั่นโถวก็เสียดายความสามารถแย่
หลินจื่อเหยียนก็นิสัยดี แต่จะให้เธอลาออกจากตำรวจมาขายหมั่นโถว คงเป็นไปไม่ได้
แล้วใครอีกล่ะ?
เอ๊ะ!?
ลองเรียกเสิ่นเจียอี๋มาลองดูดีไหม?
ถังเหรินรู้ดีว่าเสิ่นเจียอี๋เคยมีใจให้เขา
เพียงแต่ตอนนั้นเขาโดนหลิวหรงรุกจีบอย่างหนัก จนหน้ามืดตามัวไปกับเธอ เลยจำใจต้องปล่อยมือเสิ่นเจียอี๋ไป
ถึงอย่างนั้น เสิ่นเจียอี๋ก็ยังซื่อสัตย์ต่อเขา ทำงานที่บริษัทต่อเพียงเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ เขา
เสิ่นเจียอี๋ยังใจดีกับซานซานมาก เวลาถังเหรินพาซานซานไปที่ทำงาน ก็มีเสิ่นเจียอี๋นี่แหละคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
ตรงกันข้าม หลิวหรงกลับไม่ค่อยสนใจซานซานเท่าไหร่
เข้าทางเลย!
เป็นไปได้ว่าเสิ่นเจียอี๋อาจจะไม่ใช่แค่ผู้ช่วยที่ดี แต่ยังอาจได้เลื่อนขั้นเป็นเถ้าแก่เนี๊ยะ กลายเป็นแม่ใหม่มูลค่าพันล้านคนนั้นก็ได้
จึ๊ๆๆ
คนนี้แหละ ใช่เลย
ลูกพลับนิ่มต้องรีบเก็บกิน จะหาแฟนทั้งทีต้องหาคนที่ชอบเราสิ!
พี่น้องครับ ฟังคำเตือนจากชายผู้ผ่านการหย่าร้างมาแล้วนะ: เวลาจะหาเมีย อย่าโง่อีกเด็ดขาด!
หาแฟน ให้หาคนที่คุณชอบ;
แต่หาเมีย ห้ามหาคนที่คุณชอบเด็ดขาด แต่ให้หาคนที่เขาชอบคุณ
แน่นอน ถ้าคนที่ชอบคุณดันเป็นคนที่คุณชอบด้วย นั่นก็แฮปปี้เอนดิ้งกันถ้วนหน้า!
"เหยียนเหยียน หนูว่าร้านนี้เป็นไง?"
ถังเหรินชี้ไปที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในแถวร้านค้าหน้าโรงพยาบาลฉางเจียงแล้วถาม
"ข้าวขาหมูหลงเจียง!?"
หลิวเหยียนมองป้ายร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดด้วยความแปลกใจ
มีป้ายประกาศ "เซ้งร้าน" ติดอยู่ที่หน้าร้าน
"128 ตารางเมตร มันจะใหญ่ไปสำหรับร้านขายหมั่นโถวรึเปล่าคะ?" หลิวเหยียนดูรายละเอียดในประกาศแล้วทักท้วง
ในความคิดเธอ ร้านขายหมั่นโถวแค่สิบตารางเมตรก็เหลือเฟือแล้ว
"ใหญ่ไปตรงไหน? หนูบอกเองนะ ลูกละสองหยวน วันละสองหมื่น นั่นคือกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาตั้งสองหมื่นนะ!"
"กำไรส่วนเกินวันละสองหมื่น ขายหมั่นโถวแค่วันเดียวก็พอจ่ายค่าเช่ากับค่าแรงแล้ว!"
"เอาร้านนี้แหละ โทรไปถามเลย" ถังเหรินตัดสินใจเด็ดขาด
เช่าร้านขายหมั่นโถว เชิญเสิ่นเจียอี๋กลับมาเป็นผู้จัดการร้าน แล้วจ้างพนักงานอีกสักคนสองคน
การตกแต่งร้านยังดูใหม่และดีอยู่ เจ้าของเดิมคงเพิ่งรีโนเวทไปไม่นาน
แค่เปลี่ยนป้ายร้านก็ใช้ได้เลย
หน้าร้านมีโต๊ะเก้าอี้ ให้ลูกค้ามานั่งกินหมั่นโถวชิลๆ ได้;
ที่สำคัญคือครัวด้านหลังกว้างขวางมาก ดัดแปลงนิดหน่อยก็เอาเครื่องทำหมั่นโถวไปตั้งข้างในได้ ต่อให้ผลิตวันละสองหมื่นลูกก็ไม่มีใครรู้
"นี่น่าจะเป็นร้านของโรงพยาบาล เดี๋ยวหนูช่วยถามให้นะคะ" หลิวเหยียนกลัวว่าพี่เขยกระเป๋าหนักจะใจป้ำไม่ยอมต่อราคา เลยอาสาติดต่อให้
หลังจากคุยโทรศัพท์ หลิวเหยียนก็บอกถังเหรินด้วยความตื่นเต้น "ได้รายละเอียดมาแล้วค่ะ"
"ร้านนี้เจ้าของเดิมเป็นเถ้าแก่คนกวางตุ้ง เพิ่งรีโนเวทไปไม่ถึงครึ่งปี แกสู้ต้นทุนไม่ไหวเลยเลิกกิจการ"
"นี่เป็นร้านของโรงพยาบาล ห้ามเช่าช่วงต่อ"
"ค่าเช่าตารางเมตรละสองร้อยหยวน มัดจำสองเดือน จ่ายล่วงหน้าสามเดือน"
"ค่าเช่ารวมค่าส่วนกลางแล้ว ค่าน้ำค่าไฟคิดตามมิเตอร์จริง"
"ทางโรงพยาบาลรู้ว่าเป็นพี่เขยจะมาเปิด เลยลดราคาให้พิเศษ คิดเหมาๆ เดือนละสองหมื่นหยวนค่ะ"
ถังเหรินใจเต้นตึกตักเมื่อได้ยินราคา
"เดือนละสองหมื่นหยวน!"
"มัดจำสองเดือน ล่วงหน้าสามเดือน ก็แสนนึง"
รายได้ของถังเหรินเมื่อวานกับวันนี้รวมกันเพิ่งจะได้แค่สองหมื่นกว่าหยวน บวกกับเงินที่เศรษฐีนีฉินลู่ให้มาอีกสองหมื่น ก็แค่สี่หมื่น
ไม่พอแฮะ
คงต้องขายหมั่นโถวต่ออีกสักสองสามวัน
หลิวเหยียนเห็นถังเหรินลังเล ก็พูดขึ้นว่า "พี่เขยคะ หนูว่าคุ้มนะ"
"อย่างที่พี่ว่า ถ้าขายลูกละสองหยวน แค่ส่วนต่างราคาขายวันเดียวก็พอจ่ายค่าเช่าแล้ว"
"ถ้าเงินไม่พอ หนูมีค่ะ"
"ไปเถอะ ไปเซ็นสัญญากัน"
หลิวเหยียนลากถังเหรินขึ้นรถอย่างตื่นเต้น ดูท่าทางจะดีใจยิ่งกว่าเจ้าตัวซะอีก...
จบบท