- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะลูกสาววัยสามขวบ
- บทที่ 19: น้ำตาของทหารผ่านศึกโจวเจ๋อหมิน
บทที่ 19: น้ำตาของทหารผ่านศึกโจวเจ๋อหมิน
บทที่ 19: น้ำตาของทหารผ่านศึกโจวเจ๋อหมิน
บทที่ 19: น้ำตาของทหารผ่านศึกโจวเจ๋อหมิน
โรงพยาบาลฉางเจียง หอผู้ป่วยพิเศษ VIP
โจวเจ๋อหมินนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความรู้สึกอึดอัดทรมานอย่างที่สุด
"เลิกฉีดไอ้ยาบำรุงพวกนี้ให้ฉันสักที! ฉันไม่ต้องการ..."
ชายชราผู้ดื้อรั้นคนนี้ ผู้ซึ่งอุทิศทั้งชีวิตเพื่อชาติและประชาชน เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมากมาย
ทว่ากาลเวลาไม่เคยปรานีใคร และตอนนี้เขากำลังถูกโรคเบื่ออาหารกัดกิน ทรมานแสนสาหัส
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากกิน แต่พอเอาอะไรเข้าปากก็คลื่นไส้พะอืดพะอมไปหมด มันทรมานจนทนไม่ไหว
กินอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
ทำได้แค่จิบน้ำเปล่านิดหน่อย ถ้าในน้ำผสมสารอาหารอะไรลงไป เขาก็จะรู้สึกไม่สบายตัวทันที
โจวเจ๋อหมินที่เคยแข็งแรงกระฉับกระเฉง ตอนนี้หน้าซีดเซียว ร่างกายอ่อนแอ
อดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรในสนามรบ กินเนื้อดื่มเหล้าอย่างห้าวหาญกลางสมรภูมิ บัดนี้กลับไร้ซึ่งความสนใจในอาหารรสเลิศใดๆ
ต้องพึ่งพาแค่สารอาหารทางหลอดเลือดดำเพื่อประคองชีวิตไปวันๆ
ครอบครัวของเขาร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด หาหมอหายาไปทั่วสารทิศ ลองทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถปลุกความอยากอาหารของชายชราให้กลับคืนมาได้
โรงพยาบาลฉางเจียง ห้องพักแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
"คุณหมอหยาง ไม่มีทางรักษาอาการของพ่อผมจริงๆ เหรอครับ?"
โจวเว่ยกั๋วถามหยางเต๋อหง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่รัฐส่งตรงมาจากเมืองหลวง
หยางเต๋อหงคือแพทย์มือหนึ่งของประเทศ ปกติรับหน้าที่ดูแลสุขภาพของผู้นำระดับสูง
เขาเองก็ไม่เคยเจอเคสแบบโจวเจ๋อหมินมาก่อน
"ลองย้ายท่านผู้เฒ่าโจวไปรักษาที่เมืองหลวงดูไหมครับ เผื่อจะล้างท้องใหม่อีกรอบ แล้วค่อยลองปรับยาดู!" หยางเต๋อหงเสนอแนะหลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
"พ่อผมบอกว่าแกจะไม่ไปไหนทั้งนั้น แกจะอยู่ที่เจียงเฉิง" โจวเว่ยกั๋วถอนหายใจ
"ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องเรียกทีมผู้เชี่ยวชาญมาที่เจียงเฉิง เพื่อผ่าตัดที่นี่เลย"
"เครื่องไม้เครื่องมือของโรงพยาบาลฉางเจียงก็ติดท็อปเท็นของประเทศ น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่อะไรครับ!" หยางเต๋อหงวิเคราะห์
โจวเว่ยกั๋วพยักหน้า "ถ้าสุดวิสัยจริงๆ ก็คงต้องทำแบบนั้นแหละครับ"
"ท่านเลขาโจวครับ การจะกล่อมท่านผู้เฒ่าโจวให้ยอมผ่าตัด ก็เป็นเรื่องยุ่งยากเหมือนกันนะครับ"
"คุณคิดว่าใครน่าจะเหมาะไปทำความเข้าใจกับท่านได้บ้าง?" หยางเต๋อหงถาม
โจวเว่ยกั๋วมองไปที่ลูกสาว โจวหยาฉี ที่กำลังนั่งเขี่ยโทรศัพท์ดูคลิปวิดีโออยู่ แล้วพูดว่า "หยาฉี ลูกลองไปกล่อมคุณปู่ให้ผ่าตัดหน่อยไหม?"
