- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะลูกสาววัยสามขวบ
- บทที่ 26: หลินจื่อเหยียน: ถังเหริน คุณขอฉันแต่งงานด้วยหมั่นโถวสองถุงเนี่ยนะ?
บทที่ 26: หลินจื่อเหยียน: ถังเหริน คุณขอฉันแต่งงานด้วยหมั่นโถวสองถุงเนี่ยนะ?
บทที่ 26: หลินจื่อเหยียน: ถังเหริน คุณขอฉันแต่งงานด้วยหมั่นโถวสองถุงเนี่ยนะ?
บทที่ 26: หลินจื่อเหยียน: ถังเหริน คุณขอฉันแต่งงานด้วยหมั่นโถวสองถุงเนี่ยนะ?
"เสี่ยวหลิน ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยพอใจที่ผมจะขายส่งหมั่นโถวให้พานหงเฉียงนะ ทำไมเหรอครับ?"
ถังเหรินถามขณะขับรถ
หลินจื่อเหยียนนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มองไปข้างหน้าแล้วพูดว่า "คุณอยากขายส่งให้เขา แล้วตัวเองก็ไปเป็นเถ้าแก่แบบเสือนอนกิน ใช่ไหมคะ?"
"ครับ แบบนี้ผมจะได้ไม่ต้องมาตั้งแผงเอง จะได้มีเวลาดูแลซานซาน แล้วก็ทำอย่างอื่นด้วย"
"อีกอย่าง ถ้าผมไม่ต้องมาขายเอง ผมก็จะทำหมั่นโถวให้ทุกคนได้เยอะขึ้นทุกวันด้วย"
ถังเหรินอ้างเหตุผลนี้
ในความเป็นจริง เขาไม่ได้เสียเวลาทำหมั่นโถวแม้แต่นาทีเดียว
เขาแค่ไม่อยากเสียเวลามานั่งขายหมั่นโถว เขาต้องเอาเวลาที่มีจำกัดนี้ไปหาแม่ใหม่ให้ซานซานต่างหาก
รางวัลจากระบบมันช่างเย้ายวนใจเกินไป
อย่าว่าแต่แม่ใหม่มูลค่าพันล้านเลย แค่ร้อยล้านถังเหรินก็สู้ตายแล้ว
เขาเคยคิดจะเปิดหน้าร้าน จ้างคนมาขาย หรือแม้แต่ขึ้นราคา
ถ้าหมั่นโถวขึ้นราคาจากหนึ่งหยวนเป็นสองหยวน เขาก็พอจะจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และค่าแรงได้สบาย
ต่อให้ทำเงินได้วันละสองสามหมื่นหยวนแบบชิวๆ ถังเหรินก็ยังรู้สึกเหนื่อยอยู่ดี
ความลับของเครื่องทำซาลาเปาทะลุมิติบอกใครไม่ได้ เขาต้องควบคุมเครื่องเอง
ทุกวันหมดไปกับการใส่วัตถุดิบทำหมั่นโถว ไม่ก็ขนหมั่นโถวไปขาย
เขาไม่ใช่อู่ต้าหลาง (คนขายแป้งทอดในตำนานที่ขยันขันแข็งแต่สุดท้ายตายเพราะเมีย) จะมาทนลำบากทำไม!
ด้วยรางวัลอื่นๆ จากระบบ ต่อให้ขายหมั่นโถวได้กำไรแค่ไหน ถังเหรินก็ไม่สนหรอก!
ขายส่งออกไปง่ายกว่าเยอะ ใครอยากขายก็ขายไป ขอแค่อย่าทำน่าเกลียดเกินไปก็พอ
ยิ่งไปกว่านั้น ราคาขายส่งอาจจะขยับเป็นสองหยวน แล้วกำหนดให้คนขายปลีกขายให้คนไข้แค่สามหยวน ก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน จริงไหม?