"หา!?" โจวหยาฉีเบิกตากว้าง "ทำไมต้องเป็นหนูล่ะคะ?"
"ก็เพราะลูกเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณปู่ และเป็นหลานรักที่สุดด้วย ถ้าไม่ใช่ลูก แล้วจะเป็นใครล่ะ?"
โจวหยาฉีทำปากยื่น "พ่อแค่ไม่อยากโดนคุณปู่ด่า เลยส่งหนูไปเป็นหน่วยกล้าตายใช่ไหมล่ะ!"
"ดูพูดเข้าสิ โตจนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ยังไม่รู้จักโตอีกเหรอเรา?"
โจวหยาฉีบ่นอุบ "พ่อใช่ว่าจะไม่รู้นิสัยคุณปู่ซะหน่อย ต่อให้ปู่รักหนูแค่ไหน ปู่ก็ไม่ฟังหนูหรอก"
"คุณปู่เคยบอกว่า ยอมให้ศัตรูฟันในสนามรบ ดีกว่ายอมให้คนกันเองเอามีดมากรีดเนื้อ"
โจวเว่ยกั๋วแย้ง "มันเหมือนกันที่ไหน นี่ผ่าตัดช่วยชีวิตนะ"
"ลูกต้องบอกคุณปู่ว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว... ลูกทนดูคุณปู่เหี่ยวเฉาลงทุกวันแบบนี้ได้เหรอ?"
โจวหยาฉีทำแก้มป่อง "ไปก็ได้ๆ! แต่หนูไม่รับปากนะว่าจะกล่อมคุณปู่สำเร็จ!"
"จะทำอะไร อย่าเพิ่งคิดว่าจะล้มเหลวก่อนเริ่มสิ! ต้องพยายามให้เต็มที่!" โจวเว่ยกั๋วเริ่มเทศนาอีกรอบ
โจวหยาฉีไม่ฟังพ่อบ่นแล้ว เธอหมุนตัวลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักแพทย์ไปเลย
ขณะที่เดินผ่านหอผู้ป่วยโรคเบื่ออาหารทั่วไป เธอได้ยินเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของญาติคนไข้ จนรู้สึกเหมือนว่าคนพวกนี้บ้าไปแล้ว
"คุณพยาบาลคะ แน่ใจนะคะว่านี่หอผู้ป่วยโรคเบื่ออาหาร ไม่ใช่โรงพยาบาลบ้า?"
โจวหยาฉีดึงแขนพยาบาลที่เดินผ่านมาแล้วถาม
"คุณญาติคะ ไม่รู้เรื่องเหรอคะ?"
"คนไข้ในหอผู้ป่วยโรคเบื่ออาหารได้กินหมั่นโถวของคุณพ่อสุดหล่อเข้าไป อาการเบื่ออาหารหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ!" พยาบาลสาวพูดอย่างตื่นเต้น
"อะไรนะ!? หมั่นโถวของคุณพ่อสุดหล่อ?" โจวหยาฉีงงเป็นไก่ตาแตก
"ก็ 'พานอัน พ่อค้าหมั่นโถวที่หล่อที่สุด' ที่ติดเทรนด์อันดับหนึ่งในโต่วอินไงคะ ไม่รู้จักเหรอ?" พยาบาลสาวน้อยมองโจวหยาฉีด้วยสายตาเหยียดหยามและรังเกียจหน่อยๆ
"หมายถึงเขาเหรอ!?" โจวหยาฉีเพิ่งจะไถโต่วอินดูเมื่อกี้ และก็เห็นคลิปที่ติดเทรนด์ท้องถิ่นจริงๆ
เธอยอมรับเลยว่า พ่อค้าหมั่นโถวคนนั้นหล่อวัวตายควายล้มจริงๆ
แถมเธอยังรู้สึกอินไปกับเรื่องราวของเขา โดยเฉพาะตอนเห็นความลำบากของถังเหริน เธอแอบแช่งให้พ่อสั่งขังลืมไอ้รปภ. ตลาดสองคนนั้นด้วยซ้ำ!