เขาก็ยังได้เงิน แถมตัวเขาก็ว่างด้วย
ตอนนี้ถังเหรินหมกมุ่นอยู่กับการหาผู้หญิงที่รักซานซานจากใจจริงมาเป็นแม่ใหม่ให้ได้
หลินจื่อเหยียนวิเคราะห์ "พานหงเฉียงคนนี้เป็นผู้รับเหมาทำโรงอาหารโรงพยาบาล ไม่ใช่พนักงานของโรงพยาบาลโดยตรง และโรงอาหารก็ไม่ใช่หน่วยงานสังกัดโรงพยาบาลด้วย"
"พูดง่ายๆ คือ พานหงเฉียงคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดพวกนั้นหรอกค่ะ!"
ถังเหรินแย้ง "แต่ผมบังคับให้เขาขายแค่ลูกละสองหยวนให้คนไข้ได้นี่ครับ เขาจะได้ไม่ขึ้นตามใจชอบ"
"แถมยังจำกัดการซื้อต่อคนต่อวันได้ด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการกักตุนสินค้า"
หลินจื่อเหยียนยิ้มแล้วถาม "วันนี้คุณทำหมั่นโถวมาทั้งหมดกี่ลูกคะ?"
"ประมาณหมื่นห้าพันลูกครับ!" ถังเหรินตอบ
"คุณรู้ไหมคะว่าโรงพยาบาลฉางเจียงมีคนไข้โรคเบื่ออาหารกี่คน?" หลินจื่อเหยียนถามต่อ
"ไม่รู้สิครับ" ถังเหรินตอบตามตรง
หลินจื่อเหยียนเฉลย "งั้นฉันจะบอกให้ ทั้งหมดมีไม่ถึงยี่สิบคนค่ะ"
"ต่อให้ซื้อคนละสิบลูก สองร้อยลูกก็พอแล้ว"
"งั้นก็เยี่ยมเลยสิครับ! คนไข้มีหมั่นโถวกินพอ ที่เหลือก็ขายเป็นหมั่นโถวธรรมดาให้ลูกค้าทั่วไป!" ถังเหรินพยักหน้าเห็นด้วย
"เดี๋ยวนะ ไม่ถูกสิ ถ้าคนไข้โรคเบื่ออาหารมีน้อยอย่างที่คุณว่า แล้วทำไมคนตั้งเยอะแยะถึงยอมซื้อหมั่นโถวจากพ่อค้าคนกลางในราคาแพงล่ะครับ?" ถังเหรินฉุกคิดขึ้นได้
หลินจื่อเหยียนถามกลับ "คุณรู้ไหมคะว่าในเจียงเฉิงและพื้นที่รอบๆ มีคนป่วยเป็นโรคเบื่ออาหารกี่คน?"
"หา!?" ถังเหรินส่ายหน้า "อันนี้ผมไม่รู้จริงๆ ครับ!"
หลินจื่อเหยียนตอบ "ฉันก็ไม่รู้ค่ะ แต่จากการคาดเดา น่าจะมีหลายร้อยถึงพันกว่าคน"
"ต่อให้พานหงเฉียงทำตามที่คุณขอ ขายให้คนไข้โรงพยาบาลฉางเจียงลูกละสองหยวน แต่เขาก็จะเอาหมั่นโถวที่เหลือไปขายต่อในราคาแพงให้กับโรงอาหารโรงพยาบาลอื่น หรือพวกพ่อค้าคนกลางอยู่ดี!"
"พี่ถังคะ คุณต้องเข้าใจนะว่า หมั่นโถวที่คุณทำคือยา ไม่ใช่อาหารธรรมดา"
ถังเหรินไม่คิดว่าหลินจื่อเหยียนจะคิดละเอียดรอบคอบขนาดนี้ เขาชมว่า "คุณนี่กลายเป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ไปแล้วจริงๆ นะเนี่ย"
หลินจื่อเหยียนยิ้มรับคำชม "มันเป็นโรคอาชีพของตำรวจน่ะค่ะ"
"อีกอย่าง ครอบครัวคนไข้ทุกคนลำบากกันทั้งนั้น"
"ฉันไปสืบมาแล้ว คนไข้พวกนี้กินแค่หมั่นโถวที่คุณทำเท่านั้น ถ้าเอาหมั่นโถวอื่นหรืออาหารอื่นให้กิน เขาก็ไม่กินอยู่ดี"
"พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีหมั่นโถวของคุณ พวกเขาก็ต้องนอนโรงพยาบาล ให้ยา ให้สารอาหารทางสายยางต่อไป"
"ความเห็นของหมอคือ ต้องใช้เวลา ให้พวกเขาคุ้นเคยกับการกินหมั่นโถวของคุณก่อน!"
"จากนั้นค่อยๆ ผสมอาหารอย่างอื่นลงไปพร้อมกับหมั่นโถว ให้คนไข้ค่อยๆ ปรับตัว จนกระทั่งกลับมากินอาหารปกติได้!"
"กระบวนการสะสมทีละน้อยนี้อาจใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรือนานกว่านั้น..."
"และในช่วงเวลานี้ คนไข้เหล่านี้ขาดหมั่นโถวของคุณไม่ได้เลย"
"ดังนั้น ฉันหวังว่าคุณจะพิจารณาเรื่องขายหมั่นโถวให้ถึงมือคนที่ต้องการจริงๆ แทนที่จะขายส่งให้พ่อค้าหน้าเลือดเอาไปเก็งกำไรนะคะ"
หลินจื่อเหยียนมองถังเหรินขณะพูด
ถังเหรินเข้าใจความหมายของหลินจื่อเหยียน เธอต้องการให้เขาควบคุมซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นทางและทำเพื่อประชาชน
เขาพยักหน้า "ขอบคุณครับเสี่ยวหลิน"
"คุณเคยเป็นเถ้าแก่ใหญ่มาก่อน น่าจะรู้นะคะว่าต้องทำยังไง" หลินจื่อเหยียนมองถังเหริน แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม!
ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าถังเหรินวันนี้แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง!
เขาดูมีเสน่ห์และแข็งแกร่งขึ้น แถมยังมีกลิ่นหอมที่ชวนให้ใจเต้นแรงแผ่ออกมาจากตัวเขา
ขณะที่หลินจื่อเหยียนนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ ได้กลิ่นหอมจากตัวเขา หัวใจของเธอก็เต้นรัว "ตึกตัก ตึกตัก!" เหมือนกวางน้อยตื่นตูม
เธอกลัวใจตัวเองเหลือเกินว่าจะเผลอใจไปรักเขาเข้าจริงๆ
ถังเหรินมองหลินจื่อเหยียน ยิ้มแล้วพูดว่า "ผมเป็นเถ้าแก่ตกอับที่ล้มละลายมาแล้วครับ เลยต้องมีคนอย่างเสี่ยวหลินคอยเตือนสติอยู่เรื่อยๆ"
หลินจื่อเหยียนแย้ง "ธุรกิจก่อนหน้านี้ของคุณประสบความสำเร็จนะคะ ที่ล้มเหลวเพราะความใจดีของคุณจนโดนคนอื่นเอาเปรียบต่างหาก"
"พี่ถังคะ ครั้งนี้ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณนะ!"
รถค่อยๆ เคลื่อนมาถึงหน้าสถานีตำรวจ
ถังเหรินจอดรถเทียบข้างทาง จังหวะที่หลินจื่อเหยียนกำลังจะลงจากรถ ถังเหรินก็หยิบหมั่นโถวสองถุงยื่นให้เธอ
"ถุงนึงรสแอปเปิ้ล อีกถุงรสกล้วยครับ"
"นี่ไม่ใช่สินบนนะ จริงๆ ผมก็เขินเหมือนกันที่เอาหมั่นโถวมาให้ผู้หญิง" ถังเหรินอธิบายแก้เก้อ
หลินจื่อเหยียนรับหมั่นโถวไปอย่างมีความสุข "หมั่นโถวแล้วไงคะ? ตอนนี้หมั่นโถวพวกนี้เป็นของล้ำค่าหาซื้อไม่ได้เลยนะ!"
"โอเคครับ ขอแค่คุณชอบก็พอ!" ถังเหรินยิ้ม
หลินจื่อเหยียนพูด "ขอบคุณค่ะ วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวคืนนะ"
"ไม่ครับ ไม่ ผมต่างหากที่ต้องเลี้ยงคุณ" ถังเหรินรีบแย้ง
หลินจื่อเหยียนลงจากรถ ปิดประตูอย่างเป็นธรรมชาติ ทันใดนั้น ถังเหรินก็ลดกระจกลงแล้วถามอย่างประหม่าว่า "เสี่ยวหลิน คุณชอบซานซานไหมครับ?"