"ใช่ค่ะ! คนนั้นแหละ!" พยาบาลสาวน้อยพูดอย่างตื่นเต้น "หมั่นโถวที่เขาทำมหัศจรรย์มาก ทำให้คนไข้โรคเบื่ออาหารยอมกินได้จริงๆ"
พอได้ยินแบบนั้น โจวหยาฉีก็ตกใจว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ เธอรีบถามทันที "คุณปู่ฉันก็เป็นโรคเบื่ออาหารเหมือนกันค่ะ ขอหมั่นโถวให้ฉันบ้างได้ไหมคะ!"
พยาบาลสาวน้อยมองหน้าโจวหยาฉี "คุณปู่คุณก็เป็นโรคเบื่ออาหาร? แล้วยังไม่ได้กินหมั่นโถวเหรอคะ? เป็นไปไม่ได้น่า"
"ญาติคนไข้โรคเบื่ออาหารเขาสั่งหมั่นโถวกันหมดแล้วนะคะ! คุณปู่คุณอยู่ห้องไหนคะเนี่ย?"
พยาบาลสาวน้อยไม่เชื่อโจวหยาฉี คิดว่าเธอกำลังจะมาหลอกกินหมั่นโถวฟรีแน่ๆ
หมั่นโถวพวกนี้ไม่แค่รักษาโรคเบื่ออาหารนะ แต่มันยังอร่อยเหาะอีกด้วย
หมอพยาบาลทั้งโรงพยาบาล ลามไปถึงป้าแม่บ้าน ก็กินกันทุกคน อร่อยจนหยุดไม่ได้
ตอนแรกพวกหมอพยาบาลคิดว่า หมั่นโถวลูกเบ้อเริ่มขนาดนั้น กินลูกเดียวก็น่าจะพอ
แต่พอกินเข้าไปแล้ว หยุดไม่ได้จริงๆ
มันอร่อยเกินบรรยาย
เพราะงั้นตอนแรกทุกคนเลยสั่งกันมาไม่เยอะ พอกินหมดถึงได้มานั่งเสียดายทีหลังว่ารู้งี้สั่งมาเยอะๆ ดีกว่า
ในสายตาพยาบาลสาวน้อย โจวหยาฉีก็แค่เด็กเลี้ยงแกะที่จะมาหลอกกินหมั่นโถวนั่นแหละ
โจวหยาฉีทำหน้าใสซื่อ "คุณ... คุณปู่ฉันอยู่ห้อง VIP พิเศษค่ะ ห้องสำหรับผู้นำระดับสูงน่ะ"
"โม้แล้วค่ะ ห้อง VIP พิเศษอะไรคะ? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย!"
ก็จริงของเธอ พยาบาลในหอผู้ป่วยทั่วไปไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลห้อง VIP พิเศษได้หรอก แค่ห้อง VIP ธรรมดาก็สุดเอื้อมแล้ว
"จะให้บอกยังไงดีเนี่ย! คุณปู่ฉันคือ โจวเจ๋อหมิน รู้จักโจวเจ๋อหมินไหม?" โจวหยาฉีเริ่มร้อนรน
"ไม่อะ ไม่รู้จัก ไม่เห็นมีคนไข้ชื่อนี้ในหอผู้ป่วยเลย" พยาบาลสาวน้อยกัดหมั่นโถวคำโต แล้วเดินหนีไป
โจวหยาฉีมองตามตาปริบๆ คิดในใจว่า ปู่ฉันไปพักห้องลึกลับซับซ้อนอะไรเนี่ย ขนาดพยาบาลยังไม่รู้จัก?
ช่างเถอะ จะไปเถียงกับพยาบาลทำไม ไปหาหมอเจ้าของไข้ หรือหัวหน้าแผนกเลยดีกว่า!
โจวหยาฉีไปหาหมอเวรประจำแผนก พอหมอได้ยินความต้องการของโจวหยาฉี ก็แอบดีใจลึกๆ แล้วพูดว่า "จริงๆ แล้วเมื่อบ่ายพวกเราก็อยากลองเอาหมั่นโถวนี่ให้ท่านผู้เฒ่าโจวลองเหมือนกันครับ!"
"แต่ท่านเลขาโจวเชิญผู้เชี่ยวชาญมาจากเมืองหลวง เราเลยไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม!"
"เลิกพูดมากเถอะค่ะ รีบไปเอาหมั่นโถวมาให้ฉันหน่อย ฉันจะเอาไปให้คุณปู่ลองชิม" โจวหยาฉีเร่งเร้า
หมอรีบวิ่งไปขอยืมหมั่นโถวจากญาติคนไข้ในห้องพักฟื้นมาลูกหนึ่ง
โจวหยาฉีรับหมั่นโถวมา แล้วรีบบึ่งไปที่ห้องพักของคุณปู่โจวเจ๋อหมินทันที
เวลานี้ โจวเจ๋อหมินกำลังนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียง ดวงตาฝ้าฟาง ดูไร้ชีวิตชีวา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
โจวหยาฉีค่อยๆ หยิบหมั่นโถวออกมา แล้วพูดเสียงอ่อนโยน "คุณปู่คะ หนูมาเยี่ยมแล้วค่ะ!"
"หยาฉี ทำไมไม่ไปเรียนล่ะลูก?" โจวเจ๋อหมินหันมามองหลานสาวสุดที่รัก
"คุณปู่คะ นี่มันเย็นแล้วนะคะ หนูแค่โดดคาบอ่านหนังสือเย็นมาหาปู่เอง!"
"คุณปู่ดูสิคะ ว่าหนูเอาอะไรมาฝาก!"
พูดจบ โจวหยาฉีก็ชูหมั่นโถวขึ้นมา แกว่งไปมาตรงหน้าโจวเจ๋อหมิน
"หมั่นโถว?" โจวเจ๋อหมินแค่ปรายตามองอย่างเฉยชา
"คุณปู่คะ ลองชิมหมั่นโถวนี่หน่อยสิคะ หนูได้ยินว่ารสชาติมันพิเศษมากๆ เลยนะ"
โจวเจ๋อหมินตั้งใจจะปฏิเสธ บอกว่าไม่เอา กินไม่ลง แต่ทันใดนั้น กลิ่นหอมของข้าวสาลีที่คุ้นเคยแต่ห่างหายไปนานก็ลอยมาแตะจมูก ประกายตาประหลาดวาบผ่านดวงตาของเขา
"หอมจัง!"
พูดจบ เขาค่อยๆ ยื่นมือสั่นเทาออกไปรับหมั่นโถว แล้วค่อยๆ กัดเข้าไปคำหนึ่ง
ทันใดนั้น ความหวานหอมของหมั่นโถวก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและความหนึบกำลังดี ราวกับปลุกต่อมรับรสที่หลับใหลมานานให้ตื่นขึ้น
เหมือนเขากลับไปยืนอยู่กลางสมรภูมิรบ เคี้ยวเสบียงแห้งกรังร่วมกับเหล่าสหายร่วมรบ ขณะต่อสู้กับพวกศัตรู!
ขณะที่เคี้ยวหมั่นโถว น้ำตาของโจวเจ๋อหมินก็ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่...
จบบท