"ชอบสิคะ! ทำไมเหรอ?" หลินจื่อเหยียนหันกลับมามอง
ถังเหรินรวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า "ซานซานบอกว่าอยากหาแม่ใหม่..."
"หา!?" หลินจื่อเหยียนตัวแข็งทื่อ หมั่นโถวในมือแทบร่วง
อะไรเนี่ย!
ถังเหริน คุณเอาจริงดิ?
คุณขอฉันแต่งงานด้วยหมั่นโถวแค่สองถุงเนี่ยนะ?
ถึงฉัน หลินจื่อเหยียน จะไม่ได้มีค่าตัวแพงอะไรขนาดนั้น แต่จะมาสู่ขอกันง่ายๆ ด้วยหมั่นโถวสองถุงแบบนี้ไม่ได้นะ!
ถังเหรินเห็นสีหน้าตกตะลึงของหลินจื่อเหยียน รีบแก้ตัวตะกุกตะกัก "คือ... โรงเรียนอนุบาลของซานซานจัดกิจกรรมพ่อแม่ลูก แล้วต้องมีผู้ปกครองไปทั้งพ่อและแม่น่ะครับ"
"ผม... ผมหาคนเหมาะสมไม่ได้ เลยอยากจะรบกวนคุณช่วยแกล้งเป็นแม่ซานซานให้หน่อย คุณคิดว่าไงครับ..."
"อ๋อ! เรื่องนี้นี่เอง"
ภูเขาออกจากอกหลินจื่อเหยียน โล่งอกไปที นึกว่าโดนสารภาพรักซะแล้ว
ที่แท้ก็แค่ช่วยซานซานไปร่วมกิจกรรมโรงเรียน
"เมื่อไหร่คะ? ฉันต้องเช็กตารางเวรก่อน" หลินจื่อเหยียนไม่ได้ตอบตกลงแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ถังเหรินได้ยินดังนั้นก็คิดในใจว่า เฮ้ย มีลุ้นแฮะ!
"น่าจะอาทิตย์หน้านะครับ! เวลายังไม่แน่นอน เขาแค่บอกให้ผู้ปกครองเตรียมการแสดงไว้ก่อน พอได้เวลาที่แน่นอนแล้ว ผมจะรีบส่งไปบอกทันทีครับ"
หลินจื่อเหยียนพยักหน้า "โอเคค่ะ เดี๋ยวดูตารางงานแล้วค่อยตัดสินใจนะ"
"ขอบคุณครับ เสี่ยวหลิน" ถังเหรินโบกมือลาหลินจื่อเหยียนอย่างมีความสุข แล้วกลับรถขับออกไปรับหลิวเหยียน
อะไรนะ? ถามว่าแล้วหลิวเหยียนไม่ต้องไปร่วมงานในฐานะ 'น้าแม่' เหรอ?
ไม่หรอก
ในเมื่อรางวัลนักรบทองคำก็ได้มาแล้ว 'น้าแม่' ก็ไม่จำเป็นต้องไปปรากฏตัวในงานสำคัญแบบนั้นอีก!
โอกาสต้องเก็บไว้ให้คนที่จำเป็นสิ
ระบบ: ไอ้ผู้ชายสารเลว!
ถังเหริน: ผมเปล่านะ อย่ามาใส่ร้าย
อย่างมาก ถ้าผมหาเงินได้พันล้าน ผมแบ่งให้หลิวเหยียนสักห้าร้อยล้านก็แฟร์แล้วนี่นา จริงไหม?
ระบบ: ห้าร้อยล้าน?! โฮสต์ ห้าร้อยล้านของคุณนี่มันเงินถูกกฎหมายรึเปล่า?
บ้าเอ๊ย! ระบบ แกนี่มันมองโลกในแง่ร้าย ลามกจกเปรตจริงๆ!
จบบท